" ผู้ใด! "
อู่ อวี้ ถือกระบี่อยู่ในท่าเตรียมพร้อมรับการโจมตี แม้ว่าเวลานี้เขากำลังฝึกกระบี่อยู่ แต่ด้วยเพราะเขามีประสาทััทั้ง 5 ที่เฉียบคมชัด ทำให้เขาสามารถจับได้ทุกการเคลื่อนไหวของผู้บุกรุกยามราตรี ต่อให้การเคลื่อนไหวนั้นจะเล็กน้อยมากมายเพียงใด แต่มันก็ทำให้อู่ อวี้ ยังคงจับัันั้นได้อย่างชัดเจน
" ถูกพบเข้าเสียแล้ว "
อู่ อวี้ เห็นแสงกะพริบวิบวับผ่านแววตา ท่ามกลางสุมทุมพุ่มไม้อันครึ้มทะมึน ไม่นานนักสตรีนางหนึ่งก็ปรากฏกายออกมา สตรีผู้นี้มีรูปร่างสะคราญตาไร้ที่ติ ร่างอันสง่างามของนางนั้นสูงเพรียวระหง ยามเมื่อนางเยื้องย่างกายช่างดูร้อนแรงราวเพลิงโลกันตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรวงอกอันอวบอูม นั้นดูอวบอิ่มยิ่งใหญ่เป็ที่สุด รูปร่างเพรียวบางให้ความรู้สึกอ่อนช้อย และ ปราดเปรียวคล่องแคล่วในคราเดียวกันนั้น รูปลักษณ์ของนางเปรียบได้ดั่งอสรพิษที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในสายธารา ต้นขากลมกลึงเรียวยาว ความเรียวยาวนั้นเรียกได้ว่า เรียวเสียยิ่งกว่าท่อนขาของอู่ อวี้ เรียวขาอันสมบูรณ์ไร้ที่ติของนางถูกห่อหุ้มด้วยหนังสัตว์แนบเนื้อ แม้ในเวลานี้ใบหน้าของนางจะถูกคลุมด้วยผ้าสีดำปกปิดเอาไว้ แต่ถ้าหากให้ประเมินจากรูปร่างโดยรวมของนางด้วยสายตาแล้ว สามารถบอกได้เลยว่าสตรีนางนี้จะต้องมีรูปโฉมงดงามยิ่ง อีกทั้งยังมีเสน่ห์ล้นเหลือ จนกระตุ้นเร้าอารมณ์ราคะของเหล่าบุรุษได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
" ข้าก็คิดว่าซือตู๋ ิหลาง จะมาชำระหนี้แค้นด้วยตนเองเสียอีก ไม่คิดว่ามันจะส่งแม่นางมาแทน " แม้ว่าอู่ อวี้เองจะถูกกระตุ้นด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนของนาง แต่ถ้าเขายอมพ่ายแพ้ให้แก่ตนเอง แล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปตามแรงปรารถนาของตนเองแล้วล่ะก็ ย่อมไม่ใช่เื่ดีแน่ ซ้ำร้ายมันกลายเป็เื่โง่เขลาอย่างที่สุด อู่ อวี้ รู้ดีว่าความงามที่ชวนหลงใหล สามารถกระตุ้นราคะของเหล่าบุรุษเพศโดยยากปฏิเสธได้นั้น มันคือกลอุบายล่อลวงอันแสนร้ายกาจ หากเขาโง่เขลากระโจนลงไปอย่างขาดสติ ชีวิตของเขาก็จะจบสิ้นในที่สุด
" เวลานี้ชีวิตของเ้าเหลืออีกแค่ 10 ลมหายใจเพียงเท่านั้น " สตรีนางนี้ถือกริชสีดำไว้ในมือ กริชเล่มนี้แผ่แรงกดดันออกมาอย่างมหาศาล มันดูทรงอานุภาพอย่างยิ่ง หากประเมินจากประสบการณ์ในด้านอาวุธของอู่ อวี้แล้ว เขาสามารถกล่าวได้ว่าอาวุธชิ้นนี้มีพลังไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่ปราบมารเลยด้วยซ้ำ หลังจากที่นางเดินออกมาจากพุ่มไม้ อู่ อวี้ ได้พิจารณาทุกอิริยาบถการเคลื่อนไหวของนางอย่างละเอียด นางเยื้องย่างด้วยร่างกายอันพลิ้วไหวแต่มั่นคง แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง บอกได้เลยว่ายังเหนือล้ำยิ่งกว่าอี้หวายซานเสียอีก ซึ่งหากดูจากตรงหัวเข่าและข้อต่อของนางแล้ว อู่ อวี้ ก็สามารถล่วงรู้ได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้ ไม่ใช่แค่มากด้วยเสน่ห์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีวรยุทธล้ำเลิศ และ อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 10!
