รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์

    รักพิษรัก ตอนที่ ๒๔

    นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก   รักพิษรัก   เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๒๔

                “ไม่ได้ครับพี่สินัทมีนัดต่อ ไม่มีเวลาไปส่งพี่ที่บ้าน”  ณัฐกนกตัดบท

            “พาพี่ไปกับเธอก็ได้นี่”   นัง ‘พี่สิ’ ของณัฐกนกไม่ยอมแพ้

            “ไม่ครับ”  ณัฐกนกจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้น เพลิงโกรธในใจลุกโชน  

            “ไม่ไปก็ได้”  ยัย ‘พี่สิ’ ยอมแพ้   “นี่พี่อุตส่าโทรถามที่เลขาฯ เธอแล้วนะมันบอกว่าเธอไม่มีนัด พี่เลยไม่ได้ให้คนรถรอ”  เธอยังพร่ำอธิบาย

            ณัฐกนก หยิบแบ๊งพันออกมาสองสามใบ แล้วส่งให้ ‘พี่สิ’ และบอกเธอชัดเจน   “ค่าแท็กซี่”  แล้วนัทก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่ง และรีบปิดประตูทันที  

            แม้ ‘พี่สิ’ จะหน้าชา กับการที่ญาติผู้น้องยัดแบ๊งพันใส่มือเป็๞ค่าแท็กซี่   แต่สายตาคุณ‘พี่สิ’ ก็ไวพอที่จะมองเห็นว่าในรถมีเด็กหนุ่มนั่งรออยู่อย่างที่เธอคาดเดาไว้จริงๆ 

            เพราะ ‘พี่สิ’ หรือ ศศิธร ญาติผู้พี่ของณัฐกนก เธอเห็นณัฐกนกกับเขนแอบดูไลฟ์สดเด็กหนุ่มในห้องประชุมแล้วเธอจึงวางแผนที่จะจับให้มั่น ถึงวันนี้จะไม่มีหลักฐาน แต่พอเห็นแบบนี้ก็สืบต่อไปยาก

            เมื่อนั่งในรถเรียบร้อย   ณัฐกนกก็สั่งให้ขับรถออกไปทันที   ยัยบุษก็ขับรถออกไปทันใจนายของมันเช่นกัน   นพนิตลงไปนั่งกับพื้น ถอดรองเท้าให้พี่นัทของเขา

            “ไม่ต้องหรอกนพ เดี๋ยวก็ลงรถแล้วมานั่งให้พี่กอดดีกว่า”   พูดจบพี่นัทก็อ้าแขนรอ

            นพนิตจึงต้องลุกขึ้นไปนั่งข้างๆนัทให้นัทกอด  แต่พี่นัทไม่กอดแค่อย่างเดียวสิ  พอได้กอดแล้วก็จูบต่อเลย   มือก็ลูบไล้ไปตามร่างกายนพนิต  

            “พี่นัทททททท”  นพออดอ้อน   “นพตัวเหม็นนะยังไม่ได้อาบน้ำเลย”  

            “เหรอ? แต่พี่ว่าหอมนะ”   แล้วคนพี่ก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงคนน้องต่อ   จนคนน้องคร้านที่จะห้ามจึงสนุกไปกับการเล่นกอดจูบลูบคลำกันไปบนรถคันหรู

             

            ยัยบุษขับรถมาจอดที่หน้าซอยมืดๆ ซอยหนึ่งแล้วมันก็ส่งสัญญาณให้พี่นัทรู้  พี่นัทเปิดประตูรถลงไปก่อน แล้วเรียกให้นพนิตตามลงไป พอปิดประตูรถยัยบุษก็ขับรถออกไป   นพนิตมองรอบๆตัวอย่างงงๆ 

            “ไม่หรอกนพมาฆ่าหรอกน่า”   แล้วคนพี่ก็หัวเราะและพาคนน้องเดินเข้าซอยเล็กๆ นั่น  นพนิตเดินตามไปอย่างว่าง่าย

            แป๊บเดียวก็ทะลุออกมาที่ลานสนามหญ้าที่จัดวางต้นไม้อย่างสวยงามมีตัวบ้านโบราณขนาดใหญ่ ที่ผ่านการดูแลตกแต่งใหม่อย่างหรู่หราตั้งตระหง่านอยู่กลางสนามหญ้านั่น

            ณัฐกนกแจ้งชื่อกับเ๽้าหน้าที่ที่หน้าตัวบ้านโบราณ   แล้วพนักงานก็พาทั้งสองขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็๲ห้องวีไอพีสุดคลาสสิค เมื่อมองออกไปด้านนอกก็เป็๲แม้น้ำเ๽้าพระยายามค่ำคืนที่แสนลึกลับและน่ามอง  

            โต๊ะอาหารจัดวางชิดผนังทำให้นั่งได้ด้านเดียว  คนน้องจึงได้นั่งข้างๆคนพี่ แต่ดูเหมือนคนพี่จะชี้ชวนให้เดินชมห้อง จนในที่สุด..ทั้งสองก็เดินออกไปนอกระเบียงห้อง และถ่ายรูปกันอย่างมีความสุข

            บริกรทะยอยลำเลียงอาหารเข้ามาจนครบ ก็รินน้ำตักข้าวเสริฟจนเสร็จ แล้วก็เดินออกไป  เมื่อบริการพ้นห้องไปหมด  คนพี่ก็ชวนคนน้องไปนั่งกินอาหารมื้อพิเศษเคียงข้างกัน  

            นพนิตลองลดแสงสว่างในห้องลงและจุดเทียนที่อยู่กลางโต๊ะอาหาร พอแสงเทียนสว่างไปทั่วทั้งห้องผนังห้องก็กลายเป็๞อีกสีหนึ่ง  “สวยจัง” 

            “ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับคนที่พี่รักที่สุดก็ต้องพิเศษสุดสิ”   พี่นัทบอกตรงๆและสบตานพนิ่ง

            ทั้งสิงสบตากันครู่หนึ่ง

            เป็๲นพนิตที่หลบสายตาพี่นัท   “ทานอาหารดีกว่าครับ”  

            “ที่หลบตานี่.. เขิน หรือรำคาญ” 

            “แหม.. พี่.. นพไม่มีทางรำคาญพี่หรอก”   แล้วเขาก็ตักอาหารป้อนพี่นัทไปคำหนึ่ง  

            พี่นัทรับอาหารคำนั้น และเคี้ยวสักครู่   “จะไม่ยอมรับว่า.. เขินพี่ ..ใช่ไหม?”  

            “ทำไมต้องยอมรับด้วยล่ะ”   นพออดอ้อน  “ก็เห็นๆ อยู่เนียะ” 

            พี่นัทตักอาหารป้อนให้นพบ้าง  

            นพนิตกินอาหารคำที่พี่นัทป้อนมาด้วยสายตาที่ทำให้เขาเขินยิ่งไปกว่าเดิมอีก   

            ณัฐกนกเห็นแล้วก็ยิ่งรู้สึกดี .. ที่ผ่านมา ไม่ว่าเขาจะมองยังไงหรือทำอะไร   นพนิตก็ไม่เคยแสดงอาการเขินแบบนี้เลย.. จนวันนี้ .. วันที่ได้อยู่กันสองคน ได้แสดงความรักกันอย่างหวานชื่น   

            ..

            มีสัญญาณไลน์เข้าที่มือถือของพี่นัทแต่เขาเลือกไม่สนใจ เลือกสวีทหวานกับนพนิตต่อ  แต่สัญญาณไลน์ก็เตือนเป็๞ระยะ ระยะ  

            จนนัทถอนหายใจ และมองบนก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู  

            เป็๞ข้อความไลน์จากเขน   .. “แย่แล้วคุณนัท” .. 

            .. “คุณสิ ไปบอกคุณพ่อของคุณนัท ว่าในรถคุณนัทเมื่อบ่ายมีเด็กหนุ่มอยู่ในรถด้วย” .. 

            ..“ตอนนี้ พวกเขาทะยอยมารอคุณนัทที่บ้าน” .. 

            ..“เอาไงดี” .. 

            ..“จะให้เขนทำอย่างก็บอกมา” .. 

            ..“ยินดีช่วยทุกอย่าง” ..

            ...

            นัทอ่านข้อความไลน์ให้นพนิตฟังทีละข้อความด้วยเสียงเครียดอย่างที่สุด  

            “ดูพี่นัทเครียดจัง”   นพนิตไม่เข้าใจ

            “เครียดสิ”   นัทตอบ และพยายามอธิบาย   “ก็.. ที่บ้านพี่ เค้าไม่ยอมรับรู้ว่าพี่ชอบผู้ชายเขาจึงทำทุกอย่าง กีดกันทุกอย่างเพื่อไม่ให้พี่ชอบผู้ชาย”   ณัฐกนกอธิบาย  

            แต่ใบหน้าคนน้องก็ยังมองคนพี่อย่างงงงง อยู่ดี

            ณัฐกนกถอนหายใจยิ้มให้ชายคนรัก แล้วจึงเล่าให้ฟัง  “เมื่อก่อน พ่อพี่อยากให้พี่รักกับผู้หญิงคนหนึ่ง พี่ก็ไปรับส่งเธอให้พ่อพอใจแต่พี่กลับไปชอบเพื่อนผู้ชายของเขา ก็เขนนี่แหละ ที่ช่วยพี่ปิดบังทุกอย่าง

            แต่ที่ความแตกเพราะพ่อแม่ผู้หญิงจับได้ว่าพี่เป็๞แฟนปลอมๆ ของลูกเค้า .. และ.. พี่จำต้องบอกเลิกกับผู้ชายคนนั้นไม่งั้นพ่อพี่จะส่งคนไปทำร้ายเขาให้ตาย”  นัทหยุดเล่า แล้วสบตานพนิต ..

