ระหว่างที่ผู้ใหญ่ทั้งสามกำลังนั่งหารือกันเื่โรงเรียน เฟรีสซึ่งถูกลืมไปชั่วคราวก็ได้มองไปที่เฟลิเซีย เขาสังเกตเด็กหญิงคนนี้มาพักใหญ่แล้ว
‘น่าสงสาร ถ้าปล่อยไปอีกหน่อยคงเข้าสังคมไม่ได้’
เฟรีสเป็ผู้สร้างนาโนบอท ความรู้ด้านการแพทย์เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใคร เขาจึงดูออกว่าเด็กตรงหน้ามีอาการของโรคประสาทแบบอ่อนๆ และต้องรีบรักษาทันที ขืนรอให้เป็มากกว่านี้ก็คงรักษายากแล้ว
ด้วยนิสัยเป็คนใจอ่อนขี้สงสาร ถ้าไม่ช่วยเด็กหญิงตรงหน้าก็เห็นทีจะนอนหลับไม่สนิท
เขาจึงส่งข้อความไปยังเ้าบี 99 บอกให้แอนโทนี่หาจังหวะลอบออกมายังที่นัดแนะ
"ฉันขอไปห้องน้ำครู่หนึ่งนะ พวกนายคุยกันไปก่อน" หลังได้รับข้อความ ชายหัวล้านก็ทำทีไปห้องน้ำและทิ้งแท็บเล็ตให้สองสามีภรรยาดูข้อมูลกันเอาเอง
พอเดินเข้าไปในบ้านก็เจอเ้านายตัวน้อยคอยอยู่หน้าห้องน้ำยืดกอดอกรออยู่
"มีเื่อะไรหรือครับ?"
"ลูกสาวคุณมีอาการทางประสาทจะต้องรีบรักษา แต่ผมจำเป็ต้องทราบสาเหตุของอาการป่วยก่อน เธอเคยถูกคนทำร้ายมาก่อนไหม?" เฟรีสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แอนโทนี่ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม โรคของเธอเขาผู้เป็พ่อทำไมจะไม่รู้ เพียงแต่โรงพยาบาลไหนก็รักษาไม่หายสักที
"เื่มันเริ่มจากอุบัติเหตุในวันนั้น วันที่ภรรยาผมตาย....." ชายหัวล้านเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ปรากฎว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เฟลิเซียมีอาการทางประสาทนั้นเกิดจากความพิการของเธอนั่นเอง
ทว่า นั่นมันเป็แค่ส่วนเดียวเท่านั้น
อีกส่วนที่ทำให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเป็แบบนี้ก็คือสภาพสังคมอันเน่าเหม็นของโรงเรียนรัฐบาล
หลายปีที่ผ่านมาเด็กหญิงโดนเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งมาโดยตลอด ถูกล้อเลียนเื่ความพิการ แต่สิ่งที่ทำให้เด็กน้อยเ็ปมากก็คือโดนดูถูกเื่ใบหน้า
อุบัติเหตุครั้งนั้นได้ทำให้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากไฟไหม้และกระจกบาด นี่ยังไม่นับผมอีกซีกหนึ่งที่หายไป
แรกๆ เฟลิเซียก็ได้ฟ้องครูตามที่แอนโทนี่แนะนำ ทว่า นั่นกลับทำให้การรังแกทวีความรุนแรงหนักขึ้นไปอีก
บรรดาพวกเด็กเกเรต่างก็แค้นที่โดนฟ้อง จนครั้งหนึ่งถึงกับถูกเ้าหัวโจกผลักจนกระเด็นหลุดจากรถเข็น จากนั้นพวกลิ่วล้อก็เอารถไปซ่อน เด็กหญิงก็ได้แต่ร้องไห้อยู่ตรงนั้นจนครูมาพบ แต่สุดท้ายก็ยังหารถเข็นไม่เจออยู่ดี
ทางครูเองก็อึดอัดใจเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มเด็กกร่างเป็พวกลูกท่านหลานเธอ พวกครูจึงไม่กล้าลงโทษ โดยเฉพาะพ่อเ้าหัวโจกนั้นเป็ถึงหัวหน้าทหารองครักษ์รักษาพระองค์ของกษัตริย์เนโรเลยทีเดียว
ขนาดว่าผู้อำนวยการโรงเรียนยังต้องประจบประแจง ส่วนกลุ่มครูน่ะหรือ? ถ้าอยากเข้าคุกแบบงงๆ ก็เชิญได้เลย
เมื่อไม่ได้ผลเฟลิเซียจึงไม่ได้ฟ้องครูอีกและได้แต่อดทนเรื่อยมา
เธอไม่อยากบอกแอนโทนี่ เพราะไม่อยากให้เขาลำบากใจ พ่อของเธอทรมานเื่แม่มามากพอแล้ว บางคืนเด็กหญิงยังเห็นเขาแอบร้องไห้อยู่บ่อยๆ
