ในเวลาเดียวกับที่ไมนาสหลงอยู่ในป่ากลางหุบเขาประหลาดณ กลางป่าใกล้กับหมู่บ้านทรายขาว
"ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราอยู่ใกล้ที่นี่ที่สุดคงไม่ต้องถ่อกันมาข้ามวันข้ามคืนอย่างนี้หรอก"เสียงบ่นของนักผจญภัยหนุ่มหนึ่งในสามคนที่กำลังเดินมาตามเบาะแสที่ได้รับหลังจากมาถึงหมู่บ้านทรายขาวั้แ่เช้าตรู่
"ก็เป็เพราะเ้าพวกมือใหม่ทำเื่ให้ใหญ่โตปล่อยข่าวหลุดทำให้ชาวบ้านแตกตื่นจนทางสมาคมกดดันไปยังกิลด์เราให้รีบจัดการอย่างเร่งด่วนพวกเราคงไม่ต้องละทิ้งภารกิจที่กำลังทำอยู่กลางคันเช่นนี้ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆว่าไอ้คนที่ทำให้ข่าวหลุดออกมาเช่นนั้นเป็ใครจริงๆคงต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง บัดซบจริงๆ" ผู้ที่อยู่ด้านข้างนักผจญภัยคนแรกกล่าวเสริมขึ้นมาอย่างมีน้ำโห
"พวกเ้าสองคนเลิกบ่นได้แล้วทั้งหมดนี่ไม่ใช่เป็เพราะเ้าพวกอ่อนหัดสามคนนั่นที่เป็ถึงคนของกิลด์เหยี่ยวเพลิงของพวกเราแต่กลับมาตายเอาในที่แบบนี้ด้วยฝีมือของกริฟฟ่อนราตรีไม่ใช่หรอกหรือพวกเราก็รีบจัดการงานนี้ให้มันจบๆไป จะได้กลับไปทำภารกิจของพวกเราต่อเสียที"เสียงของผู้ที่เดินนำคนทั้งสองกล่าวออกมาเชิงห้ามปราม
ทั้งสามคนนี้คือนักผจญภัยของกิลด์เหยี่ยวเงินเช่นเดียวกับกลุ่มของเวนดัชที่ตายไปแต่นักผจญภัยทั้งสามที่มาใหม่นี้ล้วนแล้วแต่เป็นักผจญภัยระดับซิลเวอร์ขั้นห้าทั้งสิ้นจะเอากลุ่มของเวนดัชที่อยู่ในระดับซิลเวอร์ขั้นหนึ่งมาเทียบกันย่อมไม่ได้
คนทั้งสามประกอบไปด้วยวอนโรที่สวมชุดเกราะเบาที่บางส่วนเป็โลหะปกป้องอวัยวะสำคัญใช้หอกเล่มยาวเป็อาวุธเดินอยู่หน้าสุดเธรอนนั้นรูปร่างสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่ม สวมใส่เกราะเหล็กทั้งตัวสะพายโล่ใหญ่ที่กลางหลังและมีดาบสั้นที่ฝักดาบติดอยู่กับโล่เดเลียนผู้สวมชุดผ้าคลุมสั้นสีเทามีธนูพกติดตัว
พวกเขาทั้งสามที่กำลังออกปฏิบัติภารกิจของทางสมาคมอยู่ที่หมู่บ้านผาเสียดเมฆที่ห่างออกไปจากหมู่บ้านทรายขาวอยู่ไม่น้อยเมื่อได้รับคำสั่งจากกิลด์ผ่านตัวแทนสมาคมประจำหมู่บ้านผาเสียดเมฆและได้ยินข่าวการเสียชีวิตของคนในกิลด์ตน พวกเขาทั้งใและไม่พอใจในเวลาเดียวกันคิดเพียงว่าเพราะเหตุใดถึงต้องเป็พวกตนที่ต้องอยู่ในจุดที่ใกล้ที่สุดจากหมู่บ้านทรายขาวด้วยแต่ถึงอย่างไรพวกตนก็ไม่กล้าขัดคำสั่งจากทางกิลด์ ทำให้พวกเขาต้องรีบบึ่งมายังที่นี่ในทันที
