บทที่ 40 จริง ๆ แล้วจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อนใช่ไหม?
บ้านหรูสำหรับการแต่งงาน?
ใบหน้าของคุณหมอหลิวแสดงความลังเลใจออกมาอย่างชัดเจน เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ในครั้งนั้นทำให้เสียเงินไปไม่น้อย แถมตอนนี้ยังมาอยู่แผนกที่ไม่มีอนาคตเช่นนี้อีก
ส่วนแฟนสาวของลูกชายก็ยังคงเรียกร้องอยากได้บ้านสี่ห้องนอนเป็นเรือนหอ ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด ทำให้ทั้งเขาและภรรยากังวลเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน
“คุณหมอหลิว.. สำหรับฉันแล้วผลลัพธ์นี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่สำหรับคุณมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากมายเลยนะคะ”
เซี่ยงหว่านส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนและอบอุ่นออกไป จนแทบจะทำให้ทุกคนที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้หลงกับดักที่เธอวางเอาไว้
เพราะบ้านหนึ่งหลังในเมืองหลวงมีราคาค่อนข้างแพง ส่วนบ้านหรูขนาดนั้น… ต่อให้คุณหมอหลิวทำงานทั้งชีวิตก็คงไม่มีทางได้บ้านหรูแบบนั้นแน่นอน
“ถ้าผมออกผลตรวจสรุปความสัมพันธ์ทางสายเลือดแล้ว หลังจากนั้นคุณจะทำยังไงต่อ?”
“ฉันจะทำอะไรได้ล่ะคะ? คุณก็รู้อยู่แล้วว่าฉันรักฉีส่าวฉิงจริง ๆ แถมลูกชายของฉันก็ใกล้จะสามขวบแล้ว เขายังคงต้องการพ่อ…”
“ถ้าหากตอนนี้ฉีส่าวฉิงอยู่เคียงข้างเขา เจ้าตัวเล็กก็คงมีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ ส่วนฉันก็แค่หวังว่าความสุขแบบนี้จะไม่ถูกทำลายไปเพราะข้อสรุปที่ไม่ได้มีความหมายมากมายอะไรนัก คุณเข้าใจที่ฉันหมายถึงใช่ไหมคะ?”
คุณหมอหลิวมีความลังเลปรากฏชัดขึ้นในดวงตา ถ้าหากผู้หญิงคนนี้ใช้เงินมาฟาดหัวเขาอย่างหยิ่งผยอง เขาก็จะปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
ทว่า… เธอกลับอ่อนโยนจนทำให้เขาใจอ่อนลงซะแล้ว
“ถ้าคุณกังวลว่าวันหนึ่งจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ฉันขอให้คุณวางใจได้เลยค่ะ อย่างไรแล้วคุณก็สามารถออกผลตรวจสองฉบับที่แตกต่างกันได้ในเวลาเดียวกัน…”
“แล้วถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นมา ฉันจะบอกว่าเองว่าฉันเป็นคนแก้ไขผลตรวจนั้น ส่วนคุณก็แค่เอาอีกฉบับที่เก็บไว้มาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองก็พอ”
เซี่ยงหว่านส่งยิ้มให้เล็กน้อยแล้วเก็บเส้นผมในมือใส่กลับไปในซองพลาสติกทันที ก่อนจะส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็นไม้ตายสุดท้ายราวกับว่าเธอกำลังใช้น้ำเย็นเข้าลูบคุณหมอคนนี้อยู่
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ …แล้วจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อนใช่ไหม?”
“ลากคุณเข้ามา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ?”
เซี่ยงหว่านยิ้มแล้วถามกลับ ในใจรู้ดีว่าตัวเองสำเร็จแล้ว เธอก้มหน้าหยิบเช็คใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ จำนวนเงินบนนั้นทำให้ความกังวลใจสุดท้ายของคุณหมอหลิวหายไปด้วย เขารับเช็คมาและขบกรามแน่น
“ได้ ผมจะให้ฉีส่าวฉิงเห็นรายงานผลตามที่คุณต้องการ”
วันรุ่งขึ้นตอนเที่ยง หลีเซี่ยนก็ส่งรายงานผลตรวจให้ฉีส่าวฉิง นิ้วเรียวยาวหยิบกระดาษออกมาจากซองเอกสาร ดวงตาเรียวกวาดอ่านบรรทัดสรุปสุดท้าย ก่อนที่หางตาจะหรี่ลง
โต้วโต้ว เป็นลูกของเขาจริง ๆ!
หลี่เซี่ยนไม่กล้าเอ่ยปาก ได้แต่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำไมเขารู้สึกว่าผลลัพธ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้านายต้องการ?
ฉีส่าวฉิงที่ถือรายงานอยู่ในมือ สีหน้าของเขาค่อย ๆ จางลงเรื่อย ๆ หลังจากผ่านไปนานพอสมควร ริมฝีปากบางของเขาก็ค่อย ๆ เปิดออก
“ไปติดต่อทนายความอิ๋นสักหน่อย”
เขาเก็บรายงานใส่ลงในซองเอกสาร ความลังเลใจบนใบหน้าของเขาหายไปแล้ว โต้วโต้วเป็นลูกของเขา เขาจึงต้องทำหน้าที่ของพ่อให้ดีที่สุด
หลี่เซี่ยนตกใจ
“คุณหมายความว่า…”
“ให้เขาร่างข้อตกลงขึ้นมาฉบับหนึ่ง ตามที่คุณปู่พูดไว้ก่อนหน้านี้ โอนหุ้นของบริษัทฉีและอสังหาริมทรัพย์ในชื่อของผมทั้งหมดให้เธอ”
“อสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดเลยเหรอครับ?”
หุ้นของบริษัทฉีในนามของประธานบริษัทก็เป็นจำนวนที่ไม่น้อยแล้ว ถ้าหากเพิ่มอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดเข้าไปด้วย…
ก็เท่ากับว่าเขาจะไม่เหลืออะไรเลย!
“ผมจะไปติดต่อทันที”
เขาไม่กล้าตั้งคำถามอะไรอีกและรีบไปทำตามที่ได้รับมอบหมายทันที
ในห้องทำงานที่เงียบสงบ เหลือเพียงฉีส่าวฉิงเพียงคนเดียว เขาพิงหลังกับพนักโซฟา เรียวคิ้วค่อย ๆ ขมวดแน่น ก่อนจะหรี่ตาและหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อโทรหาเฉิงสือ
“อยู่ไหน?”
[ผมจะอยู่ที่ไหนได้ล่ะ ก็ต้องอยู่ในรังทองของท่านน่ะสิ]
เสียงไม่จริงจังของเฉิงสือดังขึ้น ฉีส่าวฉิงวางสายทันทีและคว้าเสื้อโค้ตที่อยู่ข้าง ๆ เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ที่บาร์หงเหยียน เฉิงสือนั่งอยู่บนโซฟาในห้องวิไอพี บนโต๊ะกลางไม่ได้วางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับเป็นกระเป๋าเดินทางสีกุหลาบทอง กุญแจรหัสถูกแกะออกแล้ว กระเป๋าเปิดอ้ากว้าง เสื้อผ้าสีสันสดใสด้านในทำให้มุมปากของเขายกขึ้น
“ดูเหมือนว่าคุณน้องสาวจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่ยังชอบใส่เสื้อผ้าลวดลายแบบนี้อยู่เลย ทำตัวเป็นเด็กไปได้!”
“เจ้านาย แบบนี้ไม่ค่อยดีนะครับ?”
บริกรรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย การค้นกระเป๋าเดินทางของคนอื่นแบบนี้ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว
“มีอะไรไม่ดีหรือ? ของที่หายไปสามวันแล้วยังไม่มาเอา ฉันถามคุณหน่อย ถ้าคุณโยนนาฬิกาเรือนหนึ่งลงถังขยะ คุณจะไม่ให้คนเก็บขยะค้นถังขยะหรือ?”
“เจ้านาย คุณไม่ใช่คนเก็บขยะนะครับ”
บริกรก้มหน้าพูดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนขณะแอบชำเลืองมองเขาเล็กน้อย เจ้านายของพวกเขาเป็นคุณชายคนที่สองของตระกูลเฉิงที่เกิดมาพร้อมกับช้อนเงินช้อนทอง
“ฉันแค่ยกตัวอย่างเปรียบเทียบเท่านั้น!”
เฉิงสือส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้ แล้วยังคงค้นกระเป๋าต่อไป แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไรอยู่กันแน่
อยู่ ๆ นิ้วมือก็สัมผัสถูกอะไรแข็ง ๆ บางอย่าง เขารีบหยิบออกมาดูทันที สิ่งที่ติดมือออกมาคือโน้ตบุ๊กขนาดเล็กและหนังสือเดินทางพร้อมบัตรประชาชน
“สาวน้อยคนนี้คงจะขาดสติจริง ๆ ทำของสำคัญขนาดนี้หาย ยังไม่มาตามหาเลย?”
เฉิงสือเปิดหนังสือเดินทางออกและมองรูปถ่ายบนนั้น มุมปากของเขายกขึ้นอีกครั้ง เอาเถอะ ก็ไม่ได้แกล้งทำเป็นเด็ก แต่เธอดูเด็กจริง ๆ
นึกถึงความรู้สึกคืนนั้น ลำคอของเขาอดแห้งผากไม่ได้ ตัวเขาเองถือว่าเป็นคนที่ผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่เธอเป็นคนแรกที่ทำให้เขาคลั่งไคล้ได้เหมือนคืนนั้น
“เจ้านาย จะคืนให้เธอไหมครับ?”
“คืนอะไรกัน ถ้าเธออยากได้ก็ให้มารับเอาเอง”
ความทรงจำอันเร่าร้อนถูกขัดจังหวะ เขาวางหนังสือเดินทางลง และเปิดโน้ตบุ๊ก ป้อนรหัสของกระเป๋าเดินทางลงไป หน้าจอก็ปลดล็อกทันที
“ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้”
เขาส่งเสียงในลำคออย่างรู้สึกประสบความสำเร็จขณะเปิดดูไฟล์ข้างใน แต่สายตากลับถูกดึงดูดด้วยโฟลเดอร์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ ชายหนุ่มพิมพ์ตัวเลขเมื่อครู่อีกครั้ง ก่อนที่โฟลเดอร์จะถูกถอดรหัส ภายในมีเพียงรูปภาพรูปเดียวเท่านั้น ในรูป เจียงจิงเงยหน้ายิ้มและจูบชายอีกคน แต่ใบหน้าของชายคนนั้นกลับถูกตัดต่อให้เป็นหน้าสุนัข
“เจ้านาย สาวน้อยคนนั้นตลกจริง ๆ ทำไมถึงคิดระบายความโกรธแบบนี้ได้นะ”
บริกรมองแวบหนึ่งแล้วเอ่ยออกมาอย่างทนไม่ไหว แต่สีหน้าของเฉิงสือกลับเคร่งขรึมและปิดสมุดบันทึกทันที
“นายจะรู้อะไร เอาของพวกนี้ไปเก็บให้หมด แล้วเอาเหล้าสองขวดมาให้ฉัน”
“แล้วกระเป๋าเดินทางพวกนี้จะทิ้งไหมครับ?”
เฉิงสือโมโหที่บริกรพูดจาโง่เง่าจึงเตะไปทีหนึ่ง
“ทำไมนายไม่ทิ้งตัวเองล่ะ!”
ประตูห้องรับรองถูกผลักจากด้านนอก บริกรที่เห็นฉีส่าวฉิงมาถึงแล้วจึงถอนหายใจ
“คุณฉี เจ้านายรอคุณมานานแล้ว ผมจะไปเอาเหล้ามาให้”
พูดจบก็ปิดกระเป๋าเดินทางและลากมันวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
ฉีส่าวฉิงโยนเสื้อโค้ตไปอีกด้านหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เฉิงสือ
“กระเป๋าของใคร?”
“ลูกค้าทิ้งไว้ กลางวันแสก ๆ วิ่งมาหาฉัน คิดถึงฉันหรือไง?”
ฉีส่าวฉิงเห็นเขายังทำหน้าสีไม่จริงจังเหมือนเดิม จึงดึงปกเสื้ออย่างรำคาญใจ
“เด็กคนนั้นเป็นลูกของฉัน”
เฉิงสือชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าที่เคยสนุกสนานหายไปและเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมที่หาได้ยากในทันที
“งั้น นายตัดสินใจจะหย่ากับลู่จั่นเหยียนแล้วสินะ”
เพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กย่อมเข้าใจดี ในเมื่อเด็กคนนั้นเป็นลูกแท้ ๆ ด้วยนิสัยของส่าวฉิงแล้ว เขาไม่มีทางทิ้งลูกในไส้อย่างแน่นอน