“ทุ่มเทแสดงออกถึงเพียงนี้ คงมีเจตนาอื่นแอบแฝง บางทีองค์หญิงสวินพระองค์นี้อาจคิดอยากแต่งให้คุณชายที่นั่งอยู่ในงานนี้กระมัง” จางเอ่อร์คลี่ยิ้มส่ายหน้า ั์ตาวาววับลึกล้ำส่องสะท้อนในจอกสุรา เขาก้มศีรษะลงดื่มต่อ กลับพบว่ากาสุราว่างเปล่าแล้ว
ส่วนหลิวปังกับหลิวเจียวได้ถูกท่วงท่าระบำอันอ่อนช้อยของหญิงสาวดึงดูดความสนใจไปั้แ่แรก สายตามองตามจังหวะก้าวเท้าร่ายรำของนาง ไหนเลยจะยังสนใจสุรารสเลิศ!
โฉมงามอาภรณ์แดงคล้ายคำนวณเวลามาอย่างแม่นยำ รอจนเหล่านางกำนัลรวมตัวกัน มือก็สะบัดผ้าขาวโปร่งพลิ้วไหวมาหยุดเบื้องหน้าหลิวปัง มืออีกข้างรินสุราให้เขาช้าๆ
หลิวปังสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงงาม แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยกจอกสุราดื่มเกลี้ยงรวดเดียวแล้ววางลงตรงหน้านาง หญิงสาวกลับหันร่างไปยังหลิวเจียวผู้เป็น้องชายที่อยู่ข้างกันเสียแล้ว
หลิวเจียวเห็นคนงามอยู่ข้างๆ ก็มีความสุขจนลืมคารวะตอบ กำลังคิดจะเอ่ยถาม หญิงสาวผู้นั้นก็จากไปด้วยฝีเท้าแ่เบา ทิ้งคู่พี่น้องสกุลหลิวให้นั่งนิ่งอยู่กับที่
นางก้าวย่างอย่างอ่อนช้อยแ่เบาไปทั่วงานเลี้ยง รินสุราให้ฝูงชนพร้อมท่วงท่าร่ายรำ ทำเอาหัวใจทุกผู้คนในงานกระเพื่อมไหว
ครั้นมาถึงเบื้องหน้าจางเอ่อร์ ดรุณีอาภรณ์แดงสบตาเขาก่อนส่งยิ้มให้ ดูคล้ายมิได้เจตนา แต่ที่จริงแล้วตั้งใจ
รอยยิ้มนี้แสนงามล้ำล่มเมือง จางเอ่อร์พลันเกิดระลอกคลื่นในหัวใจ ตะลึงพรึงเพริดไปชั่วขณะ ความอ้างว้างเย็นเยือกดุจน้ำแข็งในใจคล้ายถูกรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนและอาภรณ์สีแดงดั่งเปลวเพลิงนี้หลอมละลาย!
หนึ่งเพลงบรรเลงจบ เสียงปรบมืออันร้อนแรงดังทั่วที่นั่งรอบด้าน ดรุณีอาภรณ์แดงสำรวมกิริยาเก็บรวบกระโปรงระบำ ก่อนถวายพระพรจ้าวอ๋อง “สวินเอ๋อร์คารวะเสด็จพ่อ”
เวลานี้ใบหน้าทุกคนในงานเลี้ยงล้วนเผยยิ้มชมเชย มีเพียงพระอัครมเหสีกับองค์หญิงหลานที่ยิ้มฝืดฝืนยิ่งนัก
หลิวเจียวลุกขึ้นกล่าวด้วยความตื่นเต้น “วิเศษ! ท่านผู้นี้คงเป็องค์หญิงสวินกระมัง เป็สตรีผู้มีอยู่แต่บนแดน์ โลกมนุษย์ยากพบเจอไม่กี่หนอย่างจริงแท้!”
