หลังจากนั้นทั้งสี่ก็ได้ออกตามหาสัตว์อสูรระดับห้าตัวใหม่เพราะไม่อาจจับพยัคฆ์เกล็ดอสรพิษได้ สัตว์อสูรตัวต่อไปที่ทั้งสี่ได้เจอคือวานรแขนั์ วานรแขนั์มีความสูงประมาณสามเมตรมีขาที่คล้ายกระต่ายสามารถะโได้ไกลแต่มีมือสองข้างที่ใหญ่กว่าลำตัว เป็สัตว์อสูรที่ครึ่งบนมีลักษณะใหญ่โตครึ่งล่างกลับผอมเพรียว ระดับลมปราณของมันคือระดับห้าขั้นต้น
“วานรแขนั์หนึ่งในสายพันธุ์ดั้งเดิมของป่าเมฆฝน…ในครั้งหนึ่งบรรพบุรุษของมันเคยเป็ถึงาาของป่าเมฆฝนแห่งนี้” อูหลินเฟิงอธิบายหลังจากได้พบวานรแขนั์ วานรแขนั์เป็หนึ่งในสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากของป่าเมฆฝนแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้มีสายพันธุ์อื่นหมุนเวียนแสดงความแข็งแกร่งเพื่อเป็าาของป่าแห่งนี้
"กร๊อกกกก!!!"วานรจนั์ส่งเสียงออกจากลำคอ จากนั่นก็ทุบหน้าอกของตนเองอย่างรุนแรง ตึง! ตึง! ตึง!
วานรแขนั์เป็สัตว์อสูรที่หวงอาณาเขตของตนอย่างมาก เมื่อเห็นว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตถึงได้แสดงความเป็ปฏิปักษ์โดยการข่มขู่ ทั้งส่งเสียงขู่และใช้มือขนาดใหญ่ตีเข้าที่หน้าอกของมันอย่างแรงเพื่อแสดงว่าอาณาเขตนี้เป็ของมัน
เมื่อเห็นดังนั้นทั้งสี่จึงได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที โดยที่อูหลินเฟิง สร้างยันต์สามใบโดยที่ยันต์ทั้งสามในนั้นจะติดอยู่กับจงิ่ อูหมินจิง ลี่อิง ทั้งสามคนเมื่อได้รับยันต์ติดตัวมา จึงมองอูหลินเฟิงเป็เชิงถามว่ายันต์อะไรแม้ไม่ได้พูดออกเสียง
“เดี๋ยวก็ได้รู้…ว่ายันต์นี้สามารถทำอะไรได้” หลังจากได้เริ่มเรียนรู้วิชายันต์ิญญาแปดรูปแบบ อูหลินเฟิงได้ต่อยอดมันโดยการประสานความรู้จากวิชาอักขระของเรนและพลังจิตของลุค ตอนนี้วิชายันต์ของอูหลินเฟิงจะสร้างโดยการประสานพลังลมปราณ จิต และพลังิญญา สามารถใช้โจมตีได้ทั้งกาย จิต ิญญา ในตอนนี้เขาสามารถใช้ศาสตร์พลังอาคมที่ประสานพลังทั้งสามสายได้แล้ว ยันต์อาคมที่แข็งแกร่งถูกสร้างขึ้นมา
วานรแขนั์เมื่อเห็นว่าผู้บุกรุกไม่ยอมถอยจึงรับรู้ว่ามนุษย์ทั้งสี่มีเป้าหมายที่ตนเอง จึงได้กระโจนลงมาจากต้นไม้สูง และ เข้าโจมตีอูหมินจิงที่ยืนอยู่หน้าสุดก่อน หมัดที่ใหญ่โตยิ่งกว่าตัวของอูหมินจิงชิกเข้าหาเขาอย่างรุนแรง
ก้าวย่างอัสนีม่วง ย่นระยะสิบลี้
อูหมินจิง ผนึกลมปราณที่เท้าใช้ท่าร่างประจำตระกูล หลบหลีกการโจมตีด้วยความเร็วที่มากกว่าถึงแม้ระดับลมปราณน้อยกว่า ตู้ม!!! เสียงหมัดั์กระทบพื้นอย่างรุนแรง มันอาจโจมตีอูหมินจิงได้ เมื่อไม่อาจโจมตีถูกเหยื่อรายแรกได้วานรแขนั์จึงหันไปหาอีกสามคนที่เหลืออยู่จากนั้นก็ปล่อยหมัดออกไปอีกหนึ่งหมัด
ปราณปฐี โกเลมศิลา
ลี่อิงได้สร้างโกเลมศิลาหนึ่งตัวขว้างหน้าทั้งสามขึ้นเพื่อป้องกันหมัดที่พุ่งเข้ามา ตู้ม!! แต่ว่าเพียงหนึ่งหมัดเท่านั้นโกเลมที่ศิลาที่มีจุดเด่นที่การป้องกันกลับพังลงอย่างง่ายดาย
“พี่ใหญ่อูหลินเฟิง…โกเลมของข้าทำอะไรไม่ได้เลย” ลี่อิงกล่าว เนื่องจากระดับลมปราณที่ต่างกันถึงสองระดับโกเลมของลี่อิงจึงไม่สามารถกันการโจมตีของวานรแขนั์ได้
ปราณดาบจตุรธาตุสายเพลิง กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบประกายเพลิง
เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากดาบของจงิ่ และ โจมตีเข้าไปที่แขนของวานรแขนั์ ตู้ม!! เสียงของดาบเพลิงและหมัดั์กระทบกัน
‘แข็งมาก!! แขนเ้านี่แข็งกว่าเหล็กกล้าอีก’ จงิ่คิดเมื่อดาบและหมัดได้ปะทะกัน วานรแขนั์เมื่อหมัดโดนสกัดได้จึงได้โจมตีอีกครั้งแต่คราวนี้เป็หมัดที่รุนแรงกว่าเดิม
ปราณจตุรธาตุ เพลิงสลับปฐี
ปราณดาบจตุรธาตุสายปฐี กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบศิลา
จงิ่เมื่อเห็นการโจมตีสวนมา คราวนี้เขาไม่ได้ใช้การโจมตีที่รุนแรงเพื่อหยุดการโจมตี แต่ว่าเขาเลือกใช้ดาบศิลาที่เสริมความแข็งให้กับดาบเพื่อให้ป้องกันแทน ตูม!! แม้จะสามารถกันการโจมตีโดยตีไม่ได้าเ็แต่ว่าจงิ่ก็กระเด็นออกไปไกลกว่ายี่สิบเมตร
เมื่อสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดออกไปจากระยะ วานรแขนั์จึงโจมตีไปที่อูหลินเฟิงและลี่อิงที่มีระดับฝึกตนระดับสามเท่านั้น แต่แทนที่อูหลินเฟิงและลี่อิงจะโดนหมัดนั้นเข้าเต็มๆ หมัดของวานรแขนั์กลับทะลุผ่านร่างของทั้งสองไป สร้างความงงงวยให้กับวานรแขนั์อย่างมาก
ยันต์อาคมร่างจิตมายา / ยันต์อาคมซ่อนนภา
ั้แ่ที่อูหมินจิงใช้ท่าเท้าหลบการโจมตีแรกของวานรแขนั์ อูหลินเฟิงได้สร้างยันต์ที่สามารถซ่อนตัวของเขากลับลี่อิงที่มีระดับลมปราณต่ำที่สุดในกลุ่มไว้ล่วงหน้า การซ่อนจิตเป็ทักษะที่ลุคถนัดที่สุด เมื่อใช้ออกมาผ่านยันต์อาคม สามารถที่จะซ่อนได้ทั้งลมปราณ จิต และพลังิญญา อูหลินเฟิงเรียกมันว่า ยันต์อาคมซ่อนนภา เรียกได้ว่าเป็การซ่อนตัวตนที่สมบูรณ์แบบ หากไม่ได้มีระดับการฝึกตนที่มากกว่าสองระดับขึ้นไปไม่อาจเจอตัวของอูหลินเฟิงที่ใช้ยันต์ซ่อนนภาได้ และ ยังสร้างยันต์ที่สามารถสร้างร่างมายาเพื่อใช้ตบตาของศัตรูคือ ยันต์อาคมร่างจิตมายา วานรแขนั์จึงโจมตีไปที่ร่างมายาแทน ส่วนอูหลินเฟิงกับลี่อิงนั้นออกไปนอกระยะการโจมตีนานแล้ว
ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่สอง ฟาดฟันต่อเนื่อง
อูหมินจิงที่หลบออกไปตอนแรก ใช้ความเร็วของตนเองกลับมาอีกครั้ง กระบี่ในมือปล่อยอัสนีสีม่วงอ่อนออกมา ออกท่าโจมตีต่อเนื่องใส่กลางหลังของวานรแขนั์
“โฮกกกกก!!!! กร๊อกกก!!!”เสียงร้องแสดงความเ็ปของวานรแขนั์ แม้มือของวานรแขนั์จะแข็งแต่ว่าส่วนอื่นนั้นไม่ใช่ หลังของมันแม้จะสามารถฟันเข้าได้ยากแต่ก็ยังสามารถสร้างาแได้ วานรแขนั์เหวี่ยงแขนไปยังอูหมินจิงด้วยความเร็วที่มากขึ้น เมื่อโดนความเร็วที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน แม้อูหมินจิงจะหลบได้อีกครั้งแต่ก็หลบได้แบบฉิวเฉียดเท่านั้น
“เกือบไป!” อูหมินจิงคิด เพราะรอบนี้เกือบจะโดนหมัดของวานรแขนั์เข้า
ปราณจตุรธาตุ ปฐีสลับวายุ
ปราณดาบจตุรธาตุสายวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบตัดวายุ
จงิ่ที่กระเด็นออกไปได้กลับมาเข้าร่วมต่อสู้ คราวนี้ดาบวายุได้ตัดผ่านอากาศโดยเล็งไปที่กลางลำตัวของวานรแขนั์ แต่ว่าวานรแขนั์กลับยกแขนขึ้นมากันได้อย่างง่ายดาย
ปราณดาบจตุรธาตุสายวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบตัดวายุ
ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่สาม อัสนีกระหน่ำแทง
คราวนี้เป็การโจมตีประสานต่อเนื่องของจงิ่และอูหมินจิง กระหน่ำโจมตีเข้าหาวานรแขนั์ แต่ว่าแม้จะโดนการโจมตีอย่างรวดเร็วจากทั้งสองคน แต่ว่าวานรแขนั์ก็สามารถออกหมัดต่อเนื่องโจมตีกลับทุกการโจมตีที่เข้ามา
ตูม!! ตูม!! ตูม!! ตูม!! ตูม!! ตูม! เสียงปะทะของดาบ กระบี่ หมัด ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าการโจมตีด้วยหมัดไม่สามารถฝ่าการโจมตีของดาบและกระบี่ไปได้ วานรแขนั์จึงได้หายใจเข้าปอดอย่างรุนแรงเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี
‘ใช้ลมปราณป้องกันหูเดี๋ยวนี้!!!’ เสียงของอูหลินเฟิงดังออกมาจากยันต์อาคมที่ให้ไว้ั้แ่แรก จงิ่โคจรลมปราณป้องกันั้แ่ที่วานรแขนั์เริ่มหายใจเข้าแล้ว แต่ว่าอูหมินจิงกลับเริ่มป้องกันช้ากว่า
“โฮกกกกก!!!” คลื่นเสียงคำรามถูกปล่อยจากปากของวานรแขนั์ หากไม่ได้อูหลินเฟิงเตือนอูหมินจิงอาจสลบไปแล้วก็ได้ แต่ถึงจะป้องกันได้ทัน แต่ว่าก็มีจังหวะที่เสียไปจากการโดนโจมตีทางเสียง วานรแขนั์เห็นดังนั้นจึงออกหมัดไปยังอูหมินจิงที่เร็วที่สุด ตูม!! คราวนี้อูหมินจิงโดนโจมตีเ้าอย่างจัง
“อ๊อก!” อูหมินจิง แม้จะผนึกลมปราณกันการโจมตีทัน แต่ว่าด้วยระดับลมปราณที่น้อยกว่า การโจมตีนี้ทำให้อูหมินจิงถึงกับาเ็รุนแรงจนกระอักเืออกมาจากปาก จากนั้นวานรแขนั์ก็ได้ต่อยไปยังจงิ่
ปราณจตุรธาตุ วายุสลับปฐี
ปราณดาบจตุรธาตุสายปฐี กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบศิลา
จงิ่ใช้ดาบปัดป้องการโจมตีที่เข้ามาได้ แต่ว่าเมื่อปัดการโจมตีแรกได้ การโจมตีที่สอง สาม สี่ก็ได้ตามมาเรื่อยๆ แม้ว่าจงิ่จะมีปริมาณลมปราณมากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า แต่ว่าหากเป็อย่างนี้ต่อไปลมปราณของจงิ่จะต้องหมดก่อนแน่ หากลมปราณหมดลงเมื่อไหร่ สำหรับจงิ่แล้วสิ่งที่รออยู่มีเพียงความตายเท่านั้น เพราะหมัดแต่ละหมัดของวานรแขนั์นั้นรุนแรงอย่างมาก เมื่อได้รับรู้ว่าความตายนั้นใกล้เข้ามาความคิดหนึ่งก็ได้เล่นเข้ามาในหัวจงิ่
‘เพ่งจิตรวมปราณ ข้าต้องเพ่งจิตไปที่การประสานสองธาตุ!!’ จงิ่คิดในใจ เมื่อเข้าตาจน ราวกับว่าจิตใจของจงิ่ได้รับการปลดล็อกจากการต่อสู้ จากที่ดาบของจงิ่เป็ดาบธาตุปฐี ดาบของจงิ่กลับมีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาทั้งๆ ที่ธาตุปฐียังคงใช้อยู่เหมือนเดิม
‘สำเร็จ!!!...ข้าสามารถใช้สองธาตุพร้อมกันได้แล้ว’ จงิ่คิดในใจ เขาพยายามฝึกการใช้สองธาตุพร้อมกันมาอย่างยาวนาน แต่ว่าก็ไม่สามารถทำมันได้ แต่ว่าเมื่อได้รับการชี้แนะด้วยการฝึกจิตบวกกับเจอสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้จริงๆ โดยที่หากไม่อาจทำได้จงิ่ทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น จงิ่จึงสามารถใช้สองธาตุพร้อมกันได้
“เข้ามา!!” จงิ่ะโใส่วานรแขนั์จากนั้นก็เร่งลมปราณของตนไปอีกขั้น ดาบที่ประสานทั้งปราณปฐีและปราณเพลิงได้ปัดการโจมตีที่เข้ามาออกได้อย่างง่ายดาย
ปราณจตุรธาตุ ประสานธาตุเพลิงปฐี
ปราณดาบจตุรธาตุสายเพลิงปฐี กระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบศิลาประกายเพลิง