"แคะๆ" เสียงไอของซุนนานในร่างเด็กน้อยอายุใกล้ 8 ขวบ บัดนี้เหมันต์ฤดูใกล้เข้ามาแล้ว อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลง หิมะค่อยๆ ร่ายรำและร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างแ่เบา
ซุนนานนั่งรถมาชมเมืองพร้อมกับแม่สี่แม่ห้า ซุนซูลี่และซุนตัวลี่ ตัวมันปรายตาตลอดทางมองบ้านเรือนและผู้คน เมื่อเดือนก่อนมันมีโอกาสได้ออกเดินทางไปเยี่ยมชมบ้านเมืองอื่น มันพบว่าเขตแดนเ่าั้ช่างวุ่นวายยิ่งกว่าเขตแดนของตระกูลซุนมันมากนัก
พร้อมทั้งชนชั้นทาสก็มากมายมหาศาลยิ่ง หากแต่ในกำแพงเมืองกับเรียบร้อยไม่วุ่นวาย มันแปลกใจจึงถามเื่เหล่านี้กับมารดาทั้งสองของตัวมันซุนซูลี่และซุนตัวลี่ พวกนางก็จึงบอกว่า เขตการปกครองของบิดามันแม้จะไม่ใหญ่มาก หากแต่นับว่ามีการจัดการบริหารที่ดี และดูแลผู้คนในระดับต่างๆ ค่อนข้างมาก นอกจากนั้นก็ไม่มีการรีดภาษีหนักจนเกินไป นอกจากนั้นการค้าทาสก็จำกัดแค่เพียงความเหมาะ
ซึ่งต่างกับเขตเมืองอื่นที่ธุรกิจค้าทาสช่างเฟื่องฟู มารดาทั้งสองของมันยังบอกต่ออีกว่า โดยทั่วไปแล้วเหล่าชนชั้นสูงและตระกูลใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็อยู่ของเหล่าทาสและชนชั้นต่ำทั้งหลายมากนักหากไม่มีความสามารถยิ่งใหญ่อะไร
หากพิการหรือแก่ชราใช้การไม่ได้พวกเขาก็ปล่อยตายไม่ไยดีช่างมีมากมาย ทั่วดินแดนนี้มีาตลอด นอกจากนั้นปีศาจและสัตว์อสูรก็มีอยู่ทั่วไปหมด การดูแลคนทั่วไปก็ทำได้ยาก ดังนั้นแต่ละตระกูลจึงต้องดูแลตัวเองพัฒนาตัวเองเป็หลัก หากไม่ใช่คนในตระกูลก็ถือเป็คนนอก การช่วยเหลือจึงไม่มากมายอะไรต่อคนธรรมดา
ซุนนานได้ยินดังนี้ก็เข้าใจความคิดของคนในโลกใบนี้มากขึ้น ด้วยคำว่า "คนนอก" ตัวมันจึงไม่แปลกใจเลยที่บางครั้งผู้คนถึงช่างดูแล้งน้ำใจกันเหลือเกิน เนื่องจากความเชื่อในเบื้องลึกของพวกมันไม่มีความเป็ "ชาติพันธุ์" หรือกลุ่มก้อนใหญ่เลยแม้แต่น้อย มีแต่คำว่าตระกูลจึงนับเป็พวกเดียวกัน
แค่คิดถึงตรงนี้ตัวมันซุนนานก็สะท้อนใจ มองเหล่าคนชราและเด็กที่ยากไร้ด้วยความอดสู พวกเขาช่างดูน่าสงสารเหลือเกิน ไม่ต่างกับตัวมันในวัยเด็กในโลกก่อน หากแต่ดูเหมือนช่องทางของคนเหล่านี้จะตีบตันกว่าตัวมันอยู่มาก
