ในที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเป็กลางวันหรือเวลาตอนกลางคืนสภาพแวดล้อมเป็ป่าที่มีต้นไม้ลำต้นสูงใหญ่มากมายใบของมันปกคลุมบริเวณพื้นที่โดยรอบไปหมดดูลึกลับเป็อย่างมากวิสัยทัศน์ที่มองเห็นมีหมอกจางๆ ปกคลุมมองได้ไม่ชัด แต่รู้สึกเย็นสบายร่มรื่น
มีต้นไม้ต้นหนึ่งที่ใหญ่มาก ลำต้น4คนโอบอายุต้นไม้น่าจะอยู่มาแล้วหลายปีแล้วจากขนาดที่เห็น มีเส้นด้ายสีต่างๆ ผูกกระดาษติดไว้มากมาย กระดาษปลิวไสว มีศาลเ้าที่ดูเก่าแก่อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้นหลิวอี้พยายามเดินเข้าไปใกล้สถานที่นี้ แต่ยิ่งเดินยังไงก็ไม่ถึงซะทีเหมือนเธอยืนอยู่กับที่ บรรยากาศรอบตัวมีหมอกหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอมองรอบตัวไม่ชัด
เสียงดังโวยวายมาจากข้างนอกทำให้หลิวอี้ใสะดุ้งตื่น หลิวอี้นั่งบนเตียงตั้งสติอยู่เป็เวลานานเธอไม่ได้ใเสียงดังข้างนอกนั้น แต่เธอรู้สึกเสียดายเื่ฝันของเธอ
เฮ้อ!!!!ครั้งนี้ก็ไปไม่ถึงสถานที่นั้นอีกล่ะ น่าเสียดายจังอยากเห็นใกล้ๆกว่านี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะฝันแบบนี้อีก
ใช่แล้วหลิวอี้ฝันถึงสถานที่นี้มาหลายครั้งแล้วั้แ่ชาติแรกที่เธอเกิดมาแต่ไม่ชัดว่าเป็สถานที่แบบไหนและตอนนั้นเป็แค่ไม่กี่ครั้ง ชาติที่ 2 ก็ยังคงฝันถึงเช่นกันมันบ่อยกว่าชาติแรกและมันเริ่มเห็นสถานที่นั้นชัดขึ้น จนมาถึงครั้งนี้ก็เหมือนกันทุกๆ ครั้งเธอพยายามจะเดินเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถเดินเข้าไปได้มันเป็แบบนี้มาโดยตลอด
หลิวอี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับเสียงดังข้างนอกมันขัดขวางความฝันของเธอเสียจริงๆนั้นคือเสียงของย่าเธอเองคงมีเื่แต่เช้าแน่นอนแต่ยิ่งตั้งใจฟังยิ่งมีเสียงหลายคนหลิวอี้เลยรีบทำธุระส่วนตัวออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ในห้องโถงแทบจะอยู่ครบกันทุกคนยกเว้นฟางซื่อแม่ของเธอหลิวหยางน้องสาวตัวกลมของเธอและซูลี่อินลูกสาวบ้านลุงรอง
“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่ามันเป็แบบนั้นจริงๆพวกแกกำลังโกหกฉันอยู่ แกแอบกันไว้เองซินะใช่ซิฉันมันเป็แม่ที่แก่แล้วจะตายวันไหนก็ไม่รู้ พวกแกเลยรังแกฉันกันแบบนี้”แม่เฒ่าเกาโวยวายไปด้วยคร่ำครวญไปด้วย