"พวกเราที่ควบพุคโค่ข้ามวันข้ามคืนจนมาถึงที่นี้แถมยังต้องเจอฝูงก็อบลินป่าทำเอาข้าแทบจะประสาทเสียพวกนักผจญภัยที่อยู่ที่นี่มัวทำอะไรอยู่กันแน่ถึงได้ปล่อยให้พวกมันออกมาเดินเพ่นพ่านเช่นนั้น"เดเลียนก็ยังคงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้เพราะการเดินทางที่เร่งด่วนแถมยังต้องมาเจอกับฝูงก็อบลินป่าอย่างไม่คาดฝันช่างเป็การเดินทางที่ไม่น่าอภิรมย์เลยจริงๆ
"เ้าเอาแต่วิ่งอยู่วงนอกจัดการกับตัวที่ใช้ธนูขณะที่ข้ากับวอนโรรับมือกับพวกมันนับสิบซึ่งหน้าจมูกพวกข้าแสบจากกลิ่นเืของพวกมันจนแทบอาเจียน อย่ามาทำเป็บ่นไปหน่อยเลย"เธรอนที่ได้ยินเดเลียนพูดถึงฝูงก็อบลินป่าที่พบก่อนจะมาถึงหมู่บ้านทรายขาวก็อดที่จะกล่าวแดกดันใส่เดเลียนไม่ได้ที่ตนกับวอนโรต้องคลุกวงในกับฝูงก็อบลินป่าสิบกว่าตัวโดยมีเดเลียนที่คอยสนับสนุนอยู่ไกลๆ
"ก็ข้าเป็มือธนูจะให้เข้าไปอยู่กลางวงต่อสู้เช่นเ้าด้วยหรือยังไงเฮอะ... ปากของเ้าช่างไวเสียยิ่งกว่าสมองสั่งการเสียอีก"เดเลียนเองก็สวนคำพูดไปอย่างทันควันเอาคืนเธรอนเช่นกัน
"เฮอะ ถ้าไม่ใช่เพราะเ้า-"
"พวกเ้าเลิกทะเลาะเพราะเื่แค่นั้นเสียทีที่พวกเ้าหัวเสียเพราะต้องเก็บกวาดอสูรระดับต่ำเช่นนั้นโดยแทบจะไม่ได้ค่าประสบการณ์ก็เท่านั้นอีกเดี๋ยวก็ถึงจุดที่พบศพแล้วช่วยกันทำงานเถิดจะได้จบงานเสียที"
วอนโรที่ฟังบทสนธนาของทั้งสองจึงรีบหยุดความขัดแย้งที่กำลังเริ่มบานปลายคนทั้งคู่บางครั้งก็เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย แต่บางครั้งก็ทำตัวเป็น้ำกับน้ำมันทำเอาวอนโรปวดหัวอยู่หลายครั้งในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างประหลาดเช่นนี้แต่จากการที่ได้ร่วมปาร์ตี้ด้วยกันมาอย่างยาวนานพวกเขาทั้งสามต่างก็ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมามากมายทำให้รับรู้ถึงจิตใจกันและกันเป็อย่างดีถึงการพูดคุยบางครั้งจะทำให้เกิดการทะเลาะกันบ้างแต่ก็ไม่เคยทำให้สายสัมพันธ์ที่มีนั้นเสื่อมสลายลงไป
"อะไรกันเ้าเองก็ช่างเร่งรีบเสียจริงคิดถึงแม่นักเวทย์สาวของกิลด์บุปผาครามอยู่หรือยังไง อยากรีบกลับไปพบหน้าแล้วละสิฮ่าๆๆ" เธรอนที่สำนึกตัวได้ว่าตนเป็คนทำให้เสียบรรยากาศและเห็นว่าวอนโรมักกล่าวเร่งรัดพวกตนั้แ่มาถึงที่นี่ จึงนึกถึงบางอย่างขึ้นได้ เมื่อสบโอกาสก็รีบหันมากล่าวหยอกล้อเขาทันที
"ข้าล่ะเชื่อเ้าเลยวอนโรแม่นักเวทย์ขี้เหวี่ยงเช่นนั้นกลับต้องตาต้องใจเ้ามากขนาดนั้นถ้าหากนางตกลงปลงใจกับเ้าขึ้นมาจริงๆข้านึกไม่ออกเลยว่าในอนาคตเ้าจะมีสภาพเช่นไร ฮ่าๆๆ"เดเลียนที่ได้ยินหัวข้อที่น่าสนใจจึงกล่าวเสริมออกไปอย่างสนุกสนาน
