ตอนที่ 10 บาทหลวงอามอร์ธ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเด็กน้อยได้คลุกคลีดูแลชายชรามาตลอด มันจึงไม่แปลกหากเขาจะพลอยติดไข้ไม่สบายไปด้วย
เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันอาทิตย์ โบสถ์จึงไม่ใช่สถานที่ที่มีคนพลุ้งพล่านมากนัก และ่เวลานี้ก็เป็ฤดูหนาว ชาวบ้านไม่ค่อยออกมาเดินเล่นหรือใช้ชีวิตกลางลานกว้าง จึงไม่มีใครสังเกตเห็นร่างเล็กที่ล้มทรุดลงตรงนั้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เด็กน้อยที่รู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็พบว่าตนเองได้อยู่บนเตียงของสถานที่ภายในโบสถ์แล้ว
“เธอตื่นแล้ว” บาทหลวงชราท่าทางใจดีเอ่ยขึ้น
เมอร์ลินพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียง แต่กลับถูกบาทหลวงชรากดลงก่อน
“อย่าพึ่งลุก อาการของเธอยังไม่หายดี”
“ไม่ ผมไม่อาจนอนเฉยๆ อยู่ที่นี่ได้” เมอร์ลินรีบนำเงินที่เขาเก็บไว้ออกมา
เขาค้นหาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนำมันออกมาแล้วยื่นให้กับบาทหลวงชรา
บาทหลวงชราเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่เข้าใจการกระทำของเด็กน้อย
“นี่คือเงินทั้งหมดที่ผมมี ได้โปรดหลวงพ่อไปช่วยรักษาคุณปู่ของผมด้วย” เด็กน้อยรีบเอ่ยพร้อมกับยื่นเหรียญเงินไม่กี่เหรียญที่อยู่ในมือ
แน่นอนว่านี่คือเงินทั้งหมดที่เขามี ซึ่งมันไม่มากนักในสายตาของคนทั่วไป อย่างไรครอบครัวของเขาก็เป็แค่คนเก็บฟืนเท่านั้น ย่อมไม่ร่ำรวยแต่อย่างใด
“ที่เธอมาที่นี่เพราะปู่ของเธอ?”
“ใช่ เมื่อห้าวันก่อนเขาล้มลงที่หน้าบ้านและมีเืออกที่หัว เขากินยาสมุนไพรที่เขาหามา แต่ดูเหมือนว่าอาการของเขาไม่ได้ดีขึ้นเลย ตอนนี้เขาหน้าซีดมาก ผมเลยต้องมาหาหลวงพ่อที่นี่”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเมอร์ลิน ใบหน้าของบาทหลวงชราก็เปลี่ยนไป
แน่นอนว่าเขาพอจะคาดเดาอาการของคนไข้ได้ ซึ่งอาการนี้ไม่ดีอย่างแน่นอน
“ทำไมเธอไม่มาให้เร็วกว่านี้ ดูเหมือนว่าอาการของปู่เธอจะหนักเอาการ”
“ผมพยายามแล้ว แต่เขาดื้อมาก”
บาทหลวงชราถอนหายใจ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
ใบหน้าของเมอร์ลินใเป็อย่างมากเขาทำอะไรไม่ถูกที่จู่ๆ บาทหลวงชราก็เดินออกไปแบบนั้น
แต่เพียงแค่ครู่เดียวเขาก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋าหนังขนาดใหญ่ใบหนึ่งที่สะพายอยู่ข้างกาย
“เอาล่ะ บอกมาว่าปู่ของเธอเป็ใคร ฉันจะไปดูอาการของเขาให้” บาทหลวงชรากล่าวด้วยท่าทางที่มุ่งมั่น
ไม่ใช่ว่าบาทหลวงทุกคนจะมักใหญ่ไฝ่สูงหรือกระหายในอำนาจ
บาทหลวงชราผู้นี้มีชื่อว่า “อามอร์ธ”
แม้เขาจะเป็บาทหลวงแต่เขาก็ยังเป็แค่นักบวชเท่านั้น
บาทหลวงทุกคนหลังจากจบมาจากมหาวิทยาลัยแห่งศาสนจักร พวกเขาจะมีคุณสมบัติเป็ “นักบวชฝึกหัด” ผู้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ขั้นแรก การที่พวกเขาจะเลื่อนขั้นไปขั้นถัดไปได้นั้นพวกเขาต้องสั่งสมพลังศรัทธาให้กลายเป็ “นักบวช” ที่แท้จริงได้
นอกจากนักบวชแล้ว ขั้นถัดไปก็จะเป็นักบวชชั้นกลาง นักบวชชั้นสูง ไปจนถึงบิชอปหรือพระคาร์ดินัล
แม้สถานะของบาทหลวงอามอร์ธจะสูงกว่าบาทหลวงปีเตอร์ แต่ด้วยอายุของเขาแล้วสถานะนักบวชนั้นนับว่าเป็ขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว
อย่างไรก็ตามบาทหลวงอามอร์ธนั้นเป็ผู้มีจิตเมตตาเป็อย่างมาก เขาไม่สนฐานะหรือตำแหน่ง ยินดีที่จะจมอยู่กับโบสถ์ของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
แน่นอนว่าการช่วยเหลือนี้เขาไม่ได้คิดถึงเงินที่เมอร์ลินตั้งใจยื่นให้ด้วย