“ฉันไม่ได้โกหกจริงๆ หลี่จิ้งไม่ได้ส่งจดหมายมาจริงๆไปถามที่หัวหน้าหมู่บ้านก็ได้ฉันไม่ได้รับจดหมายลูกชายเลย ฉันไม่ได้โกหกแม่นะ”ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ช่วยกันอธิบาย
“อาจิ้งเป็เด็กดีไม่ทำตัวแบบนั้นหรอกหลานชายของฉันจะปล่อยฉันให้อดอยากได้ยังไง” แม่เฒ่าเกาชี้หน้าลูกชาย
เหอะ!!เพิ่งรู้ว่าพี่ใหญ่เป็หลานรักของย่า หลิวอี้ที่ยืนอยู่มุมเงียบๆ แอบขำไม่ได้ส่วนบ้านลุงรองก็นั่งทำหน้าระรื่นเหมือนกำลังดูเื่สนุกอยู่อย่างไงอย่างนั้นเลย
“พ่อไม่ได้โกหกย่า ฉันไปโทรถามหน่วยงานของพี่ใหญ่แล้วพี่ใหญ่ไปทำภารกิจติดต่อไม่ได้เค้าเลยไม่ได้ส่งเงินมาให้ไม่ได้เป็อย่างที่ย่าพูดเลยแม้แต่น้อย”
“ปู่กับย่าก็รู้ว่าฉันเป็คนยังไงถ้าไม่เชื่อใจพ่อแม่ฉันกับพี่สะใภ้มาถามฉันก็ได้พี่เงียบหายไปทางพวกฉันก็เป็ห่วงเหมือนกันไม่ได้รออยู่เฉยๆ ”ลี่ิเริ่มโมโหเลยตอบกลับย่าแทนพ่อ
“ค่าใช้จ่ายในบ้านมันเยอะพอเราขาดรายได้ไปย่าเขาก็เลยเป็กังวล เขาก็ห่วงอาจิ้งเหมือนกันนั้นล่ะแกอย่าเข้าใจเจตนาปู่กับย่าผิดไป” พ่อเฒ่าซูเห็นหลานชายเริ่มมีอารมณ์รีบพูด
“ใช่ บ้านเราอยู่กันตั้งเยอะแยะก็เป็ธรรมดาที่ย่าเขาจะร้อนใจ ลี่ิแกอย่าพูดจาให้มันแรงไปนักมันจะเป็การไม่เคารพผู้ให้เอานะ” ลุงรองกล่าวน้ำเสียงขึงขัง
ลี่ิเม้มปาก ก้มหน้าไม่พูด เหอะ!ปู่ช่างกล้าพูดว่าเป็ห่วงพี่ใหญ่ก็เห็นอยู่ว่าอะไรเป็อะไร เห็นเค้าโง่มั้ง
“ฉันมันแก่รอวันตายจริงๆ หลานชายก็ไม่เคารพที่ฉันพูดก็เพราะคนทั้งบ้านทั้งนั้น ฉันทำเพื่อใครกัน”แม่เฒ่าเการ้องไห้โวยวายมากกว่าเดิม
ในที่นี้คนที่หลิวอี้สนใจคือการได้เห็นพี่สะใภ้คนโต เหอซิ่วอิง เป็คนหน้าตาธรรมดาอ่อนแอแบบไม่น่าเชื่ออ่อนแอเกิน อะไรก็ร้องไห้ เงียบไม่พูดไม่จา ก้มหน้าร้องไห้อาจเพราะไม่มีสามีปกป้องเพราะอยู่ไกลละมั้ง เลยไม่เคยมีปากมีเสียงเลย
ส่วนพี่ชายบ้านลุงรอง พี่ชายคนที่4 ของเธอ ซูจางเหว่ย เป็คนหน้าตาพอดูออกบ้านๆ บวกกับความสูงที่ไม่ค่อยสูงแถมนิสัยเกเร ี้เีถอดแบบป้าสะใภ้รองมา ก็ไม่แปลกที่หาคนแต่งงานด้วยยาก
น้องสาวบ้านลุงใหญ่ ซูลี่จูหน้าเล็กมาก ผอมเหมือนถั่วงอก หัวโต จากสภาพร่างกายใครจะคิดว่าอายุ 15 แล้ว น้อยครั้งมากที่เธอจะได้เห็นพวกเค้าไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้
