ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 135 หากจะฝัน จงไปฝันที่บ้าน

            "หึ!"

            จางอ้ายหลินฟังจบก็หลุดหัวเราะเยาะออกมาโดยไม่รู้ตัว"เพื่อประโยชน์ของพวกเขา?"

            "พี่ใหญ่ กล้าพูดมาได้ไม่อายฟ้าดิน ไหนท่านลองว่ามาซิว่ามันจะเรียกว่าเพื่อประโยชน์ของพวกเขาได้อย่างไร?"

            นางรู้ดีว่าซูฉงกวงนั้นไร้ยางอายเพียงใดกระนั้นก็มิอาจคาดคิด ว่าเขาจะไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ถึงขั้นกล่าววาจาเช่นนั้นออกมาได้ คำว่า ‘หน้าด้าน’ยังน้อยเกินไปที่จะใช้บรรยายความน่ารังเกียจของเขา

            แต่ซูฉงกวงกลับมิได้รู้สึกว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นมีสิ่งใดผิดปกติน้ำเสียงยังคงหนักแน่นและมีเหตุผล "ในตอนนั้นพวกเราทั้งครอบครัวล้วนกินไม่อิ่ม หว่านเอ๋อร์น้อยกับอาโจวร่างกายไม่แข็งแรงทนความหิวโหยไม่ได้ หากถูกขายไป อย่างน้อยก็ยังมีที่ให้กินอิ่มคนที่เหลืออยู่ของเราก็จะมีค่าใช้จ่ายในการเข้าเมืองนี่มันไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพวกเขาหรือ?"

            ซูฉงกวงทำหน้าเคร่งขรึมน้ำเสียงแฝงความไม่เห็นด้วย "ข้าบอกน้องสะใภ้แล้วว่าการเป็นคนนั้น มิอาจคำนึงถึงแต่เพียงตนเอง ตอนนี้พวกเจ้าเจริญรุ่งเรืองก็เป็นเพราะบุญบารมีของบ้านใหญ่เรา"

            "เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ต่อไปนี้สองครอบครัวเราจะอยู่ร่วมกันเหมือนแต่ก่อน มีเรื่องใดในบ้านข้าพร้อมด้วยพี่น้องต้าฟู่ต้าไฉทั้งสี่คน ก็ยินดีช่วยเหลือดูแลจะไม่ดีกว่าที่พวกเจ้าสามแม่ลูกต้องทำเองหรอกหรือ?"

            ซูฉงกวงคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลคนบ้านรองมีเพียงซูอี้โจวที่เป็นบุรุษ ดูจากรูปร่างก็มิได้กำยำล่ำสันจะสามารถแบกรับภาระของครอบครัวได้จริงหรือ?

            บ้านใหญ่ของพวกเขาต่างหากเล่าที่แตกต่างออกไปนับรวมเขาแล้ว มีแรงงานชายถึงห้าคน คนบ้านรองจะเทียบได้อย่างไร?

            ยิ่งไปกว่านั้นน้องสะใภ้ของเขาก็อายุยังน้อย ตอนนี้กลายเป็นแม่ม่ายแล้วนางจะไม่ต้องการบุรุษให้พึ่งพิงเลยหรือ?

            แทนที่จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือคนนอกสู้ให้เขาจำใจรับนางไว้ดีกว่าต่อไปสองครอบครัวก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริงเขาได้รับผลประโยชน์แล้ว ไหนจะต้องมีเงินให้ลูกชายทั้งสี่คนแต่งภรรยาอีกนับเป็นความคิดที่ดีอย่างยิ่ง

            นับว่ายังโชคดีที่จางอ้ายหลินมิได้ล่วงรู้ถึงแผนการในใจของซูฉงกวงมิเช่นนั้นซูฉงกวงคงได้ถูกนางตบจนหน้าหัน