ซึ่งขอบเขตขั้นนี้ มันคือระดับพลังที่อู่ อวี้ นั้นเฝ้าใฝ่ฝันเป็อย่างยิ่ง! พลังที่ชีวิตนี้ อู่ อวี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนไขว่คว้ามันมาให้ได้
ทันใดนั้น เยี่ยกู่หยูพุ่งเข้าจู่โจมใส่ร่างของอู่ อวี้ หมายจะเด็ดชีพ
ก่อนหน้านี้นางได้กล่าวไว้ว่า จะปลิดชีพอู่ อวี้ ด้วยเวลาเพียงแค่ 10 ลมหายใจ
*ฟึ่บ! *
หลังจากสิ้นประโยคนางก็พุ่งเข้าโจมตีอู่ อวี้ทันที กริชสีดำในมือของนาง ถูกกวัดแกว่งฉวัดเฉวียนท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี มันช่างดุร้ายราวกับอสรพิษฉกกัดก็ไม่ปาน กริชสีดำพุ่งเข้ามาหาอู่ อวี้ ด้วยความเร็วสูง ทุกการเคลื่อนไหวของนางนั้นสุขุมเยือกเย็นจนน่าเหลือเชื่อ แถมนางแผ่จิตสังหารอันเย็นะเืออกมาอย่างรุนแรงอีก!
" กริชสังหารแปดพิรุณเดียวดาย! "
สตรีนางนี้จะต้องเป็นักฆ่ามาแต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็จังหวะ หรือ ความเร็ว นางสามารถผสานกันได้ลงตัวสมบูรณ์แบบ ทุกการโจมตีที่พุ่งออกมา เป็เสมือนดั่งอสรพิษที่กำลังพุ่งจู่โจมเหยื่อ ซึ่งการโจมตีของนางนั้นทั้งรวดเร็วและยังคาดเดาวิถีได้ยาก แถมความเร็วของนางยังค่อยๆ เพิ่มขึ้นในทุก ๆ การโจมตีอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นก็คือนางโจมตีโดยเน้นจุดตายแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็ดวงตา ลำคอ หรือ หัวใจ!
" ช่างโเี้ยิ่งนัก! "
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความปรารถนาของนางในวันนี้คือสิ่งใด เป็ที่แน่ชัดอยู่แล้วว่าสิ่งที่นางปรารถนานั้นคือ ชีวิตของเขา
ความแข็งแกร่งของนางเรียกได้ว่าเกินตัวยิ่งนัก เพราะในเวลานี้พลังนั้นอยู่ในระดับ 2,000 อาชาศึก
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
เชร้ง∼!
คมกริชบุกทะลวงด้วยความพลิ้วไหวอ่อนช้อย มันกำลังหมุนควงฉวัดเฉวียนท่ามกลางความมืดสลัว ณ เวลานี้ หากเกิดพลาดพลั้งเพียงแค่เสี้ยวอึดใจ เขาก็จะถูกปลิดชีพลงได้อย่างรวดเร็ว ฉับพลันดวงตาของอู่ อวี้ ก็แผ่จิตสังหารออกมารุนแรง!