"พวกเ้านะเงียบๆไปเลย!"วอนโรที่จู่ๆก็กลายเป็เป้าหมายให้ทั้งสองคนหยอกล้อก็ไร้ซึ่งคำพูดรีบเร่งฝีเท้าเดินหนีไปทั้งสองที่เห็นท่าทีของวอนโรก็อดที่จะหัวเราะชอบใจออกมามิได้แล้วจึงรีบเร่งฝีเท้าตามวอนโรไป
ครู่ต่อมาทั้งสามก็มาหยุดยืนอยู่ในจุดที่เคยมีศพของนักผจญภัยกิลด์ของพวกตนและมีร่องรอยการต่อสู้ที่เริ่มเลือนลางลงไปทุกที
"แยกกันหาเบาะแสเถอะข้าเชื่อว่าพวกเราน่าจะพอหาร่องรอยบางอย่างได้จากจุดนี้"วอนโรรีบออกความเห็นตามสัญชาตญาณซึ่งคนที่เหลือต่างก็เห็นด้วยจึงแยกย้ายกันหาเบาะแสในทันที
เพียงไม่นานวอนโรและเธรอนก็ได้ยินเสียงเรียกจากเดเลียนที่อยู่ลึกเข้าไปยังแนวป่าไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุนัก
ทั้งสองที่เดินมาตามเสียงเรียกก็พบกับร่องรอยกิ่งไม้ที่หักตามเส้นทางขอนไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกป่น รวมถึงรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ตามต้นไม้
"ตัวมันน่าจะใหญ่มากทีเดียว"วอนโรสันนิษฐานจากสิ่งที่เห็นด้วยท่าทีเตร่งเครียด
"คงจะค่อนข้างตึงมือพวกเราอยู่บ้าง"เธรอนกล่าวเสริมหลังจากเห็นสภาพที่เกิดขึ้น
เมื่อทั้งสองมาถึงจุดที่เดเลียนรออยู่เมื่อเห็นสภาพรอบบริเวณก็ต้องตกตะลึง ร่องรอยกิ่งไม้และเศษไม้หักเป็วงกว้างและรอยจางๆของหยดเืหย่อมหนึ่ง
"ดูนั่น..."เดเลียนชี้มือบอกทิศไป้า
ทั้งสองมองตามทิศทางการชี้ของเดเลียนก็เห็นสภาพของกิ่งไม้ที่หักไปเป็แนวจนถึงยอดและมีรอยเืติดอยู่บ้างเล็กน้อย
"ดูท่างานนี้คงจะง่ายกว่าที่พวกเราคิดไว้มากทีเดียว"วอนโรเปลี่ยนความคิดจากตอนแรกและกล่าวสรุปในทันที
ทั้งสามไม่รอช้ารีบออกเดินตามรอยหยุดเืที่มีให้เห็นอยู่เป็เส้นทางยาวไปจนถึงตีนเขาลูกหนึ่งูเาลูกนี้มีความสูงชันมากที่สุดในละแวกนี้เมื่อมองตามทิศทางของรอยเืที่สืบสาวกันมาทั้งสามจึงมองเห็นปากถ้ำที่อยู่เกือบถึงยอดของูเาลูกนี้
"ข้าไม่คิดมาก่อนว่าจะพบกับรังของมันรวดเร็วง่ายดายขนาดนี้"เธรอนกล่าวอย่างยินดี
"ต้องขอบคุณข้าที่พบรอยเืพวกนี้จนทำให้เราเจอเส้นทางตามรอยมันมาถึงที่นี่" เดเลียนกล่าวเสริมอย่างได้ใจเพราะตนเป็ผู้พบร่องรอยอันทำให้สามารถพาทุกคนมาถึงหน้ารังของกริฟฟ่อนราตรีได้ในที่สุด
"..." เธรอนไม่เอ่ยอะไรออกมาเพียงแต่ส่งสายตาคล้ายล้อเลียนแปลกๆไปให้เดเลียนเท่านั้น