วันเวลาผ่านไปการกลั่นแกล้งเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งแอนโทนี่ก็ได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนว่าลูกสาวตนอยู่ที่โรงพยาบาล
พอได้เห็น คนเป็พ่อก็แทบใจสลาย ขาทั้งสองของลูกสาวสุดที่รักมีแต่รอยกรีดเต็มไปหมด เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กๆ จะแกล้งกันรุนแรงได้ถึงขนาดนี้
เมื่อสอบถามจากทางโรงเรียนก็ได้รับคำตอบแต่เพียงว่าเฟลิเซียพลัดตกจากรถเข็นเท่านั้น ซึ่งเขาไม่เชื่อเด็ดขาด เพราะาแมันเกิดจากถูกของมีคมชัดๆ
สุดท้ายครูประจำชั้นที่ยังพอมีจรรยาบรรณอยู่บ้างก็ได้แอบกระซิบบอกอะไรบางอย่าง
วันนั้น แอนโทนี่จึงคุ้ยถังขยะค้นหาอยู่อย่างบ้าคลั่งั้แ่ตอนค่ำไปจนถึงเช้า จนในที่สุดก็พบเอสดีการ์ดกล้องวงจรปิดที่ก้นถังขยะ หลังจากนำมาเปิดดูก็ถึงกับเืขึ้นหน้า
เหตุการณ์บัดซบเริ่มต้นขึ้นขึ้นใน่พักกลางวัน ตอนนั้นเฟลิเซียกำลังงีบหลับอยู่บนโต๊ะเรียน
จู่ๆก็มีเด็กผู้ชาย 6 คน ค่อยๆย่องเข้ามา หนึ่งในนั้นถือคัตเตอร์เหลาดินสอไว้ในมือ พวกเด็กชั่วซุบซิบกันสักพักก่อนจะนำคัตเตอร์กรีดไปที่ขาลูกสาวตนราวกับกำลังวาดรูปเล่น ที่น่าโมโหคือพวกมันยังหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนานด้วย
เนื่องจากั้แ่เอวลงมาไร้ความรู้สึกเด็กหญิงจึงไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เืได้ไหลนองพื้นไปหมดแล้ว พอตื่นมาเจอก็ถึงกับช็อกจนสลบไป
ดวงตาแอนโทนี่แดงก่ำ ในใจเต็มไปด้วยความแค้นอยากจะวิ่งไปฆ่าพวกมันทิ้งซะทั้งครอบครัว
การที่ลูกมีนิสัยเลวร้ายแต่ยังเล็ก เด็กผิดก็แค่ส่วนหนึ่งแต่ไม่ผิดมากเท่ากับผู้ปกครองซึ่งไม่สอนสั่งให้ดี ดัดกิ่งต้นไม้ไว้แบบใดพอโตขึ้นมามันก็ย่อมเป็แบบนั้น
แม้จะโกรธจนตัวสั่น แต่คราวนี้แอนโทนี่ไม่วู่วามเหมือนในอดีต เนื่องจากพอรู้มาบ้างว่าผู้ปกครองของพวกเด็กบัดซบนั้นเป็คนใหญ่คนโต เขาจึงได้แต่สูดหายใจลึกๆ และเก็บความแค้นฝังอกไว้
ในประเทศไซแอน ประชาชนรู้กันดีว่าความยุติธรรมนั้นตกลงกันได้ถ้ามีอำนาจกับเงินมากพอ
ต่อให้มีหลักฐานแล้วอย่างไร? ไม่แน่ว่าพอให้ตำรวจไป วันต่อมาหลักฐานของคุณก็อาจจะอันตรธานหายไปเลยก็ได้ หนักที่สุดคือเกิดอุบัติเหตุแบบไม่คาดคิดกับตนและลูกสาว…
ยิ่งเ้าหัวโจกเป็ถึงลูกของราชองครักษ์ด้วยแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเื่อำนาจของพวกมันเลย เมื่อมีอำนาจของกษัตริย์ชั่วเข้ามาเกี่ยวข้อง คำว่ากฎหมายก็เป็เพียง "กฎหมา" เท่านั้น
เมื่อสู้ไม่ได้ก็ต้องถอย วันต่อมาแอนโทนี่จึงทำเื่ขอลาออกจากโรงเรียนทันที เขาตั้งใจว่าจะให้เฟลิเซียเรียนที่นิวอีร่านี่แหละ
ดังนั้น คืนนี้จึงได้พาเธอมาทำความรู้จักกับผู้อำนวยการตัวน้อยด้วย
“คือว่า…จะเริ่มรักษาเธอได้เมื่อไรครับ” แอนโทนี่ถามเฟรีสด้วยความกังวล
“สำหรับอาการทางประสาทเริ่มบำบัดตอนนี้ได้เลย แต่ขากับใบหน้าคงต้องรอสักพักก่อน"
“รบกวนด้วยนะครับ” แอนโทนี่ก้มหัวโค้งให้เด็กน้อยด้วยความรู้สึกขอบคุณ
“ว่าแต่รีบไปร่วมงานเถอะ เ้าผึ้งบอกว่าสองคนนั่นคิดว่าลุงท้องเสียสลบคาห้องน้ำแล้ว”
-------------------------
กลับมาที่สนามหญ้าข้างบ้านของครอบครัวฟรีแมน
“เฮ้ เธอชื่อเฟลิเซียใช่ไหม?”
