ตอนที่ 14 ทำไมปล่อยตัวให้เมาขนาดนี้ล่ะครับ
กว่างานเลี้ยงจะเลิกก็เกือบสี่ทุ่ม สองหมูเ้าของวันเกิดไปนอนตั้งนานแล้ว เหลือแต่บรรดาเพื่อนฝูงของตงฉินน้องชายของเ้านายที่กำลังดวลแอลกอฮอล์กันอย่างครื้นเครง หนึ่งในนั้นก็รวมถึงคุณต่อพงษ์ด้วยนั่นแหละ ดื่มอึกๆเหมือนตายอดตายอยาก ท่านประธานกับคุณนายก็หายไปในตัวเรือนแล้ว เสียงดนตรีก็เงียบเชียบ บรรยากาศก็ร้อนได้ใจจริงๆ ยังดีที่มีพัดลมไอน้ำปัดเป่า ไม่อย่างนั้นคงเหนียวเหนอะไปทั้งตัว
RRRRRRRRRRR
[ถึงบ้านแล้วนะพี่]
“เออ ดีละ แม่นอนยัง”
[เรียบร้อย]
“แล้วทำไมรีบกลับวะ งานวันเกิดเพื่อนสนิทไม่ใช่เรอะ” ผมถามเื่ที่สงสัย
[ก็ไอ้หนึ่งน่ะสิ มันงอนไอ้ตง]
“งอนเชี่ยอะไรอีก”
[อ้าว พี่ไม่รู้เื่นี้เหรอ]
“เื่อะไรอี๊ก” ผมถามเสียงสูง
[อ้อ ไม่แปลก คือไอ้หนึ่งกับไอ้ตงน่ะมันกิ๊กกัน] ผมอ้าปากค้างเลยตอนนี้
[ไอ้หนึ่งมันเพิ่งเห็นรูปที่ไอ้ตงไปถ่ายแบบมาไง มันไม่ชอบที่ไอ้ตงถ่ายชุดว่ายน้ำ นี่ก็ทะเลาะกันหลายยกแล้วในงาน]
ชิบหาย
“ละ แล้วมันไปกิ๊กกับเค้าได้ไงวะ คุณตงก็มีลูกแล้วเนี่ยนะ”
[ผมจะรู้มันมั้ยล่ะ แล้วอีกอย่าง ไอ้ตงมันก็ได้หมดมั้งเห็นมันบอก] ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“นี่กูตกข่าวเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”
[ฮ่าๆๆๆ ไม่แปลกหรอกซื่อบื้อขนาดนี้ ถ้าพี่รู้เื่นี่สิแปลก] กัดกูอีกละ ไอ้น้องเวร
[เออ ผมโทรมาบอกแค่นี้แหละ ยังไงพี่ก็ดูไอ้ตงหน่อย ไอ้หนึ่งมันเป็ห่วงกลัวเมา ถึงมันจะงอนแต่มันก็แคร์อยู่ดี]
“เออ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า นี่บ้านเค้า ใครจะกล้าทำอะไร”
[ก็ไม่รู้สิพี่ ไอ้ตงมันหล่อระดับนั้น คนของเราก็หน้าตาระดับรากหญ้าขนาดนี้] มึงกล้าว่าคนในตระกูลเราขนาดนี้เลยเหรอวะ
[ฝากพี่ดูผู้หญิงสวยๆที่มัดผมจุกหน่อยนะ คนนั้นน่ะแฟนผม]
“เดี๋ยว...”
[เอาน่า พี่ไม่ต้องงง ไม่ต้องอิจฉาด้วยที่ผมมีแฟนเป็ดาวคณะ นี่ถ้าไม่ติดว่าค่าแท็กซี่แพง ผมคงอยู่ต่อแล้วล่ะ แฟนผมชื่อขวัญนะ ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะใ เค้ารู้จักพี่ดี ผมส่งข้อความไปหาแล้วว่าให้พี่ส่งขึ้นแกรป]
ถ้ามึงจัดแจงขนาดนี้ ก็ไม่บอกกูพรุ่งนี้เลยล่ะ...