จ้าวเสวี่ยสวินได้ยินแล้วคลี่ยิ้ม คู่ั์ตาใสกระจ่างดั่งหยาดน้ำฤดูสารท โค้งกายคำนับตอบ
หลิวปังเองก็โค้งมุมปากเป็รอยยิ้ม ก่อนกล่าวคำ “ภายหน้ายินดีต้อนรับองค์หญิงสวินมาเยี่ยมเยือนอำเภอเพ่ยของกระหม่อมได้ทุกเมื่อ”
เสวี่ยสวินหลุบตาลงเอ่ย “หากคุณชายทุกท่านพึงพอใจกับของขวัญต้อนรับจากแคว้นจ้าว ภายหลังก็ขอเชิญมาเป็แขกให้คำปรึกษาแคว้นจ้าวของข้าบ่อยๆ สวินเอ๋อร์คงซาบซึ้งอย่างหาที่สุดมิได้”
หลิวเจียวได้ยินแล้วหัวเราะชอบใจ พูดออกมาอย่างเปิดเผย “ไม่มีปัญหา กระหม่อมกับพี่ชายจะมาบ่อยๆ แน่นอน!”
จางเอ่อร์มองดูดรุณีความคิดสุขุมลุ่มลึก ท่าทางค่อนข้างแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไปตรงหน้าผู้นี้ ใบหน้าหล่อเหลาสบกับั์ตาใสกระจ่างของนางเข้าพอดี หลังครุ่นคิดจึงกล่าวคำอย่างจริงจัง “แคว้นจ้าว้าพวกข้าที่ใด พวกข้าก็ย่อมเป็กำลังให้แก่จ้าวอ๋อง องค์หญิงไม่จำเป็ต้องลำบากเหน็ดเหนื่อยพระทัย”
เห็นจางเอ่อร์ผู้ปรีชาสามารถเอ่ยวาจาแล้ว เสวี่ยสวินก็ผงกศีรษะอย่างเบิกบานยินดี รอยยิ้มผ่องใสไร้ราคีดุจดั่งบัวหิมะบนยอดูเาน้ำแข็ง ทำเอาเขานิ่งอึ้งไปอีกรอบ
งานเลี้ยงครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่นกลมเกลียว องค์หญิงหลานคอยจับจ้องจ้าวเสวี่ยสวินพี่สาวที่อายุมากกว่าตนแค่ไม่กี่ปี ในใจคล้ายมีความคิดบางอย่าง
ผู้คนดื่มสุราพูดคุยกันสรวลเสเฮฮาท่ามกลางบรรยากาศร้องรำทำเพลง ทว่าความคิดของจางเอ่อร์กลับไม่รู้ล่องลอยไปแห่งหนใด
…
ในวังอ๋องแห่งนี้มีความทรงจำดั่งฝันร้ายมากมาย จางเอ่อร์เดินไปตามระเบียงวน ค้นพบว่าอิฐทุกก้อน กระเบื้องทุกแผ่นยังดูคุ้นเคยเหลือเกิน ตัวเขาเหมือนย้อนกลับไปเป็ตัวเองในวัยเด็ก
จางเอ่อร์น้อยในตอนนั้นเพิ่งเดินมาถึงหน้ารูปปั้นหินสลักสิงโตหน้าระเบียง ขณะกำลังเล่นสนุก จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาจับตัว ครั้นหันหน้าไปกลับเห็นว่าเป็มารดาตน น้ำตาอุ่นร้อนไหลเปรอะเครื่องประทินโฉมบนใบหน้าท่านแม่ นางรีบดึงตัวเขาเข้าไปหาด้วยท่าทางร้อนใจ
“ลูกเอ๋ยเร็วเข้า เราต้องรีบไปจากวังอ๋อง!”
“ไม่เอา ท่านแม่! ที่นี่เป็บ้านข้า เหตุใดเราต้องจากไปด้วย” คำว่าไม่ยินยอมเขียนแปะเต็มใบหน้าเล็กอันดื้อรั้นของจางเอ่อร์
ท่านแม่ลูบประคองแก้มเขา กล่าวคำด้วยสีหน้าจริงจัง “จำไว้ จากนี้ไปวังจ้าวไม่ใช่บ้านของเราอีกต่อไปแล้ว ที่นี่เป็แผ่นดินของลุงเ้า!”
