พริมาออกมาเดินเล่นหน้าปากซอยวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน พ่อเลี้ยง กับแม่ออกไปข้างนอกส่วนนพคุณหล่อนไม่แน่ใจเขาอาจจะไปซ้อมฟุตบอลที่โรงเรียนหรืออาจจะมีนัดกับเพื่อนๆ ตามปกติของเขา...ส่วนนพคุณ อีกคนหนึ่งนั้นตอนนี้หลับ หล่อนไม่แน่ใจว่าไก่มันหลับกลางวันหรือเปล่า แต่นพคุณของหล่อนหลับไม่เป็เวลา (รวมถึงตอนตื่นด้วยแหละ)ครั้นไม่มีคนคุยด้วย พริมาเลย ออกไปเดินเล่นหาอะไรกินหน้าปากซอย และครั้งนี้หล่อนจำได้แล้ว
“ต้องข้ามถนนไปขึ้นสองแถวอีกฝั่งหนึ่ง”สาวน้อยท่องจำได้ขึ้นใจ คราวนี้หล่อนตั้งสติมาอย่างดีจากบ้าน ถ้าขืนยังขึ้นรถผิดฝั่งเหมือนเดิมอีกก็คงเกินเยียวยานั่งรถสองแถวไปถึงปากซอยผู้คนเริ่มคึกคัก รถบนถนนก็เริ่มติด
“วันเสาร์แบบนี้ คนจะไปไหนกันนะ” หล่อนพึมพำกับตัวเองสายตามองยาวไปบนท้องถนน ดูเหมือนรถจะหนาแน่นทั้งสองฝั่ง วันนี้อากาศร้อนเด็กสาวคิดว่าจะหาอะไรเย็นๆกินก่อนแล้วค่อยไปเดินเล่นหาซื้อขนมอย่างอื่นต่อ
“น้ำแข็งใสแล้วกันคนไม่เยอะดี” พริมามองไปรอบๆแล้วตัดสินใจได้ว่าหล่อน จะเลือกกินอะไรก่อนเป็อันดับแรก...ขนาดว่าคนไม่เยอะมาก แต่ที่นั่งด้านในเต็มหมดสาวน้อยจึงได้ที่นั่งด้านนอกริมฟุตบาท นั่งกินน้ำแข็งใสไปสักพักเหมือนมีสายตามองอยู่พริมาหันไปมองเห็นผู้ชายสองคนนั่งอยู่โต๊ะถัดไปทำไมคุ้นหน้าจัง? เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน นั่งนึกอยู่นาน อ๋อ! ผู้ชายสองคนบนรถสองแถววันนั้นขี้ยา!
“ไม่น่าจะมีอะไรหรอกมั้ง คนตั้งเยอะแยะ” เด็กหญิงปลอบใจตัวเองทั้งที่ตอนนี้ใจเต้นแรง หล่อนเห็นผู้ชายสองคนนั้นก็มีสีหน้าเหมือนจำหล่อนได้เหมือนกัน หนึ่งในสองคนนั่นชี้มือและซุบซิบ ส่วนอีกคนหันหน้ามามองพริมารีบลุกทันที
“กระเดือกไม่ลงแล้ววุ้ย!”
“อ้าวยัยหนูไม่เอาตังค์ทอนเหรอ?” ป้าเ้าของร้านะโเรียกตามหลัง แต่หล่อนไม่สน รีบไปให้ไกลจากสองคนนั่นก่อนดีกว่า สถานการณ์คล้ายเดิมเพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ พริมาหันไปมองไอ้สองคนนั่น! ไม่บังเอิญแน่มันลุกตามหล่อนมา เด็กหญิงวิ่งหล่อนไม่เข้าใจทำไมจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก รถสองแถว ขี้ยาสองคนกับการวิ่งมาราธอน หล่อนกลัว ถ้าพวกมันรู้ว่าบ้านหล่อนอยู่ไหนจะทำอย่างไร...วิ่งล่อไปทางอื่นก่อนดีกว่าพริมาวิ่งเลยปากซอยไปไกลพอควร ด้านหลังหันไปไม่มีแล้ว หรือพวกมันจะตามมาไม่ทันหรือมันรู้ทางแล้วตามมาดักที่ซอยอื่น เด็กหญิงคิดไปต่างๆนาๆ ตอนนี้หล่อนหยุดวิ่งแล้ว ไม่กล้าขยับไปไหน หล่อนกลัว! ถ้าโทรไปหาแม่ตอนนี้ แม่จะมารับหล่อนไหม...มาอยู่แล้ว แต่ว่าหล่อนไม่อยากให้แม่เป็ห่วง
“ยัยเปี๊ยก!”...เสียงเรียกที่คุ้นเคย แต่วันนี้หล่อนมีความสุขเหมือนได้ยิน เสียง์ พริมาหันไปมองตามเสียง นพคุณยืนมองหล่อนอยู่ด้วยสีหน้างงๆว่ายัยเปี๊ยกที่เขาเรียกนั้นมายืนทำอะไรอยู่แถวนี้...ไกลจากปากซอยบ้านหล่อนนัดใคร? แล้วมายืนทำไมคนเดียว ตอนแรกเขากะจะไม่ใส่ใจ แต่เขาสังเกตเห็นว่ามันแปลกๆ แล้วก็ไม่ทันคาดคิดสาวน้อยวิ่งพุ่งเข้าชนเขาอย่างแรง...พริมาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่หล่อนเห็นนพคุณแล้วจะดีใจได้ขนาดนี้...ตอนนี้หล่อนดีใจที่สุดที่เจอเขา เด็กหญิงทำสิ่งที่หล่อนเองก็แปลกใจ หล่อนวิ่งอย่างเร็วเข้าไปกอดเขากอดแน่นที่สุด ต่างกันลิบลับ...นพคุณรู้สึกเหมือนโดนอัดเขาจุก!อาการแบบนี้เหมือนตอนที่เขาโดนอัดตอนเล่นรักบี้ที่โรงเรียนเก่าไม่มีผิดหล่อนพุ่งชนเขาทำไม? จุก...จุกชะมัดเลย!
