ตอนที่ 17 ให้อาเล็กไปเสพสุข (2)
เดิมทีแม่เล้าเหอหมายจะตอบโต้ แต่เมื่อสัมผัสกับประกายแสงในดวงตาสีดำที่เต็มไปด้วยความเย็นเยียบของหลี่ซินและรอยปานที่น่ากลัวบนใบหน้าของนางแล้ว ก็พลันรู้สึกใจกระตุกวูบขึ้นมา
ในเทียนเย่ว์นั้นมีกฎระเบียบชัดเจนสำหรับการซื้อขายคนในครอบครัว ซึ่งจะต้องมีลายนิ้วมือประทับของผู้ที่ขายตัวเองและพ่อแม่ของเขาด้วย ทว่าเอกสารที่ตนถือไว้ในอกฉบับนี้มีเพียงลายนิ้วมือของหลี่จางซื่อเท่านั้น แม้ที่ผ่านมานางเคยแอบทำสิ่งนี้อย่างเงียบๆ แต่สุดท้ายแล้ว คู่กรณีก็เต็มใจประทับลายนิ้วมือให้ ถึงแม้กระบวนการอาจจะไม่สวยงามนักก็ตาม แต่คราวนี้ ไม่รู้ทำไมนางมักรู้สึกว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างหน้านี้ไม่ใช่คนที่ตนจะล่วงเกินได้
แม่เล้าเหอทำธุรกิจประเภทนี้ นางจะโง่ขนาดนั้นได้อย่างไร เมื่อเห็นว่าเรื่องในวันนี้ทำให้คนรู้กันจนทั่ว ก็เห็นชัดว่าเรื่องจัดการยากแล้ว คำพูดไม่กี่คำของเด็กคนนี้ ทำให้เรือนของพวกนางปลีกตัวออกมาได้จนสำเร็จ เช่นนั้นก็ดูที่หลี่จางซื่อแล้วว่าจะให้คำอธิบายว่าอย่างไร จะให้ตนถ่อมาเสียเที่ยวไม่ได้ และไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยไม่แลก นางจึงมองไปที่หลี่จางซื่อแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน
“ข้าว่านะพี่จาง เรื่องนี้พี่จะว่าอย่างไร พี่คงไม่คิดจะเบี้ยวสัญญาจริงๆ หรอกนะ ข้าจะบอกพี่ไว้ ใครก็ตามที่ทำให้แม่เล้าเหออย่างข้าเสียเปรียบ มีจุดจบไม่สวยแน่…”
ถูกแม่เล้าเหอขัดจังหวะ หลี่จางซื่อถึงหายจากอาการตกใจ พลางมองหลี่ซินด้วยสีหน้าหวาดผวา มักรู้สึกว่ายายหนูซินในยามนี้เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ไม่ใช่ผู้ที่นางจะควบคุมได้
ทว่าอยู่ต่อหน้าคนตั้งมากมาย ถูกแม่เล้าเหอถามมาแบบนี้ หลี่จางซื่อขายหน้าตาให้แล้ว จึงพูดหน้าเชิดคอตั้ง “น้องหญิง เจ้าเอาคนไปได้ทุกเมื่อ ในบ้านนี้ยายแก่อย่างข้าเป็นใหญ่ หากพวกนางขัดขืนและสร้างปัญหาอีก ข้าไม่ถือสาที่จะขายเด็กขี้โรคคู่นี้ไปทั้งหมดเลย!”
หลี่จางซื่อรู้สึกกลัวสายตาของหลี่ซิน จึงไม่หันไปมองนาง นางคิดเข้าใจแล้ว ว่าถึงอย่างไรก็ถูกฉีกหน้าไปแล้ว จะกลัวนางเด็กแสบนี่ทำไมอีก ตั้งแต่เจ้ารองจากไป เรือนรองก็เหลือสี่คนนี้ที่ไม่มีรายได้ ทั้งยังดื่มยาต้มตลอดทั้งวัน นางมองอย่างไรก็รู้สึกขวางหูขวางตานัก! หลานชายสองคนยังพอรับได้ แต่นางเด็กแสบนี่ทำให้คนวางใจไม่ได้
“ท่านแม่ ท่านจะขายยายหนูซินไม่ได้นะเจ้าคะ ลูกและต้าฟามีลูกสาวเพียงคนเดียว ท่านปล่อยนางไปและคืนเงินให้แม่เล้าเหอไปเสียเถอะ ต่อไปลูกจะทำงานเย็บปักอย่างขยันขันแข็ง และเป็นม้าเป็นวัวให้ท่าน ขอให้ท่านแม่ปล่อยยายหนูซินไปเถอะ พวกเราไม่ขาย ไม่ขายแล้ว”
เยี่ยซื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที พลันคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะให้หลี่จางซื่ออีกครั้ง ร้องไห้น้ำตาไหลขี้มูกโป่ง ในทุกคำอ้อนวอนก็จะโขกศีรษะให้หนึ่งครั้ง ช่างน่าเศร้าสลดยิ่งนัก “ฮือฮือฮือฮือ…ลูกคำนับให้ท่านแล้ว ขอท่านปล่อยลูกของข้าไปเถิด! ข้าขอร้องท่านแล้ว ข้าขอร้องท่านแล้ว…”
ชาวบ้านที่มามุงดูความครึกครื้นในลานต่างทนดูไม่ได้อีกต่อไป สตรีที่ใจอ่อนหลายคนต่างขอบตาแดงตามไปด้วย หลี่จางซื่อผู้นี้ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย แอบขายหลานสาวลับหลังแม่แท้ๆ ตอนนี้ยังไม่แม้แต่จะสนใจหลานชายแท้ๆ อีก จริงๆ เลยเชียว…
“ท่านแม่ ท่านลุกขึ้น ไม่ต้องคุกเข่าให้นาง ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะไม่ให้พวกนางได้แตะต้องน้องหญิงแม้แต่ผมเส้นเดียว!”
