มู่หลงนั้นแม้ชอบการต่อสู้อย่างแท้จริง แต่นิสัยเดิมของมันนั้นเป็นคนอ่อนโยน ในวัยเด็กครอบครัวลำบากจึงไม่มีเพื่อนสักคนและจากนิสัยสัตย์ซื่อจึงมักถูกผู้อื่นรังแกข่มเหงมาตลอด แต่เจ้ามู่หลงก็ยอมให้ผู้อื่นเตะต่อยทุบตีเกือบทุกวันโดยมิได้ตอบโต้
เนื่องด้วยมันเกิดมารูปร่างใหญ่และร่างกายตามธรรมชาติมีความแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นหลายเท่า แม้จะถูกทุบตีก็ยังทนทานได้มันจึงมิคิดต่อสู้กลับแม้สักครั้ง
แต่แล้ววันหนึ่งมันบังเอิญได้เก็บกระต่ายป่าบาดเจ็บตัวหนึ่งมาเลี้ยง ดูแลรักษาจนหายดี มันรักกระต่ายตัวนี้ยิ่งและนับเป็นเพื่อนยามเด็กของมันเพียงหนึ่งเดียว ต่อมาเด็กในหมู่บ้านลูกหลานของผู้มั่งมีมาเห็นเข้าจึงจับกระต่ายเพื่อนของมันฆ่าและย่างกินกัน ทำให้มู่หลงเกิดความโกรธแค้น เข้าเตะต่อยทุบตีกลุ่มเด็กเหล่านั้นจนบาดเจ็บแขนขาหักหัวร้างข้างแตกไปแทบทุกคน
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีมากกว่าถึงสิบคน แต่เจ้ามู่หลงม็มิยอมแพ้อาศัยร่างกายที่ใหญ่โตกว่าเด็กรุ่นเดียวกันและความแข็งแกร่งของร่างกายทุบตีจนทั้งหมดนอนหมอบแขนขาหักกันเกือบทุกคน
และเหตุการณ์ต่อยตีนี้ก็อยู่ในสายตาของผู้นำตระกูลมู่ ที่เห็นความเด็ดเดี่ยวและความแข็งแกร่งของมู่หลง ผู้นำตระกูลมู่จึงรับมันไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่นั้นมาเจ้ามู่หลงก็ฝึกปรือในตระกูลมู่จนแข็งแกร่งและออกท้าต่อยตีกับผู้คนไปทั่ว ผู้ใดที่ชอบเหยียดหยามรังแกผู้อื่นจะโดนมันทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส ไปทุกรายจนได้รับฉายามู่หลงจอมโหด และนานไปมันเองก็เคยชินกับการกระทำนี้
....................................................................................................................................................
กังหลงได้ยินเช่นนั้นเพียงยิ้ม และพูดขึ้น
"หลังจากข้ารับการโจมตีของเจ้าครบสามกระบวนท่าแล้ว หากเจ้ามิอาจเอาชนะข้าได้ ข้าก็จะโจมตีเจ้าเพียงสามกระบวนท่าเช่นกัน ถ้าข้าเอาชนะเจ้าไม่ได้ข้าจะขอยอมแพ้เอง แต่หากเจ้ามิอาจรับการโจมตีของข้าได้ เจ้าอย่าลืมเดิมพันที่เจ้ารับปากไว้ก็แล้วกัน..บัดนี้เจ้าโจมตีกระบวนท่าที่สามมาเถอะ..!!"
มู่หลงรวบรวมพลังปราณทั้งหมดสุดชีวิตจนหน้าตาแดงก่ำ แผ่พลังไปยังฝ่ามือทั้งสองจนบังเกิดเป็นเปลวอัคคีอันร้อนแรงขึ้นที่มือทั้งสองข้าง จนผู้ชมรอบสนมสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงนี้ มันฟาดพลังฝ่ามือจนเกิดอัคคีรูปมังกรอัคคีขนาดใหญ่โผพุ่งขึ้นสูฟากฟ้าแล้วพุ่งดิ่งลงโจมตีไปยังร่างที่ยืนนิ่งของกังหลง พร้อมเปล่งเสียงดังสนั่น
"หัตย์มังกรเพลิงพิฆาต...จงมอดไหม้ไปซะ..!!"