กับพี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่เคยคุยกันเลยสักครั้งส่วนซูจางเหว่ยพี่ชายคนนี้เอาจริงๆ ก็ไม่ได้อยากเรียกพี่หรอกแค่เกิดก่อนเธอไม่กี่เดือนเท่านั้นจะว่าเป็ศัตรูกับเธอก็ว่าได้แต่ซูลี่จูน้องสาวคนนี้นี่ซิที่ดึงดูดหลิวอี้
ลี่จูพยายามเข้าหาเธอในฐานะพี่สาวโดยตลอดในชาติที่แล้วแต่ตอนนั้นหลิวอี้เ็าเกินไปไม่ได้สนใจเท่าไหร่ และไม่ได้เจอกันบ่อยๆเธอก็ปล่อยผ่านไปตอนนี้เธออยากให้น้องคนนี้มีชีวิตที่ดีเช่นกันจากที่เห็นสภาพร่างกายวันนี้
“วันนี้คิดยังไงถึงออกมาดูละคร”เฟยหลงเดินมาแตะตัวหลิวอี้
“ใหมดเลย!!! พี่อยากออกมาดูบ้างไม่ได้เหรอ”หลิวอี้เอามือลูบหน้าอก
“ปกติพี่ไม่ดูนี่ เห็นหนีตลอดกลัวเขาพาลมาด่าเื่พี่ตอนนี้มีความกล้าแล้วเหรอ” เฟยหลงทำหน้าทะเล้น สองพี่น้องแอบคุยกันเงียบ ๆ
“แล้วสามีของเธอหายไปไม่ติดต่อเธอไม่ห่วงเขาบ้างหรือไงหรือพวกเธอแอบติดต่อกันไม่บอกคนอื่นฮะ แต่งงานมาหลายปีก็ไม่ท้องสามีหายไปยังไม่กังวล เธอเป็เมียแบบไหนกันแน่” แม่เฒ่าเกาพาลด่าหลานสะใภ้
“เขาไม่ได้ติดต่อฉันจริงๆ ค่ะขอโทษค่ะย่าฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” พี่สะใภ้ใหญ่ ก้มหน้าสะอึกสะอื้น
“แม่อย่าด่าซิ่วอิงเลยเธอก็รออาจิ้งอยู่เหมือนกันไม่สบายใจมากพออยู่แล้ว” ป้าสะใภ้ใหญ่ช่วยพูด
“ใช่ซิฉันมันแตะต้องใครไม่ได้เลยหัวงอกหัวดำมันไม่มีความหมายกับพวกแกเลยซินะ ฉันละอยากตายไปให้พ้นๆพวกแกจะได้มีความสุข”
“แม่อย่าพูดเลยตายซิ แม่ต้องอยู่กับพวกเราไปอีกนานพี่สะใภ้ก็ไม่ควรพูดแบบนี้ แม่ก็แค่สั่งสอนหลานทำไมต้องทำให้เม่เสียใจด้วย”ป้าสะใภ้รองรีบประจบเอาใจแม่สามี
“พอๆ เลิกโวยวายกันได้แล้วข้าวเช้าทำเสร็จหรือยังแยกย้ายกันไปทำจะได้ไปทำงานส่วนเ้าใหญ่ยังไงก็ติดต่ออาจิ้งให้ได้ละกัน อย่าให้แม่เขาร้อนใจมากไปกว่านี้”พ่อเฒ่าซูเอ่ยตัดบท
ผู้หญิงบ้านลุงใหญ่สามคนแยกไปทำอาหารเช้ายายเฒ่ากระทืบเท้าเดินเข้าห้องส่วนบ้านรองก็หนีเข้าห้องไปเช่นกันเพราะไม่อยากเข้าครัวในห้องโถงเหลือแค่พ่อเฒ่าซูลุงใหญ่ พ่อของเธอ และพี่ลี่ิ
“พวกแกต้องเข้าใจแม่กับย่าของแกเราอยู่เป็ครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ เงินทองที่ต้องใช้จ่ายมันก็เยอะมากถ้าขาดเงินเดือนของอาจิ้งไปคนในบ้านจะอดอยากกันได้”