หลี่เฉินกัดฟัน แววตาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว พลางยื่นมือออกแรงดึงเยี่ยซื่อลุกขึ้นมา
หลี่ซินในยามนี้พลันขมวดคิ้วมุ่น เยี่ยซื่อผู้นี้ช่างอ่อนแอและไร้ความสามารถจริงๆ แต่ว่า ต่อให้อ่อนแอมากแค่ไหน นางก็ยังเป็นแม่แท้ๆ ของร่างนี้
นึกถึงตรงนี้ หลี่ซินก็เดินขึ้นหน้าไปช่วยหลี่เฉินพยุงเยี่ยซื่อลุกขึ้นมา กัดฟันและเอ่ยอย่างโมโห “ท่านแม่ ต่อให้วันนี้ท่านโขกศีรษะจนตายอยู่ที่นี่ นางก็ไม่มีวันใจอ่อน! ทำไมท่านต้องทำร้ายตัวเองเล่า นางก็แค่อยากนำข้าแลกเป็นเงินมิใช่หรือ หากนางกล้าขายข้า ข้าก็กล้าตายเหมือนกัน ถึงครานั้น ข้าจะให้นางคว้าน้ำเหลว ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง!”
เยี่ยซื่อถูกเสียงตวาดของหลี่ซินปลุกจนได้สติ นางทำหน้าหน้าเศร้า ริมฝีปากเม้มแน่น มองไปยังฝูงชนที่มาดูเรื่องสนุกในลานบ้านโดยหวังว่าจะมีคนช่วยตนได้
ทันใดนั้นคนผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในลานสายตาของเยี่ยซื่อ นางสลัดหลุดจากการดึงของเด็กทั้งสอง วิ่งไปข้างหน้าสองก้าว และคุกเข่าลงอีกครั้ง คราวนี้คำนับศีรษะลงพื้นให้หลี่เจิ้ง[1]ที่กำลังเดินมาที่ประตู “ขอท่านหลี่เจิ้งโปรดมอบความเป็นธรรมให้แม่ลูกกำพร้าอย่างพวกเราด้วย! ช่วยสงสารเห็นใจซินเอ๋อร์เด็กอาภัพผู้นี้ด้วยเถอะ! ข้าไม่ขายลูกสาว ข้าไม่ขาย!”
แม้เยี่ยซื่อจะอ่อนแอขี้ขลาด แต่นางก็แข็งแกร่งกล้าหาญในความเป็นแม่ ไม่ว่านางจะว่าอะไรก็จะให้คนพาบุตรสาวไปไม่ได้ การมาของหลี่เจิ้งในเวลานี้ เปรียบเสมือนฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายของนาง
“นี่เจ้าทำอะไร รีบลุกขึ้น ลุกขึ้นเร็ว ขายไม่ขายลูกสาวอะไรกัน มีเรื่องอะไรค่อยๆ พูด เร็ว พยุงนางขึ้นมา”
หลี่เจิ้งตกใจกับเยี่ยซื่อที่เข้ามาคุกเข่าให้อย่างกะทันหัน รีบถอยไปอยู่ด้านข้างแล้วยื่นมือพยุงคนขึ้นมา
ก่อนหน้านี้หลี่เจิ้งเห็นชาวบ้านมาทางนี้กันหมด พอถามถึงรู้ว่าบ้านสกุลหลี่เกิดปัญหาแล้ว เขาสงสัยเช่นกัน ก็เลยเข้ามาดู ไม่นึกว่าเพิ่งจะเข้ามาในลานบ้านก็เห็นฉากนี้เข้าแล้ว พลันทำหน้าขรึมตวาดเสียงใส่อย่างโมโห “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
“ขอท่านลุงหลี่เจิ้งให้ความเป็นธรรมแก่พวกเราด้วยขอรับ ท่านย่าข้าแอบขายน้องหญิงไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของซูต้าฮู่ลับหลังพวกเรา แม่เล้าก็มาถึงบ้านแล้วขอรับ”
หลี่เฉินเห็นหลี่เจิ้งมาแล้ว พลันเดินไปด้านข้างเยี่ยซื่อและคุกเข่าลงเช่นกัน พร้อมพูดด้วยขอบตาแดงก่ำ
สือโถวแม้จะอายุเพียงแปดปี แต่กลับรู้ว่าหลี่เจิ้งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน พลันวิ่งปรี่เข้าไปคุกเข่าและโขกศีรษะกับพื้นเช่นกัน “วอนท่านลุงหลี่เจิ้งช่วยมอบความเป็นธรรมด้วยขอรับ!”
เชิงอรรถ
^ ทำหน้าที่ดูแลทะเบียนราษฎร์และการเก็บภาษี คล้ายกับผู้ใหญ่บ้านในปัจจุบัน