"เคร้ง! "
คมกริชถูกตวัดเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ด้วยพละกำลังอันมหาศาลทำให้ร่างของอู่ อวี้ กระเด็นลอยออกไป อู่ อวี้ ตกตะลึงกับพละกำลังนั้นอย่างยิ่ง ร่างของเขาร่วงตกลงไปบนพุ่มไม้ ร่างของเขากลิ้งม้วนไปตามพื้นดิน เนื้อตัวเต็มไปด้วยเศษดิน เศษกิ่งไม้ และ ใบไม้ บอกได้เลยว่าสภาพของเขาในตอนนี้ช่างน่าอับอายอย่างที่สุด
" หึ! "
ท่ามกลางความมืดสลัวของยามราตรี จิตสังหารของนางได้แผ่ออกมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง ด้วยกระบวนท่าพลิกแพลงพิสดาร กอปรกับความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ทำให้การโจมตีของนางไม่อาจคาดเดาทิศทางได้ อู่ อวี้ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าอสรพิษตัวนี้จะพุ่งเข้ามาปลิดชีพของเขา จากทิศทางใด กระบวนท่าพิสดารของนางที่ว่านั้นคือ กระบวนท่าเท้า นางก้าวเท้าเข้ามาด้วยความเร็วพลิ้วไหว ราวอสรพิษที่กำลังเลื้อยไล่ล่าเหยื่อของมัน ความร้ายกาจของกระบวนท่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความลื่นไหลของการโจมตีเท่านั้น แต่ยังพละกำลังอันมหาศาล ซึ่งได้สร้างปัญหาให้แก่เขาอย่างใหญ่หลวง!
" ไม่ได้การ ...ข้าจะปล่อยให้มันเป็มากดดันอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้ไม่ได้ "
อู่ อวี้ม้วนตัวไปหลายตลบ ระหว่างนั้นเขาก็เริ่มประมวลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว และ คิดกลยุทธ์โต้กลับไปด้วยในตัว ในเวลานี้เืในกายของเขาสูบฉีดเดือดพล่าน ส่วนอีกฝ่ายยังคงดูสุขุมเยือกเย็นเช่นเคย แม่นางผู้นี้แผ่รังสีอำมหิตกดดันเขาอย่างต่อเนื่อง แม้ดวงตาของอู่ อวี้จะจับจ้องไปที่นางโดยไม่วางตาแล้วก็ตามที แต่ถึงกระนั้นลำคอของเขาก็เกือบจะถูกจ้วงแทง จากการลอบสังหารมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง การโจมตีที่รวดเร็วดุเดือดต่อเนื่อง ทำให้อู่ อวี้ ไม่มีโอกาสได้พักหายใจ และ แสดงพลังของการฝึกตนออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
" ยังเหลืออีก 3 ลมหายใจ! " ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังภาคภูมิใจกับความได้เปรียบของตนเองอยู่ นางแค่นเสียงเ็าออกมา จากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งความเร็วในครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อน แถมยังไม่อาจจับทิศทางวิถีในการโจมตีของนางได้เช่นเดิม
หากอู่ อวี้ยังปล่อยให้สถานการณ์ของตน ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบอยู่เช่นนี้ ความตายคงได้มาเยือนเขาในไม่ช้า!
นางคือคู่ต่อสู้อย่างแท้จริง
ไฉนเลยอู่ อวี้ จะยอมปล่อยให้ตนเองตกฝ่ายเสียเปรียบเช่นนี้ต่อไป ในเมื่อเขาเป็ถึงผู้สืบทอดเคล็ดวิชากายาเพชระของาาวานร! การสืบทอดของเขาไม่เพียงแค่ร่างกายแข็งแกร่งะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจตจำนงอันแรงกล้าใหญ่ยิ่งอีก แล้วในทันใดนั้นเอง หลังจากที่เขาได้รวบรวมสมาธิมุ่งมั่นไปยังเจตจำนงอันแรงกล้า ฉับพลันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น! แม้ในยามนี้อู่ อวี้ต้องเผชิญหน้า กับศัตรูน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด แต่เขากลับไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย ในทางกลับกันภายในหัวใจของเขากลับยิ่งแข็งแกร่งฮึกเหิม มันกำลังเดือดพล่านเพราะกระหายการต่อสู้เป็อย่างยิ่ง จินตนาการของเขาในตอนนี้ได้ปรากฏภาพ ของมหาวานรผู้แข็งแกร่งไร้ต้าน ร่างกายของวานรตนนั้น กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันโหมกระหน่ำ!