            นางเพียงแต่รู้สึกตาลุงคนนี้นอกจากจะปากคอเราะรายแล้ว สายตาที่มองมาก็ยังทำให้รู้สึกอึดอัดทำให้ความอดทนอันน้อยนิดที่มีอยู่ของนาง ตอนนี้แทบไม่เหลือน้ำเสียงพลันเย็นชาลงหลายส่วน "หากจะฝันจงไปฝันที่บ้าน พวกเรามีงานต้องทำ ไม่มีเวลามาเสียเวลากับเจ้าที่นี่"

            "หว่านเอ๋อร์ อาโจว พวกเราไปกันเถอะ"

            การเสียเวลากับคนเช่นนี้ช่างเป็นบาปมหันต์

            สายตาของพี่น้องสบตากันโดยมิได้นัดหมายก่อนจะเบ้ปากใส่ซูฉงกวงและบุตรชายอย่างไม่พอใจจากนั้นจึงหมุนตัวเดินตามจางอ้ายหลินไป

            อย่างไรก็ตามซูฉงกวงจะยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ ได้อย่างไร?

            วันนี้ที่พวกเขารีบร้อนกลับมาถึงเพียงนี้ก็เพียงหวังจะได้พบเจอผู้คนจากบ้านรอง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดก็ต้องทำให้บ้านรองใจอ่อนยอมควักเงินค่าเดินทางเข้าเมืองให้ได้เพื่อให้ทั้งสองครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างที่เคยเป็น

            ในอดีตคนบ้านรองในตระกูลซูของพวกเขา ก็เปรียบเสมือนทาสที่คอยรับใช้พวกเขาเกือบทุกอย่างตอนนี้คนทั้งสามนี้กลับมีชีวิตที่ดีขึ้นมา ทว่าบ้านใหญ่ของพวกเขากลับทุกข์ยากแม้ข้าวกล้องหยาบกระด้างยังมิอาจหามาประทัง แบบนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ?

            ซูฉงกวงส่งสัญญาณทางสายตาซูต้าฟู่และซูต้าไฉที่อยู่ข้างๆ ก็เข้าใจในทันทีกำหมัดแน่นและพุ่งตรงไปยังทั้งสามคน

            ถึงแม้จะไม่ค่อยได้กินอิ่มท้องอย่างไรเสียก็ได้รับการเคี่ยวกรำจากการทำงานในไร่นามาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเรี่ยวแรงจึงยังคงเหลืออยู่

            อย่างน้อยการจัดการคนทั้งสามนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

            เห็นได้ชัดว่าคนบ้านใหญ่ความจำไม่ดีนักยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซูต้าไฉและซูต้าฟู่ หน้าตาบ่งบอกว่าเขลาปัญญาสติปัญญาก็ไม่สู้ดี ลืมเลือนไปหมดสิ้นว่าก่อนหน้านี้โดนใครสั่งสอนมาจนถึงตอนนี้ก็ยังหลงคิดไปเองว่า พวกซูอี้หว่านทั้งสาม มิใช่คู่ต่อสู้ของตน

            แต่แรกก็รู้แล้วว่าคนของบ้านใหญ่คงไม่ยอมรามือง่ายๆดังนั้นแม้จะหันหลังกลับมาแล้วพวกซูอี้หว่านก็ยังคงคอยระวังความเคลื่อนไหวรอบตัวอยู่เสมอ พอได้ยินเสียงผิดปกติพวกนางก็รีบหันกลับไปทันที

            ซูฉงกวงและบุตรชายทั้งสองคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ชั่วขณะหนึ่งจึงรู้สึกสับสนด้วยเหตุใดมิทราบ ร่างกายกลับเบาหวิวขึ้นมาทันที ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็หมุนติ้ว

            ผัวะ!

            เสียงก้องกังวานสามสายดังขึ้นพร้อมกันผืนดินสะเทือน ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว ไม่นานเสียงร้องโอดครวญของซูฉงกวงและบุตรชายก็ดังระงมด้วยความทรมาน

            เมื่อมองไปยังคนทั้งสามที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นมุมปากของซูอี้โจวก็ปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ มิหนำซ้ำยังเย็นชาถึงขีดสุด"ท่านลุง ก่อนจะลงมือทำอะไรควรรู้จักประเมินกำลังตัวเองเสียก่อน"

            เขาเงื้อหมัดขึ้นสูงนิ้วมือบีบเข้าหากันจนเกิดเสียง “หากบังอาจมายั่วโทสะพวกเราอีกอย่าหวังว่าจะรอดไปง่ายๆ!”

