“เ้านี่นะ” แม่ทัพหยาง
“ข้าอยากรู้ราคาที่ชาวโพ้นทะเลเสนอให้ท่าน” อันดาถามตรงๆ
“ทำไมเ้าจะลดราคาให้ข้าหรือ” แม่ทัพหยาง
“ใครว่าข้าจะบวกเพิ่มเป็สองเท่าต่างหากล่ะ รู้หรือไม่ว่ามีคนมาเสนอว่าจะให้มากกว่าท่านเท่าตัวนึงเลยนะ” อันดา
“เหรอ แล้วเ้าคิดว่าข้าจะบอกราคาจริงให้เ้ารู้หรือ” แม่ทัพหยาง
“สำหรับท่านข้าเชื่อว่าท่านไม่โกง ถึงโกงก็อาจจะเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ แต่ว่านะ คนอย่างท่านไม่ทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองหรอก” อันดา
“เ้าฉลาดหรือโง่กันแน่นะ” แม่ทัพหยางหัวเราะเบาๆ
“ข้าน่ะไม่ได้ฉลาดแล้วก็ขาดเฉลียวอย่างท่าน แต่ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้ศัตรูมาอยู่ข้างตัวแล้วปล่อยให้เขาสร้างความเสียหายให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาหรอกนะ” อันดาบ่น
“ก็มันช่วยไม่ได้นี่ ข้าทำให้มารดาของเขาตาย เป็ใครๆ ก็คงไม่อยากให้ข้ามีชีวิตที่ดีหรอก” แม่ทัพหยางตอบ
“เขาต้องรู้แล้วแน่เลยว่าข้ามาฟ้องท่าน ดูสิจ้องเขม็งเลย” อันดาหันไปมอง ไม่มองเปล่ายังแลบลิ้นปลิ้นตาให้ด้วย ใครใช้ให้เขามาวุ่นวายกับเธอล่ะ
“เมื่อคืนเ้าทำอะไรเขา” แม่ทัพหยางถาม เพราะภาพที่เขาเห็นคือองค์รัชทายาทหมดสติ ดีที่องครักษ์เงาเฝ้าระวังไว้ ไม่อย่างนั้นคงถูกฆ่าไปแล้ว ประมาทจริงๆ
“ข้าเห็นว่าเขา้าการพักผ่อนที่แท้จริงน่ะ เพราะความคิดสับสนมากเกินไปแถมถ้าไม่พักริดสีดวงที่เป็คงไม่หายง่ายๆ” อันดาพูดเื่นั้นหน้าตาเฉย
“โรคประจำตัวของเขาสินะ” แม่ทัพหยางรู้แต่ก็แกล้งไม่รู้
“แต่ข้าว่าเขาเก่งมากนะ ที่สามารถนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างนั้นได้โดยไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย” อันดากระซิบกระซาบแล้วมองไปทางหยางเฟยหลง
“เ้าเด็กอันดา เ้านินทาอะไรข้า เื่เมื่อคืนยังไม่ได้สะสางเลยนะ!” รองแม่ทัพชักจะโกรธขึ้น
“เอ๋ รู้มั้ยว่าถ้าโกรธโรคเก่าจะกำเริบนะ ข้าน่ะมียารักษา กินสามวันติดกันหายขาด แต่แพงหน่อยนะ” อันดายิ้มยั่ว ทำหน้าทะเล้นใส่องค์รัชทายาทแห่งต้าซาน
“นั่งดีๆ” แม่ทัพหยางอยากจะเขกกะโหลกสวยๆ ของอันดา แต่เห็นท่าทีทะเล้น และอารมณ์โกรธแบบระงับไม่อยู่ของรัชทายาทแล้วรู้สึกอารมณ์ดี เด็กคนนี้ไม่ชอบแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมา ตอนนี้ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่ออันดา ทำให้รู้สึกว่าเขามีชีวิตชีวามากขึ้น
