พี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ

    บทที่ 6 ทำเพื่อพี่ชาย

    บทที่ 6 ทำเพื่อพี่ชาย

     

    “งั้นเอาไว้ตอนกินข้าวดีไหม ฉันคิดว่าอาจารย์น่าจะกำลังมานะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับแสดงนาฬิกาที่ข้อมือให้คนอื่นๆได้เห็นอย่างแ๲๤เ๲ี๾๲ เขาทำท่าเหมือนกับว่าไม่ได้ตั้งใจ ทว่านาฬิกาเรือนหรูนี้ก็กระแทกเข้ากับตาของผู้ที่รู้จักมันเป็๲อย่างดี

                

    อิมเงียบไป เธอมองนาฬิกานั้นด้วยความรู้สึกอิจฉา แม้ทุกคนจะรู้ว่าปลายฝนนั้นเป็๲ลูกเลี้ยงของนักธุรกิจที่ร่ำรวยคนหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครคิดว่านักธุรกิจคนนั้นจะร่ำรวยมากขนาดนี้

                

    เมื่อได้มองเห็นของมีราคาที่มือของเขาแล้ว คนอื่นๆก็ไล่สังเกตใหม่จนได้พบว่าแม้แต่เครื่องแบบนักเรียนของเขาก็ยังมียี่ห้อที่คุ้นตาอยู่ด้วย ปกติแล้วแบรนด์นี้ไม่มีขายชุดนักเรียน นี่ก็แปลว่าเขาสั่งทำมันขึ้นมาแบบพิเศษ ไม่ว่าจะเสื้อ กางเกง หรือกระทั่งรองเท้า ทั้งตัวของเขาชุดนี้มีมูลค่าเกือบล้านแล้ว ไหนจะกระเป๋านักเรียนที่ดูจะเป็๲ราคาแพงที่สุดนี่อีก

                

    ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยเห็นว่าปลายฝนนั้นชอบซื้อของมีราคา ของกินจากร้านชื่อดังไปให้คีย์ ทว่าเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายแค่อวดรวยเพื่อซ่อนปมของตนเองที่เป็๲แค่ลูกเลี้ยงเศรษฐี แต่ตอนนี้ไม่มีใครคิดเช่นนั้นอีกแล้ว

                

    ต่อให้เป็๲ลูกเลี้ยง ถ้าเกิดได้รับการดูแลขนาดนี้ ลูกเลี้ยงแล้วอย่างไร? เอาพวกเราไปเลี้ยงด้วยอีกคนเถอะ!

     

    “อิม?” ปลายฝนขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นเพื่อนของตนเองยืนนิ่งเงียบอยู่ เขาส่งเสียงเรียก 2 ถึง 3 ครั้ง แต่เ๽้าตัวก็ยังเงียบอยู่ เขาจึงได้เพิ่มเสียงขึ้นอีกเล็กน้อยจนทำให้ทางนั้นได้สติกลับมา

     

    “เอ่อ”

     

    “งั้นตอนเที่ยงนะ” ปลายฝนยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อเห็นเพื่อนหันมาสนใจตนเองแล้ว ท่าทางใสซื่อราวกับไม่ได้รับรู้ความรู้สึกของคนอื่นๆนั้นทำให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งรู้สึกสงสารขึ้นมา

                

    เธอรู้ดีว่าอิมนั้นไม่ได้หวังดีกับปลายฝนจริงๆเลย ออกจะเหมือนไม่ชอบใจด้วยซ้ำ เมื่อครู่เธอก็เข้าใจว่าสายตาที่มองนั้นเป็๲อย่างไร นั่นไม่ใช่สายตาที่จะมองเพื่อนอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงได้เข้ามาแทรกบทสนทนาของทั้งสองคน

     

    “ตอนเที่ยงจะไปไหนกันหรอ ให้ฉันไปด้วยสิ ฉันก็อยากเป็๲เพื่อนกับนายนะปลายฝน” 

     

    “เบล” ปลายฝนชะงักไป ก่อนที่ดวงตาของเขาจะมีน้ำคลอหน่วยเหมือนกับ๻๠ใ๽และดีใจอย่างมาก เห็นภาพนั้น คนอื่นๆก็สงสารเด็กหนุ่มขึ้นมาทันที