"งานยิ่งจบไวก็ยิ่งดีกับพวกเรานั่นแหละรีบขึ้นเขาไปกันเถอะ ตอนนี้เริ่มเข้าเวลาบ่ายแล้วคงต้องรีบจัดการใน่ที่มันอ่อนแอจะได้ไม่เสียการ"วอนโรรีบชักชวนพักพวกเดินทางขึ้นเขาบุกไปยังถ้าของกริฟฟ่อนราตรีทัน
"สภาพของมันคงจะาเ็ไม่น้อยไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวลมากนักนอกจากอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของมันที่จนตรอกนั่นแหละ"เธรอนกล่าวเสริมขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้คนในกลุ่มมากยิ่งขึ้น
ทั้งสามใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในการขึ้นมาถึงปากถ้ำได้ในที่สุดด้านหน้าปากถ้ำนั้นเป็ลานหินไม่กว้างไม่เล็กสามารถให้คนยืนอยู่พร้อมกันได้นับสิบคน
"พักเหนื่อยกันสักครู่หนึ่งและเตรียมตัวให้พร้อมไว้เถอะจะได้เข้าไปจัดการมันอย่างไม่ยากเย็นมากนัก"วอนโรที่รู้ถึงธรรมชาติของกริฟฟ่อนราตรี รู้ดีว่าในยามกลางวันพวกมันจะไม่ยินดีออกมาสู้แสงอาทิตย์มากนักรวมทั้งยังเป็ตอนที่มันาเ็อยู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจึงคาดเดาว่ามันคงต้องนอนเงียบๆรอความตายที่กำลังจะย่างกรายเข้าไปหามันในไม่ช้า
แกว๊กกกกกก!
แต่ไม่ทันไรเสียงร้องคำรามจากความเกรี้ยวกราดของกริฟฟ่อนราตรีดังมาจากในถ้ำ พร้อมทั้งพุ่งออกมายังปากถ้ำด้วยความรวดเร็วหมายจะพุ่งขย้ำเป้าหมายที่อยู่หน้าบ้านของมัน
"อะไรกัน!"วอนโรที่อยู่ด้านหน้าสุดใกับสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นรีบหยิบหอกออกมาตั้งท่ารับมือในทันที
แต่ปฏิกิริยาของเธรอนนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าเมื่อพบว่าเกิดเื่ไม่ชอบมาพากลก็รีบพุ่งตัวไปด้านหน้าของวอนโรและใช้โล่ใหญ่รับมือกับกรงเล็บของกริฟฟ่อนราตรี
เคร้งงงง!
"ฮึ่มมม!"
เสียงปะทะของโล่ใหญ่และกรงเล็บขนาดมหึมาเสียงดังลั่นเธรอนผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ทั้งยังอยู่ในระดับซิลเวอร์ขั้นห้าที่รับแรงปะทะเข้าไปก็ยังแทบยืนไม่อยู่โล่ใหญ่ที่ใช้มือทั้งสองค้ำยันถึงกับเอียงกลับเข้ามาหาตัวจนทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นทันที
กริฟฟ่อนราตรีอาศัยจังหวะนี้ถีบตัวเองบินขึ้นไป้าสูงลิบทันที
เดเลียนที่รอจังหวะอยู่แล้วด้วยการรวบรวมมานารั้งลูกศรรอคอยจากการปะทะครั้งแรกเมื่อเห็นจังหวะจึงปล่อยลูกศรออกไป
ฟิ้วววว!
ลูกศรพุ่งสวนขึ้นไปกลางอากาศขณะในที่กริฟฟ่อนราตรีพุ่งลงมาเช่นกัน
เปรี้ยงงง!