" ภาพจำแลงหัวใจวานร "
ภายในโลกแห่งััจิตของอู่ อวี้ ตอนนี้เขาได้จินตนาการถึงภาพของ 'จำแลงหัวใจวานร' มันคือภาพของาาวานรผู้ต่อต้านลิขิต์ กำลังปรากฏขึ้นอยู่ภายในจิตใจของเขา เขาพยายามรักษาพลังััจิตให้เสถียรเอาไว้ จนกระทั่งอำนาจแห่งจิตนี้ได้แผ่ขยายออก จนกลายเป็พลังอันไร้ต้าน แม้แต่มือสังหารสาวก็ยังสามารถ ััได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลนี้ ซึ่งกำลังกดทับลงมา แล้วทันใดนั้นเองอู่ อวี้ก็ลงมือโต้กลับ!
"เปลวอัคคีทองคำผลาญฟ้า! "
หากไม่ยอมโจมตีในครั้งนี้ แล้วจะหาโอกาสโจมตีได้อีกเมื่อไหร่ เขาได้ใช้เวลาไปกว่าครึ่งวัน เพื่อทุ่มเทให้กับการฝึกปรือ และ ทำความเข้าใจ 'วิชาลับเปลวอัคคีทองคำปลิดชีพั' ถึงแม้ว่ามันจะเป็เพลงกระบี่ในกระบวนท่าแรก แต่นี่คือวิถีแห่งกระบี่ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากโดยท่านเ้านิกาย เฟิงซัวหยา แล้วมันจะเป็แค่วิชาธรรมดาสามัญได้อย่างไรกัน!
กระบี่ปราบมารถูกกวัดแกว่งออกไป เปลวอัคคีสีทองได้ลุกโชติ่เผาไหม้ใบกระบี่อย่างรุนแรง คมกระบี่ถูกตวัดฟาดฟันฝ่าความมืด และ ในชั่วพริบตานั้นเอง คมกระบี่ในมือของเขาก็พุ่งทะลวงตรงเข้าไปหาสตรีมือสังหารอย่างแม่นยำ กายใจของอู่ อวี้รวมเป็หนึ่ง พร้อมกับอำนาจทำลายล้างจากปรานกระบี่ เกิดเป็คลื่นสะบั้นเพลิงสีทอง พุ่งทะลวงผ่าออกไปทันที!
เชร้ง!
ด้วยความชะล่าใจ จึงส่งผลให้กริชสีดำในมือของเยี่ยกู่หยู ถูกปัดกระเด็นออกไปโดยอู่ อวี้
เนื่องจากเยี่ยกู่หยู มั่นใจในระดับพลังของตนเองเป็อย่างยิ่ง นางจึงชะล่าใจจนเปิดช่องโหว่ ให้อู่ อวี้ได้มีโอกาสโจมตีโต้กลับเช่นนี้ ทันทีที่กริชหลุดออกจากมือของนาง นางก็ไร้ซึ่งโอกาสล่าถอยได้อีกต่อไป เพราะเวลานี้ร่างกายอันสง่างามของอู่ อวี้ กำลังมาพร้อมกับกระบี่ส่องประกายแวววาว ทันทีที่เขาใช้ภาพจำแลงหัวใจวานร ช่องโหว่ในการโต้กลับก็จะต้องเผยออกมาให้เห็นแน่นอน และอู่ อวี้ ก็ย่อมไม่ยอมปล่อยให้โอกาสทองนั้นหลุดมือ ในเมื่อเวลานี้ฝ่ายตรงข้ามไร้ซึ่งอาวุธ และไร้หนทางจะโต้กลับเช่นนี้ เขาจึงรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีเปลวเพลิงสีทองก็สว่างเจิดจ้าขึ้น ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังตกตะลึงกับสถานการณ์พลิกผันอยู่ จังหวะนั้นอู่ อวี้ก็ได้ค้นพบโอกาสขึ้นมา
* ฉึ่ก! *
ทันใดนั้นกระบี่ปราบมารก็จ้วงแทงลงไป บริเวณกลางลำเอวของเยี่ยกู่หยู ซึ่งดูคล้ายกับอสรพิษกำลังเคลื่อนตัวอยู่ในกระแสน้ำ
" กรี๊ดดดด!!! "
นางแผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป จากนั้นร่างของนางก็ร่วงลงสู่พื้น
ความเป็จริงแล้วในเวลานี้อู่ อวี้ สามารถหั่นร่างของนางออกเป็ชิ้นๆ ได้อย่างสบาย ๆ แต่พอพิจารณาอย่างรอบคอบ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ผลตอบแทนที่เขาได้รับจากการสังหารศิษย์ร่วมสำนัก คือเขาต้องถูกจองจำเป็เวลา 1 ปีอยู่ในผาสำนึกตน หากในตอนนี้เขาลงมือสังหารซ้ำอีกครั้ง เกรงว่าจะนำมาซึ่งปัญหาไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเก็บกระบี่เอาไว้ชั่วคราว
