ในที่สุดหลิงชางไห่ก็หาจ้าวจือชิงจนเจอที่โรงเตี๊ยมขนาดเล็กแห่งหนึ่งจ้าวจือชิงนั้นเพิ่งได้พบกับผู้อารักขาที่เขาส่งไปเฝ้าอยู่บ้านพักรับรองก่อนจะได้รับรู้ว่าช่วงนี้มีคนหลายกลุ่มมาวนเวียนบริเวณรอบบ้านพักรับรอง อีกทั้งเมื่อคืนยังมีคนชุดดำบุกเข้าบ้านพักเท่ากับว่ามีคนรู้แหล่งที่พักพิงของลั่วต้าเซิงกับยายเฒ่าลั่วแล้ว
“สืบให้ละเอียดดูสิว่าผิดพลาดตรงจุดไหน”
เมื่อรับรู้การมาถึงของหลิงชางไห่จ้าวจือชิงก็ให้คนรีบจากไป
“เหตุใดเจ้ายังมาดื่มสุราอยู่ที่นี่อีกเร็ว…” เมื่อเห็นจ้าวจือชิงหลิงชางไห่ก็ลากเขาให้เดินออกไปข้างนอกด้วยกัน จ้าวจือชิงหันไปมองลั่วจิ่งซีเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นลั่วจิ่งซีเองก็ไม่ทราบ จึงได้แต่ส่ายหน้า
จ้าวจือชิงที่ถูกลากให้เดินตามไปบอกลั่วจิ่งซีให้ยืนรออยู่ที่เดิม ส่วนเขาก็หยุดเดินทำให้หลิงชางไห่หันกลับมามอง
“นี่ท่านเป็นอันใดมีอะไรก็ควรพูดให้ชัดเจนก่อนสิ อยู่ดีๆ ก็มาลากข้าเช่นนี้ คิดจะทำอะไรไม่ทราบ?”
หลิงชางไห่ที่ร้อนใจเรื่องของเยี่ยนฉู่คนแรกที่เขานึกถึงก็คือจ้าวจือชิง ตอนที่เยี่ยนฉู่มาถึงเขายังแอบเห็นเงาของจ้าวจือชิงตรงรอยแง้มประตู หลังจากเห็นเยี่ยนฉู่ จ้าวจือชิงก็แอบจากไปอย่างเงียบเชียบสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในสายตาเขาหมด ดังนั้นเขาจึงแน่ใจว่าจ้าวจือชิงต้องรู้จักตัวตนของเยี่ยนฉู่เป็นแน่
“ท่านผู้นั้นพาผู้เฒ่าเฝิงกลับเมืองหลวงแล้วเจ้าคิดว่าเหตุใดข้าจึงร้อนใจเช่นนี้?”
“เจ้าอย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้คนเหล่านั้นอยากทำอะไรเจ้านั้นรู้ดีกว่าข้านัก หากอาศัยโอกาสนี้สังหารท่านผู้นั้นกับผู้เฒ่าเฝิง…” หลิงชางไห่ยังไม่ทันพูดจบก็เหงื่อซึมทั่วตัวใช่แล้ว ยังมีเฝิงเจิ้งชู พวกนั้นอยากให้เขาตายตั้งนานแล้ว หากเขาตายระหว่างการเดินทางเช่นนี้แม้ว่าอยากจะสืบให้รู้ไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็คงต้องใช้เวลาเวลาเหล่านี้เพียงพอให้คนพวกนั้นใช้กลอุบายได้
“ข้ารู้แล้วท่านกลับไปก่อน ส่วนด้านชีเหนียง มอบให้เป็นหน้าที่ท่านแล้ว”
หลังจากรู้ว่าเยี่ยนฉู่มาเขาก็ส่งคนส่วนหนึ่งไปแอบคุ้มกันเยี่ยนฉู่เขาคิดไม่ถึงว่าเฝิงเจิ้งชูจะกลับไปเมืองหลวงพร้อมกัน เหมือนกับที่หลิงชางไห่กล่าวไม่ว่าคนพวกนั้นคิดจะลงมือสังหารพวกเขาหรือไม่ ขอเพียงทิ้งหลักฐานไว้สักหน่อยทั้งหมดนี้ก็จะสามารถใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือของเยี่ยนเซี่ยงหมิงได้