“อุก!” พูดได้คำเดียว เพราะตอนนี้นพคุณพูดอะไรไม่ออก เขาจุกเพราะแรงกระแทกไม่พอตอนนี้หายใจไม่ออกด้วย สองมือพยายามดันตัวเด็กหญิงออกไปอย่างสุดความสามารถแต่น่าแปลก...เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ พริมาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ทำไมวันนี้ถึงได้แรงเยอะนัก...หล่อนจะฆ่าเขาเพราะคิดว่าเขามาเห็นความลับอะไรหรือเปล่า อยู่ๆก็วิ่งพุ่งเข้ามาชนเขาแบบนี้
“ปล่อย...ยัยบ้า...ฉัน...หาย...ใจ...ไม่...ออก!” นพคุณพูดได้ทีละคำ เพราะถ้ามากกว่านั้นเขาคงขาดอากาศหายใจตายแต่ทำยังไงก็ดูเหมือนคนที่พุ่งชนเขาจะยังไม่รู้ตัว ด่าก็แล้ว ดันก็แล้ว ไม่ได้ผล! ก่อนจะตายเพราะแรงกระแทกและอ้อมกอดพิฆาต เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
“โอ๊ย! เจ็บนะ...เขกหัวลูกแก้วทำไม?” คนที่พุ่งชนคนอื่น แล้วรัดจนหายใจไม่ออกในสายตาของนพคุณเงยหน้ามองเขาอย่างใ
“เธอนั่นแหละพุ่งมาชนฉันทำไม? แล้วเข้ามารัดอีกเป็งูเหลือมหรือไง?รู้ไหมฉันหายใจไม่ออก นี่เธอคิดจะฆ่ากันให้ตายเลยใช่ไหม?” นพคุณทั้งถาม ทั้งด่ามาเป็ชุด เด็กหญิงเงยหน้ามองเขาน้ำตารื้น
“อะไร? ร้องไห้อีกแล้ว? นี่ตกลงฉันเป็คนผิดใช่ไหม?”
“ลูกแก้วกลัว” เด็กหญิงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ
“ฉันสิต้องกลัว! เธอจะมาพุ่งชนฉันแบบนี้ เอาแขนรัดฉันแบบนี้ แล้วก็มาบอกว่ากลัว นี่พฤติกรรมของคนกลัวเหรอ?” นพคุณตามไม่ทัน พริมากลัวอะไร
“ลูกแก้วไม่ได้กลัวคุณ”
“งั้นกลัวใคร?” นพคุณหันไปมองรอบๆ ตอนนี้เวลาเที่ยงวันเห็นจะได้ ผู้คนก็มากมายซอยก็ไม่ได้เปลี่ยว แล้วเด็กเพี้ยนนี่กลัวอะไร
“กลัวขี้ยา” สาวน้อยยกมือขึ้นป้ายน้ำตาอีกรอบพักหลังมานี้หล่อนร้องไห้ต่อหน้าเขาบ่อยจากที่เคยอายหรือโมโหตัวเองที่ร้องไห้ให้เขาเห็น ตอนนี้หล่อนเริ่มชินแล้วถ้าจะต้องร้องอีกบ่อยๆ หล่อนก็จะทำ ช่างเขาสิ! เขาจะว่าอะไร หล่อนไม่สนแล้วก็หล่อนอยากร้อง
“ขี้ยาที่ไหนกลางวันแสกๆเธอมั่วมโนไปเองรึเปล่า?” นพคุณไม่เชื่อหล่อน เขามองเหมือนหล่อนโง่ ดูคนไม่ออก แล้วก็ชอบมโนคิดอะไรไปเองคราวนี้น้ำตาเด็กหญิงเริ่มมาอีกรอบนพคุณหน้าเหวออาการแบบนี้เขาเคยเจอ...คืนนั้นที่เล้าไก่ หน้าตาท่าทางแบบนี้เลย หล่อนกำลังจะร้องไห้แหกปากอีกแล้ว ไม่เอานะ! เขารับไม่ไหว ท่ามกลางคนมากมายขนาดนี้ ถ้ายัยนี่แผลงฤทธิ์เขาจะทำยังไง
“ลูกแก้ว! ลูกแก้วไปๆ เรากลับบ้านกันนะ” เด็กหนุ่มดึงมือลากสาวน้อย เดินไปทางปากซอยบ้าน สาวน้อยเดินตามไปโดยดี แต่แล้วก็ชะงักฝีเท้า นพคุณแปลกใจหันไปมอง
“ลูกแก้วจะออกมาซื้อขนมแต่ตอนนี้หิวข้าว” ไม่ต้องถามสินะนี่เขาซวยเองหรืออย่างไรที่เดินไปเรียกยัยเด็กนี่สุดท้ายก็ต้องกลายมาเป็พี่เลี้ยงเด็ก พายัยนี่ไปซื้อขนมแล้วก็กินข้าว เอาเข้าจริงนพคุณก็หิวข้าวเหมือนกันเขากะว่าจะแวะกินข้าวก่อนเข้าบ้าน แต่มาเจอยัยเด็กนี่เสียก่อนแต่จะให้หล่อนรู้ได้อย่างไร
