การเดินทางตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงตอนนี้แน่นอนว่ามือและปากของพวกเด็กๆก็ยังคงไม่ว่างด้วยเช่นกัน มีทั้งถือขนม ผลไม้ตามสองข้างทางที่เจอะเจอ เอาเข้าปากกันอย่างต่อเนื่องด้วยความเพลิดเพลินใจ และเติมเต็มพุงน้อยๆให้อิ่มอยู่เรื่อยๆ
เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่พวกเด็กๆไม่ออกอาการเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยล้า มีแต่ความครึกครื้น คึกคักกันไปตลอดเส้นทางการเดินของพวกเขา
“ตั้งแต่เดินเข้ามาด้านในป่าลึกเรื่อยๆเจอแต่ของดีๆทั้งนั้นเลยนะเจ้าคะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“ข้าเห็นด้วยกับน้องสาวสี่ล่ะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“อือ….ใช่ๆ”เหลนสาวรองมี่เฟิ่ง
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ก็ป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาแห่งนี้เป็นป่าใหญ่ในตำนานที่กล่าวขานมาไม่รู้เท่าไหร่ ไม่แปลกใจที่จะมีของดี ของวิเศษมากมายน่ะนะเหลนสาว”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่เจ้าค่ะ”เหลนสาว
“แต่ว่าของที่ดีจริงๆพวกเรายังไม่ได้เจอนะ แต่ข้าว่า…ฟืด….ฟืด…..”เหนี่ยวเหนี่ยว ยังพูดไม่ทันขาดคำเลยว่าเดี๋ยวก็คงจะต้องเจอ ก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างเข้ามาเรียกความสนใจให้นางได้มากเลยทีเดียวล่ะ
“ท่านย่าเล็กได้กลิ่นอะไรหรือเจ้าคะ??”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“ฟืด….ฟืด….”พวกเหลนๆก็พากันสูดดมหากลิ่นปริศนากันด้วยอย่างตั้งใจว่าท่านย่าเล็กกำลังสูดดมกลิ่นอะไรกันแน่
“ข้าได้กลิ่นหอมหวาน มาจากทางด้านโน้นน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยวเองไม่รอช้ารีบบอกพวกเหลนๆอย่างรวดเร็ว และเบี่ยงเส้นทางไปยังกลิ่นปริศนานั้นทันทีเลย
“รอพวกข้าด้วยขอรับ ท่านย่าเล็ก”เหลนๆชายที่พึ่งจะสังเกตว่า ท่านย่าเล็กและพวกน้องสาวทั้งหลายต่างเดินเลี่ยงเส้นทางไปอีกที่หนึ่ง จึงเร่งฝีเท้าตามไปติดๆด้วยเช่นกัน
“เด็กๆ จะพากันไปไหนน่ะลูก”ท่านแม่เองที่คอยดูสังเกตพวกเด็กๆให้อยู่ในสายตาตลอด ก็ได้เห็นอาหารผิดปรกติก็ตะโกนเรียกพวกเด็กๆเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะพวกเด็กๆ นำหน้าไปก่อนแล้ว
“จะพากันไปซนที่ไหนอีกนะเจ้าคะ น้องเล็กน่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่
“ข้าว่านางคงจะเจออะไรเข้าแน่ๆเลยเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง
“นั่นมันแน่นอนล่ะ จากที่เร่งรีบขนาดนั้นต้องมีอะไรแน่ๆ รีบตามพวกเด็กๆไปเร็วเข้า”ท่านแม่
พวกผู้ใหญ่ ก็รีบเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ ด้วยเช่นกันเพราะออกจะกังวลนิดๆหน่อยๆว่า เหนี่ยวเหนี่ยวจะพาไปเจอสิ่งใดกันกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้านี้
“ฟึ่บ…….”เหนี่ยวเหนี่ยว ส่งพลังธาตุออกมาเสมือนเป็นเกราะบังด้านหน้าของนาง ก่อนที่นางจะหยุดฝีเท้าลงและมองเอียงไปทางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“เอ๋…??ท่านย่าเล็กหยุดเดินแล้วล่ะ”เหลนสาวใหญ่ยายา
“ท่านย่าเล็ก มีอะไรเหรอเจ้าคะ??”เหลนสาวรองมี่เฟิ่ง
“ก็ด้านหน้านี่ไง พวกเจ้าเห็นหรือไม่ ซู๊ด…”เหนี่ยวเหนี่ยว สูดน้ำลายที่กำลังจะไหลย้อยที่มุมปากของนางอย่างเสียงดังและรวดเร็ว พร้อมกับเอามืดปาดเช็ดอีกรอบหนึ่งด้วย
“รังผึ้ง….”
