“…….”
ยายแก่ต้าหลี่ชื่อไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เธอกลับส่งสายตากดดันให้สวีชื่อ
สวีชื่อตัวสั่น เธอรู้สึกหวาดกลัว แม่สามีของเธอคนนี้เป็คนร้ายกาจ ถ้าลงโทษใครขึ้นมาล้วนไม่เคยเบามือ ไม่กี่วันก่อนที่หนิงเยี่ยนมาเอาของคืนไป เธอก็ถูกเอาไฟจี้ไปแล้วสามที เธอป้องแขนเสื้อ แม้แต่หน้าก็ไม่กล้าเงยขึ้นมอง สภาพที่น่าสงสารเช่นนี้ หากมีใครมาเห็นเข้าคงจะทำให้เขาสงสารเวทนาที่เธอโต้ตอบไม่ได้
ต้าหลี่ชื่อเปิดปากหนา ๆ เหมือนไส้กรอกพลางเอ่ยขึ้น
“สวีชื่อ อินังไร้ค่านั่นมันเป็ลูกในไส้ของเ้า เ้าว่าควรทำยังไง!”
“แม่...ขะ...ข้าจะไปพูดกับนาง นางไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก นางยังเป็หนิงเยี่ยนคนเดิม แต่ก่อนนางเชื่อฟังข้า แต่ตอนนี้นางคงจะเลอะเลือน ถ้าคุยกับนาง นางคงจะเหมือนเดิม”
สวีชื่อว่าจบ สีหน้าของยายแก่ก็ดูดีขึ้น
“งั้นก็ดี อย่าลืมเอาเนื้อ 10 กิโลของบ้านเรากลับมาด้วยล่ะ”
ว่าจบก็ปิดตาลง เพื่อรอให้สวีชื่อเอาเนื้อกลับมา
สวีชื่อเดินออกจากห้องโถง หยุดยืนอยู่ที่ลานบ้าน เงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนฟ้า เธอรู้สึกวิงเวียนจนแทบทรุดลงไป เสี่ยวหลี่ชื่อที่ตามออกมาเห็นเข้า จึงพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีและเย้ยหยันว่า
“ทำอะไรอยู่ รีบไปสิ เดี๋ยวหมูก็ลงท้องคนอื่นหมดหรอก”
“ขะ..ข้ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
สวีชื่อตอบกลับเสียงอ่อย เธอพยายามทำตัวให้มีแรงแล้วเดินไปยังบ้านฟางที่ตีนเขา
แม้จะอยู่ไกลแต่ก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยออกมาจากบ้านฟาง
ในรั้วลานบ้าน หนิงโหย่วหยูพาจางเสี่ยวเฉาหลานสาวของยายหวงไปขุดจั๊กจั่น ส่วนหนิงเยี่ยนกำลังยุ่งอยู่ในครัวกับป้าหวง การสร้างบ้านต้องใช้แรงเยอะ ต้องนึ่งหมั่นโถว ป้าหวงนั่งอยู่ข้างเตากำลังดูไฟ จนกระทั่งได้หมั่นโถวออกมา 1 หม้อ เธอจึงยกซึ้งนึ่งหมั่นโถวออกมาวางแล้วเอาผ้าขาวมาปิดไว้
จากนั้นหนิงเยี่ยนหมุนตัวเดินไปที่หน้าเตาเล็ก ๆ ที่เพิ่งทำใหม่ แล้วลงมือผัดผักทำอาหารหม้อใหญ่ หั่นต้นหอม ขิง กระเทียมเสร็จ เห็ดหูหนูกับเห็ดหอมก็เตรียมแล้ว ผักกับไข่ไก่ก็มีแล้ว น่าเสียดายที่่นี้ไม่มีวุ้นเส้นกับสาหร่าย รสชาติคงจะแย่ลงไปเยอะ
แต่สำหรับคนในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีโอกาสจะได้กินเนื้อ แบบนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
ป้าหวงชื่อเมื่อเห็นหนิงเยี่ยนเอาเนื้อใส่ลงไปในหม้อ 1 จาน ดวงตาของเธอจึงเบิกกว้าง
“แม่หนูหนิง ทำไมใส่เนื้อลงไปมากมายขนาดนั้น?” ว่าจบก็กลืนน้ำลาย
“คนที่มาก็มาช่วยกันทั้งนั้น ต้องได้กินดี ๆ สิ”
หนิงเยี่ยนยิ้มแล้วอธิบาย ไม่ว่าป้าหวงชื่อจะตะลึงขนาดไหนหนิงเยี่ยนก็ยังยืนยันคำเดิม
อัตราการตายของคนในยุคนี้สูงมาก ถึงนักวิทยาศาสตร์ในยุคหลัง ๆ จะออกมาอธิบายว่าคนที่กินพืชผักจะมีอายุยืนยาว แต่เื่จริงนั้นกลับตรงกันข้าม พวกที่กินพืชผักมักจะเป็ชาวนาที่เป็สันหลังของชาติ แต่ทว่าทุกวันทำงานหนักจนเกินไป ทำจนเหมือนถูกสูบิญญาออกจากร่าง ทำงานหนักขนาดนี้ยังกินแค่พืชผัก ขนาดกินยังกินไม่อิ่ม อายุจะยืนได้อย่างไร
การสร้างบ้านเป็งานที่ต้องใช้แรง หนิงเยี่ยนไม่อยากทำให้คนเหล่านี้ผิดหวังในเวลาแบบนี้ ป้าหวงไม่ค่อยเข้าใจเป้าหมายของหนิงเยี่ยน มองดูหนิงเยี่ยนที่ทำอาหารเสร็จแล้วยังต้มน้ำหวานต่ออีกหม้อ เธอก็ไม่มีแรงจะไปแนะนำ ไม่ว่าจะแนะนำอย่างไร แม่หนูหนิงก็ไม่ยอมฟัง
พอต้มน้ำหวานเสร็จ สองคนแรกที่ได้ดื่มคือหลานสาวของป้าหวงและเ้าหนูน้อยหนิงโหย่วหยู ในระหว่างที่เด็กน้อยทั้งสองคนกำลังดื่มน้ำหวาน สวีชื่อก็เดินเข้ามา
ป้าหวงหลงคิดไปว่าสวีชื่อนั้นมาช่วย เธอหัวเราะแล้วพูดกับสวีชื่อว่า
“สวีชื่อเ้ามาช้าไป ข้ากับหนิงเยี่ยนเตรียมอาหารเสร็จแล้ว แต่ไหนไหนก็มาแล้ว กินข้าวด้วยกันสิ”
“……”
สวีชื่อหน้าซีด
อาหารทำเสร็จหมดแล้ว ทำไมถึงเร็วขนาดนี้ ?แล้วเนื้อล่ะ ?สวีชื่อจึงรีบร้อนเข้าไปค้นทั่วครัวจนซึ้งหมั่นโถวถูกสวีชื่อปัดตกลงไปที่พื้น
“เนื้อล่ะ ?”
” เนื้ออยู่ที่ไหน?”
สวีชื่อลุกลี้ลุกลนหาเนื้อต่อไป จนลืมสนใจว่าใบหน้าของหวงชื่อกำลังคร่ำเครียด
สำหรับคนที่เป็เกษตรกรทำเพาะปลูกเพื่อเลี้ยงชีพแล้ว ธัญพืชนั้นเป็สิ่งที่มีค่ามากที่สุด หมั่นโถวลูกโตเหล่านี้ถูกปัดตกลงพื้น จะไม่ให้โกรธงั้นหรือ ?
เนื้อล่ะ? สวีชื่อหาอีกรอบก็หาไม่เจอ สุดท้ายสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหม้อใบใหญ่จึงเอื้อมมือไปเปิดหม้อ ไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากหม้อ
เนื้อหลายชิ้นอยู่ในหม้อใบนั้น เธออยู่บ้านตระกูลหนิงทำครัวมานานหลายปี ยังไม่เคยใส่เนื้อลงไปมากขนาดนั้น
สิ้นเปลือง !เธอหันกลับมาจ้องหนิงเยี่ยน
“ทำอาหารมื้อเดียวใส่เนื้อกับน้ำมันลงไปเยอะขนาดนี้เพื่ออะไร แล้วไม่รู้จักแบ่งเอาไปให้ที่บ้านด้วยหรือไง ?”
“ท่านทำหมั่นโถวข้าตกดินอย่างงั้นเหรอ ?”
หนิงเยี่ยนว่าเรียบ ๆ น้ำเสียงไม่ได้ปนความโกรธ
“ตกก็ตกสิ ยังไงเ้าก็เอาไปให้คนอื่นกิน เก็บขึ้นมาซะก็สิ้นเื่ รีบตอบมาสิว่าทำไมไม่เอาเนื้อไปให้ยายของเ้ากิน ไม่รู้หรือไงว่ายายเ้าไม่ได้กินเนื้อมา 1 เดือนแล้ว ?”
“……”
ไม่กี่วันก่อนยังมาขโมยกระต่ายกับไก่ไปจากบ้านเธอ ตอนนี้กลับมาบอกว่าไม่มีเนื้อกิน
หนิงเยี่ยนไม่เคยเจอใครหน้าหนาขนาดนี้มาก่อน
“สวีชื่อ เ้ามาหาเื่กันหรือไง !”
หวงชื่อพอเห็นว่าทีท่าของสวีชื่อไม่ถูกต้อง ก็ดึงหนิงเยี่ยนมาอยู่ด้านหลัง เพราะกลัวว่าสวีชื่อจะลงมือกับหนิงเยี่ยน
รู้มานานแล้วว่าสวีชื่อนั้นไม่ชอบหนิงเยี่ยน แต่ดูจากตอนนี้คงไม่ใช่เพียงไม่ชอบ สายตาที่มองเหมือนคู่อริกันด้วยซ้ำไป สวีชื่อบ้าไปแล้วหรือไง ?
หวงชื่อไม่เข้าใจเลยสักนิด
หนิงเยี่ยนลดกำปั้นลง เธอได้รับการปกป้องจากป้าหวงแบบนี้ เธอก็เบาใจลง
ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านจะมีพวกหน้าด้านหน้าทนแบบสวีชื่อแต่ก็มีคนดีดั่งเช่นป้าหวงชื่อกับผู้ใหญ่บ้าน
สวีชื่อเห็นหวงชื่อปกป้องหนิงเยี่ยน ในใจก็ขลาดกลัวขึ้นมา แต่ก็ยังหน้าด้านหน้าทนพูดต่อ
“ใครจะมีเวลามาหาเื่กัน รีบเอาเนื้อมา เอาเนื้อมาให้ข้า ข้าก็ไปแล้ว”
“การคิดมากก็เป็โรคชนิดหนึ่งนะ จบเื่แล้วก็รีบไปหาหมอเถอะ อย่ามายุ่งกับที่นี่ ไม่อย่างงั้นข้าไม่สนหรอกนะว่าท่านจะเป็แม่”
หนิงเยี่ยนดันหวงชื่อออกแล้วมองหน้าของสวีชื่อ ในมือถือกระบวยเดินไปหาสวีชื่อทีละก้าว
“เ้าคิดจะทำอะไร ?”
สวีชื่อเพิ่งนึกออกตอนนี้ว่าหนิงเยี่ยนไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่คนที่เธอจะจัดการได้ มองแววตาที่ไม่แยแสของหนิงเยี่ยน ร่างบางของเธอก็สั่นหงึก ๆ เหมือนข้าวที่ถูกร่อน จนลืมไปเลยว่าเธอมาแส่หาเื่เอง
“ทำอะไร ?ไม่ใช่อยากกินเนื้อเหรอ ?”
หนิงเยี่ยนเอากระบวยตักเนื้อออกมาจากหม้อ
น้ำซุปในหม้อยังกรุ่น ๆ ไอน้ำยังร้อน ๆ
หากเอาเนื้อใส่เข้าไปในปากตอนนี้ ทั้งปากจะถูกลวกจนพอง
สวีชื่อก้มมองเนื้อในกระบวยที่ก่อนนี้ดูจะเป็อาหารอันโอชะ แต่ตอนนี้มันกลับเหมือนยาพิษ สวีชื่อกลัวเหลือเกินว่าหนิงเยี่ยนจะเอาเนื้อตรงหน้ายัดเข้าปากเธอ
ชิ้นเนื้อมันเยิ้ม ดูไม่รู้เลยว่าร้อนขนาดไหน
“กินสิ ไม่ใช่แม่อยากกินเนื้อเหรอ ?กินเยอะ ๆ เดี๋ยวคนจะหาว่าข้าอกตัญญูเอาได้”
หนิงเยี่ยนฉีกยิ้มกว้าง สวีชื่อขาอ่อน กระโปรงที่เธอสวมอยู่เปียกไปหมด เธอพยายามลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไป
หลังจากที่สวีชื่อวิ่งหนีออกไป หนิงเยี่ยนจึงเอ่ยขึ้นมา
“ข้าแค่ให้เขากินเนื้อเท่านั้น ทำไมหนีไปแล้วล่ะ ?”
หนิงเยี่ยนหันกลับมามองป้าหวงอย่างงุนงง
ท่าทางไม่รู้เื่รู้ราวของหนิงเยี่ยนทำเอาป้าหวงชื่อแทบสำลัก แบบนี้จะว่าอะไรได้ล่ะ ?
หนิงเยี่ยนจงใจงั้นเหรอ ?ถึงจะจงใจแต่ใจเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแล้วล่ะ ใครใช้ให้สวีชื่อทำกับลูกสาวเหมือนไม่ใช่คนแบบนี้ล่ะ ถูกจัดการแบบนี้มันก็สมควรแล้ว สมน้ำหน้า !
..........................