“สรุปข้าจะขายท่านเท่ากับที่ชาวโพ้นทะเลขายก็ได้” อันดาบอกหลังจากที่แม่ทัพหยางควบม้าห่างออกมาจากขบวน
“แต่ปืนเ้ามีน้อยเกินไป” แม่ทัพหยางเริ่มต่อรอง
“ตอนนี้ข้ามีปืนเพิ่ม เจ็ดวันได้เจ็ดร้อยหกสิบแปดกระบอก” อันดาบอก
“เ้าทำให้ปืนเพิ่มวันละเท่าตัวอย่างนั้นเหรอ” การคำนวณที่รวดเร็วของแม่ทัพหยางทำเอาอันดาอึ้งไปเลย
“โหท่านนี่ เก่งคำนวณมาก” อันดาเอ่ยปากชม
“เ้าคิดว่าทหารของข้ามีกี่แสนคน การแบ่งกองแบ่งทัพล้วนต้องคำนวณ ค่าอาหาร เบี้ยเลี้ยงค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าหมอค่าคนครัววัตถุดิบเ้าว่าใครต้องรับผิดชอบล่ะ ถึงไม่ต้องทำเองก็ต้องรู้เื่ธรรมดา” แม่ทัพหยางตอบ
“เป็เช่นนี้นี่เอง” อันดานึกไม่ถึงว่าตาลุงหนวดเฟิ้มหน้าโหดจะฉลาดขนาดนี้
“ถ้าให้เวลาข้าหนึ่งเดือนข้าทำให้ท่านได้ครั้งละ สิบห้าวันเพราะพื้นที่ไม่พอ สิบห้าวันได้หนึ่งแสนเก้าหมื่นหกพันหกร้อยแปดกระบอก นั่นคือได้อย่างละสามหมื่นเก้าพันสามร้อยยี่สิบเอ็ดกระบอก แค่นั้นแล้วจะไม่ทำเพิ่ม” อันดาตอบ ขิงมาขิงกลับ
“ได้ แต่ข้าขอะุเพิ่ม” แม่ทัพหยางเริ่มคำนวณคร่าวๆ โชคดีที่ตอนนี้หยุดรอการเจรจา กว่าขบวนทูตจะเข้าไปถึงพระราชวังก็ใช้เวลาสิบห้าวันถ้าเร่งเดินทาง แต่ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จอย่างไรเสียก็ต้องใช้เวลาเป็เดือน
“ท่านรอได้เดือนนึงเลยเหรอ” อันดาถาม
“ใช่แล้วล่ะ เพราะทางโน้นขอเปิดการเจรจา” แม่ทัพหยาง
“คงอยากถ่วงเวลาเหมือนเราสินะ” อันดาพูดขึ้นมา
“จริงๆ ด้วย มันต้องมีอะไรแน่ๆ เ้าคิดว่าทางโน้นจะมีอาวุธอะไรเพิ่มขึ้นมาหรือไม่” แม่ทัพหยางถาม
“ก็น่าจะเป็ปืนใหญ่” อันดา
“ปืนใหญ่เราก็มี” แม่ทัพหยาง
“แล้วปืนใหญ่แบบโจรสลัดล่ะ ถ้ามันสามารถยิงวิถีที่ไกลกว่าได้ล่ะ” อันดาถาม
“นั่นสิ เ้ามีวิธีแก้หรือไม่” แม่ทัพหยางพลอยตื่นเต้นไปกับเ้าเด็กนี่ด้วย
“ต้องกลับไปดูก่อนว่าอาจารย์ข้าเอาห้องใต้ดินมาให้ข้าด้วยหรือไม่ นี่ข้าบอกท่านหรือยังว่าข้ามีอาจารย์” อันดาถามเขาซื่อๆ
“เ้าหนู สิ่งที่เ้ามีมันเป็สิ่งที่ไม่ควรบอกใครง่ายๆนะ มันอันตรายมากเลยรู้หรือไม่” แม่ทัพหยางเริ่มเป็ห่วงเ้าเด็กขี้อวดคนนี้เสียแล้ว อันดาเชื่อใจเขามากเกินไปแล้ว
