มื้อเย็นหนุ่มสาวรวมตัวกันที่บ้านของจางเฉินอวี้ เมื่อทุกคนทานอาหารและเก็บกวาดกันเสร็จ ก็มานั่งรวมกันที่ลานกลางบ้าน
“ฉันกับเฉินอวี้ปรึกษากับคุณลุงโจวและคุณป้าหวังแล้ว กำหนดแต่งงานคือวันที่ 8 เดือนหน้า” หลี่เยว่ซินบอกกับทุกคนอย่างอารมณ์ดี “งานแต่งไม่ได้จัดงานใหญ่โต เราจะจัดพิธียกน้ำชาที่บ้าน และจัดงานเลี้ยงเล็กๆ หลังจากนั้น โดยมีแค่ครอบครัวของพวกเราเท่านั้น”
“มีครอบครัวลุงโจว ป้าหวัง พวกคุณสองคน และครอบครัวของเยว่ซินน่ะครับ” จางเฉินอวี้อธิบายต่อ
เมื่อมู่ชงและหลินเสี่ยวเหม่ยได้ฟังก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่มีใครทันสังเกต พวกเขาสองคนก็กลับมาทำสีหน้าปกติ
“พี่สาวจะให้พวกเราช่วยอะไรบ้างคะ” หวังเจียวมิ่งถามเสียงใส
“พวกผู้หญิงจะรับผิดชอบอาหาร ส่วนผู้ชายรับผิดชอบด้านสถานที่ ทุกคนเห็นว่าอย่างไรบ้าง” หลี่เยว่ซินพูดพร้อมทั้งมองหน้าคนที่เหลือ
ทุกคนไม่มีความเห็นมากนัก เพราะผู้ร่วมงานถือว่ามีแต่คนกันเอง ไม่ต้องพิถีพิถันจัดอาหารที่มีความยุ่งยาก เพียงแค่ต้องจัดอาหารให้มีปริมาณเพียงพอ ส่วนขนมมงคลพวกเขาสามารถเตรียมได้ก่อนวันงานอยู่แล้ว ด้านสถานที่ทำเพียงแค่เก็บกวาดให้สะอาด และหาดอกไม้มาตกแต่งก็ถือว่าใช้ได้แล้ว เมื่อทุกคนรับทราบถึงหน้าที่ของตัวเองทุกคนก็แยกย้ายกันไป
ในห้องของสองสาว เพื่อพวกเธออยู่กันตามลำพัง
“เยว่ซิน เื่ครอบครัวของเธอ…”หลินเสี่ยวเหม่ยตั้งท่าถามด้วยความลังเล “ครอบครัวของเธอทราบเื่นี้แล้วหรือ”
“เฉินอวี้แนะนำให้ฉันส่งจดหมายไปบอกพวกเขาน่ะ ในตอนแรกฉันก็ลังเลใจ เพราะจดหมายที่ฉันส่งไปหาพวกเขาไม่เคยได้รับการตอบกลับมาเลย แต่เฉินอวี้บอกกับฉันว่าให้ลองส่งไปอีกครั้ง เขาไม่อยากให้ฉันมีเื่ค้างคาใจน่ะ” เธอเล่าเหตุผลให้เพื่อนฟังอย่างใจเย็น “ฉันส่งจดหมายไปโดยไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เฉินอวี้บอกกับฉันว่า ผลลัพธ์จะเป็อย่างไรก็ถือว่าเราทำเต็มที่แล้ว และฉันก็ได้รับจดหมายตอบกลับมาจริงๆ”
หลี่เยว่ซินเล่าต่อพร้อมกับร้องไห้ “ตอนที่ฉันเห็นจดหมายลายมือของพี่ชาย ฉันทั้งดีใจและใ ท่านคิดว่าการถูกส่งตัวมาที่ชนบทเป็เพียงความ้าที่จะให้ยุวชนอย่างพวกเราออกมาเรียนรู้โลกกว้าง และคงจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี แต่เมื่อท่านได้อ่านจดหมายของฉัน ท่านถึงรู้ว่ามันไม่เป็อย่างที่ท่านคิด ท่านถึงเสียใจและไม่กล้าเปิดจดหมายของฉันอ่านอีกเลย”
“เพราะเหตุผลนี้ ทำให้เธอไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับของครอบครัวเลย ใช่ไหมเยว่ซิน” หลินเสี่ยวเหม่ย สรุปความอย่างนึกเห็นใจเพื่อน และย้อนกลับมานึกถึงครอบครัวของตัวเอง เป็เพราะพ่อกับแม่ของหลี่เยว่ซินไม่รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ถูกส่งตัวมา มันต่างจากครอบครัวของเธอที่แม้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็ยังคงเป็เธอที่ต้องเดินทางมาอยู่ดี
“ฉันคิดว่านั่นคงคือเหตุผล” เธอตอบคำถามได้เพียงเท่านั้น เพราะความรู้สึกของเธอเวลานี้ มันไม่สามารถอธิบายได้เลยจริงๆ ความรู้สึกที่เธอมีเวลานี้มันวุ่นวายสับสนไม่เสียหมด