ลูกศรปะทะเข้ากับเป้าหมายเสียงดังกึกก้องแต่น่าเสียดายที่กริฟฟ่อนราตรีใช้ปีกของมันรับลูกศรเอาไว้
ถึงอย่างนั้นก็ทำให้มีขนปีกของมันหลุดออกมากระจายทั่วอากาศมันเสียจังหวะจนต้องเปลี่ยนทิศทางไปตั้งหลักใหม่
"เกิดอะไรขึ้นทำไมจู่ๆมันถึงออกมาต้อนรับพวกเราเอง"เธรอนที่ลุกขึ้นมาถามหาความเห็นอย่างสงสัย
"คงต้องจัดการมันให้ได้ก่อนแล้วค่อยเข้าไปดูในรังของมัน"วอนโรกล่าวอย่างนึกถึงความเป็ไปได้ เพราะสภาพการที่ดูแล้วผิดปกติจากธรรมชาติของกริฟฟ่อนราตรีคงต้องมีบางอย่างอยู่ที่รังของมัน
"เป็โชคดีของพวกเราที่มันไม่บินหนีไป"เดเลียนเอ่ยด้วยความยินดีที่เป้าหมายไม่เลือกที่จะหนีไปไม่เช่นนั้นคงต้องปวดหัวกันไม่น้อยเลยทีเดียว
กริฟฟ่อนราตรีที่สภาพพิการเพราะขาหน้าข้างขวาของมันไม่อาจใช้การได้จากอาการาเ็เรื้อรังแต่มันก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะจัดการกับผู้รุกรานอย่างสุดชีวิตมันพุ่งโจมตีเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่อาจเข้าใกล้ผู้บุกรุกเกินกว่าระยะธนูของเดเลียนได้เลย
แต่ในที่สุดโอกาศของมันก็มาถึงในครั้งนี้ไม่มีลูกศรพุ่งสวนเข้ามา และผู้บุกรุกก็จับกลุ่มกันเป็ก้อนเดียวเห็นเพียงโล่ใหญ่กั้นอยู่ระหว่างตัวมันกับผู้บุกรุกเท่านั้นมันจึงพุ่งโฉบหวังจะปัดโล่นั่นทิ้งออกไปโดยสัญชาตญาณของมัน
ในทันทีที่กริฟฟ่อนราตรีพุ่งเข้ามาตามแผนการที่แทบจะไม่ได้นัดแนะกันเท่าใดโดยให้เธรอนอยู่ด้านหน้าสุดคอยถือโล่ทำมุมเอียงขึ้นรอรับมือกับการโจมตีและมีเดเลียนที่ช่วยค้ำยันเื้ัเธรอนอีกทีตามด้วยวอนโรกำหอกอยู่ในมืออย่างรอคอยด้านหลังสุด
ในตอนที่กริฟฟ่อนราตรีกำลังเข้ามาใกล้จะถึงโล่นั่นเองวอนโรที่รอคอยจังหวะอยู่แล้วก็ได้อาศัยทักษะการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของตน พุ่งตัวออกมาและะโขึ้นไปยืนอยู่บนโล่พร้อมทั้งตั้งหอกยาวชี้ไปทางหน้าอกของกริฟฟ่อนราตรีส่วนด้านโคนหอกค้ำยันอยู่กับโล่ใหญ่ของเธรอน
กริฟฟ่อนราตรีเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในตอนนี้แล้วตัวมันพุ่งเข้าไปรับกับคมหอกเต็มๆอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ฉึกกก!
แกว๊กกก!
เสียงของคมหอกยาวแทงผ่านเนื้อตรงแผงหน้าอกที่มีขนกะรุ่งกะริ่งจากการโจมตีด้วยลูกศรของเดเลียนอยู่หลายครั้งก่อนหน้านั้นเสียงร้องของกริฟฟ่อนราตรีดังกึกก้องไปทั้วทั้งูเาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะสิ้นใจ
ทางด้านวอนโรเองก็กำลังยืนแข็งทื่อเพราะกรงเล็บของมันยื่นเกือบมาถึงคอหอยของตนหลังกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ด้วยน้ำหนักตัวอันมหาศาลของกริฟฟ่อนราตรีที่ไม่ได้ใช้ปีกขนาดมหึมาของมันพยุงอีกต่อไปก็พ่ายแพ้ให้กับแรงโน้มถ่วงและร่วงหล่นไปตามทิศทางการค้ำยันของหอกตกลงไปที่พื้นด้านหน้าของวอนโรในที่สุด