เฟรีสเดินเข้าไปถามเด็กหญิงตัวน้อยตรงมุมสนามหญ้า
“ชะ…ใช่” เฟลิเซียตอบ พร้อมๆ กับดันล้อวิลแชร์ถอยหนีอย่างไม่รู้ตัวตามที่จิตใต้สำนึกสั่ง
“ฉันชื่อเฟรีส สนใจลองกินลูกอมนี่ไหม? ทำเองเลยนะ อร่อยมากๆ” เฟรีสพูดพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ เฟลิเซียช้าๆ
ลูกอมนี่เขาทำเองจริงๆ กะจะทำเอาไว้แบ่งเซซาเรียกับโจนาธานเพื่อให้พวกเขาทานเวลาทำงานเหนื่อยๆ
ลูกอมชนิดนี้เป็สูตรพิเศษจากยุคอนาคต ประกอบด้วยสารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิด นอกจากนั้นยังต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการทำอีกด้วย
เมื่อทานเข้าไปแล้วจะทำให้สบายใจและลดความเครียดได้เล็กน้อย
“….” เฟลิเซียไม่ตอบ แต่มือของเธอยิ่งดันล้อวิลแชร์ถอยห่างเร็วกว่าเดิม
เฟรีสไม่รอช้า เขาใช้ศิลปะการต่อสู้ที่เคยฝึกมาเข้าประชิดและป้อนลูกอมเข้าปากเธออย่างรวดเร็ว พอป้อนเสร็จก็ขยับถอยกลับมาที่เดิม
ทั้งหมดเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น กระทั่งผู้ใหญ่ทั้ง 3 ซึ่งกำลังคุยกันอยู่ก็ไม่ทันสังเกตเห็น
"อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่จะกลัวด้วยซ้ำ ในปากของเด็กหญิงก็ได้รับรู้ถึงรสหวานมันกับขมเล็กน้อยกำลังดี
“เคี้ยวสิ” เฟรีสพูดยิ้มๆ
กรุบ
เด็กหญิงทำตามอย่างว่าง่าย ทันทีที่ลูกอมแตกความเย็นชื่นใจกับกลิ่นหอมของใบมิ้นต์ก็รั่วไหลออกมา พอกลืนความเย็นที่ว่าก็ไหลลงไปตามลำคอด้วยทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างมาก
“อะ อร่อยจังเลย” เฟลิเซียดวงตาเบิกโพลงพร้อมกับอุทานออกมา
"แต่ฉันชอบรสมะนาวโซดามากกว่า ลองดูสิน้องสาวตัวน้อย" เฟรีสไม่พูดเปล่า เขาควักถุงใส่ลูกอมออกมาจากกระเป๋ากางเกง
‘น้องสาว? คนน่าเกลียดแบบเราเนี่ยนะ?’ เฟลิเซียอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ เด็กรุ่นเดียวกันเมื่อเจอเธอก็มักจะถอยหนีแทบทุกราย ด้วยความแปลกใจจึงเงยหน้ามองคนตรงหน้าแบบเต็มๆตา
ซึ่งดวงตาสีดำขลับของอีกฝ่ายก็จ้องกลับมาแบบตรงๆ มันเหมือนกับแววตาของพ่อเธอไม่มีผิด แววตาที่มีแต่ความเป็ห่วงและอบอุ่น
พริบตานั้นเฟลิเซียรู้สึกว่าอยากลองไว้ใจคนตรงหน้าดู
“ว่าไง? สนใจลองดูไหม?” เฟรีสถาม พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น
“อื้ม” เฟลิเซียไม่ถอยหนีอีกแล้ว
“มือเธอเลอะล้อรถหมดแล้ว อ้าปากสิ” เฟรีสหยิบลูกอมสีทองค้างไว้ตรงปากเด็กหญิง
พอเห็นเฟลิเซียอ้าปากกว้างราวกับลูกนก เขาก็อดนึกเอ็นดูไม่ได้
“อร่อยมากเลย” ดวงตาวาววาบนั่นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่ได้โกหกร้อยเปอร์เซ็นต์
