ตอนที่ 125 เด็กหนุ่มผู้กระตือรือร้น
“พี่เจี้ยนกั๋ว เดี๋ยวพอถึงเวลาทุกคนก็ขึ้นเขาไปเก็บฟืนกันแล้ว จะซื้อทำไม ไม่ใช่ของบ้านเราสักหน่อย” หานลู่หยางบ่นอย่างไม่ใส่ใจ
ฉู่เจี้ยนกั๋วรีบพยักหน้า “งั้นเดี๋ยวพวกเราไปเก็บฟืนบนเขากัน”
ครอบครัวหานช่างเป็นคนดีจริงๆ ฉู่เจี้ยนกั๋วอดไม่ได้ที่จะชื่นชมครอบครัวหานในใจอีกครั้ง หลังอาหารเช้า หานชีเยวี่ยรับหน้าที่ล้างจาน คนอื่นๆ ก็เตรียมตัวไปทำงาน
หลังจากผู้นำชุมชนกล่าวปลุกใจอย่างฮึกเหิม ก็ได้มอบหมายงานให้กับสมาชิกในชุมชน งานในวันนี้คือการเติมดินให้กับต้นมันฝรั่ง ช่วงนี้ต้นมันฝรั่งโตเร็ว ดินรอบๆ ก็ถูกหัวมันดันขึ้นมา ดังนั้นจึงต้องเติมดินให้กับต้นมันฝรั่งทุกต้น กลบหัวมันที่โผล่พ้นดิน
หากไม่กลบหัวมันฝรั่งให้มิด ส่วนที่โผล่ออกมาจะกลายเป็นสีเขียว รสชาติจะไม่ดี แถมยังทำให้เกิดอาการชาเล็กน้อยได้อีกด้วย งานนี้ไม่ได้ใช้ทักษะอะไรมาก แต่ต้องก้มๆ เงยๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้ปวดหลังมาก แต่เมื่อคนในบ้านหานมาถึงไร่ ก็ทำงานอย่างตั้งใจ
ผู้นำชุมชนเดินเข้ามาถามว่า “วันนี้ได้ยกเลิกงานพื้นฐานของชีเยวี่ยแล้วหรือยัง?”
ก่อนหน้านี้ หานชีเยวี่ยไม่ได้ลงไปทำงานที่ไร่ แต่มีสมาชิกคนอื่นในครอบครัวต้องทำงานส่วนของเธอให้เสร็จ มิฉะนั้นเมื่อถึงเวลาแบ่งสัดส่วนอาหาร หานชีเยวี่ยก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่ง ทว่าในตอนนี้มันแตกต่างออกไป หานชีเยวี่ยมีงานประจำทำแล้ว ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบงานพื้นฐานพวกนี้อีก
“ผู้นำชุมชน ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณมากครับ” หานจิ่งเซี่ยวรีบกล่าวขอบคุณ “ว่างๆ เมื่อไหร่ พวกเรามานั่งดื่มกันนะครับ”
หานจิ่งเซี่ยวไม่ใช่คนโง่ เขาเข้าใจดีว่าโอกาสในการทำงานของหานชีเยวี่ยนั้นเกี่ยวข้องกับผู้นำชุมชนเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะผู้นำชุมชน ชีเยวี่ยคงไม่ได้งานดีๆ แบบนี้มาอย่างราบรื่น
“ไม่ต้องเกรงใจ!”
ผู้นำชุมชนยิ้มกว้าง และไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย ผู้นำชุมชนก็รีบไปดูความคืบหน้าของการเติมดินที่อื่น
กลับมาที่บ้านหาน ย่าเฒ่าหานเห็นหานชีเยวี่ยทำท่าทำทางเหมือนจะไม่ไปทำงาน จึงอดถามไม่ได้ว่า
“อาเยวี่ย หลานเพิ่งจะเริ่มงานแท้ๆ ไม่ไปทำงานนี่มันจะดีหรือ?”