จางเอ่อร์น้อยถูกมารดาลากเดินไปอย่างไม่มีทางเลือก เขาหันหน้ามองกลับไป มีเพียงวังอ๋องที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ กับวัยเด็กที่ค่อยๆ จางหาย
จางเอ่อร์สะลึมสะลือตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนเมาอยู่ในตำหนักแห่งหนึ่งของแคว้นจ้าว
อาซิ่นผู้ติดตามเห็นเขาหยัดกายลุกก็รีบอธิบาย “คุณชาย ท่านตื่นแล้วหรือ ไม่สันทัดสุรายังดื่มเสียมากเช่นนั้น เกิดแม่นางอี้ฝานรู้เข้าละก็ คงตำหนิว่าข้าน้อยดูแลไม่รอบคอบอีก”
จางเอ่อร์กังวลว่าจะเผลอเสียกิริยาในงานเลี้ยง คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย ก่อนรีบซักถาม “ที่นี่ที่ไหน”
“เรียนคุณชาย ที่นี่คือหอเถาหรานขอรับ เมื่อวานท่านดื่มหนักในงานเลี้ยง โชคดีที่ทุกคนต่างก็ดื่มกันเมามาย อาซิ่นจึงประคองท่านกลับห้องก่อน”
เขาผ่อนลมหายใจโล่งอก เปล่งเสียงเ็า “ข้าอยากออกไปเดินเล่นคนเดียว ไม่ต้องตามมา”
อาซิ่นเกาหัวอย่างจนใจ คุณชายมักทำตัวห่างเหินไกลจากผู้คนนับพันลี้เช่นนี้เสมอ ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปในอนาคตจะมีแม่นางบ้านใดมาต้องตาบ้าง!
…
วังอ๋องแห่งแคว้นจ้าวยามนี้เป็่เวลาดีงาม แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิสว่างเจิดจ้า ภายในอุทยานดอกไม้ของวังจ้าวร้อยบุปผาชูช่อประชันความงาม ผ่านเวลามาหลายปีแล้วยังคงเป็ภาพทิวทัศน์งดงามไม่แพ้ปีนั้นแม้แต่น้อย
จางเอ่อร์หยิบจอกทองคำใบหนึ่งออกจากแขนเสื้อ เป็จอกสุราจากงานเลี้ยงเมื่อวานนี้ นึกไม่ถึงว่าเขาจะเผลอซ่อนไว้ในแขนเสื้อโดยไม่ตั้งใจ
ครั้นนึกถึงรอยยิ้มงามล่มเมืองขององค์หญิงสวินผู้สวมอาภรณ์แดงดั่งเพลิงรินสุราให้ตนเมื่อวานนี้ จางเอ่อร์ที่เ็าดุจน้ำค้างแข็งถึงกับเผลอใจลอยไปชั่วขณะ
ทันใดนั้นพลันได้ยินเสียงคนเรียกจากด้านข้าง จางเอ่อร์รีบซ่อนจอกสุราไว้ด้านหลังอย่างแเี ผู้มาเป็หญิงสาวสวมชุดนางกำนัลคนหนึ่ง ทว่าหน้าตางามแฉล้มพริ้มเพรา
นางยิ้มเ้าเล่ห์ คำนับแล้วกล่าวคำ “บ่าวคือเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์นางกำนัลรับใช้ขององค์หญิงสวิน องค์หญิงบอกว่าท่านเป็ญาติผู้พี่ของนาง จึงอยากเชิญไปร่วมสนทนากันที่ตำหนักอิ๋งเมิ่งเ้าค่ะ”
จางเอ่อร์ได้ยินแล้วนึกสนใจใคร่รู้ในตัวองค์หญิงสวินผู้นี้ขึ้นมาเล็กน้อย