"ย๊ากกก..."
มังกรอัคคีขนาดใหญ่พุ่งฝ่าอากาศลงโจมตียังร่างบุรุษหนุ่มที่ยังคงยืนสงบนิ่งเหมือนมิทราบว่า มฤตยูเพลิงกำลังจะเข้ามาแผดเผาร่างร่างของตนให้มอดไหม้เป็นจุลไป กังหลงเมื่อเห็นมู่หลงสามารถใช้ธาตุอัคคีออกมาโจมตีผู้คน ตาจึงเป็นประกายขึ้นวูบหนึ้งพร้อมพึมพำ
"อุ อุ...เจ้าหมอนี่ถึงกับสามารถใช้ธาตุอัคคีโจมตีผู้คนได้ ..ไม่เลว ...ไม่เลว"
เมื่อร่างกายกังหลงสัมผัสได้กับเปลวอัคคีที่แผ่มาถึง จักรกระทั้งเจ็ดทั่วร่างพลันหมุนวนขึ้นเองโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะจักระตำแหน่งธาตุอัคคีได้หมุนวนจนเกิดเป็นหลุมดำคอยดึงดูดเปลวอัคคีอันร้อนแรงอย่างตะกละตะกรามเหมือนดังได้พบเจออาหารอันโอชะ มังกรอัคคีที่ทรงพลังและร้อนแรงมีหรือจะสามารถทำอันตรายผู้ที่ครอบครองเม็ดพลังของราชาอัคคีทั้งปวง "อัคคีโลกันต์อเวจี" อัคคีอื่นใดเมื่อพบเจออัคคีโลกันต์อเวจีเข้าก็ล้วนยอมสยบดั่งการสะกดข่มของธาตุต้นกำเนิด ยินยอมมลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชาอัคคีไปโดยปริยาย
ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งสนามรวมทั้งมู่หลงเห็นกับตาว่า มังกรอัคคีอันใหญ่โตและทรงพลังเมื่อพุ่งมาถึงเบื้องหน้ากังหลง คล้ายเกิดอาการสั่นสะท้านขึ้นวูบหนึ่ง และหยุดนิ่งเบื้องหน้ากังหลงเพียงแค่หนึ่งฟุต จากนั้นคล้ายมีพลังดึงดูดอันมหาศาลค่อย ๆ ดูดกลืนร่างมังกรอัคคีเข้าสู่ร่างกายกังหลงอย่างช้า ๆ
เพียงห้าลมหายใจมังกรเพลิงก็ถูกกลืนหายเข้าไปสู่ร่างกายกังหลงจนหมดสิ้น ท่ามกลางความตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างของทุกคนมิเว้นแม้แต่สตรีงามหงษ์เหลี่ยนก็ยังต้องฉงนใจ คราแรกที่มู่หลงแสดงมังกรอัคคีขึ้นมานางก็เริ่มกังวลถึงความปลอดภัยของกังหลงคิดจะรอช่วยเหลือหากแม้นกังหลงได้รับอันตรายจากมังกรอัคคี เพราะตัวนางเองก็เคยต่อสู่กับมู่หลงและเคยพบเจอกับ หัตย์มังกรเพลิงพิฆาตเช่นกัน ครานั้นนางโชคดีที่สวมภูษาไหมฟ้ากันอัคคีจึงมิได้รับอัตรายใด ๆ และอาศัยจังหวะที่มู่หลงตกตะลึงชั่ววูบฟาดพลังอย่างเต็มที่จนมู่หลงถึงกับสลบเหมือดหมดสติไปสามวัน ท่ามกลางเสียงอุทานดังระงม
"โอ๊ะ..!!..นั่นมันอะไรกัน..เปลวอัคคีถึงกับกลืนหายไปในร่างกายเจ้าหนุ่มนั่นได้..!!"
