มู่เฉินเดินเที่ยวอยู่ในตลาดซื้อขายอสูรปีศาจด้วยความสนอกสนใจ
“อสูรหมููเาเซียงของแท้สดใหม่มาถึงแล้ว ดูสิ หมูตัวนี้แข็งแรงขนาดไหน เนื้อนี่รับประกันความแข็งแกร่ง”
“ไก่สามบุปผา ขายถูกๆ จ้า ขายถูกๆ สิบตัวสุดท้ายแล้ว หนึ่งตัวหนึ่งศิลาทิพย์!”
“เต่าปากกระเรียนชั้นเลิศ! เสริมหยินบำรุงหยาง! ตัวละสองศิลาทิพย์! รีบมาแย่งกัน รีบเข้ามาซื้อกันเร็ว!”
อสูรปีศาจในตลาดซื้อขาย ส่วนใหญ่คือระดับหนึ่งเทียบเท่ากับระดับผู้ฝึกหัดยุทธ์ของมนุษย์
แน่นอนว่าขอเพียงเ้ามีเงิน ้าซื้ออสูรปีศาจระดับสองก็ไม่ใช่เื่ยาก โดยทั่วไปอสูรปีศาจระดับสองจะมีวงแหวนอยู่ที่เท้า วงแหวนนั้นทำให้อสูรปีศาจไร้ซึ่งพลังโจมตี
...
“ได้ยินว่าคุณชายมู่เฉินก็อยู่ที่นี่ด้วย คุณชายใหญ่ผู้นี้ ่นี้เปลี่ยนแปลงไม่น้อย ความแข็งแกร่งยกระดับจากผู้ฝึกหัดยุทธ์เจ็ดดาวขึ้นมาเป็ผู้ฝึกหัดยุทธ์เก้าดาวแล้ว” วังหลุนยิ้มเอ่ย
เยี่ยสือกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย “ก็แค่ผู้ฝึกหัดยุทธ์เก้าดาวเท่านั้นเอง คุณชายใหญ่อย่างเขาอายุเท่านี้ ถ้าสนใจความก้าวหน้าสักหน่อย คงอยู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์นานแล้ว”
หากเยี่ยสือโชคดีเหมือนมู่เฉิน ไม่มีทางเป็แค่ระดับผู้ฝึกยุทธ์สองดาวเป็อันขาด อย่างน้อยก็ต้องห้าดาว
วังหลุนเหลือบมองเยี่ยสือ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สือโถว ดูเหมือนเ้าจะมีอคติกับคุณชายมู่เฉินนะ!”
เยี่ยสือยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน กล่าวว่า “เปล่าขอรับ!”
“สือโถว คุณสมบัติของเ้าไม่เลว ไม่คิดที่จะเข้าตระกูลสูงศักดิ์สักตระกูลบ้างหรือ” วังหลุนเอ่ยถาม
เยี่ยสือเม้มปากพลางกล่าว “ข้าไม่ชอบผูกมัดขอรับ”
เยี่ยสือกัดฟัน สถานะความเป็อยู่ของเขาที่สกุลเยี่ยนั้นยากลำบาก เยี่ยสือเคยคิดที่จะออกจากสกุลเยี่ยแล้วเข้าร่วมตระกูลอื่น แต่ไม่ว่าเขาจะไม่ได้เป็ที่โปรดปรานในสกุลเยี่ยอย่างไร บนตัวเขาก็มีป้ายของสกุลเยี่ยติดอยู่ ตระกูลอื่นไม่มีทางยอมรับเขาง่ายๆ ต่อให้เขารับไว้ก็ไม่มีทางเชื่อใจเขาได้อย่างแท้จริง
ยิ่งกว่านั้น เขาไม่ได้เป็แค่คนสกุลเยี่ย แต่ยังเป็ว่าที่ภรรยาของมู่เฉิน
เยี่ยสือเงยหน้าขึ้น แล้วมองไปทางมู่เฉิน
ขณะที่เยี่ยสือมองมู่เฉิน มู่เฉินก็หันกลับมาราวกับรับรู้ สบตากับเยี่ยสือพอดี
เมื่อเห็นเยี่ยสือ มู่เฉินก็เผลอฉีกยิ้มกว้างๆ ให้เยี่ยสือโดยไม่รู้ตัว
เยี่ยสือกัดฟัน แล้วถลึงตาใส่มู่เฉินอย่างดุดัน
มู่เฉินขมวดคิ้ว หรี่ตาอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ภาษิตกล่าวว่า ไม่ตีคนหน้ายิ้ม[1] นี่เป็หลักการที่ใช้ในโลกก่อน แต่พอมาถึงที่นี่ เหมือนจะใช้การไม่ได้แล้วหรือ
“คุณชาย ท่านเคยล่วงเกินซวงเอ๋อร์ผู้นั้นหรือขอรับ” เหรินซานถาม
มู่เฉินกล่าวพลางเลิกคิ้ว “นั่นคือซวงเอ๋อร์หรือ”
เหรินซานพยักหน้าเอ่ย “ใช่ขอรับ! แม้จะหน้าตาดูหล่อเหลาองอาจไปหน่อย แต่ก็เป็ซวงเอ๋อร์จริงๆ”
มู่เฉินเลิกคิ้วแล้วกล่าว “จริงหรือ ดูไม่ออกเลยจริงๆ”
“...”
“มู่เฉินมาทำอะไรที่นี่ เลือกอสูรปีศาจหนึ่งตัว ส่งไปให้คนในดวงใจหรือ” เยี่ยสือเอ่ยถามพลางหันหน้าไปด้านข้าง
วังหลุนกล่าวเสียงเรียบ “ได้ยินว่ามาซื้อโลหิตอสูรปีศาจ”
“โลหิตอสูรปีศาจ จะทำเต้าหู้โลหิตหรือ” เยี่ยสือกล่าวพึมพำ
เต้าหู้โลหิตเป็อาหารที่เยี่ยสือโปรดปรานมาก ั้แ่เด็กเนื้ออสูรปีศาจที่เยี่ยสือได้กินนั้นมีจำกัดมาก โชคดีที่พ่อครัวของสกุลเยี่ยกับเยี่ยสือมีความสัมพันธ์ที่ไม่เลว จึงทำเต้าหู้โลหิตเพิ่มมาให้เยี่ยสือกินเยอะมาก
วังหลุนส่ายหน้า กล่าวว่า “ไม่เหมือนใช้ทำเต้าหู้โลหิต ปริมาณมากเกินไป”
เยี่ยสือเม้มปาก แล้วกล่าว “อย่างนั้นหรือ!”
...
“คุณชาย เืหมูสิบชั่ง[2] เืงูสิบชั่ง เืไก่สิบชั่ง เืแกะสิบชั่ง เืเสือสิบชั่งที่ท่าน้า ทั้งหมดสองร้อยศิลาทิพย์ขอรับ” เหรินซานกล่าวกับมู่เฉิน
มู่เฉินหรี่ตาเอ่ย “แพงขนาดนี้เชียวหรือ”
เหรินซานพยักหน้าแล้วกล่าว “ราคาของเืเสือค่อนข้างแพงขอรับ”
มู่เฉินพยักหน้า กล่าวว่า “เช่นนี้นี่เอง!” การฝึกฝนคือการผลาญเงิน! ฝึกเคล็ดหลอมกายร้อยชั้น ต้องใช้โลหิตอสูรปีศาจชุบร่างกาย และเืเสือก็เป็สิ่งจำเป็
เชิงอรรถ
ั้แ่ตอนที่ 20 เป็ต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่
https://www.readawrite.com/a/2245b7f8783acf6ba608d08c78b4243d?r=user_page