ย่าเฒ่าหานกลัวว่าหลานสาวจะถูกคนอื่นในหน่วยงานมองไม่ดี เพราะไม่ไปทำงาน
หานชีเยวี่ยครุ่นคิด “คุณย่า ย่าพูดถูกค่ะ หนูจะเตรียมตัวไปที่สหคามเดี๋ยวนี้แหละ”
ยังไงก็ต้องจัดการเรื่องงานประชุมสัมมนา ถึงจะทำที่บ้านก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ว่าจะทำงานที่บ้านไปมากแค่ไหน หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานก็มองไม่เห็น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ แม้ว่าจะยังไม่ได้เริ่มงานอย่างเป็นทางการ แต่หานชีเยวี่ยก็รู้สึกได้ว่าคนในสหคามหลายคนอาจจะเข้าหายาก
เธอเป็นคนใหม่เพิ่งมาถึง กลับเข้าไปขัดแข้งขัดขากับหลิวอวี้เฟินผู้ที่ชอบหาเรื่องอยู่แล้ว ก็ควรจะระมัดระวังไว้บ้าง
หานชีเยวี่ยบอกกับย่าเฒ่าหานเสร็จก็ออกจากบ้านไปทำงานทันที ระยะทางไปสหคามไม่ได้ไกลนัก หานชีเยวี่ยไม่ได้คิดจะใช้จักรยานคันใหม่ที่แอบซ่อนไว้ในมิติ แต่รีบเดินไปที่สหคาม
วันนี้ถือเป็นวันแรกที่เธอไปทำงานอย่างเป็นทางการ จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมสักหน่อย จัดเอาของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันติดตัวไปด้วย
เมื่อไปถึงสหคามแล้ว การจัดโต๊ะทำงานของตัวเองก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะทุกคนชอบทำงานในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ส่วนเรื่องที่นอน หานชีเยวี่ยยังคงลังเลอยู่ว่าควรจะปูหรือไม่ ตัวเธอเองคิดว่าไม่จำเป็นนัก เพราะเธอก็ไม่ได้คิดจะนอนที่สหคาม เธอว่าจะไปกลับบ้านทุกวันอยู่แล้ว
ระหว่างทาง หานชีเยวี่ยก็จัดเตรียมสิ่งของไม่น้อยออกมาจากมิติใส่ถุงตาข่ายใบใหญ่สี่ใบ
ตอนหานชีเยวี่ยมาถึงสหคาม ก็เหลือเวลาอีกสามนาทีก่อนเวลาทำงาน เธอถือถุงตาข่ายเดินไปที่ห้องทำงานของตัวเอง พอเข้าประตูมาก็เห็นเสี่ยวหลี่ว์กำลังตักน้ำอยู่ข้างบ่อเก็บน้ำทางด้านซ้ายของประตู
เนื่องจากข้อจำกัดทางธรรมชาติ ยกเว้นชุมชนบางแห่งที่อยู่ติดแม่น้ำ น้ำดื่มของชุมชนส่วนใหญ่มักจะมาจากบ่อเก็บน้ำ
สหคามก็เช่นกัน
“สหายเสี่ยวหาน มาแล้วเหรอ? โอ้โห คุณถือของมาเยอะเลยนี่ เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ? เดี๋ยวผมช่วยถือเอง”
เสี่ยวหลี่ว์ตาไวเห็นหานชีเยวี่ย และเห็นว่ามือท้องสองข้างของเธอถือถุงตาข่ายใบใหญ่ข้างละสองถุง ภายในถุงมีอ่างล้างหน้า กระติกน้ำร้อน กล่องข้าว และแก้วน้ำ ฯลฯ จึงรีบเข้าไปช่วย
“ไม่ต้องหรอก สหายเสี่ยวหลี่ว์ ฉันถือเองได้ค่ะ” หานชีเยวี่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
เธอเป็นผู้หญิง ขณะที่เสี่ยวหลี่ว์เป็นผู้ชาย ถ้าทั้งสองคนใกล้ชิดกันเกินไปคงจะไม่ดี อาจจะทำให้คนอื่นนินทาได้ แต่เสี่ยวหลี่ว์ตอนนี้ใจจดใจจ่ออยู่กับหานชีเยวี่ย ยากที่จะมีโอกาสประจบเอาใจหานชีเยวี่ยแบบนี้ได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสดี ๆ เช่นนี้ไปอย่างแน่นอน
ในที่สุดเสี่ยวหลี่ว์ก็ช่วยหานชีเยวี่ยถือถุงตาข่ายสองใบ หนักเอาเรื่องเลยทีเดียว ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูบอบบางอย่างหานชีเยวี่ยจะสามารถถือของหนักๆ พวกนี้มาได้ตลอดทาง บ้านหานอยู่ในชุมชนถวนเจี๋ย ซึ่งไกลมากโขอยู่ แถมหานชีเยวี่ยก็ดูเหมือนจะไม่มีจักรยานด้วย
เสี่ยวหลี่ว์คิดว่าจะใช้เส้นสายในครอบครัวหาคูปองซื้อจักรยานให้หานชีเยวี่ยสักคันหนึ่ง
เมื่อมาถึงห้องทำงาน หานชีเยวี่ยก็ยิ้มและกล่าวขอบคุณเสี่ยวหลี่ว์
“สหายเสี่ยวหลี่ว์ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ!”