ในครานี้ ร่างกายอันบอบบาง กำลังตะเกียกตะกายเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นเพื่อหนีตาย นางกำลังกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นราวกับอสรพิษที่กำลังหดงอลำตัว เนื่องจากอาการาเ็ก็ไม่ปาน
อู่ อวี้ เดินตรงเข้าไปหานาง จากนั้นก็ค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมหน้าของนางออก อย่างที่อู่ อวี้คาดคิดเอาไว้ก่อนหน้าว่าสตรีนางนี้ จะต้องมีรูปโฉมงดงามดุจนางฟ้านาง์ กอปรกับมีร่างกายทรงเสน่ห์ราวกับไม่ใช่มนุษย์ ความงามอันไร้ที่ติของนางถือได้ว่าเป็มหันตภัยอย่างแท้จริง รับรองว่าหากสตรีนางนี้ได้ลงไปอยู่บนโลกมนุษย์ คงเกิดาศึกแย่งชิงสตรี ระหว่างอาณาจักรเป็แน่แท้
การที่เขาสามารถเอาชนะนางได้อย่างหมดจดในครานี้ นับว่ามีโชคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ข้อที่หนึ่งคืออีกฝ่ายประมาทเกินไป ส่วนข้อสอง ก็คือภาพจำแลงหัวใจวานร มันได้ช่วยเสริมสร้างพลังอำนาจในการต่อสู้ให้กับอู่ อวี้ได้บางส่วน
" ไสหัวไปซะ แล้วในครั้งหน้าก็ให้ ซือตู๋ิหลางมาล้างแค้นด้วยตนเอง"
อู่ อวี้ยังคงปรารถนาฝึกปรือกระบี่ ต่อหน้าหลุมศพของเสิ่น อู๋เต้าต่อไป ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้ผู้ใด หรือ สิ่งใดมารบกวนดวงิญญาของท่าน
ดวงตาของเยี่ยกู่หยูแดงก่ำราวโลหิต และมองมาอย่างมาอย่างไม่พอใจนัก แต่เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้นางหมดสภาพจนไม่สามารถสู้ต่อได้แล้ว จากนั้นนางค่อย ๆ พยุงร่างกายของตนเองลุกขึ้นจากพื้น จากนั้นก็คว้ากริชสีดำกลับมาจากมือของ อู อวี้ นางจ้องมองอู่ อวี้ด้วยดวงตาเคียดแค้นชิงชัง พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า " คนจิตใจเหี้ยมโหดไร้ความปรานีเยี่ยงเ้า รู้จักคำว่าเมตตาสงสารต่อสตรีด้วยเช่นนั้นหรือ? "
" ไปซะ! " อู่ อวี้จ้องมองมาไปที่นางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"หึ! " หลังจากนางพ่ายแพ้ให้กับผู้ที่นางคิดจะมาสังหาร นางจึงรู้สึกเจ็บใจไม่น้อย ภายในดวงตาที่ทรงเสน่ห์ของนางเต็มไปด้วยคำด่าทอเจ็บแสบ
ในตอนนี้นางได้หันหลังกลับราวกับว่ากำลังจะจากไป แต่ภายในมือข้างหนึ่งได้ซุกซ่อนบางอย่าง ซึ่งอู่ อวี้ไม่สามารถมองเห็นได้ นางได้หยิบเอายันต์เพลิงสีทองออกมา จากนั้นก็ดึงผนึกออก บนเครื่องรางแผ่นนี้ เต็มไปด้วยรูปแบบเส้นแสงสีทอง ซึ่งดูซับซ้อนเป็อย่างยิ่ง โดยมีเปลวเพลิงอยู่ตรงจุดกึ่งกลาง
" จงตายซะ...! "
* แคว้กกก *
นางหันหลังกลับมาหาอู่ อวี้ พร้อมฉีกยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา ทันใดนั้นเองนางก็ฉีกกระชากแผ่นยันต์เพลิงสีทองออกอย่างรวดเร็ว แล้วโยนมันไปยังทิศทางที่อู่ อวี้ยืนอยู่ มันคือยันต์กระดาษซึ่งถูกเขียนด้วยอักษรโลหิต สิ่งนี้คืออาวุธลับที่นางซุกซ่อนเอาไว้ ในทันทีที่แผ่นยันต์ลอยเข้าไปตรงด้านของอู่ อวี้ ฉับพลันมันก็เกิดการะเิขึ้น!