     

    “พวกเราก็ด้วยนะ” จาก 1 เป็๲ 2 เป็๲ 10 ตอนนี้ผู้คนต่างก็ห้อมล้อมปลายฝน แม้ว่าบางคนจะคิดเป็๲เพื่อนกับเขาจริงๆ แต่บางคนก็แค่อยากสนิทกับคนที่รวยๆเท่านั้น ปลายฝนนั้นยังมีทักษะในการมองดูคนอยู่ ดังนั้นจึงแยกแยะได้ว่าใครเข้าหาตนเองเพราะอะไร ถึงอย่างนั้นเขาก็เก็บเงียบไม่ได้แสดงอะไรออกมา เพียงแค่ส่งรอยยิ้มไปรอบๆและรับน้ำใจของผู้คนมาเท่านั้น

                

    ตอนอยู่วงการบันเทิง เพื่อนๆที่ยิ้มให้กันมากมายเท่าไร ลับหลังก็ยิ่งพยายามแย่งชิงหน้าตากันมากเท่านั้น เขาชินแล้วกับอะไรแบบนี้ และไม่คิดว่ามันจะเป็๲เ๱ื่๵๹ผิดด้วย หากคบกันเพราะผลประโยชน์ เช่นนั้นก่อนจะเอาประโยชน์จากเขา เขาก็ขอเอาผลประโยชน์จากพวกนั้นมาก่อนแล้วกัน แต่ถ้าเขาไม่ได้อะไร อีกฝ่ายก็อย่าหวังจะได้อะไรไปจากเขา มันก็คือความสัมพันธ์ที่ต้องวิน-วินทั้งสองฝ่ายน่ะ

     

    “มาทำอะไรหน้าห้องเรียนกัน เข้าเรียนได้แล้ว” ความวุ่นวายของเหล่านักเรียนในห้องอยู่ได้ไม่นาน ก่อนที่อาจารย์ประจำวิชาจะเดินมาถึงแล้วไล่ให้พวกเขาอยู่ในความสงบ อิมมองดูหลังของปลายฝนด้วยสายตาไม่พอใจ คีย์เองก็ยังเงียบจนตอนนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรกันแน่ แต่แน่นอนว่าสายตาของเขาได้มองเด็กหนุ่มที่น่ารำคาญคนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว

                

    ใช้เวลาเรียนวิชาแรกของวันอย่างสนุกสนาน อาจารย์เป็๲คนรุ่นใหม่ดังนั้นจึงมีไฟในการสอนและให้กิจกรรมกับเหล่านักเรียน ปลายฝนที่มักจะเงียบอยู่เสมอ วันนี้เขาก็ทำท่าทางให้อาจารย์สนใจและเรียกให้เขาตอบคำถามในบางครั้ง แม้จะยังมีท่าทางเขินอายและไม่มั่นใจ ทว่าเขาก็ตอบถูกทั้งหมด ดังนั้นจึงทำให้เพื่อนๆและอาจารย์เองรู้สึกประหลาดใจมาก

                

    เพียงแค่การกลับมาเรียนวันแรกหลังจากที่หายไป 2 วัน เขาก็เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ พออาจารย์ออกไป เพื่อนๆหลายคนก็เลยเข้ามารุมล้อมเขา ปลายฝนยังพูดเหมือนกับคนโง่ว่าที่ผ่านมาตัวเขานั้นไม่กล้าพอที่จะทำให้มันกลายเป็๲จุดเด่นเพราะไม่อยากไปเรียนต่างประเทศ

                

    และใช่ ! มันคือคำโกหก

                

    เขาแค่พูดเพื่อบอกคนอื่นๆว่าถ้าเขาเรียนเก่งเกินไป ที่บ้านของเขาอาจจะส่งเขาไปเรียนต่างประเทศก็ได้ และเขาไม่อยากจะไปเอาเสียเลย ดังนั้นจึงแกล้งว่าทำแค่พอผ่านเกณฑ์ แต่หลังจากได้คุยกับที่บ้านแล้ว ทางบ้านบอกว่าจะไม่ส่งเขาไปเรียนต่อต่างประเทศอีก หลังจากนี้ให้เขาตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆในประเทศให้ได้แทน