คราวนี้เป็นทีของเสี่ยวหลี่ว์ที่เขิน เขาแค่ช่วยถือของมาแค่ไม่กี่สิบเมตร ทำไมหานชีเยวี่ยถึงได้ขอบคุณอย่างสุภาพขนาดนี้? สหายเสี่ยวหานช่างสุภาพจริงๆ!
“สหายเสี่ยวหาน ผมช่วยจัดของให้ไหมครับ!” เสี่ยวหลี่ว์ตื่นเต้นมากจนต้องหาอะไรทำ
หานชีเยวี่ยตกใจจนหน้าไร้สีเลือด นี่ล้อเล่นหรือไง จะให้เสี่ยวหลี่ว์ช่วยจัดของได้ยังไง? ถ้าถูกพวกป้าๆ ยายๆ ช่างสอดรู้สอดเห็นอย่างหลิวอวี้เฟินเห็นเข้า ใครจะรู้ว่าจะพูดอะไรออกมาบ้าง
“ฉันจัดเองก็ได้ค่ะ สหายเสี่ยวหลี่ว์ ฉันเห็นว่าคุณกำลังตักน้ำอยู่ อย่าให้เสียเวลาเลย”
เสี่ยวหลี่ว์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผู้อำนวยการไช่กำลังรอใช้น้ำอยู่ เขาจึงรีบวิ่งไปตักน้ำต่อ
“สหายเสี่ยวหาน เดี๋ยวผมกลับมาช่วยนะครับ คนเก่าช่วยคนใหม่เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว!”
เมื่อเห็นเสี่ยวหลี่ว์เดินไปไกลแล้ว หานชีเยวี่ยก็รีบปิดประตูห้องทำงานทันที เพื่อนร่วมงานใหม่กระตือรือร้นเกินไปก็ไม่ดีนะ!
เธอหยิบของออกจากถุงตาข่ายทีละชิ้น ไม่นานนัก ของในถุงตาข่ายก็ถูกจัดวางไว้ในที่ที่ควรจะเป็นแม้ว่าของจะไม่ได้เยอะมาก และส่วนใหญ่เป็นพวกของชิ้นเล็กๆ แต่พอมีของพวกนี้แล้ว ห้องทำงานก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
ขณะที่หานชีเยวี่ยกำลังจัดของอยู่นั้น ก็เห็นว่ามีคนแอบมองเข้ามาในห้องทำงานของเธอทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม หานชีเยวี่ยรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก คิดว่าควรจะติดผ้าม่านหน้าต่าง และปิดกระจกสองบานล่าง แบบนี้มันเหมือนไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย เธอมองไปที่กรอบหน้าต่างไม้ ข้างบนมีตะปูสองตัวอยู่ และมีลวดเส้นเล็กผูกไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเคยมีผ้าม่านมาก่อน
แบบนี้ก็ง่ายหน่อย ตอนนี้สิ่งที่เธอขาดก็คือผ้า ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหานชีเยวี่ย ในมิติมีอยู่แล้ว แค่เข้าไปหาดูก็เจอ หานชีเยวี่ยเดินไปที่หลังประตู แล้วหายตัวเข้าไปในมิติ
เธอพบผ้าลายดอกไม้สีฟ้าอ่อนผืนหนึ่งในมิติ ผ้าผืนนี้เหมาะที่จะทำเป็นผ้าม่าน ส่วนกระดาษที่ใช้ปิดหน้าต่าง ใช้กระดาษขาวจะดีที่สุด เพราะมันจะทำให้ห้องสว่าง แต่หานชีเยวี่ยก็รู้ดีว่าถ้าใช้กระดาษขาวปิดหน้าต่างตอนนี้ คนอื่นก็จะต้องซุบซิบนินทาอีก แค่อีกไม่กี่เดือนก็จะผ่านไปแล้ว เอาหนังสือพิมพ์มาปิดก็แล้วกัน
หานชีเยวี่ยไม่ได้คิดจะใช้หนังสือพิมพ์ที่ยังไม่ได้วางจำหน่ายในมิติ ที่สหคามต้องมีหนังสือพิมพ์เก่าๆ อยู่ เดี๋ยวไปขอมาสองแผ่นก็พอ หานชีเยวี่ยเหยียบเก้าอี้แล้วแขวนผ้าม่านขึ้น ชั่วขณะนั้น ห้องทำงานก็ดูอบอุ่นขึ้นมาก
หลังจากที่หานชีเยวี่ยจัดของเสร็จ ก็มีเพียงเตียงไม้ที่ดูแปลกตา เพราะไม่มีเครื่องนอนใดๆ เลย แม้แต่ผ้าปูที่นอนก็ไม่มี
ทันใดนั้นก็มีคนมาเคาะประตู