พอไปถึงสันเขื่อนตามที่เขา้าลลินก็ส่งรถให้เขาเอาไปหัดแต่เขาก็ขี่ไม่ได้รถล้มไปตั้งสองสามหน สุดท้ายเขาก็จูงรถกลับมาหาลลิน
“เธอเป็คนขี่ต่อไปเถอะ ช่วยพาฉันไปทางนู้นหน่อยสิ”
ลลินไม่พูดอะไรพาเขาขี่รถเล่นต่อไปตามเส้นทางบนสันเขื่อนตามคำสั่งของเขาฟังเสียงเขาชวนคุยอย่างอารมณ์ดี
“ที่นี่สวยจังเลยน่ะ ลลินคงชอบที่นี่มากสิน่ะ”
ตะวันเปลี่ยนสรรพนามจากคำว่าเธอมาเรียกชื่อของลลินแทนเพื่อที่จะได้รู้สึกสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น
“ค่ะ”
ลลินรับคำทั้งๆที่รู้สึกแปลกใจในการพูดของเขาอยู่เหมือนกัน
“ผมก็ชอบที่นี่”
ตะวันกล่าวอ่อนโยนแล้วเอื้อมมือไปกอดเอวของเด็กสาวเอาไว้
“ปล่อยนะคะ ถ้าไม่ปล่อยลลินจะจอดรถแล้วให้คุณตะวันเดินกลับไปเอง”
ลลินเอ็ดเขาทันที
“ก็ได้ ปล่อยก็ได้ แหมแค่จับนิดจับหน่อยเอง”
ตะวันบ่นเบาๆ
“กลับกันเถอะคะ จะมืดแล้ว เดี๋ยวพ่อจะเป็ห่วง”
ลลินว่าแล้วก็เลี้ยวรถกลับทันที
“กลับก็ได้ แต่พรุ่งนี้ลลินพาผมออกไปนั่งเรือเที่ยวด้วยน่ะ”
เขาอ้อน
“ต้องดูก่อนค่ะ ว่าว่างหรือเปล่า ถ้ายังไงลลินจะให้น้องพาไปแทนก็แล้วกัน”
ลลินตอบห้วนๆ
“ลลินโกรธผมที่จับเอวลลินเมื่อกี้เหรอ”
ตะวันถามอย่างไม่สบายใจ
“ไม่โกรธหรอกค่ะ แต่ไม่ชอบ ทีหลังอย่าทำอีกก็แล้วกัน”
ลลินกล่าวเสียงเข้ม
“ครับ ทีหลังผมจะไม่ทำอีก ถ้าลลินไม่เต็มใจ”
คำพูดของเขาทำให้ถูกเด็กสาวค้อนคมตอบกลับมา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
วันเวลาผ่านไปทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็ความผูกพันแล้ววันหนึ่งนายพลสุรินทร์ก็ให้นายดำคนขับรถมารับตะวันกลับกรุงเทพ
“ผมกลับก่อนนะครับน้าแสง ว่างๆจะมาเที่ยวอีก”
ชายหนุ่มกล่าวกับนายแสงที่เดินมาส่งที่รถ
“เดินทางอย่างปลอดภัยนะครับคุณตะวัน”
ตะวันกลับไปกรุงเทพแต่เขาไม่รู้หรอกว่าได้มีหัวใจดวงหนึ่งติดตามไปด้วย เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพเขาก็เอาแต่ตั้งใจเรียนโดยที่หัวใจส่วนหนึ่งก็คอยคิดถึงแต่บ้านสวนตลอดเวลา โดยเฉพาะสาวน้อยที่บ้านสวนเขาคิดถึงเธอทุกครั้งเมื่อต้องอยู่คนเดียวเขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองได้หลงรักลลินเข้าให้แล้ว...
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปีครอบครัวของนายพลสุรินทร์ก็ได้ย้ายจากกรุงเทพไปอยู่บ้านสวนเพราะเขาได้เกษียรอายุราชการแล้วและคุณหญิงแวววรรณก็ชอบที่นั้นมากทำให้ตะวันที่ยังเรียนไม่จบต้องขับรถไปๆมาๆระหว่างบ้านสวนกับกรุงเทพบ่อยๆเมื่อถึงวันหยุดหนึ่งเขาได้ขับรถไปที่บ้านสวน แล้วก็พบว่าทะนงได้มาถึงก่อนหน้านั้นแล้ว
และเมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังทะนงได้บอกกับตะวันว่า เขารักลลิน ตะวันก็ฟังเฉยๆ แต่ในใจก็เจ็บแปลบแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคัดค้านอะไรออกมาเพราะกลัวเพื่อนจะหาว่าหวงก้าง
“จริงๆน่ะตะวัน ฉันรักลลินจริงๆ ถึงจะจนไปหน่อยก็ช่างฉันไม่คิดที่จะให้เมียมาหาเลี้ยงอยู่แล้วพอฉันเรียนจบฉันว่าจะให้คุณพ่อของแกมาสู่ขอให้”
ทะนงกล่าวจริงจัง
“คิดไปไกลถึงขั้นสู่ขอกันเลยเหรอ”
ตะวันถามเรียบๆ
“ก็เออสิว่ะ ฉันรักจริงหวังแต่งนี่น่า”
“แล้วแกได้พูดเื่นี้กับลลินเขาหรือยัง”
“ยังว่ะ”
“เออ งั้นก็ขอให้สมหวังก็แล้วกัน”
“ขอบใจนะเพื่อนรัก”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
วันหนึ่งตะวันได้ขับรถเข้าไปทำธุระในตัวเมืองเขาบังเอิญพบลลินที่เข้ามาเรียนอยู่ที่นี่กำลังยืนรอรถเมล์เพื่อกลับบ้านใน่วันหยุดอยู่เขาจึงชวนเธอขึ้นรถมาด้วยกัน แต่ความเข้าใจที่ว่าลลินคงรักกับทะนงจึงทำให้เขาไม่อยากจะพูดคุยอะไรกับเธอมากนักทั้งสองนั่งเงียบกันมาตลอดทาง จนเขาพารถมาจอดลงที่หน้าบ้าน