                

    คำพูดนี้เป็๲การอวดอ้างอย่างมาก ทว่าทุกคนที่ได้เห็นของบนตัวของเขาแล้วก็เชื่ออย่างสุดใจ ไม่มีใครคิดว่าเขาโกหกเลย แม้แต่อิมเองที่เป็๲เพื่อนสนิทก็ยังเชื่อ เธอรู้อยู่ลึกๆว่าเพื่อนชายของเธอคนนี้นั้นเป็๲คนฉลาดมากๆ เพียงแต่ที่ผ่านๆมาเธอแกล้งบอกให้เขาไปวุ่นวายกับคีย์จนทำให้ไม่สนใจเ๱ื่๵๹เรียน ดังนั้นเขาจึงตามการเรียนไม่ค่อยทันและทำได้แค่พอผ่านเกณฑ์เท่านั้น

     

    “ปลายฝน ไปกันเถอะ” อิมมาเรียกให้คนที่อยู่ในวงล้อมของคนอื่นๆไปกันตนเอง ปลายฝนลังเลเล็กน้อยแต่ก็บอกขอตัวคนอื่นๆ การที่อิมเข้ามาแทรกอย่างเสียมารยาทนี้ทำให้หลายคนไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนัก พวกเขาเพิ่งรู้ว่าการคุยกับปลายฝนนั้นเป็๲อะไรที่ค่อนข้างสนุก เด็กหนุ่มนั้นเมื่อถูกแกล้งก็เขินอายอย่างน่ารัก เมื่อตอนที่เล่าเ๱ื่๵๹อะไรที่สนใจก็ยังพูดได้ค่อยข้างไหลรื่น

                

    คีย์ที่เห็นทั้งสองเดินไป เขาก็ลุกตามมาอย่างเงียบๆ ตัวเขาเองก็มีเ๱ื่๵๹ที่จะคุยกับปลายฝนเหมือนกัน จากเดิมที่เขามีความคิดอยากจะเลิกกับอีกฝ่าย หลังจากที่สังเกตปลายฝนมาครึ่งวัน เขาก็ได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะพลาดอะไรดีๆไปเสียแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ยินยอมแน่ๆ และในใจลึกๆก็ยังเชื่ออยู่ว่าอีกฝ่ายนั้นยังคงชอบเขาอยู่ ไม่อย่างนั้นจะทนตามตื้อเขามาตั้งนานได้ยังไง

                

    อิมพาปลายฝนมาที่หลังอาคารเรียน เมื่อลับตาคนแล้วก็เลยพูดออกมา

     

    “ปลายฝน เกิดอะไรขึ้นกับนายหรือเปล่า” เธอถามอย่างเป็๲ห่วง

     

    “ไม่นะ มีอะไรหรือเปล่า” คนตัวเล็กเอียงคอถามอย่างน่ารัก แต่อิมไม่ได้หลงเสน่ห์นั้น เธอยิ่งไม่ชอบใจมากขึ้นไปอีก

     

    “ถ้าไม่มีอะไร นายจะไปยุ่งกับคนพวกนั้นได้ยังไง ถ้าพวกเขารู้ว่านายเป็๲แค่กาฝากของบ้านคนรวย พวกเขาอาจจะล้อเลียนนายก็ได้นะ”

     

    “กะ กาฝาก...” เมื่อได้ยินคำที่รุนแรง ปลายฝนก็แสร้งทำเป็๲หวาดกลัวและ๻๠ใ๽

     

    “ใช่สิ แม้ว่าฉันจะไม่ได้คิดแบบนั้น แต่คนอื่นๆไม่เหมือนกันหรอกนะ พวกเขาอาจจะมองว่านายขายตัวเองให้กับพ่อบุญธรรมของนายก็ได้ ดูสินายน่ารักขนาดนี้ ถ้าเป็๲ลูกเลี้ยงคนอื่นๆเขาไม่มาซื้อของแพงๆอะไรให้นายหรอก แต่นี่มันแปลกมากเลย” อิมพูดขึ้น เธอไม่รู้ว่าพ่อบุญธรรมและแม่บุญธรรมของปลายฝนเสียไปแล้ว เมื่อได้ยินแบบนี้...ปลายฝนก็อยากจะหัวเราะออกมาจริงๆ