ในโลกใบนี้หากผู้ใดจะได้รับเกียรติ ต้องอยู่ใน 4 สายอาชีพหลัก นักรบ หมอโอสถ ช่างหลอมสร้าง นักอักษร หากแต่ถ้ามาจากเหล่าทาสช่องทางที่จะได้รับเกียรติก็ดูเหมือนมีแต่การเป็นักรบกล้าตาย
หากแต่แม้จะเป็นักรบคนกล้าอย่างไรเสีย หากไม่มีโอกาสฝึกปราณฝึกวรยุทธ์ขั้นสูง เกรงว่าชีวิตส่วนใหญ่ก็คงเป็บันไดให้ผู้อื่นปีนป่ายและเหยียบย่ำแต่เพียงเท่านั้น ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ระดับสูงคงมีน้อยเต็มที
ตัวมันซุนนานชักเริ่มคิด หากตัวมันมีชีวิตและวันเวลามากกว่านี้ตัวมันยังจะเลือกช่วยเหลือผู้คนในโลกใบนี้หรือเปล่า หรือตัวมันจะไหลไปตามกระแสสังคมของดินแดนนี้ ร่วมเป็หนึ่งในผู้เหยียบย้ำผู้ต่ำต้อย ใช้งานพวกเขาไม่ต่างกับหินดินทางไว้ก้าวสู่ความสำเร็จของตัวมัน
หากแต่ไม่ช้าตัวมันก็หยุดคิดพร้อมบอกกับตัวเองว่า 'ช่างเถอะ ช่างเถอะ เวลาของข้านั้นน้อยเกินไป ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรโลกใบนี้' จากนั้นมันก็หยุดสายตาของตัวมันเองที่อยู่บนเกี้ยวรถม้าลากจูง ไม่มองคนทั้งหลายอีกต่อไป เตรียมกลับตำหนักท่านแม่ทัพใหญ่ซุนก่าง บิดาของมัน บ้านของมัน
ในหลายวันนี้มีสิ่งเปลี่ยนแปลงในตระกูลซุนไม่น้อย
หนึ่งแม่ใหญ่ของมันตั้งครรภ์ สร้างความยินดีให้กับคนทั้งหลายอย่างมาก หากแต่สีหน้าท่าทางของแม่ใหญ่และบิดาของมันกลับไม่ยินดีเท่าไหร่นัก ราวกับมีเื่กลุ้มใจหนักอกมากมายอะไรบางอย่าง นอกจากนั้นในตำหนักใหญ่ตระกูลซุนก็คล้ายมีคนเดินเข้าเดินออกวุ่นวายไปหมด
หากแต่ด้วยฐานะของมันย่อมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ใน่หลายเดือนมานี้นับั้แ่ศึกษาเื่โอสถการแพทย์เสร็จสิ้น แม้ตัวมันจะรู้ว่าเส้นทางสายนี้ทางข้างหน้าช่างยังอีกยาวไกล หากแต่ด้วยเวลาที่จำกัด ตัวมันจึงไม่ใคร่จะสนใจอีกต่อไป ในตอนนี้มันจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาเื่พืชพรรณและธัญญาหารมากกว่า เพราะตัวมันคิดว่า หากวันหนึ่งตัวมันจากไปสิ่งเหล่านี้จะสามารถทิ้งไว้ให้บิดาและมารดาทั้งหลายของตัวมันได้อย่างน้อยๆ ก็เป็ประโยชน์กับพวกเขา
มันคิดว่าอย่างไรกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง เมื่อกองทัพกินอิ่มการเดินทัพก็สะดวก นอกจากนั้นยังเป็หนึ่งในวิธีช่วยผู้อดอยากและเหล่าทาสในเมืองให้มีอาชีพอีกด้วย เพราะในปัจจุบันอาชีพของเหล่าทาสและชนชั้นต่ำในเมืองนั้นเรียกว่าแต่ละวันไม่แน่นอนฟ้าดินเป็ผู้กำหนด การออกหาของป่าล่าสัตว์ ใช้สิ่งที่สะดวกจะทำได้ตลอดทุกฤดูกาลไม่
