ตอนที่ 1 : การตัดสินใจแก้ปัญหาทุกอย่างที่ค้างคา
“แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ”เซี่ยเว่ยหลานโบกมือลาเพื่อนสนิททั้งสองคนพลางคลี่ยิ้ม เธอมองแผ่นหลังของทั้งสองสาว ที่ในตอนนี้ได้เดินออกไปจากหน้าร้าน ในจุดที่เธอกำลังยืนอยู่ ในวันนี้หลี่เหว่ยถิงและอันชิงเยว่ จะต้องกลับบ้านไปด้วยกัน เพราะการเล่นเกมที่มีกฎกติกาอยู่ว่า…คนที่ชนะทั้งสองคน ปิดเทอมนี้จะต้องไปอยู่ที่บ้านของคนแพ้และผลการแพ้ชนะก็สรุปได้ว่า หลี่เหว่ยถิงมาเป็นอันดับหนึ่ง เซี่ยเว่ยหลานมาเป็นอันดับสอง อันดับรั้งท้ายจึงกลายเป็นของอันชิงเยว่โดยปริยาย จึงทำให้วันนี้หลี่เหว่ยถิงต้องเตรียมตัวเก็บข้าวของ ไปอยู่ที่บ้านของป้าอัน ป้าของอันชิงเยว่ก่อนเป็นคนแรก และเธอจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านป้าอันในวันพรุ่งนี้‘ทำไมชีวิตฉันต้องวุ่นวายกับการย้ายไปอยู่ที่บ้านคนอื่นชั่วคราวด้วยเนี่ย พ่อแม่อยากให้ไปอยู่ที่บ้านลุงจาง ต้าเกอก็ชวนไปอยู่ที่บ้านลุงเซี่ย เสี่ยวเยว่ก็จงใจหาเกมให้เราไปนอนที่บ้านป้าอัน’เซี่ยเว่ยหลานครุ่นคิดพลางส่ายหน้าเบาๆตรึ๊ง!เสียงข้อความดังมาจากโทรศัพท์มือถือของเซี่ยเว่ยหลาน เธอล้วงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าผ้าขึ้นมา เมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ เธอจึงคลี่ยิ้มขึ้นมาทันทีเซี่ยหยาง : อ้ายเม่ย ถ้าเธอไปอยู่ที่บ้านฉัน ฉันมีข้อเสนอดีๆให้เธอมากมายเลยนะ‘พูดไม่ทันขาดคำก็โผล่มาซะละ’เธอส่ายหน้าพลางคลี่ยิ้มเมื่อเห็นข้อความ ก่อนที่เธอจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า…เซี่ยเว่ยหลาน : ข้อเสนออะไรคะ บอกมาก่อนเผื่อสนใจจะได้ซื้อเซี่ยหยาง : ทำไมพูดเหมือนตัวเลือกเยอะเซี่ยเว่ยหลาน : ก็ตัวเลือกเยอะน่ะสิคะ ถึงได้ถามว่าข้อเสนออะไรจะได้ซื้อ แต่เอาเข้าจริง…ก็คงไม่ได้ซื้อแหละเซี่ยหยาง : ทำไมซื้อไม่ได้ล่ะเซี่ยเว่ยหลาน : ก็วันนี้เล่นเกม ใครเป็นคนชนะ ปิดเทอมต้องไปนอนที่บ้านคนแพ้เซี่ยหยาง : เธอกับเสี่ยวต้าเจีย[10] เป็นคนชนะ ส่วนเสี่ยวถัวหลัว[11] เป็นคนแพ้เซี่ยเว่ยหลาน : ถูกต้องค่ะเซี่ยหยาง : ใครเป็นคนคิดกติกานี้เนี่ยเซี่ยเว่ยหลาน : เสี่ยวเยว่ค่ะเซี่ยหยาง : นี่เสี่ยวถัวหลัวนั่งบนภู ดูเสือกัดกัน[12] หรอเนี่ย โดนจูเกอเหลียง[13] เล่นงานเข้าแล้วเซี่ยเว่ยหลาน : ก็คงเป็นแบบนั้นแหละค่ะ พ่อกับแม่อยากให้ไปอยู่ที่บ้านลุงจาง ในเมื่อไม่ได้เจอคนที่อยากเจอแล้วจะไปทำไม‘พระเจ้า! นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย’เซี่ยเว่ยหลานเบิกตากว้างด้วยสีหน้าที่ตกใจ แต่สุดท้ายเธอก็ลบข้อความไม่ทันอยู่ดีเซี่ยหยาง : ส่งมาถึงแล้วคงลบไม่ทันแล้วสินะเซี่ยเว่ยหลาน : ค่ะ ส่วนเรื่องไปอยู่ที่บ้านกับต้าเกอ ดูเหมือนว่า…ไม่ใช่สิ แผนล่มแล้วนะคะคุณเซี่ยหยาง เสียใจด้วย คุณไม่ได้ไปต่อ คุณต้องกลับไปนอนที่คอนโดที่คุณปล่อยร้างมาหลายปีนะคะเซี่ยหยาง : ผมรู้แล้วครับ ขอให้สนุกกับการไปนอนกับหลิวเป้ยนะครับ คุณเซี่ยเว่ยหลานเซี่ยเว่ยหลาน : พูดถึงหลิวเป้ย ไปนอนที่บ้านป้าอันตอนปิดเทอม มีหวังกลับมาต้องกลายเป็นเฉาเชา[14] แน่ๆเลย เจอทั้งสามก๊ก[15] ไซอิ๋ว[16] มังกรหยก[17] ฝ่ามือกำสรดวิญญาณสลาย[18] ต้องมาแน่นอนเซี่ยเว่ยหลานพิมพ์ข้อความไปพลางยิ้มไป เพราะทุกวันนี้เธอแทบจะกลายเป็นจอมยุทธ์หญิงอยู่แล้ว เพราะอยู่กับหลี่เหว่ยถิงก็เหมือนอยู่กับนักพรตหญิงในนิยายจีนโบราณ อยู่กับอันชิงเยว่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะถูกไซโคจนกลายเป็นคนฟังนิทานในโรงเตี๊ยม[19] โดยมีอันชิงเยว่เป็นนักเล่านิทานเจ้าราญแชะ!โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งได้บันทึกภาพของผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ เขามองภาพผู้หญิงคนนั้นในโทรศัพท์มือถือสลับกับคนในภาพตัวจริงที่ยืนอยู่หน้าร้านเกม รอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาเดาได้ทันทีว่าเธอคุยกับใคร และในตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ได้เดินออกไปจากร้านเกมเสียแล้วเขาเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปเรื่อยๆ จนถึงร้านหนังสือร้านหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นได้แวะเข้าไปซื้อชานมไข่มุก ซึ่งเขาเองก็เห็นเป็นประจำ ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะเดินเข้าไปในช่องชั้นวางหนังสือ เขาได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายที่ถูกจับตามองนั้นรู้ตัวเซี่ยเว่ยหลานไล่มองหนังสือบนชั้นวางหนังสือ เธอกรีดนิ้วสัมผัสสันหนังสือเพื่อหาหนังสือที่เธอสนใจ แต่ก็ต้องสะดุดตาเมื่อเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง‘นี่มัน’เธอหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมา หนังสือเล่มสีดำซึ่งปกด้านหน้าเป็นรูปหุบเขาในยามค่ำคืน และท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยทางช้างเผือก ก่อนที่เธอจะเปิดหนังสือพลางไล่อ่านเนื้อหาและรูปภาพในหนังสือผ่านๆตาตรื๊ด…ตรื๊ด…ตรื๊ดเสียงโทรศัพท์มือถือสั่นภายในกระเป๋าผ้า ทำให้เซี่ยเว่ยหลานต้องหยุดอ่านหนังสือ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แต่ก็ต้องหงุดหงิดใจจนสีหน้าแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์และเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ‘เจิ้งหู่หลี่’เซี่ยเว่ยหลานถอนหายใจขึ้นมาทันทีที่เห็นชื่อนี้ ‘ปิดเทอมนี้ต้องบล็อกเบอร์ซะแล้ว คนอะไรก็ไม่รู้น่ารำคาญชะมัด พวกผู้หญิงไปหลงคารมได้ยังไง’เซี่ยเว่ยหลานส่ายหน้าเบาๆ เธอกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น ก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกของร้านเพื่อรับสาย“โทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ”เซี่ยเว่ยหลานเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ค่อนจะไปทางไม่อยากคุยเสียด้วยซ้ำ“ทุกครั้งที่ฉันโทรมาหาจะต้องมีธุระด้วยสินะ หลานหลาน”“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ ใครตบตี ใครก่อเรื่องอะไรก่อนโรงเรียนจะปิดเทอมหรือคะ ที่จริง…รุ่นพี่เติ้งก็มีเบอร์ฉัน รุ่นพี่เจิ้งไม่จำเป็นต้องโทรมาหาฉันก็ได้ค่ะ แล้วมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ ฉันจะได้โทรไปบอกเสี่ยวถิงถูก”“ที่ฉันโทรมามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหลี่เหว่ยถิงเลยนะ”“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าไม่มีธุระอะไร แค่นี้นะคะ”เซี่ยเว่ยหลานยุติบทสนทนาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเตรียมกดวางสาย“เดี๋ยวก่อน!”‘นี่ฉันใจดีเกินไปหรือเปล่าเนี่ย เขาถึงได้ใจตามตอแยฉันไม่เลิก แถมยังคุยไม่รู้เรื่อง พูดภาษาเดียวกันแต่เหมือนคุยกันคนละภาษา’“อย่าเพิ่งตัดสายก่อน ฉันมีธุระที่อยากจะคุยด้วย”เสียงจากปลายสายดังขึ้นมา เซี่ยเว่ยหลานจึงตัดสินใจยืนฟังโดยไม่พูดอะไร“เธอไม่อยากรู้เรื่องจางหนานเหอแล้วหรอ”“จางหนานเหอ”“ใช่ จางหนานเหอ ฉันรู้นะว่าเธอก็อยากรู้ว่าทำไมจางหนานเหอถึงออกไปจากชีวิตเธออย่างไม่ไยดี”“รุ่นพี่เจิ้งเป็นฉันหรือคะ ถึงได้รู้ว่าฉันคิดอะไร รู้สึกยังไง”“ไม่ได้เป็นหรอก แต่อาการของเธอมันชัดเจนจนฉันเองก็รับรู้ เพื่อนเธอทั้งสองคนก็รู้”“รุ่นพี่เจิ้งต้องการอะไรคะ”“ฉันรู้นะ ว่าเธอไม่อยากให้ฉันมาวุ่นวายในชีวิตเธอเหมือนที่จางหนานเหอทำ”‘แน่นอน แต่เพราะฉันสงสาร ฉันถึงปล่อยให้มาตอแยฉันเป็นปียังไงล่ะ ปกติกับคนอื่นแค่สามวันฉันก็จัดการสิ้นซากแล้ว แต่ฉันสงสารทำไมก็ไม่รู้’“ถ้าเธออยากให้เป็นแบบนั้น ฉันจะบอกสาเหตุที่จางหนานเหอออกไปจากชีวิตเธอ และจะเลิกตอแยเธอ มาเจอกันที่สระว่ายน้ำในโรงยิมหลังโรงเรียน ตอนสองทุ่ม”“แล้วถ้าฉันไม่มาล่ะ”“ฉันก็จะตอแยเธอเหมือนเดิม อาจจะหนักกว่าเดิมก็ได้”“แค่นี้นะคะ”เซี่ยเว่ยหลานตัดสายทันที เพราะถ้าหากพูดคุยไปมากกว่านี้ ‘เจิ้งหู่หลี่’ อาจจะเพิ่มข้อต่อรอง‘ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ถ้าไม่ไปผู้ชายคนนั้นก็จะตอแยมากกว่าเดิม แค่ปีกว่าก็รำคาญจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาเพิ่มความตอแยอีก’เซี่ยเว่ยหลานครุ่นคิดด้วยสีหน้าที่กังวล ก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกไปจากร้านหนังสือเมื่อกลับมาถึงบ้าน เซี่ยเว่ยหลานจึงตัดสินใจเดินไปยังสวนหลังบ้านทันที เพราะเธอรู้ดีว่าตอนนี้เซี่ยหยางคงจะนั่งเล่นเกมในห้องนอนของเธอ และถ้าหากเธอกลับไปยังห้องนอน เซี่ยหยางจะต้องสงสัยและให้เธอสารภาพออกมา และต้องจับได้ว่ามันต้องเกี่ยวกับเจิ้งหู่หลี่อย่างแน่นอนเฮ้อ!เซี่ยเว่ยหลานถอนหายใจก่อนที่จะนั่งบนเก้าอี้ตัวสีขาว เธอทิ้งตัวนั่งลงด้วยสีหน้าที่เหนื่อยใจ เมื่อนึกถึงคำพูดและข้อเสนอของเจิ้งหู่หลี่ ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ เพราะคนอย่างเจิ้งหู่หลี่เป็นคนที่…ไว้ใจไม่ได้ แม้แต่อันชิงเยว่ ที่เป็นคนเห่อผู้ชายหน้าตาดียังมองเห็นในข้อนี้ของเขา‘มันคือโอกาสที่จะทำให้เจิ้งหู่หลี่ออกไปจากชีวิตฉัน แต่ผู้ชายคนนั้นเป็นคนไว้ใจไม่ได้ ขนาดอันชิงเยว่ยังเกลียดเข้าไส้เลย แล้วฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อดีนะ’เซี่ยเว่ยหลานหลับตาแน่นพลางเงยหน้าตรึ๊ง!