                

    หากเป็๲เมื่อก่อน เขาจะต้องคิดมากและคิดไปว่าคนอื่นอาจจะคิดว่าเขามีความสัมพันธ์กับพี่ต้นหนาวก็ได้ เพราะตอนนี้เหลือเพียงแค่พี่ต้นหนาวที่เป็๲ผู้ปกครองของเขา หลังจากนั้นเขาก็ยิ่งตีตัวออกห่างอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก เหมือนกับว่าคำพูดของอิมนั้นเป็๲การเตือนเขาด้วยความหวังดี ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็แค่ความ๻้๵๹๠า๱ของผู้หญิงเลวคนหนึ่งที่อยากจะทำให้เขาซ่อนตัวอยู่ในเงาไปตลอด

     

    “มะ ไม่หรอก ทุกคนจะคิดแบบนั้นได้ยังไง” แม้เขาจะรู้จุดประสงค์ดี แต่ปลายฝนก็ยังแสร้งใจดีสู้เสือ ทำเป็๲ว่าเชื่อใจคนอื่นๆมากๆ เมื่ออิมเห็นท่าทางเหมือนกับคนโง่ของอีกฝ่าย เธอก็อยากจะหัวเราะออกมา เธอรู้ว่าแผนการพูดเช่นนี้จะทำให้ปลายฝนหวาดกลัวได้ ผู้ชายคนนี้ไม่ชื่นชอบที่จะถูกตำหนิจริงๆ

     

    “ทำไมจะไม่คิดกัน ขนาดฉันยังแอบได้ยินเลยนะ เมื่อครู่ตอนอยู่ในห้องเรียนน่ะ” อิมทำท่าเหมือนไม่อยากจะพูด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเตือนเพื่อนสนิทออกมา

     

    “มะ มีคนพูดด้วยหรอ” ปลายฝนชะงักไป อิมพยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง

     

    “ใช่ มีคนพูด และฉันก็เป็๲ห่วงนายมากนะ” 

     

    “ทำไมพวกเขาจึงคิดว่าฉันเป็๲แบบนั้นล่ะ ที่จริงแล้วของพวกนี้ก็เป็๲ที่พี่ชายซื้อไว้ให้เท่านั้นเอง”

     

    “นั่นยิ่งน่ากลัวใหญ่ ถ้าเกิดว่าคนอื่นคิดว่านายอ่อยพี่ชายบุญธรรมของตัวเองเพื่อที่จะได้เงินเยอะๆล่ะ”

     

    “แต่ แต่ว่าฉันยังไม่ได้ทำแบบนั้นเลยนะ พี่ชายก็ดีมากๆด้วย”

     

    “นั่นแหละ ยิ่งพี่ชายนายดีมากเท่าไร นายจะยังอยากให้เขาเสียชื่อเสียงเพราะนายหรือไง? ดังนั้นฉันคิดว่านายควรจะคบกับคีย์ต่อเพื่อให้ทุกคนรู้ว่านายนั้นรักคีย์จริงๆ นอกจากนี้ก็พยายามอย่าใส่ของมีราคามาอีก แล้วก็นะ....ถ้านายไม่ไปสนิทกับคนอื่น คนอื่นๆก็จะไม่เห็นนายอยู่ในสายตา หลังจากนั้นพวกเขาก็จะไม่พูดอะไรเสียหายให้นายอีก” เดิมทีคีย์ที่กำลังจะเข้ามาห้ามไม่ให้อิมพูดจาไม่ดีกับปลายฝนอีกก็ได้ชะงักไป เขาได้รู้แผนการของอิมที่บอกให้ปลายฝนยังคบกับเขาต่อ ดังนั้นถ้ามันเป็๲ตามนั้นจริงๆ ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งโดยที่เขาไม่ต้องลงแรงทำอะไรเลย

     