สถานการณ์ของเมืองหลวงเขาเองก็พอเดาได้ จากสถานการณ์ของเยี่ยนเซี่ยงหมิง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบแต่คงไม่หนักหนาสาหัส แต่หากเกิดเรื่องกับเยี่ยนฉู่และเฝิงเจิ้งชูในตอนนี้ อะไรก็คงไม่แน่แล้ว
หลิงชางไห่เห็นจ้าวจือชิงออกไปทางชานเมืองก็สบายใจขึ้นมาหน่อยแต่ท่าทีของจ้าวจือชิงก็เป็นการยอมรับว่าเขารู้จักเยี่ยนฉู่ แต่ไม่ว่าหลิงชางไห่จะคิดอย่างไรตัวเขาเองก็รู้สึกว่าใบหน้าของจ้าวจือชิงนั้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่คิดไม่ออก ผู้มีอำนาจในเมืองหลวงที่เคยมารักษาตัวกับเขาแม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็มีมากกว่าครึ่ง แม้ว่าเขาจะความจำไม่ดี แต่คนที่เคยพบเห็นไม่มีทางจำไม่ได้แน่นอน แต่สำหรับจ้าวจือชิง เขาคิดไม่ออกแม้แต่นิดเดียวจริงๆ
เดิมทีชีเหนียงอยากรอข่าวจากชายสวมหน้ากากแต่พอไม่ได้ข่าวมาหลายวันต่อเนื่อง ตัวนางเองก็ต้องกลับไปสนใจสถานการณ์ของเครื่องปรุงที่อำเภอเฉาว่าเป็นเช่นไรบ้างเพราะถึงอย่างไรคนอื่นๆ ก็ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นของจริงมาก่อน มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้จัก
“จิ่งเฉินหลังสอบเสร็จ พวกเจ้าทั้งหมดต้องฟังจ้าวจือชิงวันรุ่งขึ้นข้าจะออกเดินทางกลับไปดูงานที่อำเภอเฉากับตาเฒ่าหลิง ทุกสิ่งน่าจะใกล้พร้อมแล้วขาดแต่ลมบูรพา”
“เหตุใดท่านแม่จึงตัดสินใจเร่งรีบเช่นนี้?” ลั่วจิ่งเฉินรู้สึกว่าท่านแม่มีเรื่องปกปิดพวกเขาอยู่จึงได้ถามออกไป
ลั่วจิ่งซีเองก็ไม่เข้าใจนัก “ท่านแม่บอกว่าการสอบของพี่ใหญ่ล้วนสำคัญนักท่านจะต้องเข้าร่วมมิใช่หรือ?”
คำพูดนี้ชีเหนียงเคยกล่าวไว้จริงแต่ครั้งนี้นางคงต้องผิดคำพูดเสียแล้ว
“แม่ไม่ปิดบังพวกเจ้ามีคนมาสืบเรื่องของเราที่อำเภอเฉา แม่ต้องกลับไปดูว่าเป็นผู้ใดนอกจากนี้เรื่องของเครื่องปรุงก็ต้องเร่งทำให้สำเร็จ รอพวกเจ้ากลับไปถึงเมืองหลวงจำไว้ว่าต้องให้ผู้ดูแลโจวกลับอำเภอเฉาก่อน”
เมื่อได้ยินว่ามีคนมาสืบเรื่องพวกเขาที่อำเภอเฉาสมองของลั่วจิ่งเฉินก็ปรากฏคนผู้หนึ่งขึ้นทันใด “เขารู้เรื่องของเราแล้วสินะ”
คำพูดเดียวของลั่วจิ่งเฉินบ่งชี้ข้อสันนิษฐานของชีเหนียงได้อย่างแม่นยำ
“ดังนั้นท่านแม่จึงคิดจะกลับไปขวางเขา”
ชีเหนียงพยักหน้า “ถูกต้องถึงอย่างไรก็ไม่เจอกันนาน เกรงว่าพวกเขาคงจำไม่ได้แล้วว่าแม่หน้าตาเป็นอย่างไรเรื่องนี้ยังพอมีเวลาให้จัดการ พวกเจ้าทำใจให้สบายก็พอ”
“ท่านแม่อยากหาหุ่นเชิดทิ้งไว้ที่อำเภอเฉาหรือไม่?”
