“ลูกเจ็บหน้าผากเ้าค่ะ ท่านแม่ดูสิเ้าคะ ใหญ่โตกว่าเมื่อวานใช่หรือไม่?” มือขาวชี้ไปตรงจุดที่หัวโนทำหน้าเ็ปออดอ้อนเกินจริง
“ให้เชิญหมอหลวงจากในวังมาตรวจดูคงจะดี รึเหม่ยเอ๋อร์ว่าอย่างไร?” ท่านเสนาบดีจูพูดจาเย้าแหย่บุตรสาวพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพ่อ แค่ให้ท่านแม่เป่าเบาๆ ก็หายเจ็บแล้วเ้าค่ะ” กระพริบตาปริบๆ
ท่านแม่ยิ้ม “จริงรึ?” ฟู่ ฟู่ ฟู่ ลมเป่าเบาๆ ััโดนแผล “หายรึไม่” กล่าวพลางหัวเราะน้อยๆ
“อุ๊ย…หายแล้วเ้าค่ะเหลือแค่ทายาไม่กี่วันก็คงจะยุบแล้วท่านแม่ของเหม่ยเอ๋อร์เก่งจริงๆ” จบคำก็โอบกอดเอวของท่านแม่แน่น แล้วทั้งสามคนก็หัวเราะออกมาพร้อมๆ กันอย่างมีความสุข ด้านหน้าเรือนใหญ่เสี่ยวถงที่ยืนเฝ้ามองอยู่ด้านนอกพูดกับตนเองเบาๆ “คุณหนูที่เป็เช่นนี้ดีมากแล้วจริงๆ” พร้อมยิ้มเบาๆ
ทางด้านของน้องไอในร่างจูเหม่ยเซียนคิดว่าในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้กลับไปหาพ่อและแม่ที่โลกโน้น ก็จะขอรักท่านพ่อกับท่านแม่ที่โลกนี้ทดแทนก็คงไม่เสียหายอะไร ถึงอย่างไรทั้งสองท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็เป็ครอบครัวของเ้าของร่างที่ตนเองอาศัยอยู่ จะรักและดูแลท่านทั้งสองต่อจากจูเหม่ยเซียนตัวจริงที่ตอนนี้ิญญาหายไปอยู่ที่ใดก็ไม่อาจรู้ ‘นับแต่นี้ข้าจะเป็เหม่ยเซียนแทนเ้าเองไม่ต้องกังวลนะเ้าของร่างตัวจริง’
เมื่อรับสำรับเช้ากันเรียบร้อยท่านเสนาบดีจูจึงชักชวนฮูหยินและบุตรีเดินมานั่งเล่นตรงศาลาริมน้ำ มีบ่าวรับใช้คอยรินชาอยู่ไม่ห่าง
“ใกล้จะถึงเวลาปักปิ่นของเ้าแล้วนะเหม่ยเอ๋อร์หลังจากนี้คงจะมีแม่สื่อมาทาบทามลูกไม่น้อยทีเดียว” ฮูหยินเกามองหน้าบุตรสาวเพียงคนเดียวแล้วถอนหายใจออกมา ‘เฮ่ออ’
“เ้ามีบุรุษใดอยู่ในดวงใจหรือไม่” ท่านเสนาบดีจูถาม
“ไม่ๆๆ ลูกยังไม่อยากออกเรือนนะเ้าคะท่านพ่อลูกยังเด็กนักและในตอนนี้ลูกก็ยังมิมีบุรุษใดอยู่ในดวงใจทั้งสิ้น รอลูกสิบแปดหนาวค่อยคิดเื่นี้ได้หรือไม่เ้าคะ?”