เสียงข้อความดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือ เซี่ยเว่ยหลานล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าผ้าก่อนที่จะเปิดอ่านข้อความเจิ้งหู่หลี่ : เจอกันสองทุ่ม ที่สระว่ายน้ำในโรงยิมหลังโรงเรียน มาคนเดียวนะ“มาคนเดียว!”เซี่ยเว่ยหลานเด้งตัวขึ้นมานั่งทันที ที่อ่านข้อความสุดท้ายของเจิ้งหู่หลี่ “นี่นายจะมาเล่นแง่กับฉันหรือเปล่าเนี่ย”เซี่ยเว่ยหลานเงยหน้าพลางทิ้งตัวอีกครั้ง‘เฮ้อ! ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ไม่ไปกับไปมีค่าเท่ากันทั้งสองอย่าง’เซี่ยเว่ยหลานครุ่นคิดพลางเม้มปากของตัวเองไว้แน่น ก่อนที่จะก้มมองดูนาฬิกาข้อมือตรึ๊ง!เสียงข้อความดังขึ้นมาอีกครั้ง เซี่ยเว่ยหลานกุมขมับของตัวเองพลางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง“ต้าเกอ”เซี่ยเว่ยหลานที่สงบสติอารมณ์กลับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างกังวลก่อนที่จะอ่านข้อความในโทรศัพท์มือถือเซี่ยหยาง : เสี่ยวหลาน กลับมาถึงบ้านหรือยัง‘ต้าเกอนี่…ตาไวมือไว[20] โดยไม่รู้ตัวจริงๆ แถมยังชอบมาตอนที่ฉันเครียดซะด้วย”เซี่ยเว่ยหลานส่ายหน้าเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ก่อนที่จะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเซี่ยเว่ยหลาน : กลับมาถึงแล้วค่ะ ต้าเกอ”เซี่ยหยาง : ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเซี่ยเว่ยหลาน : อยู่ที่สวนหลังบ้านค่ะกึก!เสียงประตูหลังบ้านถูกเปิดโดยใครคนหนึ่ง เซี่ยเว่ยหลานที่กำลังนั่งรอข้อความจากเซี่ยหยาง จึงหันไปมองคนที่เดินเข้ามาในสวนหลังบ้าน เขาเดินเข้ามาหาเธอก่อนที่จะนั่งลงฝั่งตรงข้าม“เสี่ยวหลาน”“มีอะไรหรือคะ”“ไปที่หอกับฉันหน่อยสิ”“ไปทำไมคะ”“ไปขนของเข้าคอนโด”“ต้าเกอไปมาแล้วไม่ใช่หรอคะ แล้วจะไปทำไมอีก หรือว่าลืมของคะ”“ใช่ ฉันลืมของ เป็นของสำคัญด้วย ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเย็น ฉันขอพ่อเธอแล้ว ท่านอนุญาต”เซี่ยหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปกติ ผิดกับเซี่ยเว่ยหลานที่ในตอนนี้ ได้แสดงถึงความกังวลจนอีกฝ่ายรับรู้ได้ ก่อนที่เธอจะก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ“ไปขนของเข้าคอนโด…”เซี่ยเว่ยหลานเงยหน้าขึ้นมามองเซี่ยหยาง “ตอนห้าโมงกว่าเนี่ยหรอคะ”“ใช่”“พรุ่งนี้ไม่ได้หรอคะ”“ไม่ได้หรอก พรุ่งนี้ฉันไม่ว่างทั้งวัน ไปวันนี้นี่แหละ”“ฉันไม่ไปได้มั้ยคะ ต้าเกอ”“ทำไมล่ะ หรือว่าเธอมีธุระอะไร”เซี่ยหยางมองแววตาของเซี่ยเว่ยหลานที่ในตอนนี้กลับนิ่งสงบ “ไม่สิ! ปกติเวลาแบบนี้เธอก็ต้องอยู่ที่บ้านอยู่แล้วนี่ พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้ว เธอจะมีธุระอะไร”“มีธุระต้องคุยกับเสี่ยวถิงค่ะ”“คุยกันในรถก็ได้ และที่สำคัญที่ฉันต้องพาเธอไปด้วยก็เพราะว่าฉันอยากจะเลี้ยงเธอชุดใหญ่ ก่อนที่เสี่ยวถัวหลัวจะลากเธอเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง”“ถ้าอย่างนั้น…เลี้ยงมะรืนนี้ก็ได้ค่ะ”“มะรืนนี้…เธอคิดว่าเธอจะมีสิทธิ์ออกมาจากโรงเตี๊ยมของอันชิงเยว่หรอ”“ก็จริงค่ะ แต่ว่า…”“แต่ว่าอะไร”เซี่ยหยางถามด้วยสายตาที่นิ่งสงบ ผิดกับเซี่ยเว่ยหลานที่เริ่มจะจนตรอก เธอลุกขึ้นยืนก่อนที่จะหันไปมองทางอื่น“ฉันอิ่มแล้ว คงจะกินไม่ไหวค่ะ”เซี่ยเว่ยหลานหันไปเซี่ยหยางที่นั่งอยู่ด้านหลัง “เอาเป็นว่าเลี้ยงตอนเปิดเทอมจะดีกว่าค่ะ”“ตอนเปิดเทอมมันก็เลี้ยงได้อยู่หรอกนะ”เซี่ยหยางเอ่ยพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาเซี่ยเว่ยหลาน “แต่กระเพาะกว้างขวางกินช้างได้ทั้งตัวอย่างเธอ กว่าจะเดินไปที่หอ กว่าจะไปกว่าจะกลับอาหารก็ย่อยหมดแล้ว”‘พูดแบบนี้ ต้าเกอคงรู้ตัวแล้วแน่ๆ’เซี่ยเว่ยหลานหลับตาแน่น เพราะยังไงซะเธอก็ไม่สามารถปิดบังเซี่ยหยางได้หมับ!เซี่ยหยางวางฝ่ามือไว้บนศีรษะของเซี่ยเว่ยหลาน พลางมองตัวเองในคราบผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า มือข้างหนึ่งเชยคางของอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล“มันเกี่ยวกับเจิ้งหู่หลี่ใช่มั้ย”“ค่ะ”“เธอไม่ต้องไปกับฉันก็ได้ แต่เธออยู่ที่บ้านไม่ออกไปไหนได้มั้ย ฉันขอ”เซี่ยหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เซี่ยเว่ยหลานเมื่อมองแววตาของเซี่ยหยาง เธอจึงเรียบเรียงความคิดที่อยู่ในหัวทุกอย่าง แล้วตัดสินใจอย่างแน่วแน่“ไม่ค่ะ”เซี่ยเว่ยหลานจับมือทั้งสองข้างของเซี่ยหยางขึ้นมา “มันเป็นอย่างที่ต้าเกอบอก ฉันเป็นคนโลเล ไม่เคยเด็ดขาด ไม่กล้าลอง ไม่กล้าเสี่ยง อยู่ตรงกลาง อยู่นิ่งๆมาตลอดไม่เคยตอบโต้ แต่วันนี้…ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันไม่อยากข้องใจ ไม่อยากมีปัญหาให้รำคาญใจ”เซี่ยเว่ยหลานตอบกลับไปพลางวางมือของเซี่ยหยางลง“อ้ายเม่ย”“ขอโทษนะคะ ต้าเกอ ที่ฉันทำตามที่ต้าเกอขอไว้ไม่ได้”เซี่ยเว่ยหลานเอ่ยขึ้นมาอย่างจำใจ ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เซี่ยหยางมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง เพราะคนอย่างเจิ้งหู่หลี่…เป็นคนที่อันตรายสำหรับเซี่ยเว่ยหลาน“ฉันไม่ยอมให้เธอไปเจอมันคนเดียวเด็ดขาด”เซี่ยหยางกำมือของตัวเองไว้แน่น ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ของใครคนหนึ่ง ฝ่ายคนปลายสายจึงเริ่มบทสนทนาทันที“เป็นยังไงบ้างเซี่ยหยาง”“นายต้องช่วยน้องสาวของฉันให้พ้นจากเงื้อมมือของเจิ้งหู่หลี่!”