            ..ภาพการลาจากในครั้งอดีต มันแจ่มชัดในมะโนของนัท .. ความรู้สึกรักจากครั้งก่อนมันก่อกวนอารมณ์ณัฐกนก จนน้ำตาคลอหน่อยขึ้นมา 

            นพนิตสบตาพี่นัทของเขา  เขารู้สึกได้ว่าพี่นัทของเขารู้สึกแย่ๆมากๆ   นพจึงเอื้อมมือตนเองไปจับมือพี่นัทและบีบมือพี่เค้าเป็๞การให้กำลังใจ

            ลึกๆในใจนพนิต ก็ยังคิดว่า.. นี่คงเป็๲เ๱ื่๵๹ราวความรักระหว่างพี่นัทกับพ่อลมของเขาแต่ในห้วงเวลาแบบนี้ คงไม่เหมาะ หากเขาจะถาม หรือแสดงตนว่าเป็๲ลูกชายของ.. ลม..คนรักของพี่นัทในอดีต  

            พี่นัทเล่าต่อ   “พ่อพี่ถามเขนตรงๆ ว่า ชอบผู้ชายใช่ไหม?รักพี่ใช่ไหม? .. เขนพยายามยิ้ม และโกหกไปว่า เขนรักพี่แบบเพื่อนแบบพี่น้องไม่ใช่แบบนั้น .. พ่อพี่บังคับให้เขนพิสูจน์ เขนจึงต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง..

            ตอนนั้นพี่สงสารเขนมาก แต่เพราะยังเป็๲เด็ก พี่เลยช่วยอะไรเขนไม่ได้ .. จนเขนมีลูก   พ่อพี่ถึงยอมให้เขนมาเจอพี่ 

            พอพี่เรียนจบพี่ขอให้เขนมาช่วยพี่ทำงาน .. พ่อพี่ห้ามเขนนอนบ้านพี่ให้เขนสาบานให้ตายในสามวันเจ็ดวัน ถ้าผิดคำพูด และทุกครั้งที่พ่อพี่พบหน้าเขนก็จะให้เขนทวนคำสาบานให้ฟัง

            พี่เลยแอบซื้อบ้านเก่าที่อยู่หลังบ้านพี่และซ่อมแซมจนใช้ได้ดี ให้เขนอยู่กับลูกเมีย ไม่นานเมียเขนก็ตายไม่รู้ว่าเพราะคนในบ้านพี่หรือเปล่า หรือเพราะคำสาปแช่งของพ่อพี่พี่เลยอุปการะลูกเขนทุกอย่าง” 

            นพนิตฟังเ๹ื่๪๫ราวแล้วก็ได้แต่อึ้ง!!

            ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรดี?

            “แล้ว..วันนี้ เราจะยังไงดีล่ะพี่นัท”  คนน้องตัดสินใจถามขึ้น 

            คนพี่อยากทำตามใจตนเหลือเกิน   “พี่ไม่อยากหนีแล้วอยากดับเครื่องชนกับที่บ้านเลย ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย”   พูดจบคนพี่ก็หันไปสบตาคนน้อง

            คนน้องมองเขาและให้กำลังใจเต็มเปี่ยม

            จนใจคนพี่หวั่นไหว   “แต่พี่กลัวว่า..เขาจะส่งคนมาทำร้ายนพ”

            คนน้องเข้าใจแต่เขาก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร?  ที่ทำได้คือ.. บีบมือให้กำลังใจพี่นัทของเขา   “ถ้าพี่ชน นพก็จะชนไปกะพี่ด้วย” 

            ณัฐกนกยิ้มออกแค่นี้ก็พิสูจน์ใจของนพนิตแล้ว ว่าคิดยังไงกับเขา   แต่นัทจะให้นพไปเสี่ยงอันตรายกับเขาไม่ได้

            มันต้องมีทางออกที่เขาทำได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงสิน่า

            ณัฐกนกบอกตัวเอง

            และพยายามคิด

            แต่ก็ยังคิดอะไรไม่ออก

    จบตอน ๒๔