“เ้ามิรู้ใช่รึว่าพอพ้นสิบแปดหนาวขึ้นไปการออกเรือนถือว่าทำได้ยากยิ่งนักเ้าจะกลายเป็สาวเทื้อ ้าเช่นนั้นรึ?” มองเห็นหน้าตาบุตรสาวงอง้ำลงเรื่อยๆ จึงเปลี่ยนเื่ “เอาล่ะๆ เื่นั้นค่อยว่ากัน วันก่อนนั้นฮ่องเต้รับสั่งกับพ่อว่าในวันปักปิ่นของเ้าองค์ชายรองกับองค์ชายสามจะมาร่วมงานด้วย พวกเ้าสามคนมิได้พบปะกันมานานคงมีเื่สนทนากันมากมายเชียวล่ะ”
“จริงหรือเ้าคะ!! ดีจังเลยเ้าค่ะ” ในใจกู่ร้องออกมา…'ตายแล้วววว พระเอกกับพระรองจะมาทำไมไม่เคยเห็นเขียนไว้ในหนังสือนะ'
“อ่อ..วันมะรืนจะมีงานประชันบุพผางามของเมืองหลวงเ้าจะไปเข้าร่วมหรือไม่” ฮูหยินเกาถามบุตรสาวด้วยความเป็ห่วงเนื่องจากเห็นว่าหน้าผากของนางยังไม่หายดีและคงจะหายไม่ทันวันงานแน่แล้ว
“ไปเ้าค่ะ!!!” ทำไมมีแต่เื่เนี่ย “ลูกจะไปเที่ยวชมภายในงานและรอดูว่าผู้ใดจะได้อันดับหนึ่งเพียงเท่านั้นนะเ้าคะคงไม่เข้าร่วมแข่งขันกับผู้ใดทั้งสิ้น” ถ้านางไม่เข้าประกวดนางเอกคงจะได้รับรางวัลที่หนึ่งเป็แน่ ‘ช่างเถอะใครสนกัน’
“ตามใจเ้าเถอะแม่ไม่ว่าอะไร” ท่านแม่ยิ้มอย่างใจดี
“ท่านพ่อท่านแม่เ้าขาวันนี้ลูกขออนุญาตออกไปนอกจวนได้หรือไม่เ้าคะ”
“เ้าจะไปที่ใด” ท่านเสนาบดีถามเสียงดุ “เพิ่งหัวบวมปูดมาแท้ๆ ยังไม่เข็ดอีกรึ”
“ลูกอยากไปเที่ยวตลาดแล้วจะแวะไปดูผ้าด้วยเ้าค่ะ” ทำตาปริบๆ “ได้หรือไม่เ้าคะ” คลานเข่าไปกอดท่านพ่อของนางอย่างน่ารัก ท่านเสนาบดีใกับกิริยาที่นางไม่เคยทำมาก่อนแต่ก็ยังยกมือขึ้นมาลูบผมนางเบาๆ
“หากเ้าไม่อายที่หน้าผากเ้าบวมปูดก็ไปเถิด”
“เย้ๆๆๆ” ลุกะโหอมแก้มท่านพ่อเบาๆ แล้ววิ่งลงศาลาไปไร้ความสำรวม ทิ้งให้ท่านเสนาบดีกับฮูหยินนั่งอ้าปากค้าง
‘นี่ลูกสาวข้าพลัดตกบันไดแล้วอาการหนักขนาดนี้เชียวรึ’
“เสี่ยวถงงงง …เตรียมรถม้าให้ข้าาา”
“เอ่อ..คุณหนูเ้าคะ แล้วหน้าผาก” ทำท่าชี้หน้าผาก
“ไม่เป็ไรหรอก ใครๆ เค้าคงรู้กันหมดแล้วว่าข้าตกบันไดที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์จนหัวปูด อ๊ะ..แล้วเงินข้าล่ะ!!!”