ผมวางสายและเดินเข้าไปในงานที่คนเริ่มร่อยหรอ ผู้หญิงหน้าตาสละสวย สวยจนตะลึงเดินมาทางผมและยกมือไหว้ ผมที่มัดจุกไว้ทำให้รู้ว่าเป็แฟนน้องชาย
“สวัสดีค่ะพี่เอก หนูชื่อขวัญนะคะเป็แฟนโท”
“สวัสดีครับ” ผมรับไหว้ น้องชายผมแม่ง...โคตรเจ๋งได้แฟนสวยมาก อื้อออออ
“เดี๋ยวหนูจะกลับแล้ว แต่โทกำชับว่าให้พี่เอกช่วยส่งขึ้นรถน่ะค่ะ”
“ดะ ได้สิ ไม่มีปัญหา” ผมยิ้ม แค่เห็นก็ใจละลายแล้ว อื้ออออออ อย่ายิ้มให้พี่ พี่ใจคอไม่ดี..
“รบกวนพี่เอกแย่เลย หนูต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“รบกงรบกวนอะไรกัน แฟนน้องชายก็เหมือนเป็น้องสาวพี่อีกคนนั่นแหละ”
“พี่เอกใจดีจัง เหมือนที่โทเล่าให้ฟังเลย” ไอ้โทมันเล่าอะไรไปบ้างวะเนี่ย
“งั้นหนูไปก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะพี่เอก”
“จ้า ถึงแล้วก็บอกไอ้โทมันด้วยนะ”
“ค่ะ สวัสดีนะคะพี่เอก” หญิงสาวที่เข้าไปอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลที่จองผ่านแกรปยกมือไหว้และปิดประตู ผมมองรถยนต์คันนั้นแล่นหายไปจนลับตา
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ ชอบเหรอ” เอาแล้วไงเสียงนี้
“คุณต่อจะกลับแล้วเหรอครับ”
“สนใจด้วยเหรอว่าจะอยู่ไหนจะทำรายยย” เมา งานนี้เมา
“พี่เอกๆ ผมฝากพาพี่ต่อกลับบ้านหน่อยนะครับ เมาหนักมากแล้วเนี่ย” น้องชายแท้ๆของเ้านายไหว้วาน ยิ่งยืนคู่กันยิ่งดูดี คนบ้านนี้หน้าตาดีทั้งบ้านจริงๆนะ
“ได้ครับ คุณตงไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง”
“ไม่เอาสิพี่เอก เรียกผมน้องตงหรือไอ้ตงก็ได้ครับ เรียกแบบนี้มันดูห่างเหิน” รอยยิ้มเ้ากรรมถอดแบบมาจากพี่ชายไม่ผิดเพี้ยน
“มึงไปเลยไอ้ตง อย่ามายุ่งกับคนของกู” เห้อ...เมาหนักใช้ได้เลยนะเนี่ย ผมส่งยิ้มแหยๆให้เ้าของบ้าน ก่อนจะยกแขนล่ำพาดไหล่และพาเดินข้ามถนนในซอยไปฝั่งตรงข้าม
“ไหนบอกมา นายไปชอบใคร ผู้หญิงคนเมื่อกี้เหรอ” เอาแล้วไง เมาแล้วโวยวายอีก ปกติเมาแล้วหลับเป็ตายไม่ใช่เรอะ
“ถึงบ้านแล้วครับ คุณต่อค่อยๆเดิน” ผมกำกับการเดินซัดเซของเ้านายหนุ่ม ร่างใหญ่หนักเหมือนอุ้มหินขนาดสี่ตันก็ว่าได้
“ไม่ต้องมายุ่ง หึ นายมัน นายมัน...ฮืออออ” เอาแล้วไง อารมณ์ไหนอีกเนี่ย อยู่ดีๆก็ร้องไห้
“อย่าให้รู้นะว่านายชอบใคร พ่อจะจัดการให้ยับเลย” เอ๊า...ดูหน้ากูด้วยครับเ้านาย หน้าตาแบบนี้ใครจะมาชอบ
...คำพูดไอ้โทดังมาในหัว...
ก็มีแต่เ้านายแหละที่ชอบผม...