________________________________________________________[10] ต้าเจีย (大姐) แปลว่า พี่ใหญ่ (ผู้หญิง)[11] ถัวหลัว (陀螺) แปลว่า ลูกข่าง[12] นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน (坐山观虎斗) หมายถึง การรอคอยโอกาส เพื่อชกชิงผลประโยชน์ เมื่อคนอื่นพลาดพลั้ง สำนวนนี้เป็นชื่ออุบายในเรื่องสามก๊ก เป็นอุบายของขงเบ้งที่ได้กล่าวกับเล่าปี่ โดยวางแผนลวงให้จิวยี่และโจหยินทำศึกกันให้แตกหัก เพลี่ยงพล้ำลงก่อนแล้วจึงค่อยซ้ำเติมยึดเมืองเกงจิ๋ว เมืองซงหยง และเมืองลำกุ๋นไว้ จะได้ไม่ยากลำบากแก่ทหารทั้งปวง[13] จูเกอเหลียง (諸葛亮) คือ ตัวละครในเรื่องสามก๊ก จูกัดเหลียงหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ขงเบ้ง มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก นอกจากนี้ยังมีฉายาอื่นเช่น มังกรหลับ หรือ เป็นนักการเมืองสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นของจีน หรือในสมัยหลังราชวงศ์ฮั่นหากกล่าวอ้างอิงตามประวัติศาสตร์ ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านการยุทธนาการของพระเจ้าเล่าปี่ในตำแหน่งสมุหนายกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งจ๊กก๊ก รวมทั้งมีความสามารถในด้านการเมือง การทูต นักปราชญ์ วิศวกร และได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นที่สำคัญ โดยคิดค้นหมั่นโถว หน้าไม้กล โคมลอยและระบบชลประทาน[14] เฉาเชา (曹操) คือ ตัวละครในเรื่องสามก๊ก เฉาเชาหรือโจโฉ เป็นขุนศึกและอัครมหาเสนาบดีลำดับรองสุดท้ายแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออกผู้เถลิงอำนาจช่วงปลายราชวงศ์ทั้งเป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในสมัยสามก๊ก และเป็นผู้วางรากฐานรัฐเว่ย เมื่อสิ้นชีวิตแล้วได้รับการสถาปนาเป็น พระเจ้าอู่ หรือ จักรพรรดิอู่[15] สามก๊ก (三國演義) เป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สามก๊กมีเนื้อหาหลากหลายรสชาติ เต็มไปด้วยกลเล่ห์เพทุบาย กลศึกในการรบ การชิงรักหักเหลี่ยม ความเคียดแค้นชิงชัง ความซื่อสัตย์และการให้อภัย ซึ่งมีเนื้อหาและเรื่องราวในทางที่ดีและร้ายปะปนกัน[16] ไซอิ๋ว (西遊記) เป็นนิยายคลาสสิกของจีน แต่งขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1590 ช่วงราชวงศ์หมิง ประพันธ์โดย อู๋เฉิงเอิน ไซอิ๋วเป็นเรื่องของการเดินทางไปยังชมพูทวีป (อินเดีย) เพื่ออัญเชิญคัมภีร์พระพุทธศาสนาของหลวงจีนชื่อ พระถังซำจั๋ง (อ้างอิงจากผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ มีนามว่าพระเสวียนจั้ง โดยมีสัตว์ 3 ตัวเป็นเพื่อนร่วมทาง คือ เห้งเจีย (ลิง) ตือโป๊ยก่าย (หมู) และซัวเจ๋ง (ปีศาจปลา) ซึ่งระหว่างการเดินทางต้องพบกับการขัดขวางของเหล่าปิศาจมากมาย[17] มังกรหยก (射鵰英雄傳) เป็นนิยายกำลังภายในชื่อดังและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเรื่องหนึ่ง แต่งโดยกิมย้ง มีภาคต่อในชุดเดียวกันอีกสองภาค คือ มังกรหยก ภาค 2 และดาบมังกรหยก[18] ฝ่ามือกำสรดวิญญาณสลาย (黯然銷魂掌) เป็นฝ่ามือที่เอี้ยก้วย (ตัวละครเอกในมังกรหยก ภาค 2) เป็นผู้บัญญัติขึ้นเอง โดยหลังจากฝึกฝีมือกลางคลื่นทะเล มีทั้งสิ้น 17 กระบวนท่า[19] โรงเตี๊ยม (客栈) คือ ที่พักคนเดินทาง[20] ตาไวมือไว (眼明手快) หมายถึง รู้ทันเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว