เหม่ยหลินหันหลังกลับมามองบุรุษผู้ช่วยดึงเธอออกจากกองไม้อันตรายที่กำลังจะหล่นลงมาทับเขาเป็ชายหนุ่มที่มีเรือนร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างผึ่งผายรับกับความคมลึกของดวงหน้าการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีบ่งบอกว่าเป็ผู้มีฐานะ ใบหน้าของชายผู้นี้ดูคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แต่ดูเหมือนฝั่งชายหนุ่มก็ชะงักไปเช่นกันที่ได้เห็นหน้าหญิงสาวชัดๆเขาจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวตาไม่กะพริบ ด้วยไม่คิดว่าหญิงสาวที่เขาติดตามเมื่อหลายวันก่อนบัดนี้มายืนอยู่ตรงหน้าด้วยเหตุบังเอิญ
“แม่นางคือเหม่ยหลินใช่หรือไม่” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ความคิดที่จะวิ่งตามขโมยผู้คว้าตราหยกสำคัญไปนั้นหยุดลงชั่วครู่
“เราเคยพบกันหรือ?” น้ำเสียงประหลาดใจหลังจากได้ยินเขาเรียกชื่อเธอได้ไม่ผิดเพี้ยนทั้งที่วันนี้เพิ่งมีโอกาสออกจากเรือนที่พักของตำหนักเฟิ่งหวงจึงยังไม่รู้จักผู้ใดในเมืองหลวง
“เราเคยพบกันที่หมู่บ้านหนิงอัน”เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว “จำได้หรือไม่”
ดวงตากลมโตกะพริบขึ้นลงด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกอยู่ๆก็นึกถึงใบหน้าของชายผู้าเ็สาหัสที่เธอพบเป็ครั้งแรกในความฝันกึ่งจริงครั้งนั้นได้
เหม่ยหลินพยายามนึกอยู่ชั่วครู่แล้วก็อุทานออกมา “ใต้ต้นกุ้ย...ท่านคือแม่ทัพหวางชุนเทียน!”
ชายที่ยืนเผชิญหน้ากับเธอในขณะนี้คือแม่ทัพหวางชุนเทียนผู้ที่หมอหลิวไว้เนื้อเชื่อใจอย่างนั้นหรือเมืองหลวงที่ทั้งกว้างใหญ่และผู้คนมากมายยังเผอิญได้พบกับคนที่เธอ้าขอความช่วยเหลือมากที่สุด
ริมฝีปากของชายหนุ่มเหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ
“อาการาเ็ของท่านเป็อย่างไรบ้างข้าคิดว่าท่านจะตายเสียแล้ว”
“เ้าพูดภาษาข้าได้เหตุใดพบกันครั้งนั้นจึงพูดไม่รู้เื่เล่า” หวางชุนเทียนออกปากทักหลังจากได้ยินคำพูดหลายประโยคจากปากหญิงสาวเขาจำได้ดีว่าเจอกันครั้งแรกนางพูดภาษาอื่น เหม่ยหลินไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับยิ้มอย่างดีใจเพราะแน่ใจแล้วว่าคือแม่ทัพหวางชุนเทียนที่เธอรอคอย
