บทที่ 23 สาวชาวบ้านโด่งดังจากศึกเดียว
จางจิงจิงหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ
"ตอนเที่ยงพวกเราไม่ได้อยู่บ้าน ออกไปทำธุระ แต่แม่เฒ่าคนนี้น่าจะอยู่บ้านนะ ลูกคนเล็กของฉันร้องไห้เสียงดังขนาดนั้น ฉันไม่เชื่อว่าแม่เฒ่าจะไม่ได้ยิน เด็กที่บ้านฉันถูกกลั่นแกล้งก็ต้องทนเหรอ? ลูกหลานคุณโดนเอาคืนกลับหน่อยไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอ? มันมีตรรกะแบบนั้นด้วยเหรอ?"
สิ่งที่เธอพูดมีเหตุมีผล ไม่ได้มีเจตนาจะหาเื่เลย ทุกคนฟังแล้วก็เงียบไป
ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ ก็ไม่สมควรอย่างมาก ที่ผ่านมาเสี่ยวพั่งชอบรังแกเด็กวัยเดียวกันในเขตที่พักอาศัย ทุกคนต่างก็รู้กันทั่ว เด็กที่บ้านของใครหลายคนก็ล้วนเคยถูกเสี่ยวพั่งรังแก
ถึงอย่างไรก็เป็เื่ของเด็ก ๆ สอนสั่งกันด้วยวาจาก็พอแล้ว พวกเขาไม่พอใจยังไงก็ไม่ลงมือกับเด็ก
แต่ไม่นึกเลยว่าสะใภ้ใหม่ที่บ้านของตระกูลฮั่วจะเก่งกล้าขนาดนี้ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และพาเด็กๆ บุกมาถึงที่นี่เลย
"ถึงเสี่ยวพั่งบ้านฉันจะผิด เธอก็มาบอกฉันได้ ฉันตีก็ได้ ด่าก็ได้ แต่เธอจะเอาถังน้ำซุปที่บ้านตัวเองมาราดหลานฉันไม่ได้!"
"นี่ยายเฒ่า ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ฉันที่ราด เป็เสี่ยวฉวนบ้านฉันที่ราด เื่นี้เขาก็ทำไม่ถูกจริง ๆ วางใจเถอะ รอฉันกลับไป จะต้องตีต้องตำหนิเขาให้เข็ด"
พอได้ยินแบบนั้น คุณย่าหลี่โกรธจนเกือบสิ้นสติไปชั่วขณะ
"เลิกทำเป็ใสซื่อได้แล้ว! เธอตั้งใจรังแกหลานฉันชัดๆ บอกไว้เลยนะ พวกเราไม่ใช่คนใจดียอมให้โดนรังแกง่ายๆ แบบนี้หรอก พ่อของเ้าอ้วนเป็ถึงหัวหน้ากองร้อย ถ้าเขารู้เื่เข้า รับรองว่าเธอได้กินน้ำใบบัวบกแน่!"
จางจิงจิงถึงกับเลิกคิ้ว นี่มันยุคไหนแล้วยังกล้าพูดจาแบบนี้อีก แสดงว่ายายแก่นี่คงกร่างไม่เบาในละแวกนี้สินะ
"ยายเฒ่าหมายความว่ายังไงคะ? ที่แท้พ่อเ้าอ้วนเป็หัวหน้ากองร้อย ลูกเขาก็เลยกลายเป็คนพิเศษกว่าคนอื่นอย่างนั้นสิ?"
จางจิงจิงถามกลับอย่างรู้ทัน
"ก็แน่สิ หลานฉันเป็เืเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของลูกชายฉัน ส่วนไอ้เด็กพวกนั้นใครจะไปรู้ว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร แถมยังเป็ลูกไม่มีพ่ออีก ต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่งั้นหลานฉันจะไปหาเื่ใครเขา ทำไมต้องเป็ไอ้เด็กพวกนี้ด้วย? คิดดูสิ บางทีพวกมันอาจไปแหย่ให้หลานฉันโกรธก่อนก็ได้"
คำพูดของคุณย่าหลี่นี่เรียกได้ว่าเหยียบหางเสือเข้าอย่างจัง ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของฮั่วฉางชิงก็มืดครึ้มลงทันตา ส่วนจางจิงจิงก็โกรธจนตัวสั่น
"ว่าใครเป็ลูกไม่มีพ่อ! พ่อของเสี่ยวฉวนกับพี่ๆ เป็วีรบุรุษผู้กล้าหาญ ยอมสละชีพเพื่อปกป้องประเทศชาติ พวกเขาเป็ลูกของวีรบุรุษ แล้วยายกล้าดียังไงมาว่าพวกเขาแบบนี้! ฉันจะไปถามความเป็ธรรมจากทุกคน ถ้าทุกคนคิดแบบยาย งั้นใครหน้าไหนมันจะอยากออกไปรบ ใครจะอยากสละชีพเพื่อชาติ แล้วทิ้งให้ลูกๆ ต้องมาถูกคนอย่างยายรังแกแบบนี้หะ!"