“นี่ถุงใส่ตั๋วแลกเงิน เหรียญทอง กับเหรียญเงินเ้าค่ะ ฮูหยินเพิ่งสั่งให้บ่าวนำมาให้คุณหนู”
“ดีมาก!! ไปกันเถอะ” สองนายบ่าวพากันเดินไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าจวน เพียงสองเค่อผ่านไปรถม้าก็มาถึงตลาด จูเหม่ยเซียนสั่งให้ 'อาไช่’ บ่าวรับใช้เอารถม้าไปฝากไว้หลังตลาดและตามไปหานางที่ร้านขายผ้าจินหง
ั้แ่ที่จูเหม่ยเซียนก้าวลงมาจากรถม้าจนถึงตอนที่เดินเข้าไปในตลาด ทุกๆ คนต่างพากันมองมาที่นาง บ้างก็มองเพราะความหลงใหล บ้างก็มองเพราะสังเกตเห็นแผลบวมบนหน้าผากแต่เหม่ยเซียนก็หาได้สนใจไม่ ยังคงเดินต่อไปจนถึงร้านจินหง
“ร้านจินหงยินดีรับใช้เ้าค่ะ มิทราบว่าคุณหนูจู้าผ้าแบบใดเ้าคะ” ดังใช่เล่นนะเราใครๆ ก็รู้จัก
“ข้า้าผ้าฝ้าย สีขาวหนี่งพับ สีดำหนึ่งพับ สีฟ้าอ่อนหนึ่งพับ ขอแบบนุ่มๆ มีหรือไม่?”
“มีเ้าค่ะ รอสักครู่นะเ้าคะ”
“คุณหนู จะเอาผ้าฝ้ายไปทำอันใดเ้าคะ” เสี่ยวถงถามด้วยความสงสัย
“ชุดชั้นในน่ะ” ‘ของมันจำเป็ต้องมีนะเสี่ยวถง’ นางพูดในใจ
“หา..ชุดชั้นในรึเ้าคะ..มันเป็แบบใด??”
“ข้าก็บอกไม่ถูก ช่างมันเถอะเดี๋ยวเ้าก็จะได้ช่วยข้าทำ” ระหว่างรอรับผ้าที่ทางร้านกำลังจัดเตรียมก็เจอเข้ากับบุคคลที่นางอยากหนีให้ห่างในยามนี้ที่สุด
“คุณหนูจู” เสียงเรียกอันอ่อนหวานดังอยู่ด้านหน้า พร้อมผงกหัวทักทาย
“อ่อ..คุณหนูไป่ มีเื่อันใดหรือไม่” ถึงเราจะไม่เคยเจอกันแต่ในความจริงนั้นร่างเดิมจดจำได้ไม่เคยลืม ‘ทำไมรู้สึกคันไม้คันมือแปลกๆ แฮะ’ ด้านหลังคุณหนูไป่ยังมีคุณหนูตู้ยืนปิดปากกลั้นหัวเราะพร้อมบ่าวอีกสองคน 'หัวเราะหน้าผากฉันเรอะ'
“เอ่อ..ข้าทราบข่าวเื่ที่เ้าตกบันไดเมื่อวันก่อน าแบนหน้าผากของเ้าจะหายทันงานประชันสาวงามวันมะรืนนี้หรือไม่” ทำหน้าตาสงสารส่งมาให้
“ช่างกล้าถามนะคุณหนูไป่ เ้ายืนอยู่ใกล้ข้าถึงเพียงนี้มองมิเห็นเลยรึว่าแผลเราบวมใหญ่ขนาดไหน” ใช้สายตามองสำรวจนางเอกตรงหน้า ‘ถามได้กวนมาก..เย็นไว้เหม่ยเซียนเย็นไว้’ ..ในใจคิดแต่การกระทำและจิตใต้สำนึกกลับไม่ทำตาม ความร้อนรุ่มมีอยู่เต็มอกอย่างไม่เข้าใจตนเอง “จริงๆ แล้วคงสมใจเ้าสินะ ขาดข้าไปสักคนอันดับหนึ่งคงเป็ของเ้ากระมัง ก้มหัวขอบคุณเราซะสิ” ‘ตายแล้ว’ ทำไมปากไวแบบนี้เนี่ยเหม่ยเซียนหันไปมองเสี่ยวถงนึกว่าจะเข้ามาห้ามปรามแต่ก็เปล่า สาวใช้ของนางยืนกอดอกยิ้มเยาะคุณหนูไป่ซะงั้น!!! ‘นี่ฉันต้องร้ายจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย’
“คุณหนูจูเ้ากล่าวผิดแล้ว ที่คุณหนูไป่กล่าวเช่นนี้เพราะเป็ห่วงเ้าต่างหาก เื่เ้าตกบันไดน่าอายถึงเพียงนั้นคนเขารู้กันทั่วทั้งเมืองหลวงถึงเ้าขึ้นประชันความงาม ก็คงมิได้รางวัลใดหรอก มิสู้ยืนเฉยๆ มองคุณหนูไป่รับรางวัลหญิงงามอันดับหนึ่งคงจะเหมาะกว่า ฮิฮิ" คุณหนูตู้กล่าวจบทั้งสาวใช้และคนในร้านรวมถึงคุณหนูไป่พากันกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น
'ทนไม่ไหวแล้วโว้ยยย' ้าแบบนี้ใช่มั้ย!! น้องไอในคราบจูเหม่ยเซียนยื่นมือออกไปผลักคุณหนูตู้ล้มลงกับพื้น ผลั่ก!!