“ท่านแม่ทัพจริงๆด้วยท่านหมอหลิวบอกว่าท่านจะช่วยข้าไม่ให้ต้องเป็เครื่องบรรณาการใช่มั้ยเ้าคะ”
“พบเ้าครั้งนี้ก็ดีแล้วข้าจะได้แจ้งข่าวแก่เ้า....” ชายหนุ่มยังไม่ทันจะพูดรายละเอียดก็มีเสียงแหลมใสของหญิงสาวะโตามหาเหม่ยหลินดังแว่วมาเสียก่อน
“เหม่ยหลิน! เ้าอยู่ไหน...เหม่ยหลิน”
“เอ๊ะ เสี่ยวถิงเรียกหาข้าแล้ว” พอจะขยับตัวเดินหน้าไปยังทิศทางของเสียงเรียกนั้น
“อย่าเพิ่งไปข้ายังไม่ได้พูดเื่สำคัญ” หวางชุนเทียนหวังที่จะยื้อเวลาของนางเอาไว้อีกเล็กน้อยจึงฉวยคว้ามือของหญิงสาวไว้เขาแทบไม่ต้องออกแรงดึงร่างบางก็ปลิวชิดกำแพงฝั่งที่ยากต่อการมองเห็นเพื่อหลบสายตาของผู้ที่กำลังตามหา
เหม่ยหลินได้แต่ยืนงงหน้าแดงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกเขินด้วย พบกันที่หมู่บ้านหนิงอันครั้งก่อนเขาอ่อนแรงจากอาการาเ็สาหัสเืท่วมตัวจนไม่อาจยกแขนทั้งสองข้างได้ด้วยซ้ำไปแต่ตอนนี้มือหนาของเขายังเกาะกุมมือหญิงสาวไว้แน่น ไม่มีทีท่าจะปล่อยมือเธอให้เป็อิสระ
เ้าของมือหนาลอบมองจากมุมกำแพงเพื่อให้แน่ใจว่าเสี่ยวถิงเดินเลยไปจนพ้นสายตาแล้วใบหน้าคมหันกลับมาเพื่อจะพูดสิ่งที่ค้างไว้พอรู้ตัวว่าเสียมรรยาทที่จับมือหญิงสาวโดยพลการจึงรีบปล่อยมือ
“เอ่อ...ข้ารีบไปหน่อยขอโทษเ้าด้วย”
“ไม่...ไม่เป็ไรเ้าค่ะแล้วเื่ที่ท่านจะพูดคืออะไร หรือว่าท่านจะพาข้าหนีกลับไปหมู่บ้านหนิงอัน”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก ตอนนี้เ้าเปรียบเสมือนเป็คนของพระชายาฟางซินหาก้าเป็อิสระมีหนทางเดียวคือทูลขอต่อท่านอ๋องเช่นนั้นแล้วจะไม่มีใครทัดทานได้”
“แล้ว...ท่านอ๋องจะประทานอนุญาตจริงหรือเ้าคะ”
“ท่านอ๋องรับปากกับข้าแล้วในวันพิธีอำลาของเหล่าสตรีบรรณาการจะทรงตรัสละเว้นเ้า”
ใบหน้ายิ้มด้วยความดีใจของเหม่ยหลินทำให้แม่ทัพหนุ่มอดยิ้มตามไม่ได้
“อันที่จริงข้าก็มีเื่สำคัญอยากจะพูดเหมือนกันคือว่าตราหยกของท่านแม่ทัพถูกชายผู้นั้นขโมยไปแล้วข้าขอโทษที่รักษาตราหยกของท่านไว้ไม่ได้”
หวางชุนเทียนพอเข้าใจแล้วที่เหม่ยหลินวิ่งตามหัวขโมยอย่างไม่ลดละจนตัวเองเกือบถูกกองไม้ทับ เพียงเพราะ้าตราหยกคืนนี่เองสีหน้าของชายหนุ่มขรึมลง
“คราวหลังอย่าวิ่งตามใครจนไม่ระวังตัวเองเช่นนี้อีก! กองไม้หนักๆเหล่านี้ทับเ้าตายได้เชียวนะ” เขาเอ็ดหญิงสาวจนเธอสะดุ้งเล็กน้อยเหม่ยหลินห่อปากด้วยความขัดเคืองใจไม่กล้าต่อล้อต่อเถียง