"เคล็ดวิชาใดกันถึงได้แปลกประหลาดเช่นนี้..เจ้าหนุ่มนี้คงเป็นที่น่าจับตาในการประลองรอบต่อไปแน่ !! ขนาดเจ้าจอมโหดมู่หลงผู้มีปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุดยังทำอะไรเจ้าหนุ่มนี่มิได้.."
"กลืนกินอัคคีรึ..ข้าคล้ายเคยได้ยินมาจากที่ใด ?"
หลังจากรับการโจมตีครั้งที่สามของมู่หลงและกลืนกินอัคคีไปจนหมดสิ้น กังหลงก็คาดคิดมิถึงว่าเมื่อร่างกายสัมผัสได้ถึงเปลวอัคคี เคล็ดมายาสวรรค์กลืนกินอัคคีจะเกิดปฏิกิริยาพร้อมกันกับจักระตำแหน่งธาตุอัคคี และทำหน้าที่ดูดกลืนอัคคีที่เข้าใกล้ตนจนหมดสิ้นภายในพริบตา และยังรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่หนาแน่นขึ้นจากการดูดกลืนในครานี้
เมื่อพอเข้าใจถึงสาเหตุจึงแย้มยิ้มและกล่าวกับมู่หลงซึ่งยังยืนหน้าตาตื่นไม่หายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันยืนปากอ้าตากลมโตเท่าไข่ห่านจับจ้องกังหลงเหมือนเห็นผีตอนกลางวันจนกังหลงเห็นก็แล้วอดนึกขำมิได้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าจะตะลึงไปใยกัน บัดนี้ข้าได้รับการโจมตีจากเจ้าครบทั้งสามกระบวนท่าแล้ว..ต่อไปก็ถึงคราที่ข้าจะโจมตีเจ้ากลับสามกระบวนท่าเช่นกันหากแม้นเจ้าสามารถรับไว้ได้โดยมิได้พ่ายแพ้ ข้าจะเป็นคนขอยอมแพ้เอง."
"เปะ..เป็น..ไป..มิ..ได้...เจ้าถึง..กับ..กลืนกิน..มังกร..อัคคี..ของข้า...เข้าไป..จนหมด..สิ้น..!!"
มู่หลงยังคงพูดติดอ่างอย่างสะลึมสะลือเหมือนละเมอต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันแทบหงายหลังด้วยความตกใจ หัตย์มังกรเพลิงพิฆาต ของมันรุนแรงเพียงใดมันย่อมรู้ดี เจ้าหนุ่มเบื้องหน้ามิเพียงไม่ได้รับอันตรายใด ๆ แต่กลับกลืนกินมังกรอัคคีของมันไปจนหมดสิ้นดุจดังกินขนมหวาน เมื่อได้สติและได้ยินที่กังหลงพูด มู่หลงก็ยืดอกเอามือตบหน้าอกดังเพี๊ยะและตอบกลับอย่างห้าวหาญ
"เชิญเจ้าโจมตีมาได้อย่างเต็มที่ รับรองข้ามู่หลงมิหลบหลีกแม้แต่น้อยนิด และหากข้าพ่ายแพ้ข้าจะยอมรับการจัดการจากเจ้าทุกอย่างมิมีบิดพริ้วเช่นกัน"
"ถ้าเช่นนั้นเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อข้านับหนึ่งถึงสามข้าจะโจมตีเจ้าด้วยหมัดเช่นกัน ข้าจะต่อยธรรมดาเพียงสามครั้ง ข้าจะดูว่าเจ้าจะทนทานได้ถึงครั้งที่สามรึไม่"
"หนึ่ง..!!"
"สอง..!!"
"สาม..!!"
เมื่อนับครบสามกังหลงง้างหมัดขึ้นใช้พลังกายสามส่วนแล้วต่อยเปรี๊ยงไปยังทรวงออกของมู่หลงในทันที เสียงดังสนั่นขึ้น
"ปัง...!!"