            พวกเขาขี้คร้านจะข้องแวะกับคนบ้านใหญ่ถึงกระนั้น การเตรียมพร้อมก็มิได้บ่งบอกว่าพวกเขากลัวเกรงอุปสรรค หากจำเป็นก็ต้องวัดกันไป ว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน!

            "เจ้า เจ้า..."

            ซูฉงกวงโกรธจนพูดไม่ออกกว่าเขาจะหายใจคล่องคอได้อีกครั้ง พวกจางอ้ายหลินก็เดินจากไปไกลแล้วแม้ว่าตอนนี้จะรีบตามไป ก็คงไม่ทัน

            ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้ทั้งสามก็อาศัยอยู่ในเมืองอวิ๋นเฉิง การเข้าเมืองย่อมเป็นเรื่องง่ายต่างจากพวกเขาที่ไม่มีเงินติดตัวสักอีแปะแล้วจะกล้าเข้าไปใกล้ประตูเมืองได้อย่างไร?

            หากถูกทหารยามที่รักษาการณ์อยู่หน้าเมืองเห็นเข้าหากเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาจะก่อเรื่องขึ้นมา แล้วถูกจับไปสั่งสอนเสียยกใหญ่ก็คงไม่คุ้มกัน

            เมื่อมองไปยังสีหน้าที่มืดครึ้มของซูฉงกวงซูต้าฟู่ก็กลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว กล่าวด้วยท่าทีลังเลว่า"ท่านพ่อ เหตุใดท่านไม่ลองถามดูว่าท่านย่าอยู่กับพวกเขาหรือไม่?"

            เขาคิดว่าซูไท่ไท่นั้นคอยปกป้องดูแลครอบครัวของพวกเขาเป็นอย่างดีหากซูไท่ไท่อยู่กับพวกบ้านรอง นางคงกำลังหาวิธีพาพวกเขาเข้าไปอยู่ในเมืองเพราะท้ายที่สุดแล้วครอบครัวของพวกเขานี่ต่างหากที่เป็นรากเหง้าที่แท้จริงของตระกูลซู

            ซูต้าไฉที่อยู่ข้างๆดูเหมือนจะเดาความหมายในคำพูดของอีกฝ่ายออก ก็ระเบิดเสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมาเมื่อเหยียดริมฝีปากที่แตกเมื่อครู่จากการล้มใบหน้าที่อัปลักษณ์อยู่แล้วยิ่งบิดเบี้ยวหนักขึ้นไปอีก

            เขากล่าวว่า"เจ้ายังคิดว่าย่าแก่ผู้นั้นจะมีความสำคัญมากถึงเพียงนั้นเชียว?"

            เขาตระหนักแล้วว่าเหล่าคนบ้านรองมิได้อ่อนต่อโลกให้ใครรังแกได้เช่นกาลก่อน อุบายเดิมๆของยายแก่ผู้นั้น มาถึงตอนนี้ เกรงว่าคงไม่ได้ผลสักอย่าง

            เมื่อได้ยินคำพูดของซูต้าไฉซูฉงกวงก็พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมารีบขมวดคิ้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวด "พูดอะไรเช่นนั้นนั่นคือย่าแท้ๆ ของเจ้า หากคนนอกได้ยินเข้า จะคิดเช่นไร?"

            ถึงแม้จะพูดเช่นนั้นแต่เห็นได้ชัดว่าซูฉงกวงก็มิได้ใส่ใจกับการที่ลูกชายไม่เคารพซูไท่ไท่จริงๆ

            บางทีสำหรับเขาในตอนนี้แม้แต่แม่แท้ๆ ก็อาจมิได้มีค่ามากไปกว่าอาหารร้อนๆ สักสำรับ

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730