เธอวิ่งถลันเข้าไปในห้องน้ำเล็กๆ ซึ่งอยู่ภายในห้องและแล้วก็ต้องหยุดชะงักกับภาพของสาวน้อยร่างระหงซึ่งอยู่ในเสื้อคลุมสีขาวที่กำลังรีบร้อนเดินเข้ามาหา ต้องใช้เวลาอยู่เป็ครู่จึงได้รู้ว่านั่นคือภาพสะท้อนของตัวเองที่ปรากฏอยู่ในกระจก
เรือนผมที่ตัดสั้นเห็นเป็สีน้ำตาลสดใสภายใต้แสงไฟที่ส่องอยู่เหนือศีรษะ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแวดล้อมด้วยขนตาหนาๆ อยู่เป็แผง ถ้าไม่ใส่ใจกับทรงผมที่เหมือนเด็กผู้ชายแล้ว ดานี่ก็มองเห็นเป็ครั้งแรกของเค้าโครงหน้าตัวเองมันเป็โครงหน้ารูปไข่ ประกอบด้วยโหนกแก้มเนียนสะอ้าน จมูกเล็กๆ ได้รูป ริมฝีปากที่อิ่มเต็ม และคิ้วที่โค้งงามตามธรรมชาติ ่ลำคองามระหง สง่าเช่นเดียวกันกับม้าแข่ง ผิวพรรณตรงท่อนแขนและใบหน้าเป็สีทอง ไม่ได้มีจุดไฝฝ้าราคีเลยแม้แต่น้อย
แต่่ขาของเธอออกจะซีดขาวอย่างไรพิกล เนื่องจากว่ามันไม่เคยได้รับแสงอาทิตย์เลยก็ว่าได้ รูปขานั้นเรียวยาว แต่ก็เต่งตึง ขณะที่เลิกชายเสื้อคลุมขึ้นมาจนถึงโคนขานั้น ดานี่อดคิดไม่ได้ว่า ่ขาของเธอก็ได้รูปเช่นเดียวกับสาวงามทั้งหลายที่ปรากฏตัวอยู่บนแผ่นปฏิทินอย่างไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย ครั้งนี้เป็ครั้งแรก ที่ดานี่เปรียบเทียบรูปโฉมของตัวเองกับผู้หญิงคนอื่นๆ และก็ตระหนักในรูปทรงเรือนร่างของตัวเองอีกด้วยว่า สะโพกของเธอกลมมน เอวคอดกิ่วอย่างไม่แพ้ใคร
“คุณเป็คนที่มีขาสวยมากจริงๆ อายุเท่าไหร่แล้วครับ?”
ทันทีที่เสียงแปลกหูของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ดานี่ก็ปล่อยมือที่จับชายเสื้ออยู่ หันขวับไปเผชิญหน้ากับผู้ชายคนที่กำลังยืนพิงกรอบประตูอยู่
“คุณเป็ใคร? ้าอะไร?” นวลแก้มของเธอแดงเรื่อขึ้นขณะที่ถามออกไป และไม่กล้าจะประสานสายตากับเขา
“มาร์แชลล์ ทอมป์สัน” ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เลิกคิ้วค่อนข้างหนาและเป็สีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผมขึ้น ขณะที่กวาดสายตาไปทั่วเรือนราวของสาวน้อยตรงหน้า “เห็นบาร์เรทท์บอกว่าคุณยังเด็กอยู่มากนี่”
ดานี่ไขว้มือไว้ทางด้านหลังไม่ยอมให้เขาเห็นเงินที่ยังถืออยู่ในมือ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า กิริยานั้น ทำให้ตัวเสื้อที่สวมอยู่แนบเน้นเรือนร่างขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเท่ากับเปิดเผยให้เห็นเนินทรวงแรกผลิออกมา
“ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผมก็พอจะเห็นอยู่” เขาพูดยิ้มๆ และเป็ยิ้มที่อาบเสน่ห์อยู่
“ก็แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” เธอออกเดินไปที่เตียงอย่างระมัดระวังเนื้อตัว “ถ้านายบาร์เรทท์ คิงนั่นเขาส่งคุณมาละก็ เชิญกลับไปได้แล้ว”
“เห็นจะยากหน่อยนะ ที่รัก ความสัมพันธ์ระหว่างคุณคิงกับผมน่ะไม่มีทางที่เราจะเป็เพื่อนกันได้เลย แม้เพียงแค่คิดก็เถอะ ถ้าจะเรียกว่าคนเคยรู้จักกัน หรือจะเรียกว่าศัตรูกันละก็ย่อมได้ แต่เห็นจะไม่ใช่เพื่อนแน่” ผู้ชายคนนั้นยืดร่างขึ้น ก้าวกลับเข้าไปในห้อง “ผมเพียงแต่ใคร่ที่จะได้เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งสามารถจะประเคนกำปั้นเข้าใส่บาร์เรทท์อย่างกราดเกรี้ยว โดยที่ไม่เกรงกลัวว่าจะต้องได้รับการตอบโต้จากเขาเลยเท่านั้น”