วอนโระโตามลงมายืนชมผลงานของพวกตนหลังจากหลั่งเหงื่อเย็นเยียบตอนเกือบจะต้องแลกชีวิตกับมันและรู้สึกว่าตนเองเกือบจะคำนวณผิดพลาดแต่ก็ต้องรีบแก้เก้อด้วยการทำเป็ยืนชมผลงานก่อนที่สหายทั้งสองจะสังเกตเห็น
"แผนของเ้าช่างยอดเยี่ยมจริงๆเลยวอนโร"เดเลียนที่เดินออกมาจากด้านหลังของเธรอนด้วยแขนขาที่สั่นจากการออกแรงค้ำยันด้านหลังของเธรอนอย่างสุดชีวิตกล่าวชื่นชมวอนโรออกมาหลังจากเห็นซากของกริฟฟ่อนราตรีตรงหน้า
"เ้านี่ช่างอัจฉริยะจริงๆเลยที่คิดแผนเช่นนี้ออกมาได้"เธรอนกล่าวเสริมทั้งที่ยังหอบหายใจอยู่
"เื่นั้นช่างเถอะคงต้องขอบคุณแผลเก่าของมันที่เริ่มเน่าจนทำให้มันไม่สามารถใช้เวทย์ลมที่ขึ้นชื่อของมันได้ไม่เช่นนั้นคงได้ยุ่งยากมากกว่านี้เป็แน่"วอนโรที่ได้ยินคำชมก็รู้สึกกระดากใจอยู่ไม่น้อย ถ้าหากว่าเมื่อครู่ตนพลาดท่าถูกกรงเล็บโจมตีก่อนตายของมันขึ้นมาจริงๆถึงอาจจะไม่ตายแต่มุมมองของสหายที่มีต่อตนคงเปลี่ยนไปจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิงจึงเบี่ยงประเด็นสนทนาในทันที
วอนโรดึงหอกออกมาจากซากของกริฟฟ่อนราตรีและเข้าไปตรวจสอบาแเก่าของมันก็ต้องแปลกใจที่พบกับใบมีดที่หักฝังลึกอยู่ในาแ
"เศษใบมีดนี่ใช่เป็ของเ้าพวกนั้นหรือไม่"เดเลียนถามออกมาอย่างสงสัย
"ข้าก็ไม่แน่ใจนักคงต้องไปสืบสาวเอาภายหลังแต่ก็เป็เพราะมันที่ทำให้เราจัดการกับมันได้ง่ายดายยิ่งขึ้นเื่นี้เอาไว้ก่อนเถอะ พวกเราเข้าไปสำรวจในรังของมันกันก่อนดีกว่า" วอนโรเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเดินนำเข้าไปในถ้ำทันทีด้วยท่าทีตื่นเต้น
สองคนที่เหลือเดินตามเข้าไปด้วยท่าทีไม่ต่างกันภายในถ้ำนั้นค่อนข้างกว้างและไม่ลึกมากนักทั้งสามคนเมื่อมาถึงรังของกริฟฟ่อนราตรีต่างก็แสดงอาการดีใจกันอย่างสุดแสนเมื่อได้พบกับไข่ของมันถึงสามฟอง
ที่ทั้งสามแสดงอาการเช่นนี้เป็เพราะไข่ของกริฟฟ่อนราตรีเมื่อฟักออกมาจะสามารถนำไปฝึกให้เชื่องจนสามารถใช้เป็สัตว์ขี่ที่ทรงพลังซึ่งหาได้ยากเป็อย่างยิ่งจึงไม่ต้องคิดเลยว่าราคาของไข่ทั้งสามฟองนี้จะสูงมากแค่ไหน
"ข้าว่าพวกเรายกเลิกภารกิจที่หมู่บ้านผาเสียดเมฆแล้วรีบกลับไปยังเมืองแรกอรุณกันเลยดีกว่า"วอนโรรีบกล่าวเชิงออกความเห็น
คนที่เหลือก็ไม่ขัดข้องเพราะเห็นว่าลาภก้อนโตรออยู่ตรงหน้าจะให้ชักช้าอยู่ได้อย่างไรพวกตนได้รับโชคลาภที่ไม่คาดฝันเช่นนี้จึงรู้สึกราวกับหัวสมองขาวโพลนไม่อยากคิดจะทำสิ่งใดอีกและรีบเก็บไข่ทั้งสามฟองโดยไม่สนใจเศษซากกองกระดูกของหมาป่าเขี้ยวทมิฬข้างๆรังเลย