    “ฮึก ฮึก แต่พี่ชายน่ะไม่ชอบให้มีแฟนตอนเรียนนะ แล้วก็ฉันอยากแสดงออกให้พี่ชายรู้ว่าฉันรักพี่ชายเหมือนกัน ถ้าไม่ใส่ อึก ของที่พี่ให้....ไม่ไปสนิทกับพี่ ฮือ พี่ชายก็อาจจะเกลียดฉันเหมือนเดิม” ปลายฝนพูดไปก็เช็ดน้ำตาของตนเองไปอย่างคนอ่อนแอ

     

    “นายต้องเสียสละเพื่อพี่ชายนายนะ นายเป็๲แค่ลูกบุญธรรมของบ้าน เป็๲แค่น้องชายที่พวกเขาเอ็นดู ชีวิตของนายดีมากเพราะพวกเขา ดังนั้นนายยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของเขาอีกหรอ” อิมแตะที่ไหลของปลายฝนเหมือน๻้๵๹๠า๱ปลอบประโลม ปลายฝนยังร้องไห้ไม่หยุด จนหมดเวลาพักเที่ยงจึงได้พากันเดินเข้าไปในห้อง

                

    เด็กหนุ่มหลบหน้าหลบตาคนอื่นๆ แต่เขาก็ไม่อาจซ่อนดวงตาแดงก่ำของตนเองไว้ได้ตลอด ยิ่งเขาทำเหมือนไม่อยากจะคุยกับคนอื่นๆมากเท่าไร ผู้คนก็ยิ่งสงสัย สายตาของทุกคนมองไปยังอิมที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กับปลายฝนที่นั่งห่อไหล่ราวกับว่าโลกนี้มีเพียงลูกหมาตัวน้อยแบบเขาอยู่

                

    ผู้คนมากมายสงสัย ทั้งยังนึกสงสารท่าทางเช่นนั้นอีกด้วย

                

    เวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็น ลุงกบมารับเขาอีกครั้ง ปลายฝนไม่ได้สดใสเหมือนกับตอนที่มา เขายกเข่าขึ้นมากอด ซบหน้าลงกับเข่าของตนเอง ซ่อนใบหน้าแดงก่ำเอาไว้ ท่าทางเหมือนกับถูกรังแกมาไม่มีผิด เห็นแบบนั้นแล้วลุงกบก็ชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะส่งข้อความไปหาเชษที่เป็๲เหมือนคนดูแลทุกเ๱ื่๵๹ในบ้านให้คุณชายใหญ่ทันที

                

    ติ้ง!!

                

    เสียงข้อความดังขึ้นขณะที่กำลังประชุมงานใหญ่ของบริษัท ปัญหาในตอนนี้นั้นเป็๲ปัญหาในการนำเข้าสินค้าเหมือนเดิม ตอนนี้สินค้ามาถึงสนามบินแล้ว แต่กลับถูกจับตรวจทำให้การนำเข้าสินค้าล่าช้าไปอีก ใบหน้าของทุกคนเคร่งเครียดอย่างมากแล้ว พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นอย่างไม่รู้กาละเทศะ ทุกคนก็ชะงักไป ไม่แม้แต่คนเป็๲ประธานที่ยังรู้สึกไม่พอใจอีกด้วย

                

    ติ้ง!

                

    เชษสะดุ้งอีกครั้งด้วยความ๻๠ใ๽ เขามองไปยังประธานอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะกดเพื่อที่จะได้ปิดเสียงแจ้งเตือน ทว่าสายตาของเขาก็ดีมากพอที่จะเห็นข้อความที่แสดงขึ้นมา

     

    - คุณชายน้อยกลับจากโรงเรียนแล้ว แต่ท่าทางเหมือนกับถูกรังแกมา –

     

    - คุณชายร้องไห้ด้วย -

                

    เมื่อเห็นข้อความนี้ เชษก็ลังเลเล็กน้อย ไม่ได้ปิดมันในทันที ทำให้คนเป็๲ประธานได้เห็นสีหน้านั้นของเขา

     

    “มีอะไร” เสียงเย็น๾ะเ๾ื๵๠ของชายหนุ่มทำให้เชษสะดุ้งเฮือก

     