“ฮือออ นายมันไอ้คนใจดำ เราอุตส่าห์รัก อุตส่าห์ดูแล” ถึงขั้นใช้คำว่าอุตส่าห์เลยเหรอ แหม่... แล้วที่กร่นด่า บ่นใส่ทุกวันเนี่ยเรียกว่ารักเหรอห๊ะ
ผมไม่สนใจอาการเมาแล้วโวยวายนี่แล้วครับ ได้แต่จัดแจงให้คนเมานอนบนเตียง เปิดแอร์ให้เพื่อคลายร้อน ยังดีหน่อยที่วันนี้พอจะมีสติ ไม่ทิ้งดิ่งเหมือนครั้งก่อนโน้น ไม่งั้นปล่อยนอนโซฟาอีกทีแน่ๆ
“ฮืออออ” ยัง ยังไม่หยุด ... ผมถอนหายใจแล้วนั่งลงข้างๆ ใบหน้าหล่อเหลานั้นหลับตาพริ้ม น้ำตาไหลเป็สายเลย สงสัยจะเศร้าจริงๆ
“เด็กน้อเด็ก ตอนเมายังออกฤทธิ์ได้ขนาดนี้เลยนะ” ผมพูดแล้วก็ยิ้ม มองใบหน้าที่นอนนิ่งอย่างเนิ่นนาน
เดี๋ยวนะ...ผมยิ้ม
ยิ้มทำไม
ยิ้มให้เ้านายที่นอนอยู่เนี่ยนะ
ไอ้โท...ไอ้น้องไม่รักดี มาพูดอะไรใส่หัวกูเนี่ย สลัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออก
“เอกกกกก ลุงเอกกกก ฮืออออ พี่เอก” เอาแล้วไง นึกว่าหลับไปแล้ว
“ครับคุณต่อ”
“อย่าไปไหนนะ ผมชอบพี่เอกจริงๆนะ” นี่ละเมอปะ พูดไหลลื่นเชียว จะต้องตอบว่าไงล่ะเนี่ย
“คุณต่อเมาแล้ว นอนนะครับ” เหมือนกำลังเลี้ยงลูกเลยครับ
“ต่อไปผมจะไม่แกล้งพี่แล้ว แต่พี่ห้ามไปชอบใครนะ” ผมถอนหายใจอีกรอบ น้ำเมานี่มีฤทธิ์รุนแรงได้ถึงเพียงนี้เลยเหรอเนี่ย
เขาว่าคนเมามักจะพูดความจริง ที่ผ่านมาผมก็แค่คิดว่าเ้านายหนุ่มล้อผมเล่น ทั้งเื่กอด จูบและ...ผมส่ายหน้า พยายามไม่นึกถึงภาพตอนที่คุณต่อใช้ปากกับไอ้หนูของผมที่พัทยา ...
“ผมชอบพี่เอกนะ” เสียงพึมพำนั้นยังมีมาต่อเนื่องทำเอาผมใจหวิวไปเลยครับ ไม่คิดมาก่อนจริงๆว่าจะมีคนชอบผมจริงจังขนาดนี้
“อย่าชอบใครเลยนะ” ผมเป๋เลยครับ เพราะท่าทางคนที่นอนอยู่ไม่ได้แกล้ง น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลอาบแก้มอีกครั้ง
...ไม่รู้โว้ย จะชอบก็ชอบ ไม่ห้ามละกัน แต่อย่ามาคาดหวังนะว่าจะต้องชอบกลับน่ะ
ผมย้ำกับตัวเอง นั่งมองใบหน้าหล่อเหลาที่นอนสงบนิ่งอยู่อย่างนั้นจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
“อื้อ” ผมครางในลำคอ รู้สึกร้อนวูบวาบในช่องปาก
จ๊วบ
“อื้อ อื้อ” สะดุ้งสิครับงานนี้ ไม่ผิดจากที่คิดไว้ เ้านายหนุ่มกำลังขโมยจูบผมอยู่ แถมอยู่บนเตียงด้วย นี่ไปลากตัวผมขึ้นมาตอนไหนวะ
“อ่อยอ่อนอุนอ่อ (ปล่อยก่อนคุณต่อ)” พอได้สติผมก็รีบขัดขืนจนร่างใหญ่ละริมฝีปากออกไป น้ำลายเหนียวหนืดย้อยเยิ้มเลยครับ เห้อ