“น่ารำคาญจริงๆรีบๆ กินล่ะ ฉันเหนื่อยอยากจะกลับบ้านแล้ว” เขาหาเื่ ว่าสาวน้อยตามความเคยชิน หล่อนก็ไม่ได้เถียงอะไร...ไม่รู้ว่าชินหรือเพราะยังใอยู่พวกเขาเลือกร้านอาหารตามสั่ง พริมาสั่งสุกี้และข้าวผัด หล่อนบอกว่าหิวมากและอยากกินทั้งสองอย่างนพคุณกินราดหน้า แต่พอกินเข้าจริงพริมา กินข้าวผัดไปแต่สองสามคำหล่อนก็อิ่ม นพคุณกินต่อจนหมด...ปากก็บอกว่าหล่อนกินเสียของทีหลังอย่าสั่งอะไรตอนหิวแบบนี้อีกเมื่อบ่นไปตามสไตล์ สาวน้อยร้องขอขนมเขาก็พาไปอย่างเสียมิได้ แต่คนไม่เต็มใจพาไปจัดขนมถึง 3 อย่าง...บิงซูบราวนี่และฮันนี่โทสต์ พริมาเห็นเขาสั่งก็เลยไม่ได้สั่งอะไร จากที่คุณชายใหญ่ขี้บ่นบอกอยากรีบกลับบ้าน เอาเขาจริงพวกเขาใช้เวลาไปเกือบ2 ชั่วโมง หาอะไรกินกันอยู่หน้าปากซอย กำลังจะกลับเข้าบ้านแล้วเชียวสาวน้อยที่นพคุณชอบแซะว่า “น่ารำคาญ” ดึงชายเสื้อเขา
“พี่...คุณนพคุณรอแป๊บนึงได้ไหมคะ?” รู้แล้วว่าต้องถูกบ่น แต่ยังไงก็ออกมาปากซอยแล้วจะให้หล่อนออกมาใหม่ก็ยังไงอยู่ เห็นเขาไม่ตอบอะไรแค่ยืนมองเฉยๆ หล่อนจึงเสริมว่า
“ลูกแก้วแวะซื้อของฝั่งโน้นแป๊บเดียวค่ะ”สาวน้อยชี้ไปยังร้านค้าฝั่งตรงข้ามของถนนในซอยร้านค้าที่หล่อนชี้นั้นเป็ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่
“เร็วๆ ล่ะฉันรออยู่ตรงนี้แล้วกัน”
เด็กหญิงวิ่งข้ามถนนเร็วปรื๋อตรงไปยังร้านประจำของหล่อนเ้าของร้านจำสาวน้อยได้ เพราะหล่อนเป็ที่จดจำสาวน้อยลูกครึ่งตัวเล็กเหมือนตุ๊กตา และหล่อนแวะมาที่ร้านเกือบทุกอาทิตย์นี่ถ้ามีลูกชายคุณป้าคงจะจีบมาเป็ลูกสะใภ้แน่นอน เพราะเด็กสาวน่ารักเหลือเกิน
“อ้าว! คริสตัลคนสวยนี่เอง” เ้าของร้านตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้พริมา เพราะเห็นว่าชื่อลูกแก้วนี่ความหมายดี แต่ไม่เข้ากับหน้าตาของสาวน้อยเท่าไหร่สาวน้อยได้ยินคุณป้าเ้าของร้านเรียกก็ยิ้มหวานหันไปยกมือไหว้
“ลูกแก้วจะมาซื้อแป้งท้าวกับแป้งถั่วเขียวค่ะวันนี้อยู่นานไม่ได้รีบมารีบไปค่ะ เดี๋ยวค่อยมาใหม่”เด็กหญิงบอกสินค้าที่้าอย่างไว คุณป้ายิ้มให้หล่อนเองก็ชอบทำขนมเหมือนกัน...เดาจากส่วนผสม
“วันนี้ทำขนมไทยหรือจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะลูกแก้วว่าจะลองทำอาลัวสด” เ้าของร้านเลิกคิ้วนิดหนึ่ง อาลัวหล่อนรู้จัก แต่อาลัวสดนี่เพิ่งเคยได้ยิน
“ก็เปียกๆแบบอาลัวไม่ตากแดดนั่นแหละค่ะ เหมือนแกะเปลือกอาลัวด้านนอกออกแล้วกิน” เด็กหญิงอธิบายขนมสมัยนี้ประยุกต์จากภาพลักษณ์แบบดั้งเดิมออกมาไกลพอสมควรเพื่อให้สามารถขายคนได้หลายๆวัย และเป็ที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
“พรุ่งนี้จะแวะเอามาให้กินค่ะแต่วันนี้ลูกแก้วรีบมากๆๆๆ” เด็กหญิงจ่ายเงินด้วยแบงค์พัน หล่อนรับเงินทอนที่ได้ใส่ไว้ในถุงแบบลวกๆแล้วยกมือไหว้ผู้าุโเป็การบอกลา ออกจากร้านมาแล้วหล่อนมองหานพคุณที่รออยู่ฝั่งตรงข้ามและเพราะรีบมากๆ อย่างที่เด็กสาวบอกคุณป้า หล่อนจึงลืมเอาตังค์ทอนทั้งหมดเก็บไว้ในกระเป๋าจึงมองเห็นเงินที่มีจำนวนไม่น้อยทีเดียวอยู่ในถุงใสๆที่สาวน้อยตัวกะเปี๊ยกถือแบบไม่ใส่ใจ จังหวะนั้นเองที่พริมากำลังจะข้ามถนนมีมอเตอร์ไซค์มาจากไหนไม่รู้เทียบมาใกล้และกระชากถุงในมือหล่อน เด็กหญิงตัวเล็กนิดเดียวหล่อนจึงกระเด็นไปกองอยู่ริมถนนแบบงงๆ นพคุณเห็นแล้วเขาวิ่งข้ามถนนตรงมาหาอย่างใ
