“พี่คียังไม่นอนหรอคะ”ทอฝันนั่งมองผู้ได้ชื่อว่าเป็สามีบนเตียงกว้าง
คีตะหันกลับมาหลังจากยืนมองทิวทัศน์ข้างนอกประตูกระจกบานใหญ่ตรงระเบียง เขายืนกอดอกมาไปที่ผู้ได้ชื่อว่าเป็ภรรยา
“การที่ฉันแต่งกับเธอ!! มันก็มากเกินพอแล้วสำหรับเธอน่ะ อย่าคิดฝันหรือ้าอะไรมากกว่านี้ ”คีตะพูดกับเธอถือว่าเป็ครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ แต่เป็ประโยคที่เชือดเฉือนเข้าไปในจิตใจหญิงสาวเป็อย่างมาก
ทอฝันสีหน้าเจือนไป กับประโยคแรกที่ได้รับจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามีของเธอ
“ฝันขอโทษค่ะ” เธอก้มหน้าลงน้ำตาเม็ดแรกรินไหลลงมา
“ฉันจะไปนอนห้องรับรองแขก”คีตะพูดแค่นั้นก่อนเดินเปิดประตูห้องออกไป
ทอฝัน เธอยัง้าอะไรไปมากกว่านี้อีกหรอ
00.00น. คีตะหยิบโทรศัพท์มาดูนาฬิกา เขานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าแปลกที่หรือเพราะอะไรที่ทำให้เขานอนไม่หลับ
หลังจากทนกับอาการไม่ไหว เขาก็ลุกจากเตียง เดินไปยังห้องๆนึงที่เท้าของเขาพาไป
แกร๊กๆ ประตูห้องล็อก คีตะกำมือแน่น เขาเดินกลับไปในห้องรับรองแขก เปิดประตูกระจกที่ระเบียงออกและก้าวเดินออกไป เขามองระเบียงห้องรับรองแขกกับระเบียงห้องนั้น ที่ห้างกันราว 100เซนได้ ชายหนุ่มปีนขึ้นไปที่ละเบียงและะโข้ามไปที่ระเบียงห้องนั้น
เขาเปิดประตูกระจกห้องที่เขาจะเข้าไป ดีที่ไม่ได้ล็อก ชายหนุ่มเข้าไปยืนมองร่างบางที่อยู่ในชุดนอน สีขาวแขนยาว ที่ความยาวแค่เข่า เธอหายใจสม่ำเสมอ เขามองไปที่โจ๊กที่หายไปครึ่งถ้วย กับยาที่วางข้างหัวเตียง
คีตะขึ้นไปที่เตียงนอน พร้อมกับเอามือล้วงเข้าไปที่เอวบางที่นอนขดตัวอยู่
“อุ้ย” ฟ้าใสใตื่น
“ฉันเอง”คีตะรีบพูดขึ้น ไม่รู้เป็ไงเมื่อกี้ยังไม่ง่วงแต่พอขึ้นเตียงนี้ปุ๊บเขาชักง่วงขึ้นมา
“นอนเถอะ ขอนอนด้วยหน่อย” เขาพูดแค่นั้น
ฟ้าใส ทำหน้าผะอืดผะอม คิ้วบางขมวดปม คนเลว จะนอนก็พูดง่ายๆแบบนี้หรอ
“พี่ฝัน......”ฟ้าใสกำลังเอ่ยปากถามถึงพี่สาว
“ฉันไม่หลับนอนกับพี่เธอหลอก ฉันขยะแขยง”
คีตะพูดแทรกขึ้น
ห่ะ!!!!! สีหน้าฟ้าใส อึ้งไปทันที
เหอะขยะแขยง
นี่เขามีสิทธิ์อะไรมาขยะแขยงพี่สาวเธอ ฟ้าใสลืมตาโพลงท่ามกลางแสงจันทร์ จะให้เธอนอนหลับไปได้ยังไงกัน เธอไม่หน้าหนาเหมือนคนข้างๆที่นอนกอดเธออยู่นิ เขานอนหายใจหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
09.00น. สายมากแล้วคีตะก็ยังไม่ออกจากห้อง
“เออคุณฝันค่ะจะไปปลุกคุณคีตะไหมค่ะ”สาวใช้ถาม
“ไม่ต้องหลอก ปล่อยให้นอนไปก่อน คุณคีไม่ชอบให้ใครปลุก”
“ ออไปดูยัยฟ้ายัง”
“ไปเคาะเรียกแล้วค่ะคุณฟ้าเธอไม่เปิด”
“ไม่เป็ไรเดียวฉันไปดูน้องเอง”ทอฝันพูดจบก็เดินขึ้นไปบนขั้น2ไปดูน้องสาว
ก๊อกกกก ก๊อกกกก
“ฟ้า. ฟ้า. พี่ฝันเอง เปิดประตูให้พี่หน่อย”
“อืมมมม”
คีตะทำเสียงเหมือนโดนขัดใจเมื่อโดนปลุก เขาลืมตาขึ้นมองคนข้างๆที่ยังนอนอยู่ เขาก้มลงไปหอมแก้มใสใสหนึ่งที ก่อนมองไปที่ประตู
ก๊อกกก
“ฟ้า ฟ้าาาา”
ฟ้าใสลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมา เธอหันไปมองที่ประตู เมื่อได้ยินเสียงพี่สาวเธอก็ใ มองไปที่หน้าของคีตะที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“คุณออกไปได้แล้ว”
“ทำไมต้องออก”เขาก้มมาใกล้หน้าฟ้าใสหมายจะจูบไปที่ปางเธอ แต่เธอหันหน้าหนี
“ขอร้องหละ ออกไปได้ไหม”เธอใช้มือผลักอกเขาทั้งสองสบตากัน
“อึมมมมม ถ้าออกไปแล้ว จะให้อะไรตอบแทน”คีตะยังไม่ลดละ หืมมมมม
เมื่อเห็นฟ้าใสนิ่งไป เขาก็เป็ฝ่ายพูดเอง
“ งั้น คืนนี้ไม่ต้องล็อกประตูละกัน”เขาพูดแค่นั้นก่อนเดินออกไปที่ระเบียงละหายไป
———-แอ๊ดดดด————-
“ค่ะพี่ฝัน”
“เป็ไงบ้างดีขึ้นยังหืม”ทอฝันเดินมาแตะหน้าผากน้องสาว ฟ้าใสก้มหน้านิ่ง
“ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ เดี๋ยวฟ้าลงไปทานข้าวข้างล่างไม่ต้องยกมาข้างบนหลอกค่ะ”
“อืม งั้นก็ได้ งั้นพี่ไปก่อนน่ะ”ทอฝันถอยหลังจะออกประตู แต่สายตาก็ไปสะดุดกับต้นคอขาวเนียนของน้องสาวที่มีรอยแดงปื้ด
“คอไปโดนอะไรมา”เธอถามน้อง
“อ้อ คงเพราะพิษไข้นะค่ะ”ฟ้าใสเอามือลูบๆหมายจะปิดรอยดูด
“จะเดี๋ยวพี่บอกให้ตั้งสำรับรอน่ะอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว”