บทที่ 23 เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
หนิงเวยเห็นหนิงเสี่ยงเสี่ยงเดินแทบจะไม่ไหวแล้ว แต่เขาก็ยังกัดฟันพยายามเดินต่อ ท่าทางจริงจังของเขาทำให้นางอดสงสารไม่ได้ จึงกล่าวว่า “พวกเราหยุดพักกันสักหน่อยเถอะ ยังมีเวลาอีกมาก”
“ตกลง พักกันก่อนก็ได้” หนิงลั่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางมองหาก้อนหินแบนๆ ข้างทาง ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด ก่อนจะให้พี่รองนั่งพัก
หนิงเวยเห็นเช่นนั้นก็อดล้อไม่ได้ “โอ๊ะโอ๋ เ้าเริ่มรักความสะอาดั้แ่เมื่อไหร่กัน นี่ข้าเลี้ยงคุณหนูตระกูลใหญ่ไว้หรือไร”
“ข้าเป็คุณหนูแห่งหมู่บ้านตระกูลหนิงนะ! พวกเขาไม่ได้เรียกพวกเราว่าสามสาวงามแห่งตระกูลหนิงหรอกหรือ ล้วนงามหยาดเยิ้มไม่แพ้กัน พวกเ้าไม่รู้หรือ” หนิงลั่วพูดพลางแสร้งทำเสียงแหลม นิ้วมือบิดออกเป็ท่าทางอ่อนช้อยเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ นางยังเลียนแบบท่าทางขวยเขินและกิริยาการเดินของพวกคุณหนูในเมืองหลวงได้เหมือนเปี๊ยบ
“ฮ่าๆ เ้าไปเรียนท่าทางพิลึกพวกนี้มาจากที่ไหนกันเนี่ย” หนิงเวยที่ตอนแรกทำหน้าขึงขังก็หลุดขำออกมาในที่สุด
เมื่อพี่รองกับน้องชายพักเหนื่อย หนิงลั่วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านางพกน้ำพลังิญญาติดตัวมาด้วย นี่คงเป็โอกาสที่เหมาะจะให้พวกเขาดื่มเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง
หนิงลั่วรู้อยู่แล้วว่าฟองแห่งชีวาของเสี่ยวอู่สามารถช่วยเสริมพลังชีวิต บรรเทาความอ่อนล้า และรักษาาแได้
ตอนนี้พวกเขาเดินจนเหนื่อย แค่จิบน้ำพลังิญญาไปเพียงเล็กน้อย พลังงานของพวกเขาก็จะกลับคืนมาในทันที
“พี่รอง ดื่มน้ำสักสองสามอึกเถอะ จะได้ฟื้นแรง” หนิงลั่วเอ่ย
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หนิงลั่วสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ก็เพราะดื่มน้ำพลังิญญานี้
หนิงเวยดื่มไปสองสามอึก ก่อนจะเอ่ยชม “น้ำที่เ้าพกมาวันนี้รสชาติดีจริงๆ หวานชื่นใจ ยิ่งดื่มยิ่งสดชื่น”
หนิงเสี่ยงเสี่ยงเองก็ดื่มน้ำไปหลายอึกเช่นกัน และในเวลาไม่นาน พลังของเขาก็ฟื้นคืนเต็มเปี่ยม กลับมาโลดเต้นไปมาเหมือนเดิม
เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ หนิงลั่วก็ยกย่องเสี่ยวอู่ในใจ เสี่ยวอู่ได้ยินก็ได้ที ยืดอกโอ้อวดทันที “แค่นี้ยังถือว่าเล็กน้อย! รอไปก่อนเถอะ เดี๋ยวท่านจะรู้เองว่ามีข้าแล้ว ท่านจะกลายเป็ผู้ที่โชคดีที่สุด!”
หนิงลั่วกลอกตา “เหอะ! เสี่ยวอู่ เ้าช่างขี้โม้นัก! ถ้าเก่งจริง ลองเสกเงินออกมาให้ข้าดูสิ” ถ้านางมีเงินใช้ ก็คงไม่ต้องมาลำบากเช่นนี้ นางอาจเป็เ้าของสัตว์วิเศษที่ไร้ประโยชน์ที่สุดก็ได้ อยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ยังต้องมาลำบากหาเงินเองอยู่เลย
ทันทีที่พูดถึงเื่เงิน เสี่ยวอู่ก็หันหลังเดินหนีไปเงียบๆ ราวกับไม่ได้ยิน
ความจริงแล้ว มันอยากจะบอกว่า ‘ข้าก็ลำบากใจนะ แต่ข้าพูดออกมาไม่ได้!’ หนิงลั่วต้องหาเงินเองตามหลักของโลกมนุษย์ เสี่ยวอู่สามารถช่วยเหลือนางได้ในบางเื่ แต่ไม่สามารถแทรกแซงกฎแห่งโชคชะตาได้ หากละเมิดกฎ อาจถูกฟ้าดินลงโทษ
แต่สิ่งที่สามพี่น้องไม่รู้ก็คือ การกระทำและคำพูดทั้งหมดของพวกเขาถูกคนที่แอบซ่อนตัวฟังอยู่ในพุ่มไม้เอาไปรายงานให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งแล้ว
“นายน้อย น้ำนั่นดูแปลกนัก ้าให้ข้าน้อยหามาให้ท่านหรือไม่ ถ้าได้มา าแของท่านคงหายเร็วขึ้นแน่” ชายคนนั้นกล่าว
“ไม่ต้อง พวกนางเป็เพียงชาวบ้านแถบนี้ อย่าไปก่อความเดือดร้อนให้พวกนางเลย” เด็กหนุ่มกล่าวห้าม
“ขอรับ!” ชายคนนั้นรับคำ
ระหว่างทาง หนิงเวยเดินไปพลางสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวไปพลาง เหมือนจะพยายามจดจำเส้นทางทั้งหมด และโชคดีที่แค่เดินเข้าไปในเขตป่าพวกเขาก็เจอของดีแล้ว
“โอ้โห! ดูสิว่าข้าเจออะไร! นี่คือซานเย่า[1]ป่าหายาก! พี่รอง พวกเราจะได้กินของดีตอนเย็นนี้แล้ว!” หนิงลั่วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาเป็ประกาย นางรีบหยิบเคียวขึ้นมา และเริ่มขุดดินรอบเถาแห้งๆ นั้นอย่างกระตือรือร้น
“ตรงนี้มีอะไรหรือ” หนิงเวยมองน้องสาวที่กระตือรือร้นราวกับเจอขุมทรัพย์ จึงรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความสงสัย
แต่เมื่อเห็นสิ่งที่หนิงลั่วกำลังขุด หนิงเวยก็ใ รีบห้ามทันที “น้องสาม เ้าขุดมันทำไม! กินไม่ได้นะ! เ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้มีพิษ”
หนิงเวยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตลอด นางเคยเห็นเถาแห้งเช่นนี้บ่อยๆ แต่ล้วนไม่มีใครกล้าแตะต้อง
“พี่รอง ข้ารู้จักหรอก! ข้าเคยอ่านในหนังสือว่า ซานเย่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติดีมาก” หนิงลั่วตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ จากนั้นก็เรียกหนิงเสี่ยงเสี่ยงให้มาช่วยกันขุด
แต่หนิงเวยกลับรีบคว้าเคียวในมือของหนิงลั่วไป “ไม่ได้! เ้าขุดไม่ได้! ข้าไม่ปล่อยให้เ้าตกอยู่ในอันตรายแน่!”
“พี่รอง ข้าพูดจริงๆ นะ! ข้ารู้จักเ้านี่ ไม่เพียงแต่ไม่เป็พิษ ยังอร่อยมากด้วย” หนิงลั่วอยากจะมีปากเพิ่มอีกสักสองปาก จะได้ทั้งพูดและอธิบายให้พี่สาวฟัง พร้อมกันนั้นก็ลงมือขุดไปด้วย
หนิงเวยไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวถึงดื้อรั้นนัก นางรีบจับมือน้องสาวแล้วลากออกไป “น้องสาม ทำไมเ้าไม่ฟังข้าเลย ข้าบอกว่ามีพิษก็คือมีพิษ! ครั้งก่อน หลานชายตัวน้อยของอาสะใภ้จ้าวจะแอบกินเ้านี่ ปรากฏว่าตัวขึ้นผื่นแดงเต็มไปทั้งหมด ซ้ำเกือบหายใจไม่ออก! โชคดีที่หมอมาทัน ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดแล้ว”
“ูเาของพวกเรามีของป่ามากก็จริง แต่สิ่งที่ไม่รู้จัก ห้ามแตะต้องเด็ดขาด ต่อให้ต้องอดตายก็ห้ามกิน!” หนิงเวยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ความกลัวในใจนางต่อของป่าที่ไม่รู้จักนั้นลึกซึ้งนัก เพราะบางอย่างดูเหมือนไม่มีพิษภัย แต่แตะต้องแล้วอาจเป็อันตรายถึงชีวิต และในที่ห่างไกลเช่นนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ย่อมไม่มีใครช่วยได้ทัน