“นี่คุณเป็นักข่าวงั้นเรอะ?” ดานี่ถามอย่างไม่พอใจ ยื่นมือจะไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
แต่ท่าทางของเธอที่เหมือนจะต่อต้านการปรากฏตัวของเขานั้น มิได้ทำให้เขาสะดุ้งะเืเลยแม้แต่น้อย “รู้สึกว่าคุณจะไม่ชอบผู้ชายเลยนะ เอาเป็ว่าผมไม่ใช่นักข่าวก็แล้วกัน แม้ว่าจะต้องได้รับสมญานามอันทรงเกียรติว่าเป็คอลัมนิสต์ก็ตามทีเถอะ งานที่ผมเกี่ยวข้องอยู่ก็คือการบันทึกเหตุการณ์ทั้งในเื่ของชีวิต เื่ของความรัก แล้วก็เื่ของสังคมอะไรทำนองนั้น”
“ซึ่งนั่นคุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉันนี่ว่า คุณเข้ามาทำอะไรที่นี่” ดานี่ยืนกราน
“ผมคิดว่าผมได้อธิบายไปแล้วนะ” กล่องบุหรี่ทองคำขึ้นมาอยู่ในมือ โดยเขาหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อชุดเทย์เลอร์ที่สวมอยู่ “เื่ของบาร์เรทท์ คิงน่ะเป็เื่ที่น่าสนใจเสมอ แล้วก็ไอ้ภาพระหว่างคุณกับเขาเมื่อเช้านี้ก็เป็ภาพที่น่าดูอย่างที่สุดด้วย”
“คุณก็อยู่ด้วยงั้นหรือ?” เธอถามอย่างคาดคั้น
“ผมรู้เท่าที่อ่านจากหนังสือพิมพ์เท่านั้นแหละ” เขาจุดบุหรี่ขึ้น ควันสีเทาลอยกรุ่นอยู่ใกล้เรือนผมสีดำ และแล้วเขาก็ดึงหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งออกมาจากใต้รักแร้ส่งให้เธอ “คุณเห็นหรือยังล่ะ?”
“ยัง” เธอส่ายศีรษะเบาๆ ขณะเอื้อมมือไปรับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมา เลื่อนร่างขึ้นนั่งบนเตียงสอดเงินเข้าไว้ใต้หมอน
พ่อของเธอได้เล่าเื่ข่าวนี้ให้ฟังเหมือนกัน แต่ดานี่คิดเพียงว่ามันคงจะเป็ข่าวชิ้นเล็กๆ ที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไร ภาพที่ลงก็คงจะซ่อนไว้ตรงมุมใดมุมหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้คาดไปถึงว่า เื่ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็ข่าวใหญ่ชนิดที่เกือบจะเต็มหน้าหนังสือพิมพ์เช่นนี้ แล้วก็ยังมีภาพประกอบอีกด้วย ภาพที่ใหญ่ที่สุดคือภาพที่เธอกำลังใช้กำปั้นทุบเขาอยู่ ภาพที่สอง ซึ่งน่าจะถูกถ่ายไว้หลังจากที่เธอเป็ลมเพราะเป็ภาพที่บาร์เรทท์ คิงกำลังอุ้มเธออยู่ แต่ภาพที่สามนั้นเองที่ทำให้ลำคอต้องตีบตันขึ้นมา รู้สึกสะท้อนอยู่ในอก มันเป็ภาพของเดอะ โร้ค ซึ่งช่างภาพสามารถจับภาพตอนที่มันกำลังพยายามต่อสู้กับคนที่กำลังจับตัวมันไว้ ซึ่งดานี่จำได้ว่า ภาพนี้ถูกถ่ายไว้เมื่อ 2-3 เดือนก่อน และเป็ขณะที่เขาพยายามจะผูกอานบนหลังในการเข้าวิ่งแข่งครั้งที่ 3 ของมัน เธอรู้สึกรานร้าวในหัวใจนัก เมื่อนึกถึงว่า บัดนี้มันได้ตายจากเธอไปแล้ว” ”
ดานี่พยายามจะต่อสู้กับหยาดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา ขณะที่เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายคนที่บอกว่าเขาชื่อ มาร์แชลล์ ทอป์สัน
“เพราะอะไรกัน?” เธอถามเสียงพร่า “ทำไมต้องลงรูปพวกนี้ด้วย? ในเมื่อไม่มีใครเคยรู้จักเ้าเดอะ โร้ค มันมาก่อน?”
