กองคาราวานกำลังเคลื่อนที่ช้าๆ ผ่านถิ่นทุรกันดาร สองข้างมีทหารรับจ้างคอยระวังภัย ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถม้าที่เต็มไปด้วยสินค้า
ใบหน้าสงบนิ่งของชายหนุ่มต้องแสงแดนอันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ ขณะเดียวกันลมเย็นโชยมากระทบเสื้อคลุมที่ค่อนข้างเก่าแต่ทว่าสะอาดเรียบร้อยเพิ่มความสง่างามให้กับเขา
“ท่านอาร์เวล ท่านไปทำร้ายใครบางคน นั้นจึงทำให้ต้องหลบหนีเพราะกลัวจะถูกฆ่าสินะ”
“เดี๋ยวก่อน เ้าคิดว่าทำลายความกล้าหาญของข้าหรือ สิ่งที่ข้าทำเพราะปกป้องผู้คน และไม่ได้หนีเพียงหาสถานที่ตั้งหลักเท่านั้น” อาร์เวลพูดเสียงดัง ด้วยท่าทางองอาจผึ่งผาย
อาร์เวลไม่ใช่คนโลกนี้ เขาเกิดใหม่เป็ลูกชายของบารอนวาร์นา แม้จะเป็บุตรนอกสมรสแต่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แม่ของเขาเป็คนรักของบารอนวาร์นารักที่สุดและเธอเสียชีวิตระหว่างให้กำเนิดเขา
เดิมทีเขา้าอยู่อย่างสงบสุข ทว่าแม่เลี้ยงของเขา ภรรยาของบารอนวาร์นาพยายามฆ่าเขา หากไม่ใช่ความรู้ของชาติก่อนเขาคงเสียชีวิตไปหลายครั้งแล้ว ั้แ่นั้นมาเขาก็ศึกษาเกี่ยวกับโลกนี้และฝึกศิลปะการต่อสู้ เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อายุแค่สิบหกปีก็สามารถสู้ชนะอัศวินทั้งหมดของบารอนวาร์นาได้
บารอนเวร์นา้าแต่งงานกับแม่ของอาร์เวล เพียงแต่พ่อของบารอนเวร์นา ้าให้เขาแต่งงานกับบุตรสาวอัศวินคนสนิท นั่นทำให้แม้เขาจะรักแม่ของอาร์เวลแต่ก็ไม่สามารถแต่งงานกันได้
อย่างไรก็ตาม่ต้นฤดูหนาวก่อนหน้านี้พ่อของอาร์เวลบารอนวาร์นาป่วยกะทันหันและกำลังจะเสียชีวิต ด้วยความสามารถหลายๆ อย่างของอาร์เวล เขาตั้งใจให้อาร์เวลเป็บารอนคนต่อไป
แม้เป็การตัดสินใจของบารอนวาร์นา แต่ก็ถูกคัดค้านโดยภรรยาและลูกชายของเขา สุดท้ายก็เขายังคงตัดสินใจเหมือนเดิม
ทว่าโชคชะตาก็เล่นตลกกับอาร์เวล ก่อนการแต่งตั้งอย่างเป็ทางการ บารอนวาร์นาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ความจริงเขาสงสัยว่าการเสียชีวิตของบารอนวาร์นาเกี่ยวข้องกับภรรยาและลูกชายของบารอนวาร์นา
นั่นทำให้อาร์เวลโกรธมากแม้เขาจะเกิดใหม่ แต่บารอนวาร์นาเป็พ่อที่ดีสำหรับเขาคนหนึ่ง ในคืนนั้นเขาจึงบุกเข้าไปในปราสาทหวังจะสังหารสองคนนั้น เพียงแต่แม้เขาจะเก่งมากแต่ก็ไม่สามารถสู้กับอัศวินนับร้อยคนได้
ระหว่างการหลบหนีอาร์เวลได้ขโมยเงินจำนวนหนึ่งก่อนออกจากปราสาท เขาปลอมตัวออกจากเมืองแล้วจึงติดตามกองคาราวานเพื่อเดินทางขึ้นเหนือ
ถนนในถิ่นทุรกันดารนั้นขรุขระ แม้ว่ารถม้าจะรองด้วยฟางหนาเพื่อลดการกระแทก แต่ก็ไม่ได้ทำให้สะดวกสบายขึ้นมากนัก เพียงแต่ว่าสะดวกสบายกว่าพวกที่ขี่ม้าหรือเดินเท้า
“ศัตรูโจมตี! ศัตรูโจมตี! ทุกคนศัตรูกำลังมาเตรียมพร้อมต่อสู้” เมื่ออาร์เวลกำลังพักผ่อน เสียงร้องะโก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้า ครู่เดียวคาราวานหยุดเดินหน้าทันที ตอนนั้นเองรถม้าเริ่มก่อตัวเป็วงกลมสร้างแนวป้องกัน ใบหน้าของเหล่าพ่อค้าและทหารรับจ้างค่อยๆ สงบลง เห็นได้ชัดว่านี้ไม่ใช่เื่ที่เคยเกิดครั้งแรก
อาร์เวลยืนขึ้นมองไปไกลๆ พร้อมชักดาบออกจากเอวซ้ายของเขา สำหรับเขาการต่อสู้คือประสบการณ์ ทหารรับจ้างควบม้าวิ่งเข้ามา ทว่าด้านหลังมีเงามือหลายร้อยตัวกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