“คริสตัล!!!” คุณป้าร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ก็เห็นเหตุการณ์เช่นกันหล่อนกำลังจัดของอยู่ระหว่างที่พริมากำลังรอข้ามถนน ข้างๆ ร้านหล่อนเป็ร้านเกมส์ มีเด็กวัยรุ่นมามั่วสุมเป็จำนวนมาก หล่อนเองก็ต้องคอยระวังเหมือนกัน เพราะเด็กพวกนี้บางทีก็กินอยู่หลับนอนกันอยู่ที่ร้านไม่กลับบ้านกลับช่องหล่อนเคยเห็นในข่าวว่าพวกนี้บางคนก็ติดเกมส์ขนาดเล่นจนตายคาเก้าอี้ไปก็มีและหล่อนมั่นใจคนที่กระชากถุงของพริมา น่าจะมาจากร้านเกมส์ข้างๆนี่แน่นอน พริมายังนั่งงงอยู่แต่ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองนพคุณเห็นมอเตอร์ไซค์ขี่ไปอย่างไว...แต่ไม่มีใครคาดคิดก่อนที่พวกนั้นจะหนีออกไปถึงถนนใหญ่ มีผู้ชายสองคนะโถีบจนรถมอเตอร์ไซค์ล้มคว่ำไม่เป็ท่าจากผู้คนที่มองพริมา หันเหความสนใจไปที่ปากซอยแทน พริมาชะเง้อมองตามทิศทางนั้นหล่อนเห็นเด็กวัยรุ่นสองคนนอนเกลือกกลิ้งอยู่กลางถนน ท่าทางหมดสภาพไม่ต่างกับหล่อนเลย...เวรกรรมติดจรวดจริงๆแต่งานนี้เรียกว่าเวรกรรมติดฝ่าเท้าดูจะเหมาะสมกว่า
“ลูกแก้ว!” มีมือแข็งๆ มาดึงหล่อนให้ลุกขึ้นยืน พริมาหันไปมองตามเสียงเรียกว่าใครกันที่มาช่วยฉุดหล่อนเพราะหล่อนเห็นนพคุณกำลังวิ่งมาจากอีกฝั่ง...ยังมาไม่ถึง
“พี่ตุลย์!!!” สาวน้อยโผเข้ากอดเขาแน่น หล่อนดีใจที่เจอเขา ดีใจมากๆ เด็กหนุ่มหัวเราะชอบใจ เขาลูบหัวหล่อนอย่างเอ็นดู
“ไหนดูซิ มีแผลรึเปล่า?” คเชนทร์พลิกแขนหล่อนไปมา โชคดีที่หล่อนสวมกางเกงขายาว จึงมีแค่ลอยถลอกที่ฝ่ามือเล็กน้อยตอนที่ล้มเท่านั้น
“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” นพคุณมาถึงแล้ว แล้วก็เช่นเคยเขามีหน้าเดียว หน้ายุ่งคิ้วผูกโบว์ คเชนทร์ยักคิ้วให้ กวนประสาทใครก็ไม่สนุกเท่านพคุณ และการที่คเชนทร์ไม่ตอบ กลับไปสนใจแต่แม่สาวตัวเล็กข้างหน้านั่นยิ่งทำให้นพคุณหงุดหงิดเข้าไปอีก
“เดินไหวไหม?ไปดูอะไรเด็ดๆ ดีกว่า” นพคุณไม่แน่ใจว่าคเชนทร์ พูดกับใครเพราะหมอนั่นจูงมือพริมาแต่หันหน้ามาคุยกับเขาคเชนทร์ดึงมือพาพริมาไปทางที่รถมอเตอร์ไซค์ล้มคว่ำอยู่ ภาพที่เห็นคือเด็กวัยรุ่นสองคน ลุกขึ้นได้แล้วพวกนั้นยืนโหวกเหวกโวยวายด่าทอผู้ชายสองคนที่เป็ต้นตอ ของการเจ็บตัวของพวกเขา
“มึงมาถีบรถกูทำไมวะ?” เด็กหนึ่งในนั้นชี้หน้าด่า
“กูจะอัดให้เละเลยรู้ไหมกูเป็ใคร?” ผู้คนรอบข้างมองอย่างเอือมระอา เพราะว่ามีคำตอบในคำถามนั้นดีทีเดียว ไอ้เดี่ยว! หัวหน้าเด็กแว๊น ที่ทุกๆวันหยุดจะเป็หัวหอกชวนคนอื่นออกไปแข่งมอเตอร์ไซค์ เขาไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่แน่ใจว่าโดนไล่ออกหรือเพราะเหมือนเด็กมีปัญหาทั่วไปที่ทางบ้านไม่ได้สนใจ ตอนนี้เขาอายุ 18 แล้ว...18 ยังร้ายขนาดนี้ โตไปจะเป็ปัญหาสังคมขนาดไหนคเชนทร์พาพริมา...ที่มีนพคุณเดินตามมาติดๆ อย่างหัวเสียมาหยุดดูได้ทันพอดีกับตอนที่ไอ้เดี่ยวถามหาความเป็ตัวเองกับคนอื่น
“ขนาดมันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็ใคร”คเชนทร์พูดตามที่คนทั่วไปพูดกันเวลาเจอคนกร่างที่ลืมตัวตนทั้งของตัวเองและของพ่อแม่ไปชั่วขณะ ขนาดต้องะโถามคนรอบข้างว่าตัวเองเป็ใครพ่อแม่เป็ใครกันเลยทีเดียวคนพวกนี้นอกจากจะชั่วแล้วยังน่าสมเพช!!! ผู้คนรอบตัวเงียบดูสถานการณ์ บางคนก็เอามือถือออกมาถ่ายพริมาเห็นแล้วผู้ชายสองคนที่กำลังเป็เป้าหมายของเด็กเหลือขอสองคนนั้นคือใคร...ขี้ยา!!!ขี้ยาสองคนที่หล่อนวิ่งหนีเข้าซอยไปเจอนพคุณนั่นเองขี้ยาที่วิ่งไล่หล่อนในซอยวันก่อน พริมาหันไปมองคเชนทร์ที่ตอนนี้ยืนดูเหตุการณ์เหมือนยืนดูมวยอยู่ใกล้ๆชนิดติดขอบ
“พี่ตุลย์...สองคนนั่น”พริมากระซิบเสียงเบา คเชนทร์หันมาเลิกคิ้วนพคุณมองพริมาแล้วมองสองคนที่หล่อนพูดถึงอย่างสงสัย...มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่เขาไม่รู้มาก่อนกันแน่? ด้วยความลืมตัวหรืออย่างไรไม่รู้พริมาเอื้อมมือมาจับมือนพคุณแน่นหล่อนยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคเชนทร์ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะให้ความสนใจกับเหตุการณ์ข้างหน้าอย่างเต็มที่นพคุณไม่เข้าใจ พริมารู้จัก “ฮีโร่”สองคนนั่นด้วยหรือ? เพราะตอนนี้ในสายตาของหลายๆคน ขี้ยาของพริมากลายเป็ฮีโร่ไปเรียบร้อยแล้ว จังหวะที่ผู้คนกำลังตะลึงเพราะสองเด็กเหลือขอผนึกกำลังกันเข้าเล่นงานสองฮีโร่ที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมรออยู่พริมาไม่รู้จะเชียร์ใคร เพราะตอนนี้ที่หล่อนเห็นคือขี้ยาสี่คนแบ่งเป็สองฝ่ายกำลังตีกัน แต่ดูเหมือนฝั่งขี้ยาเยาวชนจะเล่นไม่ซื่อเพราะแทนที่จะหนึ่งต่อหนึ่ง แต่พวกนั้นกลับหันไปเล่นงานขี้ยาผู้ใหญ่ตัวดำที่ตัวเล็กกว่าแทนคนตัวขาวที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มคนทั้งสี่...จะรุมให้เจ็บไปทีละคนสินะ
“กูจะอัดมึงให้หยอดน้ำข้าวต้มไปเป็เดือนเลยคอยดู”ไม่พูดเปล่า เยาวชนเหลือขอจับมือกันเข้าไปอย่างหมายมั่น เรียกเสียงร้องห้ามจากคนรอบข้างกันระงม แต่ภาพที่เห็นมันเกิดขึ้นเร็วมากและหักมุมเป็อย่างมากเช่นกัน จากการที่เยาวชนทั้งสองคิดและคำนวณพร้อมส่งสัญญาณกันอย่างมืออาชีพแล้วว่าจะเล่นงานคนตัวเล็กกว่านั้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย คนตัวเล็กกว่าที่พวกนั้นคิด...ความจริงไม่เล็กเลยถึงเขาจะไม่สูงแต่ก็รูปร่างสันทัด ดูสมส่วนกับส่วนสูงของเขาอาจจะเพราะว่าเขามากับคนที่ตัวสูง...สูงมาก จึงทำให้ดูเหมือนเขาตัวเตี้ยไปเท่านั้นเอง พริมาได้ยินเสียงแว่วๆจากด้านหลังหัวเราะกันคิกคัก
“พี่บัวขาวว่ะแต่เวอร์ชั่นนี้หล่อกว่านิดหน่อย ฮิฮิ” หลายคนได้ยินแล้วยิ้มตามพริมาเองก็สังเกตตามเช่นกัน ผู้ชายคนนั้นเป็มวย! และตอนนี้ก็ใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยออกลีลาท่าทางอย่างช่ำชองสอยสองเยาวชนน่าสมเพชลงไปกองอีกเป็ครั้งที่สองในรอบวันไอ้สองคนนี่ดวงซวยดีแท้ และรอบสองที่ลงไปกลิ้งอยู่ข้างถนนนั้นหนักกว่ารอบแรกทีเดียว
“โอ๊ย!!!” เยาวชนคนเก่งนอนโอดโอย เสียงร้องครวญครางผสานเสียงกันได้อย่างลงตัวเด็กคนอื่นๆ ในร้านเกมส์ยืนดูอยู่ด้วยเหมือนกันแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรือออกตัว พวกเขาคงคำนวณดูแล้วว่าไม่มีทางสู้ได้แน่นอน
