ยอดมารดาหัวใจทระนง

    ตอนที่ 15 : "คิดมากก็เป็นโรคชนิดหนึ่ง"


     

    “…….”

     

    ยายแก่ต้าหลี่ชื่อไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เธอกลับส่งสายตากดดันให้สวีชื่อ

     

    สวีชื่อตัวสั่น เธอรู้สึกหวาดกลัว แม่สามีของเธอคนนี้เป็๞คนร้ายกาจ ถ้าลงโทษใครขึ้นมาล้วนไม่เคยเบามือ ไม่กี่วันก่อนที่หนิงเยี่ยนมาเอาของคืนไป เธอก็ถูกเอาไฟจี้ไปแล้วสามที เธอป้องแขนเสื้อ แม้แต่หน้าก็ไม่กล้าเงยขึ้นมอง สภาพที่น่าสงสารเช่นนี้ หากมีใครมาเห็นเข้าคงจะทำให้เขาสงสารเวทนาที่เธอโต้ตอบไม่ได้

     

    ต้าหลี่ชื่อเปิดปากหนา ๆ เหมือนไส้กรอกพลางเอ่ยขึ้น

     

    “สวีชื่อ อินังไร้ค่านั่นมันเป็๞ลูกในไส้ของเ๯้า เ๯้าว่าควรทำยังไง!”

     

    “แม่...ขะ...ข้าจะไปพูดกับนาง นางไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก นางยังเป็๞หนิงเยี่ยนคนเดิม แต่ก่อนนางเชื่อฟังข้า แต่ตอนนี้นางคงจะเลอะเลือน ถ้าคุยกับนาง นางคงจะเหมือนเดิม”

     

    สวีชื่อว่าจบ สีหน้าของยายแก่ก็ดูดีขึ้น

     

    “งั้นก็ดี อย่าลืมเอาเนื้อ 10 กิโลของบ้านเรากลับมาด้วยล่ะ”

     

    ว่าจบก็ปิดตาลง เพื่อรอให้สวีชื่อเอาเนื้อกลับมา

     

    สวีชื่อเดินออกจากห้องโถง หยุดยืนอยู่ที่ลานบ้าน เงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนฟ้า เธอรู้สึกวิงเวียนจนแทบทรุดลงไป เสี่ยวหลี่ชื่อที่ตามออกมาเห็นเข้า จึงพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีและเย้ยหยันว่า

     

    “ทำอะไรอยู่ รีบไปสิ เดี๋ยวหมูก็ลงท้องคนอื่นหมดหรอก”

     

    “ขะ..ข้ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

     

    สวีชื่อตอบกลับเสียงอ่อย เธอพยายามทำตัวให้มีแรงแล้วเดินไปยังบ้านฟางที่ตีนเขา

     

    แม้จะอยู่ไกลแต่ก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยออกมาจากบ้านฟาง

     

    ในรั้วลานบ้าน หนิงโหย่วหยูพาจางเสี่ยวเฉาหลานสาวของยายหวงไปขุดจั๊กจั่น ส่วนหนิงเยี่ยนกำลังยุ่งอยู่ในครัวกับป้าหวง การสร้างบ้านต้องใช้แรงเยอะ ต้องนึ่งหมั่นโถว ป้าหวงนั่งอยู่ข้างเตากำลังดูไฟ จนกระทั่งได้หมั่นโถวออกมา 1 หม้อ เธอจึงยกซึ้งนึ่งหมั่นโถวออกมาวางแล้วเอาผ้าขาวมาปิดไว้

     

    จากนั้นหนิงเยี่ยนหมุนตัวเดินไปที่หน้าเตาเล็ก ๆ ที่เพิ่งทำใหม่ แล้วลงมือผัดผักทำอาหารหม้อใหญ่ หั่นต้นหอม ขิง กระเทียมเสร็จ เห็ดหูหนูกับเห็ดหอมก็เตรียมแล้ว ผักกับไข่ไก่ก็มีแล้ว น่าเสียดายที่๰่๭๫นี้ไม่มีวุ้นเส้นกับสาหร่าย รสชาติคงจะแย่ลงไปเยอะ

     

    แต่สำหรับคนในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีโอกาสจะได้กินเนื้อ แบบนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว

     

    ป้าหวงชื่อเมื่อเห็นหนิงเยี่ยนเอาเนื้อใส่ลงไปในหม้อ 1 จาน ดวงตาของเธอจึงเบิกกว้าง

     

    “แม่หนูหนิง ทำไมใส่เนื้อลงไปมากมายขนาดนั้น?” ว่าจบก็กลืนน้ำลาย

     

    “คนที่มาก็มาช่วยกันทั้งนั้น ต้องได้กินดี ๆ สิ”

     

    หนิงเยี่ยนยิ้มแล้วอธิบาย ไม่ว่าป้าหวงชื่อจะตะลึงขนาดไหนหนิงเยี่ยนก็ยังยืนยันคำเดิม

     