“ปู่ของผมคืออีริก บ้านของเขาอยู่บนูเาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน เขามักจะเอาฟืนมาขายในหมู่บ้านประจำ” เมอร์ลินกล่าว
“อีริก ที่แท้เขาก็คืออีริก มิน่าล่ะเมื่อวานเขาถึงไม่เอาฟืนมาส่งให้โบสถ์”
“คุณรู้จักเขาด้วย”
“ใช่ เอาล่ะฉันรู้จักบ้านของเขา ฉันจะไปช่วยเขาเดี๋ยวนี้”
“ผมจะไปกับคุณด้วย”
“ไม่ เธอยังไม่หายดี เธอควรพักอยู่ที่นี่”
เมอร์ลินเหยียดกายลุกขึ้นและปรับตัวกับร่างกายของตนเองเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาว่า “ไม่ครับ ผมจะไปกับคุณด้วย ผมคงไม่สบายใจแน่ๆ ถ้าหากผมยังนอนอยู่ที่นี่”
“เห้อ เธอนี่มันดื้อเหมือนกับปู่ของเธอจริงๆ” บาทหลวงอามอร์ธส่ายศีรษะไปมา
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่สามารถห้ามเมอร์ลินได้
“เอาล่ะ ถ้าเธอ้าไปด้วยจริงๆ ตอนนี้เธอควรอยู่เฉยๆ ซะ”
หลังจากกล่าวจบบาทหลวงอามอร์ธก็ยกแหวนที่อยู่บนนิ้วมือเข้ามาจูบ
“ข้าแด่พระผู้เป็เ้า ...”
เขาท่องบทสวดพรึมพรำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มือข้างนั้นของเขาจะปรากฏแสงสว่าง
บาทหลวงอามอร์ธใช้มือข้างนั้นไปวางไว้บนศีรษะของเด็กน้อย
เมอร์ลินรู้สึกเหมือนมีกระแสความอบอุ่นวิ่งแล่นภายในร่างกายวูบหนึ่ง
ทันทีที่บาทหลวงอามิร์ธถอนมือออกไป เมอร์ลินก็รู้สึกว่าร่างกายปลอดโปร่งอย่างน่าอัศจรรย์ ความอึดอัดที่เหมือนไม่สบายตัวก่อนหน้านี้ได้หายไปจนหมดสิ้น
“พลังศักดิ์สิทธิ์?” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างใ
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้พบกับพลังศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแท้จริงแล้วก่อนหน้านี้ตอนที่เจนต่อสู้กับบาทหลวงปีเตอร์ เขานั้นสลบอยู่จึงไม่ได้เห็นการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์นั้น นี่จึงถือว่าเป็ครั้งแรกที่เขาได้พบมัน
ซึ่งโดยปกติแล้วเหล่านักบวชจะไม่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างพร่ำเพรื่อ เพราะดูเหมือนว่าการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจะมีขีดจำกัดของมันเช่นกัน
“ใช่ มันคือพลังศักดิ์สิทธิ์และฉันก็ใช้มันได้ไม่บ่อยนัก พลังที่เหลือก็น่าจะเพียงพอให้รักษาปู่ของเธอได้”
“ขอบคุณ” เมอร์ลินกล่าวด้วยใบหน้าที่มีความหวัง
“เอาล่ะไปกันได้แล้ว”
ว่าแล้วทั้งสองก็ออกเดินทางไปยังบ้านกลางป่าของอีริก
บาทหลวงอามอร์ธให้เมอร์ลินจับมือของเขาเอาไว้ ขณะเดินทางไปด้วยกัน
เมอร์ลินรู้สึกว่าลมหนาวที่พัดเข้ามาไม่ได้รู้สึกทรมานเหมือนก่อนหน้านี้
เขาเงยหน้ามองบาทหลวงชราเป็ครั้งคราว
‘หรือนี่ก็เป็พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาด้วยอย่างนั้นหรอ?’ เมอร์ลินขบคิดในใจ
พลังศักดิ์สิทธิ์ของนักบวชนั้นมีความลึกลับไม่แพ้พลังเวทมนตร์ มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยธรรมดาเช่นเขาจะสามารถทำความเข้าใจกับมันได้ แม้แต่คนส่วนใหญ่ก็เป็เช่นนี้เหมือนกัน
การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้เมอร์ลินรู้สึกว่ามันรวดเร็วกว่าตอนที่เขาเดินออกมามาก แม้จะเป็การเดินเหมือนกันก็ตาม
ในที่สุดเขาก็สามารถพาบาทหลวงไปรักษาอีริกได้
แต่ทว่า ...
หลังจากที่บาทหลวงอามอร์ธได้ทำการรักษาแล้ว เขากลับถอนหายใจออกมาด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย
“ฉันเสียใจด้วย อีริกอาการของนายในตอนนี้ดูเหมือนจะหนักเกินไปแล้ว ด้วยความสามารถของฉันในตอนนี้ฉันไม่มีปัญญาที่จะรักษานาย” บาทหลวงอามอร์ธกล่าวกับอีริกที่ยังพอมีสติรับฟัง