นอกจากนั้นงานปั่นดิน ก่อหิน สร้างบ้านที่บ้านนี้เมืองนี้ก็ยังไม่เจริญเท่าไหร่นัก เรียกว่าแค่พอใช้งานได้ แต่ไม่มั่นคง คาดว่าหากมีากลางเมืองเกิดขึ้นเมื่อไหร่ บ้านเรือนต่างๆ ต้องวอดวายหมดแน่นอน ด้วยเหตุผลว่าระดับความแข็งแรงของตัวบ้าน กับระดับความแข็งแรงของนักรบในดินแดนนี้ไม่สมดุลกันอย่างแท้จริง
เพียงแค่บิดามันก็เป็ตัวอย่างที่ดี แค่ะโธรรมดาก็สูง 20 30 จั้งได้แล้ว นอกจากนั้นเหล่านักรบในตระกูลระดับบนๆ ที่มีร่วมๆ หลายร้อยคน การะโสูง 4 5 10 จั้งทำกันได้ทุกคน ดังนั้นไม่ต้องพูดเลยว่าบ้านเรือนก่อดิน หรือทำจากไม้ธรรมดาจะทนมือทนเท้าหรือไม่
ซุนนานคิดไปมันก็ยิ่งมีความคิดจะปรับปรุงบ้านเมืองของบิดามันให้ดียิ่งขึ้นเจริญยิ่งขึ้น แม้มันจะมีความรู้จากยุคสมัยในอีกมิติหนึ่งของมัน แต่มันกลับไม่มีโอกาสนำพวกมันมาใช้เลย
.
.
.
ผ่านมาอีกครึ่งปีกว่า
แม่ใหญ่ซุนลี่หรูท้องของนางเริ่มใหญ่โตมากขึ้น ตัวมันซุนนานและเหล่าบรรดาแม่เล็กทั้งหลายต่างยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างน้อยๆ สิ่งนี้ก็บอกได้ว่าตระกูลซุนจะมั่นคงมากขึ้นอีก ยิ่งถ้าบุตรของแม่ใหญ่คนนี้เป็บุรุษชายด้วยแล้วยิ่งดี
แม่สามที่เป็คนช่างพูดถามมันว่า หากแม่ใหญ่มีน้องมันจะรู้สึกอย่างไร ดีใจหรือไม่ หรือกลัวน้องจะแย่งความรักไหม
แน่นอนตัวมันซุนนานหรือจะคิดเช่นนั้น มันมีแต่ความดีใจที่ได้เห็นครอบครัวอบอุ่น เห็นแม่ใหญ่และบิดามีความสุข มันจึงตอบแม่สามไปตรงๆ ว่าตัวมันมีความสุขที่แม่ใหญ่กำลังจะมีน้องให้มัน มันอยากเห็นแม่ใหญ่และบิดามีความสุข ส่วนตัวมันจะรักน้องคนนี้ให้มากๆ
ส่วนจะเป็หญิงหรือชายนั้นมันไม่สน ขอแค่เป็สายเืของบิดามารดามัน หากมันมีชีวิตอยู่มันจะดูแลน้องคนนี้ให้ดีที่สุด
ไม่ช้าแม่ใหญ่แอบได้ยินมันพูด แม่ใหญ่กล่าวคำว่าดีหลายคำ นอกจากยิ้มอย่างมีความสุขแล้ว นางยังมิอาจจะกลั้นน้ำตาไหว หยดน้ำตานี้ของนางก็คงเพราะรู้สึกดีใจและอบอุ่นในหัวใจอย่างเหลือล้น ที่ซุนนานตัวน้อยที่นางเลี้ยงดูมาช่างแสนดีและรู้ความถึงเพียงนี้
และในห้วงแห่งความสุขของตระกูลซุนนี้ เหมือนมันกำลังมีเมฆหมอกร้ายบางอย่างกำลังค่อยๆ คืบคลานมา
.
.
.