“อ่าฮะ…ใช่แล้วมันคือรังผึ้งอสูรไข่มุก”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ว้าว….”พวกเด็กๆ
“รังผึ้งอสูรไข่มุก..!!”พวกผู้ใหญ่ที่ก็มาทันที่เหนี่ยวเหนี่ยวได้บอกว่ากำลังเจอะเจอกับสิ่งใดอยู่
รังผึ้งอสูรไข่มุก
เป็นสัตว์อสูรระดับขึ้นกลาง
ลักษณะพิเศษ
1.เป็นผึ้งอสูรที่ตัวใหญ่ตัวเท่าลูกนก
2.มีลวดลายที่เหมือนกับผึ้งทั่วๆไป เพียงแต่ว่าสีเหลือทองอร่ามของมันที่ตัดกับสีดำคือลักษณะเฉพาะ
3.น้ำผึ้งที่ผลิตได้จะเป็นสีเหลืองเหมือนเปลวไข่มุกปะปนอยู่ด้วย
คุณสมบัติ
1.น้ำผึ้งที่มันผลิตออกมาเป็นยารักษาโรคได้
2.น้ำผึ้งของมันเป็นของหายาก
3.น้ำผึ้งของมันถ้าได้กินทุกๆวันก็จะมีผลต่อการเพิ่มระดับได้ด้วยเช่นกัน
##
ทุกๆคนได้มองไปทางด้านหน้าซึ่งมีรังของผึ้งที่เป็นสัตว์อสูร ไม่ใช่ผึ้งธรรมดาทั่วๆไป แบบด้านนอก
“เด็กๆถอยออกมาอีกหน่อยนะลูก ถึงอย่างไรมันก็เป็นผึ้งอสูรนะ จะเป็นอันตรายได้”ท่านแม่ รีบเอ่ยบอกพร้อมกับไปถึงตัวพวกเด็กๆ ให้บรรดาแม่ๆดึงพวกเด็กๆถอยออกมาจากระยะห่างจากรังผึ้งอสูรด้านหน้าของพวกเขาทุกๆคนทันที
“ท่านแม่เจ้าคะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลไป เหนี่ยวเหนี่ยวสร้างกำแพงพลังธาตุบดบังพวกมันเอาไว้แล้วเจ้าค่ะ รับรองเลยว่า พวกมันไม่มีทางได้ยินหรือได้เห็นพวกเราอยู่ใกล้พวกมันอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่เห็นพวกบรรดาท่านแม่กำลังห่วงและหวาดวิตกถึงความปลอดภัยของพวกเด็กๆ จึงได้รีบบอกให้ท่านแม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้น
“อ้อ…กำแพงนี้ใช่ไหมลูกรัก แม่พึ่งจะสังเกตจริงๆ”ท่านแม่ เงยหน้ามองกำแพงพลังธาตุของเหนี่ยวเหนี่ยวที่พูดเมื่อกี้นี้ เพราะด้วยความที่เป็นห่วงพวกเด็กๆจึงไม่ได้มองแต่แรกให้ดีว่ามีเสมือนกำแพงอะไรบางอย่างบดบังอยู่ด้านหน้าของพวกเขากัน
“ใช่เจ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวระวังตัวอยู่แล้วเพราะเจ้าพวกรังผึ้งอสูรไข่มุกพวกนี้ มีความรู้สึกรับรู้ไวมากๆถ้ามีผู้ใดเข้าใกล้รังของพวกมันมากจนเกินไปนัก”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แล้วผึ้งอสูรไข่มุกพวกนี้อยู่ในระดับที่เท่าไหร่กันลูกเหนี่ยเหนี่ยว” ท่านพ่อ รีบถามข้อมูลของเจ้าสัตว์อสูรด้านหน้าที่พวกเขาก็พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิตเช่นกัน
“ระดับพลังขั้นกลาง ช่วงระดับหนึ่งจะถึงสองเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ห๊าาา…..ระดับพลังขั้นกลาง.!!”พวกผู้ใหญ่ ต่างก็พากันตกใจกันไปหมดเพราะสัตว์อสูรระดับนี้พวกท่านพึ่งจะเคยเจอนี่แหละ