“ผมเข้าใจแล้วครับพ่อว่าครอบครัวลำบากถ้ามีงานพิเศษในหมู่บ้านผมก็จะรับทำช่วยหาเงินอีกทางจนกว่าจะติดต่ออาจิ้งได้”ลุงใหญ่กล่าว
“ห่าวหรานแกมีความเห็นยังไงบ้างฉันเห็นแกเงียบมาตลอดแกไม่ทุกข์ไม่ร้อนบ้างเลยหรือไงคนอื่นรู้จะหาว่าแกใจดำไม่สนใจครอบครัวนะ” พ่อเฒ่าซูตำหนิพ่อของหลิวอี้
“ไม่มีความคิดเห็นอะไรครับเป็ทหารการทำภารกิจเป็เื่ปกติอยู่แล้วและอาจิ้งเองก็ดูแลครอบครัวมาตลอดไม่เคยตกหล่นแม้แต่เดือนเดียวถ้าเขาติดต่อไม่ได้มันคงติดต่อไม่ได้จริงๆ พ่อจะให้ผมคิดอะไร”พ่อหลิวอี้พูดแบบมึนๆ เขารู้ว่าพ่อเขา้าอะไร แต่เขาจะไม่เสนอให้หรอก
ฉันให้แกช่วยคิดหาเงินเพิ่มเข้าบ้านไม่ใช่คิดเื่นี้แกมันไม่รู้เื่จริงๆ หรือแกล้งกันแน่ พ่อเฒ่าซูคิดในใจ
“เฮ้อ!! มีแต่เื่หนักใจ”พ่อเฒ่าซูทำเป็เหนื่อยแล้วเดินเข้าห้องไป ส่วนลุงใหญ่กับพี่ลี่ิก็แยกตัวออกไปแล้วพอไม่มีอะไรดูแล้ว พี่น้องหลิวอี้ เฟยหลง ก็จะหนีออกไปแต่พ่อหันมาเจอซะก่อน
“มาหลบอะไรอยู่ตรงนี้” พ่อถามลูกทั้งสอง
“พี่เขามาแอบดูละครน่ะ” เฟยหลงทำหน้าทะเล้น
“เหอะๆ ลุงใหญ่กับพี่ลี่ิเขาโอเคไหมคะพ่อฉันเขาเห็นสีหน้าไม่ดีเลย”
“ไม่ต้องห่วงหรอกลุงใหญ่เขามีความคิดแต่เขาเป็คนไม่แสดงออกแบบนี้ล่ะเขารู้ว่าควรทำอะไรแล้ววันนี้จะกินข้าวเช้าพร้อมทุกคนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ กินก่อนกินหลังก็ได้กินเหมือนกันนั้นล่ะฉันไม่อยู่ให้พวกเขาเห็นดีกว่า บ้านขาดรายได้ด้วยเดี๋ยวคนเดือดร้อนจะเป็ฉันเอง”หลิวอี้กล่าวยิ้ม ๆ แล้วแยกย้ายกับพ่อและน้องชาย
อดคิดไม่ได้ว่าพ่อเธอนี่ดีจริงๆถ้าเป็บ้านอื่นมีคนแยกกินข้าวแถมลูกสาวที่ยังไม่แต่งงานกลับบ้านเย็นงานบ้านก็ช่วยน้อยมากป่านนี้เป็เื่ใหญ่ไปแล้วเธอก็เอาเปรียบพวกป้าสะใภ้ใหญ่พอสมควรนะเนี้ยเอาเป็ว่าขอชดเชยเื่อื่นก็แล้วกัน
ถ้าให้เธอต้องพึ่งพาแต่กับข้าวที่บ้านเธอก็คงมีสภาพไม่ต่างจากน้องสาวลี่จู ดีที่เธอทำงานที่สำนักงานทั้งเมียลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ทั้งพี่ใหญ่เฮอและคนอื่นๆ มักจะเอาของกินมาให้เธอประจำ นอกจากหมั่นโถวข้างฟ่างฝืดคอที่ทางบ้านเก็บไว้ให้เธอเป็ข้าวเที่ยงเธอได้คนเหล่านี้นั้นล่ะ ที่เอ็นดูเธอ