Series 1: ค้างคาวดูดเืแห่งดอยผาหม่น
ตอนที่ 1 – ศพแรกที่ไม่มีเื
วันที่ 3 มกราคม 2569
บ้านแม่ปิงหลวง ต.ป่าแดด อ.แม่จัน จ.เชียงราย
ตีสี่กว่าๆ อากาศหนาวจนหายใจเป็ไอ
ชาวบ้านพบศพชายวัย 38 ปี นอนคว่ำในนาข้าวข้างบ้าน
ชื่อ นายบุญส่ง แซ่ลี
ไม่มีาแ แต่เืในร่างแห้งหมดเกลี้ยง
รอยเขี้ยวสองรูที่คอข้างซ้าย ชัดเจนเหมือนถูกเข็มฉีดยาเจาะ
แต่ไม่มีเืซึมแม้แต่หยดเดียว
ตำรวจท้องที่สรุปว่า “ตายเพราะโลหิตจางเฉียบพลัน” แล้วปิดคดีไว
แต่ชาวบ้านไม่เชื่อ เพราะเป็ศพที่สามในรอบสองเดือน
และทุกศพ… มีรอยเขี้ยวค้างคาวที่คอเหมือนกันเป๊ะ
เมฆาขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ขึ้นดอยตอนตีสองครึ่ง
เสื้อแจ็คเก็ตลายพรางทหารปิดซิปจนสุดคอ หมวกกันน็อกถอดวางไว้ข้างๆ
เ้าพรายลอยออกมาจากเงาต้นยางข้างทาง ตัวสั่นเทา
“ท่านครับ… ที่นี่มันหนาวจริงๆ ข้าแทบจะกลายเป็ผีน้ำแข็งแล้ว”
เมฆาไม่สน แค่ยกมือแตะกำไลเงินสองวงเบาๆ
เ้าฮูกบินลงมานั่งบนแฮนด์รถ ตาเหลืองทองเรืองแสงจ้องไปที่ป่าด้านหลังหมู่บ้าน
“กลิ่นเืแรงมาก” เมฆาพูดเบาๆ “แต่ไม่ใช่เืมนุษย์ธรรมดา”
เขาขี่รถเข้าไปถึงศาลเ้าพ่อป่าหม่น ศาลเก่าแก่ที่ชาวบ้านบอกว่า “ใครเข้าไปหลังเที่ยงคืน จะไม่ได้กลับออกมา”
ตรงหน้าโลงศพบุญส่งที่ยังไม่เผา
ร่างของบุญส่งนอนนิ่ง ผิวขาวซีดจนดูเหมือนกระดาษ
ปากค้างเล็กน้อย ฟันเขี้ยวทั้งบนและล่าง… ยาวผิดปกติ
เ้าพรายร้องเบาๆ
“ท่านครับ… ไอ้หมอนี่เริ่มกลายเป็ผีดิบแล้ว!”
เมฆาเดินเข้าไปใกล้ศพ
ยกมือขึ้นแตะหน้าผากบุญส่ง
เย็นเฉียบ แต่ยังไม่แข็งทื่อทั้งร่าง
“ยังไม่ตายสนิท”
เมฆาพึมพำ “ถูกดูดเืจนหมด แต่หัวใจยังเต้นช้าๆ อยู่”
เขาหันไปมองเ้าฮูก
“บินขึ้นไปสำรวจป่าด้านหลังศาลให้ฉัน ระยะ 3 กิโลเมตร”
เ้าฮูกบินลอยขึ้นทันที
ภาพมุมสูงส่งเข้ามาในหัวเมฆา
ป่าทึบ มีถ้ำเก่าอยู่ลึกเข้าไป
หน้าถ้ำมีค้างคาวนับพันตัวเกาะเต็มเพดาน
แต่ค้างคาวทุกตัว… ตาแดงก่ำ
และตรงปากถ้ำ มีเงาคนยืนอยู่คนเดียว
ผู้หญิง ผมยาว ใส่ชุดโบราณล้านนาสีดำ
เมฆาถอนหายใจยาว
“เจอตัวต้นเหตุแล้ว”
เขาเดินกลับไปที่รถ
เ้าพรายลอยตามตื่นเต้น
“ท่านจะไปถ้ำเลยไหมครับ?”
เมฆาขึ้นคร่อมรถ สตาร์ทเครื่อง
“ไม่ใช่ค้างคาวธรรมดา
และไม่ใช่ผีดิบธรรมดา”
เขาบิดคันเร่ง
“คืนนี้… ฉันแค่มาดูหน้าเ้าของบ้านก่อน”
ไฟท้ายรถหายไปในความมืดของดอยผาหม่น
ทิ้งให้ศาลเ้าพ่อเงียบสงัด
แต่ในโลงศพ
นิ้วของบุญส่งขยับเบาๆ ครั้งหนึ่ง...?!
*โปรดติดตามบทต่อไป*