“ใช่เจ้าค่ะ นี่ถ้าเอาไปเลี้ยงด้วยการใช้พลังธาตุถูกวิธีพวกมันจะก้าวข้าไประดับขั้นสูงได้เลยนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว พูดแบบสบายๆ แต่ไม่ได้มองหน้าคนที่กำลังฟังนางพูดเลยว่าพากันอ้าปากค้างกันไปหมดแล้ว
“เลี้ยงผึ้งอสูร..!!”ท่านลุงทั้งสอง
“เจ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวจะเอาพวกมันไปเลี้ยงเพื่อจะได้ผลิตน้ำผึ้งแสนหวานอร่อยให้เหนี่ยวเหนี่ยว และทุกๆคนได้กินกัน ทำได้ทั้งของคาวของหวานเลยนะเจ้าค่ะ อร๊อยอร่อยแน่นอนเจ้าค่ะ ซู๊ด….”เหนี่ยวเหนี่ยว น้ำลายจะหกอีกหลายรอบ
“แล้วจะเลี้ยงมันได้อย่างไรล่ะลูกรัก ให้ปลอดภัยสำหรับคนอื่นๆน่ะลูก”ท่านแม่
“อ้อ…..เรื่องนี้ท่านแม่กับทุกๆคนไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะมันมีวิธี อย่างแรกเลยเหนี่ยวเหนี่ยวจะเอาพวกมันไปเลี้ยงไว้ในมิติส่วนตัวของเหนี่ยวเหนี่ยวด้วย มันจะได้ผลเร็วมากกว่าด้านนอก
แต่ว่าถ้านำพวกผึ้งอสูรไข่มุกพวกนี้ไปเลี้ยงด้านนอกก็จะต้องมีการสร้างพลังครอบคลุมอาณาเขตเฉพาะของพวกมันเอาไว้และต้องเลือกใกล้ๆกับพวกดอกไม้ให้มันได้ทำรังได้ด้วยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“อ้อ….”ทุกๆ คน
“เดี๋ยวทุกๆคนรออยู่ด้านหลังกำแพงพลังธาตุที่เหนี่ยวเหนี่ยวสร้างเอาไว้นะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะกลับมาไปไม่นาน”เนหี่ยวเหนี่ยว
“เหนี่ยเหนี่ยว….”ท่านแม่ กำลังจะพูดห้ามลูกสาวเพราะถึงอย่างไรก็ยังเป็นห่วงด้วยสัญชาตญาตความเป็นแม่นั่นเอง
“ท่านแม่ ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ เจ้าขาวผ่องกับเจ้าเด้งดึ๋งก็อยู่กับข้าด้วยนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่ๆท่านแม่ของเจ้านายไม่ต้องกังวล พวกข้าจะดูแลเจ้านายอย่างดีเลย”เจ้าขาวผ่อง
“ได้ๆ งั้นฝากพวกเจ้าด้วยนะขาวผ่อง เด้งดึ๋ง ส่วนเจ้าเหนี่ยวเหนี่ยวก็ต้องไม่ประมาทนะลูกรัก แม่รู้ว่าเจ้าเก่งกาจมากนักแต่ถึงอย่างไรก็ต้องระมัดระวังไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามที เข้าใจไหม”ท่านแม่ พูดกำชับเหนี่ยวเหนี่ยวก่อนจะปล่อยตัวนางไป
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว
นางบอกกล่าวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปพร้อมกับมีเจ้าขาวผ่องที่บินอยู่เหนือนางเพียงเล็กน้อยกับเจ้าเด้งดึ๋งที่อยู่บนบ่าด้านขวามือของนาง
“เอาล่ะเจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง พวกเราเอาเจ้าผึ้งอสูรไข่มุกพวกนี้ไปไว้ในมิติส่วนตัวของข้าทั้งหมดเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว พูดสั่งสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของนางทันที
“ได้เลยเจ้านาย เรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่ต้องถึงมือเจ้านายเลย”เจ้าเด้งดึ๋ง
“ดีมาก งั้นลงมือเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ยืนอยู่พ้นบริเวณกำแพงพลังธาตุที่สร้างบดบังเอาไว้
สายตาของเจ้าพวกผึ้งอสูรไข่มุกก็มองมาที่เหนี่ยวเหนี่ยว อย่างโกธรเกรี้ยวที่จู่ๆ ก็มีมนุษย์เข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามของพวกมันและอยู่ใกล้รังของพวกมันมากจนเกินไป
“หวึ่ง….หวึ่ง……”เสียงของผึ้งอสูรไข่มุก ที่พากันบินออกมาจากรังผึ้งของพวกมันจนนับจำนวนไม่ถูกเลย ต่างพากันเตรียมพร้อมที่จะบุก
“เหอะ…เจ้าผึ้งตัวกะจ้อยบังอาจจะมาขู่พวกข้างั้นเหรอ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จะว่าไปมันก็ไม่ตัวกะจ้อยนะเจ้านาย สัตว์อสูรส่วนมากตัวใหญ่กว่าผึ้งธรรมดาทั่วๆไปเจ้าค่ะ”เจ้าเด้งดึ๋ง
“............!!”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ข้าก็พูดแบบว่าข่มขวัญน่ะ เข้าใจไหมฮะเจ้าเด้งดึ๋ง”เหนี่ยวเหนี่ยว เท้าสะเอวมองเหล่ตาไปบนบ่าข้างขวาของนางเองที่เจ้าเด้งดึ๋ง กำลังพูดอยู่ข้างๆหูเต็มๆ
“โอ้….!!!”เจ้าเด้งดึ๋ง รีบปิดปากของมันอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่าพลาดแล้วที่พูดออกมา
“เจ้าขาวผ่อง จัดการเร็วเข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้เจ้านาย…”เจ้าขาวผ่อง ปลดปล่อยพลังธาตุของมันออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จากที่ว่าผึ้งอสูรไข่มุกกำลังจัดขบวนรบ พวกมันก็พากันแตกกระจายรีบมุดเข้ารังผึ้งของพวกมันแทบไม่ทัน บางกลุ่ม บางตัวกำลังจะบินหนีไปแต่เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นแหละทั้งต้นไม้ที่มีรังผึ้งของพวกมันก็หายวับไปกับตาเลย..
“ฟึ่บ…..”
“เรียบร้อยเจ้านาย..”เจ้าขาวผ่อง รายงานตัวว่างานเสร็จแล้วยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย แค่เพียงปลดปล่อยกลิ่นไอพลังธาตุสัตว์ในตำนานไปเพียงนิดเดียว และขยับปีกด้านซ้ายเบาๆของมันเพียงเท่านั้นเอง รังผึ้งอสูรไข่มุกที่อยู่ถึง 3 รังใหญ่ๆก็หายไปทั้งหมด
“ดีมากๆ งั้นข้าจะไปเอาน้ำผึ้งสีนวลไข่มุกของพวกมันมาชิมเสียหน่อยล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอื๊อก……”
เหนี่ยวเหนี่ยวหายไปทั้งตัวไม่ใช่แค่ส่งจิตเข้าไปในมิติส่วนตัว สัตว์ในพันธะสัญญาของนางก็หายตัวเข้าไปในมิติส่วนตัวของเหนี่ยวเหนี่ยวด้วยเช่นกัน
“................!!”ทุกๆ คน
“หาย..หายไปแล้ว..หายไปหมดเลย..”เหลนชายคนโตหยางหยาง
“รวดเร็วมากๆขอรับ”เหลนชายรองจูจู