ออร์คเป็สิ่งมีชีวิตอันตรายมากในถิ่นทุรกันดาร ตัวเต็มวัยมีความสูงมากกว่าสองเมตร พวกมันโหดร้ายกระหายเืและแข็งแรงกว่ามนุษย์ ตะบองขนาดใหญ่ของมันสามารถสังหารมนุษย์ได้ในการฟาดเพียงครั้งเดียว
เผ่าออร์คขนาดเล็กมีหลายสิบตัว เผ่าขนาดกลางนับร้อยตัว หากเผ่าใหญ่มีมากกว่านั้น แต่ทว่าที่จำนวนมากจริงๆ คือก๊อบลิน
กล่าวคือเมื่อเทียบกับออร์ค ก๊อบลินนั้นอ่อนแอกว่ามากแม้กระทั่งชาวนายังสามารถสังหารมันได้ สัตว์ประหลาดชนิดนี้ไม่มีอะไรให้กลัวนอกจากจำนวน
ออร์คไม่ใช่สัตว์ร้ายที่มีสติปัญญามากนัก เพียงสามารถสร้างอาวุธชุดเกราะหยาบและเรียบง่ายได้เท่านั้น
เหล่าออร์คในระยะไกลเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว อาร์เวลสามารถมองเห็นผิวสีเขียวเข็มของพวกมันได้อย่างชัดเจน ลำคอสีดำคล้ำใบหน้าเหมือนหมูป่า
นอกจากเหล่าออร์คแล้ว ยังมีก๊อบลินหลายร้อยตัวซึ่งควรเป็ทาสของออร์ค วิ่งนำหน้าออกมา
กลุ่มสัตว์ประหลาดวิ่งเข้ามาอย่างไร้ระเบียบและยุ่งเหยิง ล้อมรอบรถม้าอย่างรวดเร็ว
“โฮกกก!”
“โจมตี!”
“ฆ่ามัน ฉีกเนื้อพวกมันออกมา” เสียงะโของเหล่าสัตว์ประหลาดขณะกำลังจะเข้าปะทะ
“ธนู! เตียมพร้อม”
“ยิง!” ธนูมากกว่าสองโหลถูกยิงออกไปสังหารก๊อบลินนับสิบตัว
“นักรบ! เตรียมพร้อมรับการปะทะ!” แม้ว่าจำนวนมนุษย์จะน้อยกว่าแต่ด้วยความร่วมมืออย่างเป็ระเบียบ และการป้องกันจากรถม้าจึงสามารถต้านการโจมตีของเหล่าตัวประหลาดได้อย่างดี
หอกยาวของทหารรับจ้างแทงไปช่องว่างระหว่างรถม้าสังหารเหล่าก๊อบลินที่พุ่งตัวเข้ามา ขณะนั้นเองก๊อบลินเริ่มปีนขึ้นรถม้า
อาร์เวลกระโจนขึ้นไปบนรถม้าไปพร้อมใช้ดาบฟันไปที่คอของก๊อบลิน เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าสังหารเหล่าก๊อบลิบไปอีกหลายสิบตัว
เหล่าตัวประหลาดถูกสังหารไปเป็จำนวนมาก แต่แล้วทันใดนั้นออร์คตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่มก็เดินเข้ามาช้าๆ พร้อมลากตะบองไม้ขนาดใหญ่
อาร์เวลเห็นดังนั้นจึงวิ่งเข้าหาออร์คตัวนั้นทันที เมื่อมันเห็นเขาเข้าใกล้จึงฟาดตะบอกมา ชายหนุ่มะโม้วนตัวไปทางซ้ายของตัวเองในทันที
“ตึมมม!” เสียงฟาดของตะบองดังคล้ายะเิฝุ่นฟุ้งกระจาย ทหารรับจ้างและพ่อค้าที่เห็นเหตุการณ์หน้าเปลี่ยนสีทันที
“แย่แล้ว”
นี่ไม่ใช่ออร์คธรรมดา มันคือออร์คนักรบปกติจะสามารถพบได้ในเผ่าขนาดกลางในป่าลึกเท่านั้น ต้องใช้นักรบมนุษย์นับสิบคนจึงจะสามารถสังหารมันได้
อย่างไรก็ตามอาร์เวลยังคงสงบไม่ได้แสดงอาการใ ชายหนุ่มยังคงหลบการโจมตีครั้งต่อมาของออร์คนักรบตัวนั้นได้ ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ขณะกำลังเข้าใกล้ มันยกตะบอกขึ้นพร้อมหมุนตัวฟาด
ขณะเดียวกันอาร์เวลกระโดนขึ้นสูงกว่าสองเมตร พุ่งตัวฟันไปที่คอของออร์คนักรบ ศีรษะและร่างกายค่อยๆ แยกจากกัน ร่างล้มลงส่วนศีรษะของมันตกอยู่ที่ปลายเท้า
เหล่าออร์คและก๊อบลินเมื่อเห็นหัวหน้ามันถูกสังหารขวัญกำลังใจพังทลายทันทีจึงพากันวางอาวุธและวิ่งหนีเข้าไปในป่า
เหล่าทหารรับจ้างเห็นอาร์เวลสามารถสังหารออร์คนักรบได้ในเวลาไม่ถึงนาทีก็อ้าปากด้วยความใ ขวัญกำลังใจของมนุษย์ที่ใกล้ล่มสลายเพิ่มขึ้นทันที พร้อมไล่สังหารสัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่