* ตู้มมมม! *
ทันทีที่ยันต์เพลิงสีทองะเิ ลูกไฟสีทองดวงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นให้เห็น พลังทำลายล้างของยันต์ะเิชนิดนี้ น่าสะพรึงกลัวเป็อย่างยิ่ง ทันทีที่เกิดการะเิขึ้นพลังทำลายล้างของมันได้อัดกระแทกเข้าใส่ร่างของอู่ อวี้เข้าอย่างจัง!
อู่ อวี้ถือได้ว่ายังเป็ผู้ฝึกตนหน้าใหม่ เขาเพิ่งเหยียบก้าวเข้ามาในวิถีแห่งการฝึกตนได้ไม่นาน เขาจึงยังไม่ค่อยเข้าใจกับพวกยันต์ และของใช้จากเหล่าเซียน เท่าไหร่นัก การที่เขาปล่อยให้สตรีผู้นี้กลับไปนั้นก็เพราะว่าเห็นว่านางนั้นไร้สภาพที่จะต่อสู้ได้ เพราะนางเกือบจะโดนเขาเลาะกระดูกสันหลังออกมาแล้ว แต่โชคยังดีที่เขายั้งมือไว้ได้ทัน จึงทำให้คิดว่านางคงไม่น่าจะมีพิษสงอะไรอีก แต่หารู้ไม่ นี่นับได้ว่าเขาทำเื่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ซึ่งการปล่อยนางก็เหมือนกับการปล่อยงูพิษเข้าพงไพรอย่างแท้จริง!
เขาไม่คาดคิดว่า นางจะมียันต์เพลิงสีทองซุกซ่อนอยู่!
ประมาทยิ่งนัก!
หลังจากที่ยันต์เพลิงสีทองเกิดะเิขึ้น พลังทำลายล้างของมันก็คงสถานะอยู่ครู่หนึ่ง เปลวเพลิงโหมกระหน่ำลุกท่วมร่างกายของอู่ อวี้ มันเผาผลาญอาภรณ์ทุกชิ้นส่วนที่เขาสวมใส่ เผาผลาญเส้นผม เผาผลาญเส้นขนทุกเส้นที่อยู่บนร่างกายของเขา แต่อำนาจการทำลายล้างของยันต์เพลิงสีทอง ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันยังเจาะผ่านทะลุิัของเขา เข้าไปตามร่างกายผ่าน เนื้อ กล้ามเนื้อ กระดูก และ อวัยวะทุกส่วน!