“แล้วแบบนี้ท่านย่าเล็ก จะกลับออกมาเมื่อไหร่กันเล่าขอรับ”เหลนชายสามจีจี
“นั่นน่ะสิขอรับ ยิ่งพูดออกมาว่าหอมๆ อร่อยๆ หวานๆเสียด้วยนะขอรับ”เหลนชายสี่เหล่าสู่
“..................!!”พวกผู้ใหญ่
ทุกๆคนที่รอคอยเหนี่ยวเหนี่ยวอยู่ก็ได้แต่ยืนรอไปเรื่อยๆ จนกว่านางจะกลับมา
“ท่านแม่เจ้าคะ แล้วน้องเล็กจะกลับมาง่ายหรือเจ้าคะแบบนี้??”พี่สะใภ้ใหญ่
“จริงเจ้าค่ะ มีน้ำผึ้งแบบนั้นน่าจะหายไปนานแน่นอนนะเจ้าคะ”พี่สะใภ้รอง
“เฮ้อ…..เจ้าตัวตะกละน้อยของแม่”ท่านแม่ เองก็ได้แต่ส่ายหน้าตอบคำถามไม่ได้เช่นกัน ก็ได้แต่รอเหนี่ยวเหนี่ยวกลับมาเหมือนกับทุกๆคนนั่นแหละ
“พวกเรารอกันสักพักละกันนะ เดี๋ยวนางคงจะกลับมา”ท่านแม่ หันไปบอกกับทุกๆคน
“ได้ๆ”ทุกๆ คน
ตัวต้นเรื่องที่อยู่ในมิติส่วนตัวของนางเองก็เป็นดั่งที่พวกท่านแม่และพี่สะใภ้คิดเอาไว้นั่นแหละ กำลังยืนวนเวียนอยู่กับรังผึ้งอสูรไข่มุก ใช้นิ้วจิ้มๆจุ่มๆเอาเข้าปากน้อยๆของนางอยู่อย่างนั้น
“เอ่อ….เจ้านาย”เจ้าขาวผ่อง
“อือ…ว่าไงเล่เจ้าขาวผ่อง อ๊ะ..นี่หวาน นุ่มลิ้นไหม”เหนี่ยวเหนี่ยว ใช้นิ้วชี้จุ่มไปเพื่อให้ติดน้ำผึ้งและส่งเข้าปากเจ้าขาวผ่องที่กำลังอ้าปากจะพูดกับนาง และส่งให้เจ้าเด้งดึ๋งอีกต่อหนึ่งด้วย
“..............!!!”เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง
ที่ได้กินน้ำลายเจ้านาย พร้อมกับน้ำผึ้งสีนวลไข่มุกทำสีหน้าแปลกๆ ออกมาแบบบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
“เอ้า…ทำไมทำสีหน้าแบบนั้นข้าถามว่าหวานๆ ละมุนลิ้นไหมเล่า?? อ๊ะ..ให้ชิมอีกหน่อยเพื่อยังไม่รู้รสชาติ”เหนี่ยวเหนี่ยว กำลังจุ่มนิ้วที่พึ่งเอาออกจากปากน้อยๆของนางที่มีน้ำลายติดเต็มนิ้ว !!!
“ไม่…เจ้านาย!!!”เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง ตะโกนบอกออกมาพร้อมๆกันอย่างหวาดกลัว ว่าจะได้ชิมน้ำผึ้งจากนิ้วของเจ้านายมันอีกรอบ
“อร่อย…”
“ห๊อมมมม….หอม”
“หวานละมุน…..”
สัตว์อสูรในพันธะของนางรีบตอบอย่างรวดเร็วกับรสชาติของน้ำผึ้งจากรังของเจ้าพวกผึ้งอสูรไข่มุกทันทีเลย ไม่ต้องรอให้เจ้านายของมันถามซ้ำอีกครั้ง
“ก็แค่นี้ ทำไมคิดกันนานจัง พวกเจ้านี่ความรู้สึกช้ามากนะของแสนอร่อยขนาดนี้น่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
************
เหนี่ยวเหนี่ยว ได้เจอกับสัตว์อสูรจำพวกที่เป็นประเภทสัตว์ปีกเป็นจำพวกแรกแล้ว มันคือผึ้งอสูรไข่มุก ที่เรียกว่าไข่มุก็เพราะว่าน้ำผึ้งที่มันผลิตได้นั้นสีนวลๆเหมือนไข่มุกนั่นเอง และแน่นอนว่ามันมากกว่าความเอร็ดอร่อยที่ให้ มันมีคุณสมบัติและสรรพคุณทางยาที่วิเศษมากอีกด้วย ถือว่าได้เจอของดีมีคุณค่าอีกครั้งหนึ่งแล้ว