หนิงลั่วสะบัดมือออกจากพี่รอง ดูท่าว่าจะโน้มน้าวนางได้ยาก ถ้าอย่างนั้น...นางควรแอบขุดเล็กน้อยแล้วทำอาหารให้พี่รองลองชิมก่อนดีหรือไม่ ถ้ากินแล้วไม่เป็อะไร พี่รองก็คงยอมเชื่อ
“ข้ารู้ว่าท่านหมายถึงอาการแพ้! น้ำซานเย่าที่อยู่ในป่าชนิดนี้หากััโดยตรง อาจทำให้เกิดผื่นคันและระคายเคือง แต่ถ้าระวังขณะเตรียมอาหาร ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็อาหารอร่อยได้”
“พูดราวกับว่าเ้าเคยทำมาก่อนอย่างนั้นแหละ” หนิงเวยยังคงไม่เชื่อ
“หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะขุดกลับไปแค่ไม่กี่หัว แล้วปรุงเป็อาหารให้ท่านดู! ข้ารับรองว่าจะไม่ให้ตัวเองได้รับอันตรายเด็ดขาด เพราะข้ายังอยากมีชีวิตอยู่กับพี่รองไปอีกนานๆ”
กลัวว่าพี่รองจะปฏิเสธ หนิงลั่วจึงงัดไม้แข็งออกมาสู้ นางทำหน้าตาออดอ้อนพลางเขย่าแขนพี่สาว “พี่รอง ข้าโตแล้วนะ! ข้ารู้จักแยกแยะสิ่งที่ควรทำ! ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่ามื้อกลางวันข้าทำอาหารได้ดีแค่ไหน ข้าพูดว่าทำได้ เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าย่อมทำได้! เชื่อข้าเถอะนะ!”
หนิงเสี่ยงเสี่ยงรีบช่วยเสริมด้วยน้ำเสียงออดอ้อน สองพี่น้องช่วยกันรุกไล่เต็มกำลัง และในที่สุด หนิงเวยก็ทนไม่ไหว ยกมือขึ้นยอมแพ้ “พอแล้วๆ! ไม่ต้องพูดอีก! เ้าจะขุดก็ขุดไป แต่ข้าขอเตือน ถ้ามีอะไรผิดปกติ เ้าต้องทิ้งเ้านี่ทันที!”
“แน่นอน! ถ้ามีปัญหาข้าจะทิ้งทันที ไม่มีข้อแม้!” หนิงลั่วตอบรับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยิบตาให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงเป็นัยว่าแผนการสำเร็จแล้ว
พวกเขาสองคนหัวเราะคิกคัก แล้วเริ่มขุดซานเย่าด้วยกัน ไม่ได้ขุดแค่ไม่กี่หัวอย่างที่พูดในตอนแรก หนิงลั่วยังขุดเพิ่มอีกหลายหัว แต่เพื่อไม่ให้พี่รองดุ นางรีบเก็บซานเย่าทั้งหมดใส่ย่ามที่เอามาด้วยอย่างรวดเร็ว
“เอาละ ไปกันต่อเถอะ!” หลังจากเจอของมีค่า หนิงลั่วก็ยิ่งมีแรงฮึกเหิม นางเชื่อว่าถ้าตั้งใจมองดีๆ อาจจะพบสมบัติอื่นๆ อีกก็ได้
พฤติกรรมกระตือรือร้นและช่างสังเกตของหนิงลั่ว ไม่พ้นสายตาของชายหนุ่มที่เฝ้าติดตามนาง
เ้านายกับผู้ติดตามที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าหันมามองหน้ากัน แล้วหันกลับมาสังเกตพวกนางต่อไป
หนิงลั่วเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง พลางสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบไปด้วย และพบว่ามีซานเย่าอยู่มากมาย นางจึงจดจำตำแหน่งเ่าั้ไว้ทั้งหมด หลังสามารถโน้มน้าวพี่รองให้ยอมรับซานเย่าได้ และหากผลการทดสอบสำเร็จ นางจะกลับมาขุดอีก บางทีอาจสร้างโอกาสทางการค้าได้
เพียงพูดถึงซานเย่า หนิงลั่วก็นึกถึงอาหารอร่อยๆ ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็ซานเย่าเคลือบอำพัน น้ำแกงซานเย่าซี่โครงหมู ซานเย่าผัดน้ำมัน ลูกชิ้นซานเย่า และยังสามารถเอาไปทำเป็ของว่างอย่างแท่งข้าวเหนียวซานเย่ากรอบได้อีกด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ ซานเย่าสามารถเอาไปทำเป็หมี่เย็นหรือเส้นบะหมี่ได้ด้วย กล่าวได้ว่ามีประโยชน์ทำได้แทบทุกอย่าง
แต่ผู้คนที่นี่กลับเชื่อว่าซานเย่ามีพิษและกินไม่ได้ ฮ่าๆ! นี่เหมือนกับมีเงินกองอยู่ตรงหน้าข้าชัดๆ!