“ตื่นแล้วเหรอ” ทักมาได้หน้าตาเฉยมาก
“คุณต่อตื่นั้แ่เมื่อไหร่ครับ” ผมจะพลิกตัวหนี แต่ถูกดึงไปกอดทันควัน
“ก็นานแล้ว เห็นพี่เอกฟุบข้างเตียงเลยอุ้มมา”
“อุ้ม” ผมตัวไม่ใช่น้อยๆนะครับ
“ช่ายยย เห็นหลับสนิทเลยไม่อยากปลุก” แม่ง...ไม่อยากปลุกแต่บดปากขนาดนั้นเนี่ยนะครับ
“คุณต่อ ปล่อยผมก่อน อึดอัด”
“ไม่ จนกว่าพี่เอกจะบอกว่าพี่เอกชอบใคร” นั่นไง ตื่นมาก็หาเื่เลย
“โอยคุณต่อ ผมบอกแล้วไงไอ้โทมันล้อเล่น”
“ผมไม่เชื่อ” สร้างงานสร้างอาชีพให้กูจังเลยนะไอ้น้องเวร
“จริงๆ ผมทำงานตัวติดคุณต่อขนาดนี้จะมีเวลาไปจีบใครล่ะครับ” คนที่กอดอยู่คลายอ้อมแขน ผมก็ไม่ดิ้นหนีไปไหนเพราะเดี๋ยวก็ถูกดึงมากอดอยู่ดี
“ก็จริง แต่ว่าเมื่อคืน...” เ้านายทำท่าครุ่นคิด
“ไม่มีอะไรจริงๆครับคุณต่อ” ผมตอบเสียงอ่อน หวังว่าเขาจะเชื่อ
“แล้วทำไมน้องพี่ถึงพูดแบบนั้น” เอาแล้วไงล่ะ จะโกหกว่าไงดี แล้วมันจะเนียนมั้ย หรือต้องพูดความจริง ผมล่ะสับสนสุดๆ ใบหน้าหล่อๆก็แนบแก้มจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้ มือใหญ่ก็ล้วงไปในเสื้อเขี่ยหัวนมที่ชูชันอย่างไม่เคอะเขิน
“มะ ไม่มีอะไรจริงๆ”
“ถ้าไม่พูด ผมจะสานต่อเื่ที่ทำค้างไว้ที่พัทยานะ ผมพยายามหักห้ามใจมาทั้งเดือนละ แต่ถ้าพี่อมพะนำ ผมจะไม่ทนแล้ว” ผมงี้เสียววาบเลยครับ เื่ที่พัทยาคือผมโดนโม้กจนพ่ายแพ้ ถ้าสานต่อ... สานต่อ
...ภาพเรือนร่างเ้านายหนุ่มที่ไม่ใส่อะไรเลยก็พุ่งมาในหัว
“พะ พูดก็ได้ครับ” หมดปัญญาที่จะหลบเลี่ยงแล้วล่ะ
....
“ฮ่าๆๆๆๆ เื่นี้เองเหรอ เดี๋ยวผมจะตบรางวัลน้องชายพี่อย่างงามเลย”
“หยุดเลยครับ คุณต่ออย่าให้ท้ายมันสิ” ยิ่งเล่าก็เหมือนคนร่างใหญ่จะได้ใจ คนใจแข็งอย่างผมก็เริ่มเป๋ ไม่เคยโดนผู้ชายหน้าไหนกอดนานขนาดนี้มาก่อนด้วย แรกๆก็ไม่ชิน ตอนนี้กลับรู้สึกว่าอุ่นดีจัง
...กูคิดอะไรอยู่เนี่ย...
“แล้ว พี่เอกชอบผมบ้างมั้ยล่ะ” นั่นไง งานเข้า ถามแบบนี้จะต้องตอบยังไง
“พี่เอกไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นก็ได้นะ ผมไม่ทำอะไรพี่หรอกน่า” สงสัยว่าหน้าตาของผมจะดูไม่ได้จริงๆแหละครับ
“ผมไม่เร่งรัดพี่เอกหรอกนะครับ ผมรู้ว่าพี่เอกเป็ผู้ชาย แล้วผมก็เป็ผู้ชาย”
คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้วไอ้น้อง...