จางจิงจิงพูดเสียงดังฟังชัด ตอกกลับทุกคำอย่างเหลืออด เธอจงใจทำให้เื่นี้กลายเป็เื่ใหญ่
คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์พากันสะดุ้งโหยง ถ้าเื่นี้รู้ถึงหูผู้ใหญ่เข้าล่ะก็คงไม่มีใครเอาตัวรอดได้ง่ายๆ แน่นอน
แม้ว่าเด็กๆ ทั้งสามคนจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตระกูลฮั่ว แถมยังไม่ค่อยมีใครสนใจใยดีเท่าไหร่นัก แต่พ่อของพวกเขาก็คือวีรบุรุษที่ควรค่าแก่การยกย่องจริงๆ
คำพูดแบบนี้ของคุณย่าหลี่ทำเอาคนพวกนั้นใจหายกันเป็แถบ
"แกเลิกทำเป็ข่มขู่คนอื่นซะที ใครจะไปกลัวแกรึไง? ไม่มี! ยังไงวันนี้แกก็รังแกหลานฉันไม่ได้เด็ดขาด!"
คุณย่าหลี่พูดจบก็กระทืบเท้า ตาเบิกโพลงราวกับลูกตาล่อ มองจ้องจางจิงจิงราวกับจะเอาเื่ให้ได้
จางจิงจิงเองก็ไม่คิดจะเสแสร้งอีกต่อไป เธอเปิดเผยธาตุแท้บอกว่าตัวเองไม่ชอบขี้หน้าเ้าอ้วน อยากจะสั่งสอนก็เท่านั้น
"ฉันรังแกแล้วยังไง? คุณห่วงหลานแก ฉันก็ห่วงลูกฉันเหมือนกัน ในเมื่อฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลฮั่วแล้ว ฉันก็คือคนของบ้านตระกูลฮั่ว คือแม่ของลูกทั้งสามคน คุณมารังแกลูกฉัน ฉันไม่ยอม! ฉันบอกไว้ตรงนี้เลย ใครหน้าไหนมารังแกลูกฉันอีก ฉันเอาคืนแน่! ฉันมันคนบ้านนอก ไม่สนกฎเกณฑ์อะไรนั่นหรอก ฉันยึดถือคำเดียว คือ ไม่มายุ่งกับฉัน ฉันก็ไม่ยุ่งด้วย แต่ถ้าใครมายุ่งกับฉันล่ะก็ เตรียมรับมือไว้ให้ดีเถอะ!"
ฮั่วฉางชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินดังนั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้ง ไม่ว่าสิ่งที่จางจิงจิงพูดจะเป็คำพูดจากใจจริงหรือไม่ แต่มันก็โดนใจเขามากทีเดียว
ส่วนเ้าตัวเล็กทั้งสามคน ตอนนี้ต่างมองจางจิงจิงด้วยความตกตะลึง ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ น้ำตาไหลรินอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว
ั้แ่พ่อตายไปก็ไม่มีใครสนใจใยดีพวกเขาอีกเลย แม้แต่ตอนมาอยู่บ้านตระกูลฮั่ว พวกเขาก็ยังคงเป็ส่วนเกิน
ต่อให้ถูกคนอื่นรังแก พวกเขาก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ แม้กระทั่งตอนกินข้าว พวกเขาก็ไม่กล้ากินให้อิ่มท้อง เพราะกลัวคนในบ้านตระกูลฮั่วรังเกียจ
แต่ตอนนี้ แม่เลี้ยงคนใหม่คนนี้กลับปกป้องพวกเขาอย่างมาก ถึงขั้นทะเลาะกับคนอื่นเพื่อพวกเขา แล้วยังบอกอีกว่าจากนี้ไปจะปกป้องพวกเขาเอง
นี่เป็เื่ที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด เด็กๆ ทั้งสามคนรู้สึกจมูกแสบร้อน น้ำตาไหลพรากออกมา
จางจิงจิงดึงพวกเขามาไว้ข้างหลังเธอ
"วันนี้หลานชายของคุณรังแกลูกๆ ของฉัน ลูกของฉันก็เอาคืนไปแล้ว ถือว่าหายกันไป หากยังมีครั้งหน้า อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี!"
พูดจบ หญิงสาวก็ดึงเด็กทั้งสามคนเดินจากไป ตอนที่เดินไปก็ยังไม่ลืมสั่งฮั่วฉางชิง
"คุณก็ช่วยถือถังกลับบ้านด้วย"
ฮั่วฉางชิงทำตัวเหมือนผู้ติดตามตัวน้อยๆ ถือถังกลับบ้านไป
เมื่อพวกเขาเดินไปแล้ว ทุกคนก็มองหน้ากันไปมา ต่างก็มองเห็นความเหลือเชื่อในสายตาของกันและกัน
ภรรยาของฮั่วฉางชิงคนนี้เก่งเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็เื่อะไร เธอก็เก่งกว่าคนในเมืองอย่างพวกเขาเสียอีก
แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้พูดจาเลอะเทอะ เธอพูดมีเหตุผลทุกอย่าง จนไม่สามารถหาข้อโต้แย้งได้เลย
ส่วนคุณย่าหลี่ไม่เคยต้องมาเจอกับเื่แบบนี้มาก่อน จึงโมโหจนตบต้นขาตัวเอง ส่วนเ้าอ้วนก็รู้สึกน้อยใจ ร้องไห้โยเยไม่หยุด
ในเวลานี้ทุกคนไม่สามารถช่วยอะไรได้อีกต่อไป
"คุณย่าหลี่ เื่นี้ลืม ๆ ไปเถอะค่ะ ยังไงเ้าอ้วนก็เป็ฝ่ายลงไม้ลงมือก่อน หากจะทะเลาะกันใหญ่โตแบบนี้ไม่ดีหรอกค่ะ"
"ใช่ ๆ ต่อไปต้องอบรมสั่งสอนลูกให้ดี ๆ หน่อยนะ ทำแบบนี้กับคนอื่นบ่อย ๆ ไม่ได้หรอก"
ทุกคนต่างก็พูดปลอบและโน้มน้าวคุณย่าหลี่
พ่อแม่ที่อยู่ด้านหลังบางคนรู้สึกสะใจ เพราะลูก ๆ ของพวกเขาก็เคยโดนเ้าอ้วนรังแกมาก่อน พวกเขาเคยไปคุยกับครอบครัวของคุณย่าหลี่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็ผล
ครั้งนี้จางจิงจิงช่วยพวกเขาแก้แค้นได้สำเร็จ
ตอนแรกคิดว่าภรรยาที่ฮั่วฉางชิงแต่งงานด้วยจะเป็คนไม่มีการศึกษา พอมาถึงเขตบ้านพักข้าราชการแล้ว คงไม่กล้าพูดอะไร
ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ธรรมดา เพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วันก็จัดการคุณย่าหลี่ได้อยู่หมัด
กลับมาถึงบ้าน จางจิงจิงก็เข้าไปช่วยลูกชายคนเล็กเปลี่ยนเสื้อผ้า
"อย่าร้องไห้นะ เดี๋ยวป้าเย็บให้ใหม่ หมาของหนูจะได้เหมือนใหม่เลย"
เ้าตัวน้อยมองด้วยแววตาสั่นระริก
"คุณป้าใจดีกับพวกเรามาก ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ"
จางจิงจิงมองเ้าตัวน้อย เห็นจมูกแดงก่ำก็นึกเอ็นดู ยื่นมือไปบีบเบา ๆ
"ตอนนี้เราเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว ป้าดีกับพวกหนู นี่ไม่ใช่เื่ที่ควรทำเหรอ? ตอนนี้ป้าดีกับพวกหนู โตขึ้นพวกหนูจะดีกับป้าไหม?"
เ้าตัวน้อยพยักหน้าหงึก ๆ
"พวกเราจะดีกับป้า! โตขึ้นหนูจะหาเงินเยอะ ๆ เลย แล้วเอาให้ป้าใช้คนเดียวเลย"
ได้ยินแบบนี้จางจิงจิงปลื้มใจนัก
"เด็กดี ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ"
เ้าตัวน้อยรับคำ แล้ววิ่งออกไปล้างหน้า
ส่วนฮั่วฉางชิงยกถังน้ำซุปไปวางไว้ที่หน้าห้องครัว ภาพของจางจิงจิงเมื่อครู่ผุดขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มอดขำไม่ได้