ในตอนท้ายของการต่อสู้ทหารรับจ้างเริ่มทำความสะอาดสนามรบช่วยเหลือผู้าเ็ อาร์เวลก็เดินไปที่รถม้าแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับาเ็ แต่การต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
“ท่านอาร์เวล ขอบคุณความช่วยเหลือของท่านอย่างยิ่ง” ทันทีที่อาร์เวลกลับไปที่รถม้า บาร์ดหัวหน้าคาราวานก็วิ่งมาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
นักเดินทางที่แปลกประหลาดคนนี้เป็คนที่บาร์ดพบที่เมืองทางใต้ และอาร์เวลบอกว่าเขาเป็ขุนนาง้าเดินทางไปเมืองทางเหนือ ในตอนแรกบาร์ดไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ส่วนใหญ่เป็เพราะชายคนนี้ไม่มีท่าทางเหมือนขุนนางเลย และเขาก็ไม่เคยเห็นขุนนางเดินทางไกลคนเดียวเลย
แต่ปรากฏว่าอาร์เวลคือขุนนางอย่างแท้จริงและเป็ขุนนางที่ทรงพลังมากด้วย
อาร์เวลนำดาบกลับเข้าฝักแล้วจึงแนบไว้ที่เอวดังเดิม
“ข้าไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว”
“อะไรหรอ” บาร์ดสับสันหลังเห็นอาร์เวลแบมือมาทางเขา
“อย่าแกล้งทำเป็สับสนข้าเพิ่งช่วยกองคาราวานของเ้า แล้วจะไม่จ่ายอะไรเพื่อขอบคุณหน่อยหรอ” อาร์เวลยกมือข้างหนึ่งจับไหล่และอีกข้างจับแขนของบาร์ด และพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ
ไม่ใช่ว่าเป็ขุนนางที่เที่ยงตรง กล้าหาญ และไม่เห็นตัว? เ้าจะเปิดปากออกมาก็กลายเป็ต้องมีของตอบแทน?
มองไปที่บาร์ด อาร์เวลหายใจเข้าลึกๆ
แรงกดทันทีแพร่ออกมาบาร์ดมองไปที่สนามรบใกล้ๆ ในที่สุดก็เย็บถุงเงินออกมาส่งมอบให้อาร์เวล “ขอบคุณที่ช่วยเหลือท่านอาร์เวล”
อาร์เวลหยิบถุงเงินขึ้นมาอย่างสบายๆ เสียงกระทบกันของเหรียญทองที่เย้ายวนใจ ภายในคาดว่ามีอย่างน้อยห้าสิบ หกสิบเหรียญ “เอาล่ะ ครั้งต่อไปมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ”
หลังจากได้เงินอาร์เวลก็ตบไหล่บาร์ดเบาๆ ก่อนจากไป
สนามรบได้รับการทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว ทหารรับจ้างไม่ได้ฝังศพ เพียงแค่โยนออกไปข้างทางหมาป่าและสัตว์กินซากจะจัดการมันอย่างรวดเร็วภายในวันสองวัน
ส่วนคนที่เสียชีวิตจะถูกเผาแล้วนำกระดูกกลับไป สำหรับพวกออร์คนั้นยากจนจริงๆ แทบไม่มีอาวุธที่ใช้ได้ อุปกรณ์เหล็กยังสามารถนำไปขายได้
หลังจากเคลียร์สนามรบแล้ว กองคาราวานเริ่มเดินทางอีกครั้ง ถึงกระนั้นบรรยากาศในคาราวานเริ่มเปลี่ยนไป ทหารรับจ้างที่เคยพูดคุยกับอาร์เวลแสดงท่าทางหวาดกลัว ทุกคนพูดน้อยลงอย่างไม่ตั้งใจ
อาร์เวลนอนหงายบนรถม้า เขาไม่ได้สนใจสายตาของคนเ่าั้ ใช้เวลาสำหรับการพักผ่อน
วันถัดมากองคาราวานก็ไม่ได้พบออร์คอีก อาจเป็เพราะอาร์เวลที่สามารถสังหารออร์คนักรบได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้สัตว์ประหลาดเหล่านี้รู้ว่าในกองคาราวานมีนักรบที่ทรงพลังอยู่
อีกสามวันถัดมากองคาราวานยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม อาร์เวลเริ่มเบื่อกับการเดินทางแล้ว ทว่าในที่สุดเขาก็เห็นเส้นสีดำจากไกลๆ เมื่อขบวนเริ่มเข้าใกล้เส้นสีดำก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็กำแพงเมือง