“แต่ถ้าลองตัดเื่เพศออกไป มันก็แค่ความรู้สึกของคนๆหนึ่งที่มีให้ใครอีกคนนะครับ” จุกสิงานนี้ อยากเอามือปิดหู
“ผมอยากขอให้พี่เอกปล่อยวางเื่ที่เราต่างก็เป็ผู้ชายไปก่อน แล้วมองผมเป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังบอกความในใจกับพี่นะครับ” ทำไมใจกูสั่นขนาดนี้วะเนี่ย
“ถ้าพี่เอกคิดว่า ผมไม่ใช่คนที่พี่ชอบ ผมก็จะพร้อมหยุดทุกอย่าง ขอแค่อย่างเดียว...”
“ครับ”
“พี่เอกอย่าลาออกนะครับ อย่างน้อย ขอให้ผมได้ช่วยพี่เอกแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ” อึ้งสิครับ จุกด้วยงานนี้...ผมเข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมาเ้านายพยายามช่วยเหลือและตอบแทนเื่ที่ผมเคยช่วยไว้ แต่มันก็เป็เื่ที่ไม่น่าเก็บมาเป็บุญคุณปะ อาชีพของผมคือคนขับแท็กซี่ มีผู้โดยสายเรียกก็ต้องไป
“คุณต่ออย่าคิดเื่นั้นเป็บุญคุณเลยนะครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่”
“ผมทำไม่ได้ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ที่อเมริกา กลับมางานแต่งงานพี่สาว ผมยังเด็กยังคึกคะนอง อยากขับรถกลับเอง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่แม่ก็เป็ห่วงเลยนั่งมาด้วย ใครจะคิดว่าจะขับหลง แถมแม่ดันป่วยอีก ถ้าวันนั้นไม่เจอพี่ ผมไม่กล้าคิดเลยว่าจะให้อภัยตัวเองได้ไหม”
“...”
“ทีแรกผมก็แค่อยากจะตอบแทน แต่ผมก็ไม่เคยเจอพี่อีกเลย ผมจำเลขทะเบียนรถพี่ขึ้นใจเลยนะ เอาไปถามที่อู่ก็พอจะรู้ว่าเป็ใครมาจากไหน แต่ก็ไม่กล้าติดต่อเพราะมัวแต่กลัวอะไรก็ไม่รู้” เ้านายหนุ่มสารภาพ
“แต่พอวันนั้นที่เราบังเอิญเจอกันอีก ผมจำพี่ได้ทันที ผมสัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่ปล่อยพี่ไปอีกเลยหาทางดึงพี่มาอยู่ใกล้ๆให้ได้”
“โดยการไล่คนขับรถคนเก่าออก” ผมพูดสวน เ้านายหนุ่มค้อนขวับเลยครับ
“โอย คนกำลังอิน พี่มันตัวทำลายมู้ด” ผมได้แต่ยิ้ม
“แต่พออยู่ใกล้ชิดพี่ พี่รู้มั้ยว่าผมสบายใจ ผมกล้าที่จะแสดงตัวตนให้พี่เห็น ไม่ต้องเก๊กมาดขรึมเหมือนอยู่ในออฟฟิศหรือต่อหน้าลูกค้า” ผมนี่อยากจะบอกว่าตอนแรกมึงน่ะเก๊กหน้าดุใส่กูครับ...แต่กลัวโดนด่า
“จนผมรู้สึกดีกับพี่ ไม่รู้มันเริ่มตอนไหน แต่มันก็มากขึ้นทุกวัน” เชี่ยยยยยย ขนลุกซู่เลยครับ เหมือนกำลังโดนสารภาพรัก
“พี่เอก อย่ารังเกียจผมเลยนะ ถ้าพี่ไม่ชอบผม หรือถ้าพี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย อย่ารังเกียจผมนะครับ”
...กำแพงผมพังครืนเลยครับงานนี้