“ต่อไปนี้ชีวิตเธอจะมีแต่ความสุขแล้วนะเยว่ซิน” หลินเสี่ยวเหม่ยจับมือเพื่อนอย่างให้กำลังใจ เธอดีใจกับเพื่อนจากใจจริง
“เธอก็จะมีความสุขในอนาคตอีกเช่นกันนะเสี่ยวเหม่ย” หลี่เยว่ซินหยุดคิด “เธอจะมีอาชีพที่มั่นคงในภายหน้า เธอสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ แต่มันควรอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม” เธอเอ่ยกับเพื่อนเธอได้เพียงเท่านั้น
……………………………………………………………
ก่อนพิธีแต่งงาน 5 วัน ครอบครัวของหลี่เยว่ซินก็เดินทางมาถึง โดยพวกเขาเดินทางไปบ้านของจางเฉินอวี้ตามที่อยู่ที่หลี่เยว่ซินเขียนบอกไว้ในจดหมาย
“ขอโทษนะครับ นี่บ้านของคุณจางเฉินอวี้ใช่ไหมครับ” หลี่หยุนถามเด็กหนุ่มที่อยู่หน้าบ้าน
“ใช่ครับ รอสักครู่นะครับ” เป็โจวเฟยหยางที่ทำความสะอาดอยู่หน้าบ้าน
“พ่อ แม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก” หลี่เยว่ซินะโด้วยความดีใจ
“เยว่ซิน เยว่ซินลูกแม่”
“น้องสาว/พี่สาว”
พวกเขาต่างพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนเรียกกันอยู่อย่างนั้น จนจางเฉินอวี้ต้องเดินเข้ามา
“คุณพ่อ คุณแม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก ทุกคนเชิญเข้ามาในบ้านก่อนครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายและเชิญทุกคนเข้าบ้าน
“พ่อคะ แม่คะ พี่ใหญ่ น้องเล็ก นี่คือเฉินอวี้ค่ะ” เธอแนะนำชายหนุ่มให้รู้จักกับครอบครัว
ทุกคนยืนพิจารณาชายหนุ่ม โดยเขาก็ยืนให้พิจารณาอยู่อย่างนั้น พ่อหลี่และแม่หลี่ พยักหน้าด้วยความพอใจ รวมถึงหลี่หยุนและหลี่เฉิน ก็มองชายหนุ่มอย่างหาจุดบกพร่องยังไม่เจอเช่นกัน
เมื่อเข้ามาในบ้าน หลี่เยว่ซินก็แนะนำ มู่ชง หลินเสี่ยวเหม่ย และเด็กๆ ทั้ง 3 คน ให้รู้จักกับครอบครัวของเธอ หลังจากนั้นพวกเขาและจางเฉินอวี้ ก็ขอตัวออกไปข้างนอก เพราะคิดว่าครอบครัวคงมีเื่ที่ต้องพูดคุยกัน
“เยว่ซิน พ่อขอโทษลูกด้วยที่ผลักใสลูกให้มาอยู่ไกลๆ อย่างนี้”
“เป็ความผิดของแม่เอง ” แม่หลี่ร้องไห้อีกครั้ง แต่ก็ยังจับมือหญิงสาวไว้ไม่ยอมปล่อย
“พี่ก็ต้องขอโทษน้องสาวด้วย พี่เป็พี่ชายที่ไม่ได้ความเลยใช่หรือไม่”
“พี่สาว ผมคิดถึงพี่สาวมากนะครับ” หลี่เฉินกับหลี่เยว่ซิน อายุห่างกันเพียง 1 ปี ทำให้พวกเขาสนิทสนมกันมากกว่าพี่ชายใหญ่
“พ่อคะ แม่คะ อย่าโทษตัวเองอีกเลย” หลี่เยว่ซินมองไปทางพี่น้องของเธอ “พี่ใหญ่ น้องเล็ก จริงอยู่ที่ว่าฉันอยู่ทางนี้ความเป็อยู่ก็ไม่ได้ดีนัก แต่มันก็ทำให้ฉันเติบโตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยนะ ฉันอยู่ที่นี่ ฉันได้พบเพื่อนที่ดี และฉันยังได้รู้จักกับคนที่ดีที่ฉันจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา ทุกคนไม่คิดว่ามันเป็ความโชคดีของฉันหรือคะ”
หลี่เยว่ซินกล่าวความใจในออกมาให้ทุกคนได้ฟัง เธอ้าเป็ตัวแทนของเ้าของร่างเดิม ที่จะช่วยขจัดความเข้าใจผิดนี้ เธอไม่อยากให้พวกต้องอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอด
หลี่เยว่ซินเห็นใจเ้าของร่างเดิม เพราะเ้าของร่างเดิมจากไปทั้งๆ ที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่าจากเหตุการณ์นั้นครอบครัวของเธอก็มีความทุกข์และความเศร้าไม่น้อยไปกว่าเธอเช่นกัน