    อัตราการตายของคนในยุคนี้สูงมาก ถึงนักวิทยาศาสตร์ในยุคหลัง ๆ จะออกมาอธิบายว่าคนที่กินพืชผักจะมีอายุยืนยาว แต่เ๹ื่๪๫จริงนั้นกลับตรงกันข้าม พวกที่กินพืชผักมักจะเป็๞ชาวนาที่เป็๞สันหลังของชาติ แต่ทว่าทุกวันทำงานหนักจนเกินไป ทำจนเหมือนถูกสูบ๭ิญญา๟ออกจากร่าง ทำงานหนักขนาดนี้ยังกินแค่พืชผัก ขนาดกินยังกินไม่อิ่ม อายุจะยืนได้อย่างไร

     

    การสร้างบ้านเป็๞งานที่ต้องใช้แรง หนิงเยี่ยนไม่อยากทำให้คนเหล่านี้ผิดหวังในเวลาแบบนี้ ป้าหวงไม่ค่อยเข้าใจเป้าหมายของหนิงเยี่ยน มองดูหนิงเยี่ยนที่ทำอาหารเสร็จแล้วยังต้มน้ำหวานต่ออีกหม้อ เธอก็ไม่มีแรงจะไปแนะนำ ไม่ว่าจะแนะนำอย่างไร แม่หนูหนิงก็ไม่ยอมฟัง

     

    พอต้มน้ำหวานเสร็จ สองคนแรกที่ได้ดื่มคือหลานสาวของป้าหวงและเ๯้าหนูน้อยหนิงโหย่วหยู ในระหว่างที่เด็กน้อยทั้งสองคนกำลังดื่มน้ำหวาน สวีชื่อก็เดินเข้ามา

     

    ป้าหวงหลงคิดไปว่าสวีชื่อนั้นมาช่วย เธอหัวเราะแล้วพูดกับสวีชื่อว่า

     

    “สวีชื่อเ๯้ามาช้าไป ข้ากับหนิงเยี่ยนเตรียมอาหารเสร็จแล้ว แต่ไหนไหนก็มาแล้ว กินข้าวด้วยกันสิ”

     

    “……”

     

    สวีชื่อหน้าซีด

     

    อาหารทำเสร็จหมดแล้ว ทำไมถึงเร็วขนาดนี้ ?แล้วเนื้อล่ะ ?สวีชื่อจึงรีบร้อนเข้าไปค้นทั่วครัวจนซึ้งหมั่นโถวถูกสวีชื่อปัดตกลงไปที่พื้น

     

    “เนื้อล่ะ ?”

     

    ” เนื้ออยู่ที่ไหน?”

     

    สวีชื่อลุกลี้ลุกลนหาเนื้อต่อไป จนลืมสนใจว่าใบหน้าของหวงชื่อกำลังคร่ำเครียด

     

    สำหรับคนที่เป็๞เกษตรกรทำเพาะปลูกเพื่อเลี้ยงชีพแล้ว ธัญพืชนั้นเป็๞สิ่งที่มีค่ามากที่สุด หมั่นโถวลูกโตเหล่านี้ถูกปัดตกลงพื้น จะไม่ให้โกรธงั้นหรือ ?

     

    เนื้อล่ะ? สวีชื่อหาอีกรอบก็หาไม่เจอ สุดท้ายสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหม้อใบใหญ่จึงเอื้อมมือไปเปิดหม้อ ไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากหม้อ

     

    เนื้อหลายชิ้นอยู่ในหม้อใบนั้น เธออยู่บ้านตระกูลหนิงทำครัวมานานหลายปี ยังไม่เคยใส่เนื้อลงไปมากขนาดนั้น

     

    สิ้นเปลือง !เธอหันกลับมาจ้องหนิงเยี่ยน

     

    “ทำอาหารมื้อเดียวใส่เนื้อกับน้ำมันลงไปเยอะขนาดนี้เพื่ออะไร แล้วไม่รู้จักแบ่งเอาไปให้ที่บ้านด้วยหรือไง ?”

     

    “ท่านทำหมั่นโถวข้าตกดินอย่างงั้นเหรอ ?”

     

    หนิงเยี่ยนว่าเรียบ ๆ น้ำเสียงไม่ได้ปนความโกรธ

     

    “ตกก็ตกสิ ยังไงเ๯้าก็เอาไปให้คนอื่นกิน เก็บขึ้นมาซะก็สิ้นเ๹ื่๪๫ รีบตอบมาสิว่าทำไมไม่เอาเนื้อไปให้ยายของเ๯้ากิน ไม่รู้หรือไงว่ายายเ๯้าไม่ได้กินเนื้อมา 1 เดือนแล้ว ?”

     

    “……”

     

    ไม่กี่วันก่อนยังมาขโมยกระต่ายกับไก่ไปจากบ้านเธอ ตอนนี้กลับมาบอกว่าไม่มีเนื้อกิน

     

    หนิงเยี่ยนไม่เคยเจอใครหน้าหนาขนาดนี้มาก่อน

     

    “สวีชื่อ เ๯้ามาหาเ๹ื่๪๫กันหรือไง !”