‘เอ้า! ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะเกิดอันตรายขนาดนี้ อุตสาห์พยายามรักษาของๆตัวเองไว้ให้อย่างดีแท้ๆยังจะมาดุใส่เราอีกแน่ะ’ ทำได้แค่บ่นในใจเท่านั้นถ้าไม่ใช่ว่าต้องพึ่งพาเขา เธอคงจะเถียงกลับคอเป็เอ็นไปแล้ว
แต่อย่างน้อยก็รู้สึกโล่งใจที่เ้าของตราหยกไม่เอาเื่ที่ทำของมีค่าเช่นนั้นหายไป
ค่ำคืนนี้สตรีบรรณาการทุกคนต่างเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับงานพิธีอำลาในวันรุ่งขึ้น
“้ากลีบดอกกุ้ยฮวาเพิ่มอีกหรือไม่เ้าคะ”เสียงใสของนางกำนัลรับใช้สาวรุ่นนำดอกกุ้ยฮวาโรยลงในอ่างอาบน้ำนางรับคำสั่งจากนางกำนัลซูปี้ให้มาดูแลเหม่ยหลินและเสี่ยวถิง
เมื่อถามว่า้ากลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดใด‘ดอกกุ้ยฮวา’ คือคำตอบเดียวที่เหม่ยหลิน้า
“เท่านี้ก็พอแล้วขอบใจเ้ามาก เอ...เ้าชื่ออะไรรึ”
เหม่ยหลินมักจะถามชื่อใครก็ตามที่ช่วยเหลือเธอและพูดไปยิ้มไปตามนิสัยคนที่บ้านเกิด
“ข้าชื่ออู๋จูผิงเ้าค่ะหากแม่นาง้าสิ่งใดเพิ่มให้เรียกข้าได้เลยนะเ้าคะ”หญิงรับใช้ได้เห็นรอยยิ้มของเหม่ยหลินแล้วก็ฉีกยิ้มอย่างจริงใจ จูผิงรู้สึกว่าหญิงสาวงดงามผู้นี้ช่างน่าอยู่ใกล้ยิ่งนักลักษณะท่าทางดูไม่เย่อหยิ่งเหมือนเช่นสตรีบรรณาการผู้อื่นที่ตั้งความหวังมากเหลือเกินว่าจะได้มีโชควาสนาเป็หญิงสูงศักดิ์ในแคว้นต่างถิ่นเมื่อจูผิงดูแลความเรียบร้อยในห้องอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยๆถอยออกมา
ร่างขาวนวลของเหม่ยหลินค่อยๆก้าวลงสู่อ่างไม้ดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอยู่เต็มอ่างส่งกลิ่นหอมชื่นใจจนเธอใช้เวลาแช่น้ำนานเป็พิเศษ เสียงฮัมเพลงเบาๆของหญิงสาวดังแว่วมาจากบริเวณฉากไม้กั้นบังสายตา เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกคลายกังวลมากที่สุดนับั้แ่เหยียบย่างเข้ามาอยู่ในตำหนักเฟิ่งหวงแห่งนี้อาจเป็เพราะแม่ทัพหวางชุนเทียนรับปากว่าจะช่วยเหลือเธอให้กลับหมู่บ้านหนิงอัน
หญิงสาวอดดีใจไม่ได้เพราะพรุ่งนี้จะเป็อิสระเสียทีแต่อยู่ๆ หญิงสาวกลับนึกถึงหน้าตาดุๆของแม่ทัพที่เอ็ดใส่เธอวันนั้นขึ้นมาเฉยๆ
‘อีตาแม่ทัพหวางอะไรนี่ เพิ่งเจอกันแค่ครั้งสองครั้งทำเป็เก๊กหน้าเข้มดุใส่เราซะงั้นน่าโมโหจริงๆเลย!’
เธอใช้มือตีน้ำกระจายด้วยอารมณ์ที่ขัดเคืองสีหน้าเปลี่ยนเป็บึ้งตึงทันที
“เหม่ยหลินเ้าอาบน้ำเสร็จหรือยัง” เสียงเสี่ยวถิงเดินมาตามเธอถึงห้องอาบน้ำ
“ใกล้เสร็จแล้วเ้ามีอะไรหรือเสี่ยวถิง”
“ข้าเห็นว่าเ้าออกมานานแล้วก็เลยมาตาม”
เมื่อเหม่ยหลินตอบรับว่าอีกประเดี๋ยวก็อาบน้ำเสร็จแล้วเสี่ยวถิงจึงเดินกลับไปรอที่ห้อง
หญิงสาวย่นคิ้วพลางคิดว่าก่อนหน้านี้ดูเสี่ยวถิงจะไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไรแต่ไม่รู้เพราะอะไรพักนี้เสี่ยวถิงมักจะตัวติดกับเธอเกือบตลอดเวลา แถมการแต่งเนื้อแต่งตัวก็ดูจะคล้ายกันกับเธอมากราวกับฝาแฝดเป็เพราะอะไรกันแน่นะ...
เหม่ยหลินเปิดประตูเข้าห้องก็ได้เห็นเสี่ยวถิงนั่งรออยู่ที่โต๊ะกลางห้องหญิงสาวมองเห็นขนมบนจานเล็กๆและชุดน้ำชาวางอยู่ตรงหน้าของรูมเมทแสนใจดี
“เ้าหิวหรือเสี่ยวถิงทั้งขนมทั้งน้ำชาวางเต็มโต๊ะเลย”
“ของเหล่านี้เป็ของที่พระชายาทรงเมตตาประทานมาให้พวกเราต่างหาก”
“คนอื่นๆก็ได้รับเช่นกันรึ”
เสี่ยวถิงพยักหน้ายิ้มให้แล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่พับอยู่“ไม่ใช่แค่นี้นะเสื้อผ้าแพรพรรณสวยงามนี้ก็สำหรับใส่วันพรุ่งนี้เช่นกัน” เหม่ยหลินรับชุดมาทาบตัวรู้สึกพอใจกับชุดสวยที่ได้รับเหลือบไปเห็นป้ายประจำตัวที่วางคู่กันด้วยจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย
“อ่อ...นั้นคือป้ายประจำตัวสำหรับสตรีบรรณาการทุกนางพกติดตัวอย่างไรเล่า”
“เข้าใจแล้วข้าจะนำติดตัวไว้”เหม่ยหลินเห็นป้ายไม้สลักชื่อของเธอก็ไม่ได้แปลกใจอะไรคงเปรียบได้กับบัตรประจำตัวที่ต้องพกติดตัวไว้เหมือนบัตรนักศึกษาหรือบัตรพนักงานล่ะมั้ง
“วางชุดไว้ก่อนเถิดรีบมากินขนมกัน ดูสิน่าอร่อยทั้งนั้น” น้ำเสียงนุ่มนวลของเสี่ยวถิงทำให้เหม่ยหลินตายใจตามมานั่งกินขนมและดื่มน้ำชาด้วยพลางคิดถึงวันพรุ่งนี้ ความจริงก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เห็นพิธีอำลาอะไรนั่นสาวงามแต่งตัวสวยงามร่วมแสดงการร่ายรำต่อหน้าท่านอ๋องคงจะงดงามตระการตามากทีเดียว
เมื่อถึงเวลาเช้าอันสดใสบรรดาหญิงสาวในชุดกรุยกรายจับกลุ่มกันอยู่ที่ลานกว้างกลางตำหนักเฟิ่งหวงซึ่งเป็ที่นัดหมายให้มารวมตัวกันก่อนที่จะเดินไปสู่ลานพิธีทุกนางพอใจกับเสื้อผ้าและเครื่องประดับสวยงามที่พระชายาประทานให้
นางกำนัลซูปี้คนสนิทของพระชายาเดินเข้ามาหญิงสาวทุกนางหยุดโค้งคำนับและต่างแยกย้ายยืนเรียงแถวอย่างเป็ระเบียบตามที่ได้รับการสั่งสอน
“พวกเ้าพร้อมกันแล้วหรือยัง”
“พร้อมแล้วเ้าค่ะ”เสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงของสาวงามหลายสิบนางดังก้อง
ซูปี้หันไปสั่งนางกำนัลรับใช้ให้พาทุกนางเดินไปยังลานพิธีก่อนจนทุกคนก้าวเท้าพ้นประตูใหญ่ไปหมดแล้ว นางกำนัลรุ่นใหญ่รีบเดินกลับมาเรียกคนที่หลบอยู่ให้ออกจากที่พรางตัว
“เสี่ยวถิงเป็อย่างไรบ้างสำเร็จหรือไม่”
หญิงที่ถูกเรียกชื่อพยักหน้าอย่างรู้กันพร้อมหยิบตราหยกและตราประจำตัวขึ้นมาให้ซูปี้ตรวจสอบซูปี้ยิ้มกว้างพอใจในผลงานของหญิงสาวผู้นี้เสร็จแล้วจึงเร่งให้เสี่ยวถิงเดินไปรวมตัวกับขบวนที่เคลื่อนไปสักพัก
ด้านหน้าท้องพระโรงบริเวณลานพิธีอันกว้างขวางยิ่งใหญ่ถูกจัดตกแต่งด้วยบุปผางามโดยรอบเพื่อให้เข้ากับพิธีอำลาของสาวงามในวันนี้พื้นที่ที่สูงที่สุดคือตำแหน่งของบังลังก์ัอันสง่างามมีรูปหล่อสำริดของสัตว์มงคลตามความเชื่อตั้งอยู่ต่ำลงมาหนึ่งระดับขั้นบันไดทั้งสองข้างเบื้องล่างคือเหล่าข้าราชบริพารที่เข้าร่วมพิธีต่างยืนขึ้นถวายความเคารพประมุขของแคว้นตงเยว่ที่เหยียบย่างขึ้นสู่ที่ประทับส่วนข้างที่ประทับนั้นคือเหล่าพระญาติของท่านอ๋องที่รอคอยให้ขบวนสาวงามเข้าสู่ลานพิธีด้วยเช่นกัน
หนึ่งในเหล่าข้าราชบริพารมีแม่ทัพหวางชุนเทียนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดเขาคาดหวังให้เื่ราวในวันนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ไม่วายมีความกังวลใจอยู่เล็กน้อยเมื่อเหลือบมองเห็นสีหน้ายิ้มเยาะขององค์ชายรองที่ประทับเคียงข้างพระชายาทั้งสองประทับอยู่ไม่ห่างจากบังลังก์ของท่านอ๋อง แม่ทัพหนุ่มไม่เข้าใจในท่าทีแปลกๆขององค์ชายรองแต่ก็จำต้องทำเป็เมินเฉย
“เหล่าสตรีบรรณาการมาถึงแล้ว!”เสียงะโกู่ก้องของทหารหน้าประตูดังขึ้น ทุกคนที่อยู่ ณลานพิธีต่างหันไปมองอย่างสนอกสนใจ
แถวขบวนของสาวงามเคลื่อนตัวมาอย่างเป็ระเบียบใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องประทินผิวและเสื้อผ้าที่สวมใส่ของแต่ละนางช่างชวนให้หลงใหล ทุกนางหยุดอยู่เบื้องหน้าของท่านอ๋องและถวายความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน
แม่ทัพหวางชุนเทียนสอดส่ายสายตามองหาเหม่ยหลินที่คาดว่าร่วมขบวนมาด้วย
แม้จะเพ่งมองั้แ่ต้นขบวนจนถึงท้ายขบวนก็ไม่เห็นหญิงสาวแต่อย่างใด
‘เหม่ยหลิน...เ้าหายไปไหนนะ’
ทั้งที่นัดแนะกันแล้วแท้ๆ แต่เหตุใดนางจึงหายไปมิได้ร่วมขบวนมาด้วยเช่นนี้
เกิดอะไรขึ้นกับเหม่ยหลินกันแน่!