" ข้าได้ส่งเปลวเพลิงสีทองให้กับเ้าแล้ว มันจะชำระสิ่งโสมมภายในกายของเ้า ไม่ว่าจะเป็ โลหิต หรือ เนื้อหนังของเ้า จากนั้นตัวเ้าก็จะกลายเป็เถ้าธุลี! "
สตรีผู้มีรูปโฉมงดงาม บัดนี้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นางแสดงสีหน้าชั่วร้ายเ้าเล่ห์ราวกับอสรพิษ ที่กำลังแสดงความปีติยินดี หลังจากสังหารเหยื่อของมันลงได้สำเร็จ นางหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ขณะจ้องมองไปบนร่างของอู่ อวี้ ซึ่งกำลังโดนเพลิงอันร้อนแรงแผดท่วมร่างกาย ในหัวใจของนางอสรพิษตนนี้ ไร้ซึ่งความเมตตาอย่างสิ้นเชิง มันกลับรู้สึกสะใจ หลังจากเห็นภาพการตายอันน่าอเนจอนาถของอู่ อวี้
" จงรับไปซะ… นี่คือความแค้นของ ซือตู๋ ิหลาง ยันต์เพลิงสีทองล้ำค่าสำหรับเขามาก เ้าควรจะยินดีที่ได้ตายด้วยของล้ำค่าเช่นนี้ "
วิ้ว ∼วิว ∼วิ่ว ...
เปลวเพลิงกำลังลุกโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันกำลังเกรี้ยวกราด มันค่อยๆ รุนแรงมากขึ้น และ มากขึ้น แม้แต่กระบี่ปราบมาร ก็ยังถูกเปลวเพลิงอันร้อนแรงนี้แผดเผาจนมอดไหม้ ภายใต้พลังอำนาจของเครื่องรางเพลิงสีทองแผ่นนี้ ตราบใดที่คนผู้นั้นยังไม่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ แค่ถูกเพลิงนี้แผดเผาเพียงแค่ 3 ลมหายใจ คนผู้นั้นก็จะมีสภาพกลายเป็เถ้าธุลี
ภายใต้แสงของเปลวเพลิงอันร้อนแรง เมื่อแสงนั้นต้องกระทบกับใบหน้าของเยี่ยกู่หยู มันยิ่งช่วยขลับให้เสน่ห์อันงดงามของสตรีผู้นี้ทวีคูณความน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น
" เ้าหนอนผู้น่าสงสาร "
เยี่ยกู่หยูไม่เกียจคร้าน ที่จะรอดูร่างอู่ อวี้มอดไหม้กลายเป็เถ้าธุลีด้วยดวงตาทั้งสองของนาง แถมมันยังไม่มีอะไรที่พอจะน่าดูแม้แต่น้อย ทำให้นางตัดสินใจที่จะจากไปในทันที
* ตูมมม! *
ฉับพลันเปลวเพลิงก็เกิดการสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงก็เกิดการะเิขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแสงเจิดจ้าสว่างวาบปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ สีหน้าของนางหมองคล้ำลงทันตาเห็น ภายในแววตาของนางปรากฏความไม่อยากจะเชื่อ แสงนี้ส่องสว่างแผ่ขยายไปทั่ว ก่อนที่มันจะหายลับไปพร้อมกับความมืดเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง มือสังหารสาวพลันรู้สึกถึงความผิดปรกติบางอย่าง เพลิงสีทองไม่น่าเลือนหายเร็วรวดถึงเพียงนี้
เยี่ยกู่หยูตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น นางพยายามเพ่งมองไปบนร่างของอู่ อวี้ สิ่งที่เห็นทำให้นางไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ร่างของอู่ อวี้ ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเปลวเพลิงแต่อย่างใด ไม่สิ...คงต้องบอกว่า ยกเว้นเส้นผม และ คิ้ว ของเขาเท่านั้นที่หายไปอย่างเกลี้ยงเกลา ส่วนของิัทั้งมือ และ เท้าเพลิงความร้อนกลับไม่สามารถระแคะระคายผิวของเขาได้เลย ไม่มีส่วนไหนร่างกายได้รับาเ็จากความร้อนของเปลวเพลิง ร่างของเขายังคงยืนตระหง่านโดดเด่นอย่างน่าพรั่นพรึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาทั้งคู่ของเขา ไม่สามารถเห็นสิ่งอื่นใดได้ภายในดวงตาคู่นั้น นอกจากความโกรธเกรี้ยวด้วยเพลิงโทสะ!