“ใช่ไหมล่ะ ทำไว้เยอะเลยนะ ถ้าชอบเดี๋ยวจะแบ่งให้เอากลับไปบ้านด้วยก็แล้วกัน” เฟรีสพูดพร้อมกับลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู
“ผะ…แผลนี่…ไม่กลัวหรอ” เฟลิเซียถามอย่างกล้าๆ กลัวพร้อมกับชี้ไปที่ใบหน้าตัวเอง
พอนึกถึงความพิการและแผลเป็ อารมณ์ของเด็กหญิงเริ่มดิ่งลงอีกครั้ง
แน่นอนเฟรีสย่อมสังเกตเห็น ก่อนที่เฟลิเซียจะคิดเตลิดไปไหนต่อไหนเขาจึงพูดสวนขึ้นทันที
“กลัวทำไมล่ะ? จำไว้นะ ใบหน้ามันเป็แค่เปลือก สิ่งสำคัญคือในนี้ต่างหากและของเธอมันก็สวยมากเลย" เฟรีสพูดจบก็ชี้ไปที่หน้าอกตัวเอง
เท่าที่ได้สืบค้นมา เด็กหญิงตัวน้อยนั้นมีจิตใจอ่อนโยนมาก โดยเฉพาะกับพวกสัตว์ที่าเ็ บ่อยครั้งแอนโทนี่จึงต้องเสียเงินจำนวนมากพาสัตว์พวกมันไปโรงพยาบาล(สัตว์) เพียงเพื่อเอาใจลูกสาว แถมหลังจากนั้นยังต้องหาบ้านให้พวกมันอีก
เด็กนิสัยแบบนี้ไม่มีทางจิตใจไม่ดีได้หรอก
“จะ…จริงหรอ?” เฟลิเซียถามด้วยความไม่มั่นใจ
“จริงๆ” เฟรีสไม่พูดเปล่า เขาลูบตรงใบหน้าส่วนที่เป็แผลของเด็กหญิงเบาๆ ก่อนจะพูดต่อไปว่า
“ถ้าเธอไม่เชื่อ สนใจมาเป็น้องสาวฉันไหมล่ะ”
“ฮึก...ได้สิ” เฟลิเซียสะอื้นออกมาอย่างอดไม่อยู่ นอกจากพ่อแม่แล้ว ยังไม่เคยมีใครใจดีกับเธออย่างนี้มาก่อนเลย แม้แต่ครูที่โรงเรียนก็ตาม
“ไม่เป็ไรนะ ต่อไปมีเื่กังวลก็มาบอกฉันได้” เฟรีสลูบหัวปลอบเด็กหญิงที่กำลังสะอึกสะอื้นอยู่
ตอนนี้เขาสามารถรู้สึกได้ว่ากำแพงที่กั้นตัวเองออกจากผู้คนของเฟลิเซียค่อยๆพังลงทีละนิดแล้ว
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่ทั้ง 3 ซึ่งเพิ่งคุยกันเสร็จพอดี
แอนโทนี่น้ำตาไหลออกมานองหน้า เขาดีใจมากที่ลูกสาวได้เปิดใจกับคนอื่นนอกจากตนสักที
“พวกคุณมีลูกที่ดี” เขาพูดกับสองสามีภรรยาพลางซับน้ำตา
“พาเธอมาบ่อยๆ สิ ฉันเองก็ชอบเด็กคนนี้ด้วย” เซซาเรียเองก็น้ำตาซึมเช่นกัน
มีเพียงโจนาธานเท่านั้นที่นั่งหน้าตายอยู่ ไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยดบนใบหน้า ขณะที่เซซาเรียกำลังจะแอบหยิกให้เขาพูดอะไรออกมาบ้างนั้นเอง
“ทะ ทนไม่ไหวแล้ว โฮๆๆ”
จู่ๆ ตำรวจหนุ่มก็ร้องไห้ออกมาราวกับูเาไฟะเิ ทั้งน้ำมูกน้ำตาทะลักออกมาเปื้อนไปหมด เล่นเอาอีกสองคนถึงกับสะดุ้งโหยง
เฟรีสที่เห็นแอบเบ้ปากนิดๆ ด้วยความรังเกียจ ภาพของชายหนุ่มล่ำบึกกล้ามใหญ่ร้องไห้เสียงดังมันไม่น่ามองเลยสักนิด
เพราะเสียงร้องไห้ราวกับกระบือตายทั้งกลม บรรยากาศซึ้งๆ จึงถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
เซซาเรียโกรธมากจนคิ้วกระตุก สามีคนนี้ของเธอช่างเป็ตัวทำลายบรรยากาศชั้นยอดเลยจริงๆ คราวที่ไปทานอาหารนอกบ้านก็ทีหนึ่งแล้ว
“หุบบบบปากกกก!!!”