--- ณ ตำหนักของจ้าวดินแดนจาง ---
"ซุนก่างมันตอบมาว่าอย่างไหร่บ้างเกี่ยวกับเฉินกัง" ชายชราร่างกำยำกล่าวถามโดยที่ตัวมันนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ด้านหลังปกคลุมไปด้วยผืนหนังสัตว์อสูรพยัคฆ์เขี้ยวตัวใหญ่
"ท่านจอมทัพ แม่ทัพซุนก่างนั้นปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือขอรับ ดูเหมือนว่าแม่ทัพใหญ่ซุนก่างจะไม่สนใจคำสั่งของราชวงศ์แม้แต่น้อย"
"ฮะฮ่าฮา ดีลูกพยัคฆ์อย่างไรก็เป็พยัคฆ์ ไม่เสียทีที่สืบทอดตระกูลซุนมาจากเ้าแก่นั้น หากแต่น่าเสียดาย หากพลังปราณมันก้าวสู่ระดับกระแสพลัง [ผู้ฝึกปราณระดับ 5] ไอ้พวกราชวงศ์คงต้องคิดหน้าคิดหลังบ้างหากจะลงมือ หากแต่ตอนนี้ช่างน่าเสียดาย ฮะฮ่าฮา ข้าเคยเตือนเ้าแก่นั้นแล้วในคราวนั้น ความภักดีต่อคนถ่อยนั้นไม่ได้ทำให้ตัวมันเป็วีรบุรุษ นอกจากนั้นมันยังทำให้ตระกูลและลูกหลานมันอายุสั้นอีก ดูแล้วคราวนี้คำพูดข้าคงกำลังจะเป็จริงแล้ว ตระกูลซุนขาดเ้าแก่นั้นอยู่มาได้นานหลายสิบปีถึงขนาดนี้ ก็นับว่าประเสริฐมากแล้ว หากแต่ในฐานะเพื่อนเก่าของไอ้แก่นั้น และผู้ชื่นชมพวกโง่งมเช่นข้า เ้าจงส่งกำหนดการดินทัพและรายชื่อผู้อยู่เื้ัเคราะห์ร้ายนี้ให้ไอ้เด็กน้อยซุนก่างซะ " ชายชราพูดพร้อมโยนเศษหนังผืนหนึ่งให้นายทหารกล้าตรงหน้า
"อย่างน้อยๆ ก็ให้ไอ้เด็กน้อยนั้นรู้ว่าใครเป็คนจบชีวิตตระกูลของมัน ตัวข้าเองก็ถือว่าชดเชยให้สหายเก่าบ้างบางส่วน ด้วยอุปนิสัยโง่งมของตระกูลซุน คาดว่าซุนก่างต้องตกตายแน่นอน หวังว่าสายเืของมันจะพอรักษาได้บ้าง หึหึ" ชายชราร่างใหญ่พูดพลางรูปเคราหัวเราะและส่ายศีรษะเบาๆ
.
.
.
แม่ใหญ่คลอดคลอดบุตรแล้ว แถมยังเป็บุตรชาย หากแต่ก็เป็เื่น่าเศร้าอย่างหนึ่งทารกน้อยที่แม่ใหญ่คลอดนั้นมีอายุครรภ์เพียง 7 เดือนกว่าไม่ครบกำหนดดี
แม้ทารกน้อยจะรอดมาได้ หากแต่จำเป็ต้องพึงเหล่าหมอโอสถจำนวนมากช่วยกันผลัดเปลี่ยนดูแล ทำให้เวลานี้เรือนใหญ่ในตำหนักของท่านแม่ทัพช่างวุ่นวายนัก
ในขณะเดียวกันนอกเมืองก็มีบุรุษลึกลับมาหาแม่ทัพซุนก่างอย่างปกปิดบ้างเปิดเผยบ้าง และหนึ่งในนั้นมีผู้นำสารหนังผืนลึกลับผืนหนึ่งมาด้วย ไม่คาดคิดเลยว่าหลังอ่านจบซุนก่างถึงตบทุบโต๊ะศิลาแตกละเอียดในทันที ภาพนี้ทำให้ตัวมันซุนนานและแม่สองซุนอีเหยียนที่เดินผ่านมาพอเห็นเขาต่างใไม่น้อย ดูเหมือนตระกูลซุนจะมีปัญหาบางอย่างที่สร้างความขัดข้องใจให้กับบิดามันเป็อย่างมาก