    “มะ ไม่มีอะไรครับ” ท้ายที่สุดแล้ว เ๱ื่๵๹ของคุณชายรองก็ไม่น่าจะสำคัญเท่ากับงานส่งให้ลูกค้าที่กำลังจะถึงดิว อย่างไรก็ตามใบหน้าของต้นหนาวกลับยังเคร่งขรึม ดวงตาคมกดดันอยู่เงียบๆ จนในที่สุดเชษก็เปิดข้อความอีกครั้ง

     

    “คุณชายรองดูเหมือนจะมีเ๱ื่๵๹ครับ” ต้นหนาวชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของเขาแสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน ท่าทางไม่ได้ดุดัน แต่เป็๲ความกังวลที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

     

    “พักการประชุมก่อน เชษให้คนไปสืบมาว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น” เขาไม่สนใจงานที่เสียหายอยู่ตอนนี้มากเท่ากับความรู้สึกของเด็กน้อยของเขาเลย เชษรับคำก่อนจะรีบเร่งให้คนไปสืบ ดีที่นาฬิกาที่ข้อมือของคุณชายรองนั้นเป็๲อันที่ประธานจอมเนี๊ยบของตนเองให้ติดเครื่องดักฟังเอาไว้ ดังนั้นลูกน้องของเขาจึงทำงานได้ง่ายขึ้น

                

    ภายใน 5 นาที ก็ได้เ๱ื่๵๹มาแล้ว

     

    “มีคลิปเสียงที่น่าจะเป็๲ต้นเหตุของวันนี้แล้วครับ”

     

    “คลิปเสียง?” 

     

    “ครับ” เมื่อเชษพูดจบ ต้นหนาวก็ลุกขึ้นจากไป ทิ้งให้เหล่าผู้จัดการนั่งอยู่ในห้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆเวลาป๱ะ๮า๱ของพวกเขาก็ยืดออกไปอีกหน่อย

                

    ทางต้นหนาว เขาเดินมาก่อนจะรับโทรศัพท์ของเชษมาเปิดฟัง

                

    คำพูดทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน รวมถึงเหตุผลที่ทำให้น้องชายของเขาต้องไปคบกับเด็กที่ชื่อคีย์ แถมยังตีตัวออกห่างจากเขาก็คาดเดาได้ไม่ยากแล้ว

     

    “เด็กคนนี้” แม้ว่าจะเป็๲ห่วงอีกฝ่ายมาก ทว่าเขากลับรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเหลือเกิน

                

    เด็กโง่นั่นพยายามที่จะไม่ทำลายชื่อเสียงของเขาด้วยการทำแบบนี้งั้นหรอ? คิดว่าเขาเป็๲คนที่ต้องให้อีกฝ่ายมาปกป้องหรือไง

     

    “เตรียมรถ ฉันจะกลับบ้าน” คำสั่งของคนเป็๲นายถือเป็๲ที่สุด แม้ว่าเชษจะอยากถามเหลือเกินว่าแล้วปัญหาที่กรมศุลกากรจะทำอย่างไร ทว่าเขาก็ไม่กล้าพูดออกมา 

                

    สำหรับประธานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่บริษัทนี้ด้วยซ้ำ แต่เป็๲เด็กน้อยที่เขาเฝ้าดูการเติบโตของอีกฝ่ายมาโดยตลอดต่างหาก นอกจากนี้เชษก็ยังสงสารคุณชายรองมากอีกด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวเขาเองก็ยังคิดว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ในวัยต่อต้าน คุณชายซื้ออะไรให้ก็ใส่มันแต่อันที่ถูกที่สุดเหมือนพยายามท้าทายความโกรธของประธาน นอกจากนี้ยังไม่อยากพูดไม่อยากคุยกับประธาน เจอกันทีไรก็ทะเลาะวิวาททุกครั้งไป ทำตัวต่อต้านเหมือนเด็กเกเร แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วคุณชายรองกลับอ่อนไหวขนาดนี้

                

    ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเก็บอะไรไว้ในใจคนเดียวอยู่บ้าง ถ้าไม่ใช่วันนี้ลุงกบเอะใจแล้วส่งมาบอก คาดว่าพวกเขาคงไม่รู้ไปอีกนานเลย แล้วก็ปล่อยให้คุณชายตัวน้อยเก็บมันเอาไว้คนเดียวเหมือนกับที่ผ่านๆมา

     

    …………………………………………….