หนิงลั่วรู้สึกตื่นเต้นเมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้แสดงฝีมือเต็มที่แล้ว
ขณะที่กำลังหาสมุนไพรให้พี่รอง หนิงลั่วก็เดินลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นเรื่อยๆ หนิงเวยเห็นว่านางเริ่มออกห่างมากขึ้น จึงเริ่มกังวล “หากรู้เช่นนี้ ข้าคงไม่พาเ้ามาด้วย ดูสิ เ้าเหมือนม้าพยศที่ถูกปล่อยเป็อิสระเลย!”
“พี่รอง! ข้าเจอสมุนไพรหลายชนิดเลย! มีทั้งเมล็ดผักกาดน้ำ ต้นต้าหวง โอ้! นั่นมันต้นถู่ฝูหลิง!” หนิงลั่วพูดอย่างตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งหายเข้าไปในพุ่มไม้
หนิงเวยใมาก ะโเรียกน้องสาวอยู่นาน ในที่สุดหนิงลั่วก็กลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มิวายยังตบย่ามที่สะพายอย่างภาคภูมิใจ
“พี่รอง! พวกเรารวยแล้ว! ข้าเจอสมุนไพรมากมายเลย! คราวหน้าถ้าพวกเราไม่สบาย ก็ไม่ต้องไปหาหมอแล้ว!” หนิงลั่วกล่าวอย่างโอ้อวดน้อยๆ
“เ้านี่นะ...น้องสาม ทำไมข้าไม่เคยรู้เลยว่าเ้าฉลาดขนาดนี้” หนิงเวยชม
หนิงลั่วรู้สึกเขินเล็กน้อยเมื่อถูกพี่สาวชม จึงรีบกล่าวแก้ตัว “เมื่อก่อนพวกเรายังมีท่านพ่อท่านแม่คอยดูแล ไม่ต้องคิดเื่พวกนี้ แต่ตอนนี้พวกเราต้องพึ่งตัวเองแล้ว ข้าย่อมต้องใส่ใจมากขึ้น อีกอย่าง หนังสือวิชาแพทย์ที่ข้าอ่านมาตลอดก็ไม่ได้อ่านเสียเปล่านะ!”
“ก็ได้! น้องสาวข้าเก่งที่สุด! ขยันที่สุด! เอาละ พวกเรากลับกันเถอะ ฟ้าเริ่มจะมืดแล้ว” หนิงเวยพอใจกับสิ่งที่พวกเขาเจอในวันนี้ นอกจากจะได้สมุนไพรแล้ว ยังได้ซานเย่ากลับไปอีกด้วย
“ได้! แต่ข้าอยากเดินดูอีกสักหน่อย เผื่อจะเจออะไรที่น่าสนใจ” หนิงลั่วรู้สึกว่าหลังได้ขึ้นเขา นางก็กลายเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บของป่าไปแล้ว ยังมีเสี่ยวอู่ช่วยแนะนำพืชสมุนไพรต่างๆ อีกตัวด้วย ทำให้นางมั่นใจมากขึ้น
เมื่อรู้ว่าเสี่ยวอู่มีความรู้ด้านสมุนไพร หนิงลั่วก็ยิ่งวางใจ นางมีสารานุกรมมีชีวิตอยู่ข้างกายแล้ว หากมีอะไรที่ไม่รู้ ก็แค่ถามสารานุกรม ฮ่าๆ
แต่ทว่าแผนของหนิงลั่วต้องหยุดชะงัก เมื่อเสี่ยวอู่รู้เจตนาของนาง มันโยนหนังสือเล่มหนึ่งมาให้แทน “นี่คือคัมภีร์ว่านเจี๋ยฉวน ท่านจงใช้เวลาให้คุ้มค่า นอกจากกิน นอน และทำงาน ท่านควรอ่านคัมภีร์เล่มนี้ให้มากๆ!”
“คัมภีร์ว่านเจี๋ยฉวน? เป็คัมภีร์อะไรกัน” หนิงลั่วงุนงง
“ตอนนั้นพวกเราสละร่างเดิมมาเพื่อค้นหาคัมภีร์เล่มนี้! ท่านลืมไปแล้วหรือ” เสี่ยวอู่เอ่ยเตือนความทรงจำ
หนิงลั่วนิ่งไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่านางจะลืมไปแล้วจริงๆ
[1] ซานเย่า เป็พืชในตระกูลเดียวกับมันเทศจีน เป็สมุนไพรบำรุงม้าม