“ข้าไม่เชื่อใครนอกจากท่าน แล้วก็รู้ว่าท่านไม่บอกใครแน่ๆ สัญญาของลูกผู้ชาย ถ้าท่านจะกลับคำนั่นก็ถือว่าเป็ความซวยของข้าก็แล้วกัน” อันดาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงไว้ใจตาลุงคนนี้มาก
อาจจะเป็เพราะเขาช่วยชีวิตเธอ หรือไม่ก็สายตาที่จริงใจของเขา เอาจริงๆนะ ในใบหน้าเธอเห็นแค่ตาอย่างเดียวจมูกก็สวยดีอยู่หรอก แต่ตาของตาลุงนี่สวยมาก แต่ว่าหนวดที่มันดกดำไปครึ่งหน้านี่มองไม่ออกว่าเป็คนหรือเป็ลิงกันแน่
“เ้าไว้ใจข้าขนาดนั้นเลยเหรอ” แม่ทัพหยางรู้สึกใจฟู ั้แ่ที่เขาทำงานพลาดในครั้งนั้น ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ความเชื่อใจจากใครเลยจริงๆ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็เทพารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แต่มันก็มักจะมีความแคลงใจของคนรอบข้างเสมอ
แต่วันนี้เด็กหนุ่มที่เพิ่งเจอกันกลับเชื่อเขาอย่างหมดใจ
“ขนาดนั้นเลยล่ะ ที่ข้าบอกท่านว่าข้ามีอาจารย์ดังนั้นท่านไม่ควรหักหลังข้าเพราะอาจารย์ของข้าน่ะ” อันดามองซ้ายมองขวาว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ
“เป็เซียน” เธอเอามือป้องหูของเขาแล้วกระซิบบอก
หน้าใกล้กันมากเกินไป ลมหายใจที่รดต้นคอทำให้แม่ทัพหยางตื่นตัว ใจเต้นแรงความแดงบนใบหน้าแทบจะทะลุหนวดเคราออกมา
“ท่านเอามีดไปไว้ข้างหลังได้มั้ยมันดันก้นข้า” อันดาบ่น
“บ่นนัก หยวนอิง เอาม้ามาให้เ้าเด็กนี่ตัวนึง ตื่นแล้วก็ไปขี่เอง” แม่ทัพหยางหิ้วตัวของอันดาลงจากม้าของเขาทันทีแล้วรีบควบออกไปเลย
“เหอะ ขวัญผวาเลยล่ะสิ พอรู้ว่าอาจารย์ข้าเป็ใครแล้วคงจะใน่าดู” อันดายืนเท้าสะเอวมองแม่ทัพหยางที่ควบม้าหนีออกไป
“เอ้า เ้านี่ขี่ม้าเป็ด้วยหรือ” โดยทั่วไปถ้าไม่ใช่คนที่ต้องฝึกทหารหรือพวกราชนิกุลหรือคนที่มีฐานะแล้วไม่มีใครได้ขี่ม้า แต่เ้าเด็กนี่ขี่เหมือนได้รับการฝึกมาอย่างดี
ก็ใช่น่ะสิ เธอและทีมตระเวนไปทั่วโลก ไม่ว่าที่นั่นจะมีภูมิประเทศเป็อย่างไร พวกเขาก็ต้องเข้าไปให้ถึง ไม่ว่าจะเป็ทุ่งสะวันนา ทะเลทราย เทือกเขาสูง พวกเขาไปมาหมดแล้ว
“เ้าหนูข้า้ายาของเ้า” รัชทายาทที่ขี่ม้าตามมาโยนถุงผ้าที่ใส่เงินตำลึงไว้มากมาย
“เท่าไหร่เนี่ย” อันดาแหวกถุงดูมีเงินหน้าตาแปลกๆแต่ก็หนักเอาเื่อยู่
“สองพันตำลึงทอง แต่ถ้าข้าไม่หายหัวเ้าขาดแน่” องค์รัชทายาทขู่
____________________
อันดาลูก พี่ว่านั่นไม่ใช่มีดนะ