" ปะ เป็เช่นนี้ได้อย่างไร! "
เยี่ยกู่หยูแสดงท่าทางราวกับว่า กำลังพบเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นบนโลกนี้ได้ ราวกับเพลิงสีทองจากเครื่องรางนั้นถูกกลืนกินจนไม่เหลือ
ทว่าเวลานี้ นางไม่มีเวลามากพอที่จะมามัวประหลาดใจ ทันใดนั้นก็เกิดประกายแสงสีทองขึ้นบนใบหน้าของนาง ฉับพลันดัชนีทั้งห้าก็คว้าจับลงมายังลำคอของนางอย่างรวดเร็ว พลังของมันนั้นมหาศาลมาก จนสามารถยกร่างทั้งร่างของนางลอยสูงขึ้นเหนือพื้นดิน ดัชนีของอู่ อวี้ มิใช่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังร้อนแรงดุจเหล็กกล้าที่โดนแผดเผาจนกลายเป็สีแดงฉาน บัดนี้โลหิตสีแดงไหลทะลักออกมาจากลำคอของนาง แต่ทว่ามันถูกความร้อนจากดัชนีของอู่ อวี้เผาไหม้ เพียงชั่วพริบตาโลหิตสีแดงสดเ่าั้ก็กลายเป็สีดำสนิท!
*อั่ค ๆ ๆ! *
สำหรับอู่ อวี้แล้ว คำเหมาะสมสำหรับนางผู้นี้มีเพียงแค่สองคำเท่านั้น นั่นก็คือ ตาย ตายสถานเดียว!
ตาย!
เยี่ยกู่หยูไม่เคยคาดคิดว่าวันนี้จะเป็วันตายของนาง ยามนี้ชะตากรรมของนางอยู่ในกำมือของอู่ อวี้ โดยไร้ซึ่งหนทางดิ้นรน และ ใน่วิกฤตนั้นเอง นางก็ฉุกคิดกลอุบายบางอย่างขึ้นมาได้ นางพยายามใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ฉีกอาภรณ์ที่ห่อหุ้มร่างกายของนางออก เศษอาภรณ์นั้นร่วงหล่นลงไปบนพื้นชิ้นแล้วชิ้นเล่า เผยให้ผิวพรรณเรือนร่างอันน่าตื่นตะลึงของนาง สายตาของอู่อวี้เลื่อนลงมองตามเศษอาภรณ์ที่ร่วงหล่น นางรวบรวมเส้นเสียงที่เหลืออยู่ กล่าวกับอู่ อวี้อย่างยากลำบากว่า " อู่ อวี้นับจากนี้ข้าจะยอมตกเป็ของท่าน ท่านจะทำอะไรกับเรือนร่างของข้าก็ได้ ตามแต่ใจท่านปรารถนา แต่ได้โปรดอย่าสังหารข้าเลย ข้าสำนึกผิดแล้ว! "
ยามเมื่อเรือนร่างของนางต้องสะท้อนกับแสงจันทรา เผยให้เห็นผิวพรรณอันงดงามเกลี้ยงเกลาใสราวกระจก ในทุกๆ สัดส่วน เปล่งประกายความงดงามอย่างยากจะลืมเลือน ตอนนี้ร่างของนางค่อนเปลือย อวดทรวดทรงสะคราญตาอันน่าตื่นตะลึง การลงแรงของนางในครั้งนี้เรียกได้ว่าทุ่มสุดตัว ปานดั่งพิรุณอันบ้าคลั่งที่ตกลงมาในยามค่ำคืน นางมั่นใจอย่างยิ่งว่ากลยุทธ์ในครั้งนี้จะต้องทำให้อู่ อวี้ยอมศิโรราบโดยไร้การขัดขืน เขาจะต้องยอมเมตตานาง ยอมละเว้นชีวิตของนาง นางมั่นใจอย่างยิ่งต่อให้เป็ซือตู๋ ิหลาง หากต้องพบเจอกับกลยุทธ์นี้ของนางมันก็ต้องอ่อนระทวย
* กร๊อบบบบ!!! *
อู่ อวี้ หักคอของเยี่ยกู่หยู ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความแยแส
.............................................................................................................................
---------------------------------------------------------------