“ว้ายยย!!” ตู้ฟางซินร้องเสียงดังลั่น
"คุณหนูเ้าคะ!!!" บ่าวรับใช้และคนในร้านจินหงต่างพากันใแต่จูเหม่ยเซียนหาได้สนใจไม่ นั่งลงพูดกับคุณหนูตู้ช้าๆ เสียงดังชัดเจน ยกนิ้วชี้ขึ้นชี้หน้านาง
“นี่เป็เื่ระหว่างข้ากับคุณหนูไป่เ้าไม่เกี่ยวอย่าได้ยื่นปากเข้ามาสอด” เอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากจนหน้าหงายไปหนึ่งที ‘จบไปหนึ่ง’ ยืนขึ้นมองคุณหนูไป่ด้วยสายตานิ่งเฉย ท่าทางของนางที่ทำท่าหวาดกลัวยืนอยู่ตรงหน้า ผู้คนรอบข้างต่างพากันสงสารและเห็นใจ ‘นี่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนางเลยนะ สกิลนางเอกนี่ดีจริงจริ๊งง’ จะว่าไปเอาเข้าจริงๆ เื่วันนี้พวกนางก็เป็ฝ่ายเริ่มเื่ก่อนนะ
“คุณหนูไป่ อันที่จริงข้าไม่ได้มีความคิดที่จะขึ้นไปประชันความงามในงานนี้ั้แ่แรก เชิญเ้าแสดงความสามรถอย่างเต็มที่เถิด เพราะข้าในตอนนี้ใจจดใจจ่อรอแค่วันปักปิ่นของตนเองเท่านั้น..ท่านพ่อบอกกล่าวกับข้าว่าองค์ชายรองและองค์ชายสามจะเสด็จมามอบปิ่นปักผมให้ข้าด้วยตนเองจนถึงจวน” ยิ้มสะใจเหลือบมองเห็นมือสองข้างของคุณหนูไป่กำจนแน่น 'หน้าเบี้ยวแล้วนั่น555' “แต่ข้าจะไปร่วมงานรอดูความสำเร็จของเ้าก็แล้วกัน" หันกลับมาหาสาวใช้ "เสี่ยวถง”
"เ้าค่ะคุณหนู"
“ชำระเงินค่าผ้าฝ้ายแล้วให้อาไช่เอาผ้าไปเก็บที่รถม้า ข้าจะไปหาอะไรทานในตลาดอยู่ตรงนี้มีแต่คนน่าเบื่อ”
"เ้าค่ะ" เสี่ยวถงรับคำจบจึงเดินไปสั่งงานอาไช่ทันที
จูเหม่ยเซียนหันกลับไปมองคุณหนูไป่อีกรอบแล้วส่ายหน้าเบาๆ เดินผ่านพลางพูดเสียงดัง “หน้าตาก็จืดชืด อกก็แบนเหมือนไม้กระดานเช่นนี้ยังกล้าขึ้นประชันสาวงามกับเค้าอีก เหม่ยเซียนนับถือนับถือ” เงียบทั้งร้านคือ ‘จบสวย’ ^^