“โอ๊ย!!!” คราวนี้ไม่ใช่เสียงเยาวชน แต่เป็เสียงขี้ยาผู้ใหญ่ตัวขาวร้องขึ้นมาแทน
“ไม่เหลือไว้ให้ผมสักคนเลยเหรออาจารย์”ขี้ยาตัวขาวโอดครวญ เพราะพี่บัวขาวของสาวๆเล่นสอยเยาวชนคนเก่งลงไปกองกับพื้นคนเดียวหมด...เหมาหมด!!! พริมาแปลกใจขี้ยาเป็อาจารย์ด้วยหรือ? ระหว่าง่ชุลมุนนี้เอง สายตรวจก็มาถึงพอดี...อย่างทีหนังไทยว่า “ตำรวจมักมาตอนจบ” เด็กสองคนยังนอนพะงาบๆ อยู่บนพื้นตอนที่ตำรวจไปแงะออกมาจากถนน ดูเหมือนสลับกันจากที่ขู่เขาว่าจะอัดให้น่วมจนหยอดน้ำข้าวต้มในตอนแรกแต่สุดท้ายตัวเองนั่นแหละ ต้องโดนหยอดน้ำข้าวต้มเสียเอง พอตำรวจมาถึง เด็กแว๊นรอบตัวก็พากันหายไปอย่างพร้อมเพรียงพวกนี้สื่อสารกันทางไหนนะ มีโทรจิตหรือไง พริมาไม่เห็นพวกนี้คุยกันสักคำ แต่พวกเขาเข้าใจตรงกันได้ยังไงนะ ทุกคนแปลกใจ เพราะหนึ่งในตำรวจสายตรวจยกมือไหว้อาจารย์ตัวดำ ที่คนตัวขาวเรียกคเชนทร์ที่ตอนแรกยืนอยู่ข้างพริมาเดินแหวกคนเข้าไปข้างในแล้วนพคุณลากมือหล่อนเดินตามเขาไป
“ผมผ่านมาพอดีเห็นไอ้นี่มันฉกเงินเด็กผู้หญิงตรงโน้น นั่นไงน้องคนนั้น”อาจารย์ดำชี้มือมาที่พริมาที่ตอนนี้หลบอยู่หลังนพคุณตำรวจเดินไปเก็บหลักฐานพร้อมส่งสัญญาณวิทยุเรียกกำลังเสริม เพราะเขามากันแค่สองคนจะจับเยาวชนหมดสภาพขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คงไม่ไหว
“เดี๋ยวเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักกันทั้งหมดนี่เลยนะครับ”พริมาใ หล่อนไม่เคยขึ้นโรงพักมาก่อน
“พี่คุณ...” เด็กหญิงมือสั่นกำมือเขาไว้แน่นนพคุณบีบมือกลับเป็สัญญาณให้หล่อนใจเย็น ๆ
“ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวพี่ไปเป็เพื่อน” กลับเป็เสียงคเชนทร์ที่แย่งตอบกลับมาแทน ตอนนี้เขาเดินกลับมายืนข้างพริมาเหมือนเดิมแล้วนพคุณหน้าหงิกเหมือนเคย...แต่ไอ้ตุลย์กลับยืนยิ้มเหมือนขำอะไรซะเต็มประดา รถตำรวจมาแล้วทั้งหมด...ขี้ยาผู้ใหญ่สองคน ขี้ยาเยาวชนสองคน พริมาและนพคุณนั่งรถตำรวจไปโรงพักส่วนคเชนทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถตำรวจไปอีกที นพคุณกับพริมานั่งตอนหน้าไปกับตำรวจส่วนขี้ยาของพริมาทั้งสี่คน นั่งไปด้านหลังแต่ต่างกันที่สองในสี่ไม่ได้ใส่กุญแจมือ...เหมือนช่วยตำรวจดูคนร้ายเสียมากกว่าระหว่างทางนพคุณโทรหาบิดา เขาเล่าคร่าว ๆ แล้วนัดแนะให้ทุกคนไปพบกันที่โรงพัก เป็อันว่าสองเยาวชนอายุเกิน18 ปีแล้วทั้งคู่ ตำรวจพาไปตรวจร่างกาย แต่ก็มีแค่รอยฟกช้ำทั่วไปไม่ได้ร้ายแรงอะไร...ทั้งสองไปนอนรออยู่ในคุกที่โรงพักรอเช็คประวัติและประกันตัวอีกที แต่ในเบื้องต้นนั้นพยานรอบด้านให้การตรงกันหมดและยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดอีกด้วย ส่วนพริมาและสองนักมวยค่ายนรสิงห์นั้น ตำรวจกันไว้ในฐานะพยานและเ้าทุกข์ไม่นานภารดีและคุณนพรักษ์ก็มาถึงโรงพัก ทั้งสองคนเข้าไปคุยกับตำรวจ พริมา นพคุณ และคเชนทร์ออกมานั่งรอที่เก้าอี้ด้านนอก