“ผมว่ามันเป็เื่ของเหตุการณ์ที่เขาหยิบขึ้นมาผสมกันนะ” เขายักไหล่ ดวงตาที่ดำสนิทคู่นั้นมิได้ซ่อนเร้นความคมปลาบหรือปิดบังความฉลาดแหลมคมไว้เื้ัท่าทีราบเรียบนั้นเลย “มันเป็เื่ที่เกี่ยวกับคุณภาพของข่าว เป็ธรรมดาที่ใครๆ ก็ต้องสนใจกับการที่ม้าซึ่งมีชื่อเสียงอย่างนั้นต้องถูกทำลายให้ตายลง รวมทั้งใจกับการที่มีชื่อเสียงของบาร์เรทท์ คิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมคิดว่าเื่ที่คุณต่อว่าต่อขานเขานั่นน่ะ มันคงจะไม่เป็ความจริงใช่ไหม?”
ดานี่เชิดหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็ประกายกล้าด้วยความโกรธผสมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อท้นอยู่
“เขา้าเ้าเดอะ โร้คมาก พยายามที่จะซื้อมันมาตลอด แต่ว่าเราไม่ยอมขาย พ่อฉัน...” เสียงของเธอขาดหายไป ไม่้าจะเอ่ยไปถึงคำพูดของพ่อที่ว่า อันที่จริงแล้ว ควรจะขายม้าตัวนั้นให้กับเขาไปดสียยังจะดีกว่าและยังเสริมด้วยว่า คนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะม้าที่สูงค่าตัวนั้นไว้เลย
“ครับ ผมเห็นพ่อคุณแล้วตอนที่เขาเดินออกไปจากห้องนี้แล้วก็ลงไปทางบันไดหลัง ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ผมถึงได้เดาได้ว่าคุณอยู่ห้องไหน” มาร์แชลล์ ทอมป์สัน ช่วยเติมช่องว่างในการสนทนาเมื่อเห็นเธออึ้งไปนาน และเหมือนจะให้เวลาเธอตั้งสติให้มั่นขึ้น “ก็คงไม่ต้องสงสัยหรอกว่าเขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงกับการเผชิญหน้ากับนักข่าวที่อยู่กันเป็โขยงตรงทางเข้านั่น รู้สึกว่าเขาคงยังทำใจให้ยอมรับการที่ต้องสูญเสีย เดออะ โร้ค ไม่ได้ใช่ไหมครับ?”
คำถามเรียบๆ ประโยคนั้น เหมือนจะเตือนให้ดานี่ตอบรับ และในทันใดเธอก็ยอมแพ้กับความปรารถนาที่จะเก็บงำเื่ราวต่างๆ ไว้เป็ความลับ เธออธิบายให้เขาฟังจนหมดเปลือกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้เกิดขึ้นกับพ่อมากแค่ไหน กับความรู้สึกภายในใจของพ่อที่มีความคิดว่าตัวเองเป็ผู้พ่ายแพ้มาทั้งชีวิต เป็ผู้ที่สูญเสียจนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง รวมไปถึงคำพูดที่ว่าเขาควรจะขาย เดอะ โร้ค ให้กับบาร์เรทท์ คิงเสียั้แ่แรก รวมทั้งเหตุผลที่คิดเช่นนั้น แต่ก็ข้ามตอนที่เขาลงโทษตัวเองว่าไม่ได้อบรมเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี แต่ยังปิดบังเื่เงินที่ขณะนี้ซ่อนอยู่ใต้หมอนไว้ และจบลงตรงที่เล่าให้เขาฟังตามความเป็จริงว่า บัดนี้ ลิวได้ขอร้องให้เธอได้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังแล้ว โดยเขาจะออกจากเมืองนี้ไปในคืนนี้เลย หลังจากที่เธอเช่าจบลง ปฏิกิริยาที่ได้รับจากมาร์แชลล์ ทอมป์สันก็คือดวงตาที่จุดประกายสว่างวาบขึ้น