เซซาเรียตวาดแว้ด จากนั้นก็ดึงหูสามีลากเข้าไปเก็บในห้องทันที
"อ๊ากกก จะขาดแล้ววว" เสียงร้องโหยหวนดังแว่วออกมาจากในห้องอยู่สักพักก่อนที่จะค่อยๆ เงียบหายไป
“น่าแปลกใจที่หูคนยืดได้ขนาดนั้น” เฟรีสกระซิบบอกเฟลิเซีย จากนั้นทั้งสองก็หัวเราะคิกคักกัน
……………
เช้าวันต่อมา
ขณะที่ครอบครัวฟรีแมนกำลังรับประทานอาหารเช้า
ทางเ้าหน้าที่ตำรวจประเทศมาเร่สืบพบว่า ผู้ตายได้พัวพันกับธุรกิจยาเสพย์ติด นอกจากนั้น....
เสียงรายงานข่าวจากรายการเื่เล่าเช้ามืดดังออกมาจากทีวีที่เปิดทิ้งไว้
"ที่รัก ไอ้ผู้อำนวยการที่เคยหลอกเราตายแล้วล่ะ" เขาะโบอกเซซาเรียซึ่งอยู่ในครัว
การตายของผู้อำนวยการเซทกลายเป็ข่าวใหญ่ เพราะมันเกี่ยวพันไปถึงรัฐมนตรีสาธารณสุขที่เป็ญาติด้วย
ผู้ประกาศข่าวแว่นยังรายงานต่อด้วยว่าเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นบริเวณชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน
เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในประเทศตัวเอง อำนาจอิทธิพลมืดของไซแอนจึงแทรกแซงเข้าไปได้ยาก ส่งผลให้ควบคุมการสืบสวนของตำรวจไม่ได้
เท่านั้นยังไม่พอ ตำรวจของประเทศเพื่อนบ้านยังแจ้งต่อสื่อด้วยว่าเป็การฆาตกรรมแบบตัดตอน ผู้ต้องสงสัยก็คือรัฐมนตรีคนดังกล่าวนั่นเอง
บรรดาสื่อหลายสำนักต่างก็นำมาแฉกันแบบละเอียดยิบ กลายเป็ว่าผู้อำนวยการอ้วนขู่ว่าจะแฉเื่สินบนระหว่างตัวเองกับรัฐมนตรีญาติสนิท จนสุดท้ายตัวเองก็โดนเก็บ
ทว่า ตอนนี้รัฐมนตรีชั่วก็กำลังจะโดนด้วยเช่นกัน เพราะเวลารับสินบนเขาไม่ได้รับคนเดียว แต่จะต้องส่งขึ้นไปให้เบื้องบนด้วย
ซึ่งตอนนี้เ้าพวกเบื้องบนเ่าั้ก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้วเพราะกลัวโดนหางเลขไปด้วย เนื่องจากสื่อช่องต่างๆกำลังแฉหนักมากแม้จะแค่ชื่อย่อก็เถอะแต่หลายคนก็เดาได้แล้ว
ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่วันต่อมาก็มีข่าวว่าท่านรัฐมนตรีถูกจับขังคุกแบบไม่ให้ประกันตัว
ถ้าไม่ติดเชื้อในกระแสเืตายก็คงจะน่าเหลือเชื่อมาก!
"น่าเสียดาย รู้งี้น่าจะปล้นเ้ารัฐมนตรีชั่วก่อน" เฟรีสพึมพำเบาๆ ด้วยความเสียดาย เพราะตอนนี้บัญชีของรัฐมนตรีชั่วถูกอายัดไปแล้ว