ชีเหนียงมองลั่วจิ่งเฉินนางยังไม่ทันคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดจะทำอย่างไร แต่เด็กคนนี้กลับมีแผนอยู่แล้ว
“ความหมายของเจ้าคือ…”
สี่แม่ลูกเริ่มวางแผนกันในห้องคงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อรับมือจี้ฉงเหวิน แม้กระทั่งลั่วจิ่งไหลก็ออกความเห็นไม่น้อยหลังจากได้ข้อสรุป ชีเหนียงจึงเดินทางกลับอำเภอเฉาด้วยเส้นทางรอง
เมื่อยายโจวเห็นพวกชีเหนียงเดินทางข้ามคืนกลับมาก็ตกใจ “นายหญิง เหตุใดจึงกลับมาเวลานี้? เรื่องราวราบรื่นดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่มีอะไรราบรื่นดีทุกอย่าง ครั้งนี้กลับมาด้วยเรื่องบางอย่าง”
หากอยากทำตามแผนการให้สำเร็จคงเลี่ยงไม่ได้ต้องขอความช่วยเหลือจากยายโจว
“ท่านยายโจววันรุ่งขึ้นรบกวนท่านช่วยเรียกพี่หลิวมาที มีบางสิ่งที่ต้องให้พวกท่านช่วย”
ข่าวที่ชีเหนียงกลับมาอำเภอเฉาไม่นานนักก็ถูกผู้อารักขาที่เฝ้าดูอยู่ละแวกบ้านสกุลลั่วนำข่าวส่งไปบอกจ้าวจือชิงส่วนจ้าวจือชิงก็พาคนมาคุ้มกันเฝิงเจิ้งชูกับเยี่ยนฉู่กลับเมืองหลวงอย่างลับๆแม้เขาจะเป็นห่วงชีเหนียงที่กลับอำเภอเฉา แต่ก็รู้ความหนักเบาของสถานการณ์ตอนนี้ความปลอดภัยของเยี่ยนฉู่กับเฝิงเจิ้งชูสำคัญกว่า
“ปกป้องชีเหนียงให้ดีดูว่านางต้องการจะทำอะไรและให้ความร่วมมือเต็มที่”
เมื่อชีเหนียงกลับมาขณะกำลังจะเอนลงพักผ่อน กลับเห็นหินขนาดเล็กหนึ่งก้อนโยนเข้ามาทางหน้าทาง เมื่อหยิบก้อนหินขึ้นมาก็เห็นว่ามีกระดาษเล็กหนึ่งแผ่นแนบติดมาด้วย
‘ให้ความร่วมมือ’
บนนั้นเขียนไว้แค่ประโยคเดียวแต่นางกลับรู้ว่าเป็นฝีมือของชายสวมหน้ากาก
“ข้าอยากเห็นคนของโรงผลิตเครื่องปรุงทะเล” ชีเหนียงตะโกนออกมากับความว่างเปล่าแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ขณะที่นางเกือบถอดใจ ก็มีเงาสายหนึ่งโผล่ออกมาจากความมืด
“ฮูหยินต้องการพบเมื่อใด?”
โชคดีที่ชีเหนียงเตรียมใจก่อนหน้าแล้วมิเช่นนั้นคงต้องตกใจแทบตายเพราะการปรากฏตัวกะทันหันของเขา
“ช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้”
“ผู้น้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
วันถัดมาชีเหนียงก็เรียกพี่หลิวกับยายโจวเข้าห้อง
“เจ้าคือใครกัน?”
พี่หลิวมองเห็นว่ามีคนแปลกหน้ายืนอยู่ในบ้านของชีเหนียงจึงเดินขึ้นหน้าแล้วดันยายโจวให้มาอยู่ด้านหลัง นางกวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของชีเหนียงกลับเห็นหญิงแปลกหน้าผู้หนึ่งที่ยิ้มแย้มและมองมาที่ตน
“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าคือใครนี่คือที่ของชีเหนียง ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรทำตัวให้ดีๆ” พี่หลิวมิใช่คนที่ตื่นตกใจง่ายเหมือนเช่นแต่ก่อนตอนนี้นางดูแลไร่ทั้งหมด จิตใจจึงสุขุมกว่าเดิมมาก “ยายโจวท่านไปเรียกผู้เฒ่าหลิงมาหน่อย ดูสิว่าเขารู้จักคนผู้นี้หรือม่ หากไม่รู้จักนางมาจากไหนเราก็ให้นางกลับไปทางนั้น”
พี่หลิวพูดอยู่สองรอบแต่ยายโจวกลับไม่ขยับไปไหนแต่อย่างใด นางมองยายโจวด้วยความสงสัย “ยายโจวข้าพูดไม่ชัดเจนหรือ?”
เมื่อยายโจวเห็นนางเริ่มร้อนใจจึงรีบปลอบ “หลิวฮูหยิน ท่านมิลองดูให้ดีอีกทีหน่อยหรือ”
-----