หลังจากวันนั้นซุนนานก็พบว่าบิดามันคล้ายจะไม่ค่อยอยู่กับบ้าน หายไปที่ 4 5 วันมีให้เห็นตลอด
ส่วนทารกน้อย น้องของมันบุตรของบิดามันกับแม่ใหญ่ ได้รับชื่อว่าซุนผู หลังจากอบโอสถเดือนกว่า ดูท่าปัญหาเื่คลอดก่อนกำหนดน่าจะคลี่คลายแล้ว ส่วนตัวแม่ใหญ่ก็เริ่มสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
3 เดือนผ่านไป
ซุนผูทารกน้อยค่อยๆ อวบอ้วนขึ้น ดูท่าทารกน้อยผู้นี้จะกินเก่งไม่น้อย จนแม้แต่เต้าอกของแม่ใหญ่ก็ดูจะไม่เพียงพอสำหรับมัน จำเป็ต้องรับแม่นมเพิ่มอีกสองคนมาดูแลมันโดยเฉพาะ เื่นี้ช่างเป็เื่น่ายินดีของตระกูลซุนนัก
ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าซุนผูนั้นแข็งแรง
แม้จะหมดเื่น่ากังวลใจไปเื่หนึ่ง หากแต่เื่น่ากังวลใจอีกเื่ก็ปรากฏ นั้นคือซุนก่างบิดาของมันหลายเดือนนี้ไม่ค่อยอยู่บ้านเลยแม้แต่น้อย หายไปที่ไหนไม่รู้ทีละหลายๆ วัน ส่วนครั้งนี้ร่วมเดือนก็ยังไม่กลับมา ทำให้ตัวมันและแม่ใหญ่ แม่เล็กทั้งหลายกังวลใจกันไม่น้อย กลัวเหตุร้ายเกิดขึ้นกับบิดามัน
และพอคิดถึงตอนที่บิดามันตบโต๊ะศิลาแตก ซุนนานเกรงว่า ณ ตอนนี้ตระกูลซุนจะมีเื่สำคัญบางอย่าง จนตัวมันเองก็เริ่มคิดเพื่อถึงเหตุการณ์ไม่ดีไว้บ้างเหมือนกัน
ในที่สุดก็ผ่านไปอีกเดือน ซุนก่างก็ยังไม่กลับมา จนแม่ใหญ่ถึงกับเป็ห่วงส่งคนไปตามหา
ซุนผูเกิดมาหน้าบิดามันได้เห็นเพียงครั้งสองครั้ง เกรงว่า ในตอนนี้จะไม่รู้แล้วว่าใครเป็บิดา เป็ซุนนานเสียอีกที่ได้ใช้เวลาอยู่กับมันซะส่วนใหญ่ เนื่องด้วยตัวมันก็ถือว่าเป็หมอโอสถ ดังนั้นจึงได้รับความไว้วางใจให้ดูแล้วทารกน้อยเป็อย่างดี
ตัวซุนผูเองเวลาเห็นมัน ก็แย้มยิ้มไม่ดื้อดึง คาดว่าในใจจะคิดว่ามันเป็คนสำคัญแล้วเช่นกัน
ซุนนานมันคิดว่าปกติแล้วทารกน้อยเกิดใหม่เช่นนี้ควรเป็่ที่บิดามารดาใกล้ชิดที่สุด หากแต่ใน่นี้ตระกูลซุนราวกับมีเหตุการณ์ประหลาด ใครๆ ก็ดูวุ่นวายไปหมด บิดามันก็หายไป แม่ใหญ่จึงต้องทำหน้าที่ดูแลตระกูล จึงไม่ค่อยมีเวลาแม้แต่จะให้นมซุนผูบุตรของตัวเองเลย
นางปล่อยให้ซุนนานและซุนจิ้งหร่านแม่เจ็ดดูแลทารกน้อยเป็ซะส่วนใหญ่ หลายครั้งแม่ใหญ่ไม่มีเวลาจนถึงขั้นไม่ได้กลับมานอนที่ตำหนักใหญ่ก็มี
ส่วนตัวซุนนานมันก็ทำได้เพียงภาวนาว่าจะไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับตระกูลซุนอย่างที่มันกังวล