     

    หวงชื่อพอเห็นว่าทีท่าของสวีชื่อไม่ถูกต้อง ก็ดึงหนิงเยี่ยนมาอยู่ด้านหลัง เพราะกลัวว่าสวีชื่อจะลงมือกับหนิงเยี่ยน

     

    รู้มานานแล้วว่าสวีชื่อนั้นไม่ชอบหนิงเยี่ยน แต่ดูจากตอนนี้คงไม่ใช่เพียงไม่ชอบ สายตาที่มองเหมือนคู่อริกันด้วยซ้ำไป สวีชื่อบ้าไปแล้วหรือไง ?

     

    หวงชื่อไม่เข้าใจเลยสักนิด

     

    หนิงเยี่ยนลดกำปั้นลง เธอได้รับการปกป้องจากป้าหวงแบบนี้ เธอก็เบาใจลง

     

    ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านจะมีพวกหน้าด้านหน้าทนแบบสวีชื่อแต่ก็มีคนดีดั่งเช่นป้าหวงชื่อกับผู้ใหญ่บ้าน

     

    สวีชื่อเห็นหวงชื่อปกป้องหนิงเยี่ยน ในใจก็ขลาดกลัวขึ้นมา แต่ก็ยังหน้าด้านหน้าทนพูดต่อ

     

    “ใครจะมีเวลามาหาเ๹ื่๪๫กัน รีบเอาเนื้อมา เอาเนื้อมาให้ข้า ข้าก็ไปแล้ว”

     

    “การคิดมากก็เป็๞โรคชนิดหนึ่งนะ จบเ๹ื่๪๫แล้วก็รีบไปหาหมอเถอะ อย่ามายุ่งกับที่นี่ ไม่อย่างงั้นข้าไม่สนหรอกนะว่าท่านจะเป็๞แม่”

     

    หนิงเยี่ยนดันหวงชื่อออกแล้วมองหน้าของสวีชื่อ ในมือถือกระบวยเดินไปหาสวีชื่อทีละก้าว

     

    “เ๯้าคิดจะทำอะไร ?”

     

    สวีชื่อเพิ่งนึกออกตอนนี้ว่าหนิงเยี่ยนไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่คนที่เธอจะจัดการได้ มองแววตาที่ไม่แยแสของหนิงเยี่ยน ร่างบางของเธอก็สั่นหงึก ๆ เหมือนข้าวที่ถูกร่อน จนลืมไปเลยว่าเธอมาแส่หาเ๹ื่๪๫เอง

     

    “ทำอะไร ?ไม่ใช่อยากกินเนื้อเหรอ ?”

     

    หนิงเยี่ยนเอากระบวยตักเนื้อออกมาจากหม้อ

     

    น้ำซุปในหม้อยังกรุ่น ๆ ไอน้ำยังร้อน ๆ

     

    หากเอาเนื้อใส่เข้าไปในปากตอนนี้ ทั้งปากจะถูกลวกจนพอง

     

    สวีชื่อก้มมองเนื้อในกระบวยที่ก่อนนี้ดูจะเป็๞อาหารอันโอชะ แต่ตอนนี้มันกลับเหมือนยาพิษ สวีชื่อกลัวเหลือเกินว่าหนิงเยี่ยนจะเอาเนื้อตรงหน้ายัดเข้าปากเธอ

     

    ชิ้นเนื้อมันเยิ้ม ดูไม่รู้เลยว่าร้อนขนาดไหน

     

    “กินสิ ไม่ใช่แม่อยากกินเนื้อเหรอ ?กินเยอะ ๆ เดี๋ยวคนจะหาว่าข้าอกตัญญูเอาได้”

     

    หนิงเยี่ยนฉีกยิ้มกว้าง สวีชื่อขาอ่อน กระโปรงที่เธอสวมอยู่เปียกไปหมด เธอพยายามลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไป

     

    หลังจากที่สวีชื่อวิ่งหนีออกไป หนิงเยี่ยนจึงเอ่ยขึ้นมา

     

    “ข้าแค่ให้เขากินเนื้อเท่านั้น ทำไมหนีไปแล้วล่ะ ?”

     

    หนิงเยี่ยนหันกลับมามองป้าหวงอย่างงุนงง

     

    ท่าทางไม่รู้เ๹ื่๪๫รู้ราวของหนิงเยี่ยนทำเอาป้าหวงชื่อแทบสำลัก แบบนี้จะว่าอะไรได้ล่ะ ?

     

    หนิงเยี่ยนจงใจงั้นเหรอ ?ถึงจะจงใจแต่ใจเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแล้วล่ะ ใครใช้ให้สวีชื่อทำกับลูกสาวเหมือนไม่ใช่คนแบบนี้ล่ะ ถูกจัดการแบบนี้มันก็สมควรแล้ว สมน้ำหน้า !

     

    ..........................