“พี่ตุลย์!!!” นพคุณแปลกใจที่อยู่ๆ พริมาก็เรียกคเชนทร์เสียงแข็ง แต่ดูเหมือนคเชนทร์เองจะรู้อยู่แล้วเขาหัวเราะแล้วทำท่าขอโทษขอโพยเด็กหญิงยกใหญ่
“ฮ่าๆ พี่ก็ลืมไปแล้วนะเนี้ยจนมาเจอกันพร้อมหน้าวันนี้แหละ” คเชนทร์ก็ยังคงพูดในสิ่งที่นพคุณไม่เข้าใจอยู่ดีตอนนี้เขากลับไปหน้าหงิกตามเคยแล้ว สองนักมวยค่ายนรสิงห์เดินมานั่งสมทบ สองหนุ่มมองคเชนทร์แล้วก็พริมาสลับกันวันนี้พวกเขาเจอเด็กหญิง ว่าจะเข้าไปทักทาย แต่เด็กหญิงวิ่งหนีพวกเขา...วิ่งทำไมก็ไม่เข้าใจวิ่งตลอดทุกครั้งที่เจอกัน
“น้อง...น้องลืมไอ้นี่ไว้ที่ร้านน้ำแข็งใสพวกพี่จะตามเอาไปคืนให้ เราก็หนีเข้าซอยไปไหนก็ไม่รู้ตามไม่เจอ”คนตัวขาวที่ตอนนี้หล่อนรู้แล้วเขาชื่อชำนาญหรือที่คนตัวดำเรียกว่าไอ้ชาญชูกุญแจในมือ พริมามองตามแล้วเอามือล้วงกระเป๋าตัวเองแต่มันไม่มีทางเป็ไปได้อยู่แล้วที่จะมีกุญแจบ้านสองพวงซ้ำกันและในพวงกุญแจยังมีไก่แจ้ที่เหมือนของหล่อนไม่มีผิด
“คราวก่อนที่เจอในซอยก็ว่าจะเข้าไปถามว่าหลงทางรึเปล่าน้องก็วิ่งหนีพวกพี่นะจำได้ไหม?” คราวนี้คนตัวดำที่สาวๆในซอยเรียกว่าบัวขาว เป็คนพูดบ้างเขาแนะนำตัวว่าชื่อทอง แต่ตำรวจเรียกพี่อำนาจ ระหว่างที่นั่งคุยกันพริมา มารู้ทีหลังว่าถ้าหล่อนวิ่งจากตรงนั้นไปอีกประมาณ500 เมตร ก็จะเข้าเขตชุมชนอีกนิดเดียวก็ถึงตลาด และสุดทางของรถสองแถวแค่นั่งไปจนถึงสุดทางแล้วต่อรถออกมาใหม่จากตรงนั้นหล่อนก็กลับปากซอยได้ตามเดิมแล้วความจริงสองคนจะไปลงตลาด แต่เห็นว่าพริมาลงในดงกล้วยก็เป็ห่วงจึงปรึกษากันกะว่าจะเข้าไปถาม ถ้าหล่อนหลงทางก็จะเดินพาขึ้นรถไปที่ตลาด แต่เด็กหญิงก็วิ่งหนีพวกเขาเสียก่อน จนคเชนทร์ขี่มอเตอร์ไซค์สวนมาพวกเขาจึงบอกคเชนทร์ว่าสงสัยเด็กหญิงจะหลงทางแต่พวกเขาไม่รู้ว่าคเชนทร์บอกพริมาว่าพวกเขาสองคน เป็ขี้ยา
“นี่แกว่าฉันสองคนเป็ขี้ยาเหรอไอ้ตุลย์! ตัวพ่อด้วย? ถึงว่าวันนี้น้องเค้าวิ่งหนีพวกฉันไม่คิดชีวิตเลย”นรสิงห์ตัวดำถามคเชนทร์ที่ตอนนี้ได้แต่นั่งยิ้มขำพริมารู้สึกผิดที่มองคนที่ช่วยหล่อนในทางที่ไม่ดี คเชนทร์เองก็ยกมือไหว้ ขอโทษสองหนุ่มด้วยเช่นกันแต่ถึงจะไหว้ขอโทษไปเขาก็ยังขำไปอยู่นั่นเอง
ภารดีกับคุณนพรักษ์ออกมาแล้วหล่อนขอบคุณชำนาญกับอำนาจที่ช่วยลูกสาวและบอกว่าวันนี้ขอเป็เ้ามือเลี้ยงอาหารพวกเขาเอง ตอนแรกสองหนุ่มปฏิเสธ แต่ภารดีคะยั้นคะยอพวกเขาเลยตกลงนพคุณมองเฉยๆ แต่เขาคิดว่า “เ้ามือ” ที่หล่อนพูดนั้นสุดท้ายก็คงใช้เงินพ่อเขานั่นแหละ แต่เขาไม่พูดออกไปน่าจะดีกว่าพริมาชวนคเชนทร์ไปด้วย นพคุณคิดว่าถึงไม่ชวน ไอ้ตุลย์หน้าหมาก็คงจะตามไปอยู่ดี
“ตุลย์รู้จักร้านใช่ไหม? งั้นไปเจอกันที่ร้านเลยนะ” ภารดีหันไปบอก หล่อนได้โอกาสเลี้ยงเขาด้วยพอดีจะให้ลูกสาวนัดคงอีกนาน
“สบายมากครับพี่เดี๋ยวผมขี่ตามไปครับเจอกันที่ร้านได้เลย” ภารดียิ้มขำเพื่อนพริมาเรียกหล่อนว่าพี่อีกคนแล้ว นพคุณเบ้ปากเขาหมั่นไส้ไอ้ตุลย์...และเหมือนเ้าตัวจะรู้ตัวเขาหันมายักคิ้วให้นพคุณเหมือนทุกครั้งนพคุณหน้าหงิก...เขาเกลียดนักไอ้ท่ายักคิ้วของคเชนทร์ และดูเหมือนคเชนทร์จะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบ...ไม่ชอบยิ่งทำ...สนุกดี!!!
ทุกคนนั่งกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยสองนักมวยเองก็กินได้มากเช่นกันแม้แต่พริมากับนพคุณ ที่กินข้าวและขนมไปตั้งเยอะ ก็กินได้เยอะเหมือนไม่ได้กินข้าวมาก่อนส่วนคเชนทร์นั้นดูมีความสุขที่สุด พวกเขานั่งคุยกันไปเรื่อยจนถึงเื่ที่เจอพริมาในสวนกล้วยลึกเข้าไปในซอย...เด็กสาวได้แต่ยิ้มแหยความลับหล่อนแตกซะแล้ว หล่อนไม่ได้โกหกแม่แต่เล่าไม่หมด แล้วดูเอาเองแล้วกันเื่น่าจะจบไปแล้ว หล่อนไม่บอกก็ยังมีคนมาบอกจนแม่รู้อยู่ดี ภารดีไม่พูดอะไร หล่อนแค่เหลือบมองลูกสาวแต่นพคุณฉลาดเขาปะติดปะต่อเื่ราวจนเข้าใจได้ดี...เขานั่งยิ้มสะใจเป็ไงยัยตัวแสบทำเื่ไว้แล้วกะจะปิด แต่สุดท้ายก็ปิดไม่มิดอยู่ดี กินข้าวอร่อยขึ้นมาอีกหน่อย ถึงแม้จะต้องมานั่งกินข้าวกับไอ้ตุลย์ก็เหอะ
“วันหลังเชิญไปเที่ยวค่ายมวยพวกผมได้นะครับ”
“อยู่ใกล้กับบ้านผมนี่แหละ”คเชนทร์เสนอหน้าอีกแล้ว (ในความคิดของนพคุณ)บ้านลุงเจริญอยู่ติดกับค่ายมวยนรสิงห์แค่ไม่กี่ก้าว
“วันหลังคุณลุงกับพี่พิมพ์ไปเที่ยวบ้านผมนะครับพ่อน่าจะชอบ ผมเคยเล่าเื่ลูกแก้วให้พ่อฟังแกขำใหญ่บอกว่าอยากเจอ” พริมาชี้ตัวเองแล้วยิ้มแหยๆ ไม่รู้คเชนทร์ไปเล่าว่าอย่างไรลุงเจริญถึงอยากเจอหล่อน ทั้งหมดกินข้าวจนอิ่มภารดีเช็คบิลแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับบ้านคเชนทร์พาสองหนุ่มค่ายมวยนรสิงห์ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขาภารดีคะยั้นคะยอจะไปส่งแต่คเชนทร์บอกดึกแล้วตำรวจไม่จับ เขาจะพาสองหนุ่มไปส่งเองเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน
“พี่สะพายเป้ให้ผมหน่อย”คเชนทร์ส่งเป้เขาให้ชำนาญที่นั่งหลังสุด และอำนาจนั่งตรงกลางระหว่างที่ชำนาญสะพายเป้นพคุณเห็นพวงกุญแจไก่น่ารักแบบเดียวกับพริมาไม่มีผิด...เฮอะ! มีพวงกุญแจคู่ด้วยแฮะ แต่ทำไมหงุดหงิดจังวะ เขาหันไปมองพริมาเห็นหล่อนมองพวงกุญแจจากเป้แล้วมองพวงกุญแจในมือยิ้มสดใส...ยิ้มดีใจอะไรขนาดนั้น
“กุญแจบ้านเที่ยวเอาไปทิ้งไว้มั่วซั่ว...ดีนะพี่เค้าเป็คนดีถ้าเป็โจรคงไขเข้าบ้าน ยกเค้าขนของออกมาหมดแล้ว” นพคุณเดินมาเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เขาพูดถูก พริมาหน้าสลดลงมาทันที หล่อนทำเสียเื่อีกแล้ววันนี้...โดนฉกเงิน เข้าโรงพัก แล้วยังจะลืมกุญแจบ้านอีกวันเดียวหล่อนทำเื่ไว้มากมายเหลือเกิน นพคุณเดินไปแล้ว...เขาพูดให้หล่อนสลดแล้วก็เดินไปขึ้นรถนั่งเรียบร้อยพริมาเห็นเขานั่งยิ้มเพราะได้หาเื่ว่าหล่อน สาวน้อยหน้ามุ่ยเดินตามเขาเข้าไปนั่งในรถอย่างเซ็งๆ