ณพระตำหนักโอสถทิพย์ พระราชวังเทียนกง บนสรวง์
เจิ้งฝูเดินออกมาชมสวนดอกไม้ในอุทยานโดยมีเซียวชิงหลิง และหนี่หวงอิ๊นเดินขนาบสองข้างขุนพลหนุ่ม
“ข้าขอขอบใจท่านทั้งสองมากที่ช่วยดูแลข้ายามาเ็”
องค์หญิงชิงหลิงก็เอ่ยถาม“มิทราบท่านฟื้นพลังเป็ปกติดังเดิมหรือยัง”
เจิ้งฝู: “ ข้าหายดีแล้ว”เขายิ้มส่งสายตาให้ราชธิดาของเง็กเซียน
แต่นั่นเป็ภาพบาดตาสำหรับนักรบหญิงอย่างหนี่หวงอิ๊นนางจึงแย่งความสนใจด้วยการดึงแขนของเจิ้งฝู ก่อนจะกล่าว
“ท่านพี่จือชางข้าจะพาท่านไปชิมขนมอร่อยในห้องต้นเครื่อง เป็สูตรใหม่ที่ข้าเพิ่งคิดค้นมาเลยไปกับน้องนะ”
จือชางก็ละล้าละลังหันมามองชิงหลิง แต่ขาก็ก้าวเดินไปตามธิดาเสนาบดี
องค์หญิงยืนยิ้มและมองตามนางมิได้รู้สึกแปลกด้วยเห็นจือชางกับนักรบหญิงเติบโตวิ่งเล่นมาด้วยกันั้แ่เกิดแล้ว
ภายในตำหนักมารอันมืดมัวสลัวลาง
จอมอสูรหมัวหวางยืนอยู่เบื้องหน้าหม้อสามขาใบใหญ่น้ำในหม้อเดือดโดยไร้ฟืนไฟให้ความร้อน ส่งไอหมอกหนาทึบ ลอยต่ำอยู่เหนือหม้อนั้น
เงาลึกลับในม่านหมอกกล่าวกับจอมมาร
“หมัวหวางจงฟัง
ช้ามีภารกิจสำคัญให้เ้าไปดำเนินการ
จงไปรวบรวมมณีสิบสองนักษัตรจากแหล่งเก็บรักษาสิบสองแห่งซึ่งข้าจะบอกเ้าว่าอยู่หนแห่งใดต่อไป
และเพื่อให้เ้าทำงานได้อย่างราบรื่น
ข้าจะส่งปีศาจสิบสองตนไปสร้างสถานการณ์ตามแหล่งห่างไกลเพื่อดึงความสนใจของเหล่าเทพเซียน มิให้มาขัดขวางการค้นหามณีนักษัตร
เอาล่ะไปปฏิบัติภารกิจของเ้าได้แล้ว”
“น้อมรับคำบัญชาท่านจวินอู่ฮวาง”
หมัวหวางรับคำสั่งแล้วก็นึกย้อนไปถึงคราวที่ได้รับการช่วยชีวิตจากบุคคลลึกลับผู้นี้
ครั้งที่เขาหนีซมซานจากการถูกทำร้ายาเ็กระทั่งมาพบเงาปีศาจผู้ฟื้นฟูร่างกายและมอบพลังมารแก่เขา
จนมาตั้งตำหนักจอมมารอันเกรียงไกรที่นี่
ห่างออกไปณ เมืองซีอาน
เพลิงไหม้ลุกโหมไปทั่วทั้งเมืองโดยไม่ทราบสาเหตุ
ชาวบ้านร้านรวงต่างวิ่งหนีตายบ้างก็หาถังตักน้ำไปดับไฟแต่กระแสลมพัดกล้ายิ่งกระพือให้มหาอัคคีภัยเพิ่มความรุนแรงขึ้น
ไฟนั้นก็แสนประหลาดยิ่งสาดน้ำรด ไฟยิ่งลุกลามมากขึ้น
เ้าผู้ครองเมืองและเหล่าเสนาอำมาตย์ต่างอับจนปัญญาแก้ไขจำต้องทำพิธีเซ่นไหว้บวงสรวง ควันธูปนั้นลอยขึ้นเบื้องบนพร้อมคำอธิษฐาน
องค์เง็กเซียนได้รับสารจากโลกมนุษย์จึงรับสั่งกับขุนพลพิชิตมาร
“เจิ้งฝูเ้าจงลงไปเมืองซีอาน ด้วยขณะนี้มีเหตุเพลิงไหม้อย่างแปลกประหลาดข้าสงสัยว่าจะเป็ฝีมือของเหล่าปีศาจ”
“น้อมรับพระบัญชา”
จือชางรับราชโองการแล้วเหาะลงมายังจุดเกิดเหตุ
ขณะเดียวกันณ ทะเลสาบเดียน คุนิ ยูนนาน
หมัวหวางปรากฏกายในตำหนักไม้อันงดงาม
“ผู้ใดเป็าาชนเผ่าเดียนของพวกเ้า”
องค์ราชันย์ลุกขึ้นจากบัลลังก์ไม้สลักลาย ก่อนตอบ
“ข้าเอง ข้าชื่อเชียงหัวเจือง”
“ดีมากจงเร่งส่งมณีนักษัตรปีชวดมาให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้”
จอมมารสั่งอย่างไม่เกรงใจ
แต่าาเผ่าเดียนมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยถาม
“เ้าเป็ใครจึงกล้ามาสั่งข้าหากว่าเรามิให้เ้าล่ะ จักทำกระไร”
หมัวหวางหัวเราะก่อนตอบ
“ถ้าคุยกันไม่รู้เื่ก็ลองชิมพลังมารของข้าหน่อยปะไร”
กล่าวแล้วจอมปีศาจก็ซัดฝ่ามือปล่อยแสงสีแดงออกไปยังาาเผ่าเดียน
เจียงหัวเชืองก็ปล่อยพลังแสงสีเหลืองออกรับหากแต่สู้พลังของมารร้ายมิได้ เขาจึงได้รับแรงกระแทกจนกระอักโลหิต
เหล่าเสนาอำมาตย์เห็นดังนั้นก็กรูกันเข้ารุมล้อมหมัวหวางแต่ก็โดนพลังมารเหวี่ยงจนกระเด็นไปรอบทิศลงไปนอนร้องครวญครางโอดโอยด้วยความเ็ป
าาเผ่าเดียนรู้ว่าสู้มิได้ จึงรับสั่งมหาดเล็ก
“จงเร่งนำมณีนักษัตรมามอบให้เขาไป”
ข้ารับใช้ก็รีบวิ่งไปหลังพระตำหนัก
หมัวหวางยืนรอไปก็หัวเราะไป
“ถ้ายอมแต่แรกพวกเ้าก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว”
เมื่อได้รับมณีนักษัตรปีชวดแล้วจอมมารก็เหาะกลับไป
ทางด้านเมืองซีอาน
จือชางเหาะลงมาถึงก็พบสภาพเมืองที่เต็มไปด้วยควันไฟและเปลวเพลิงเขาจึงใช้เทพฤทธิ์เสกฝนทิพย์ให้ตกกระหน่ำทั่วแผ่นดินนั้น ไฟก็ดับลง
แต่พลันปรากฏปีศาจมาผจญเขา
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจเงาสะท้อน (影魔)
พลังพิเศษ: ไม่ได้โจมตีทางกายภาพโดยตรงแต่จะสร้างภาพลวงตาจากความกลัวที่ซ่อนลึกที่สุดในจิตใจของเป้าหมายทำให้เทพเซียนต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดในใจตัวเอง หรือภาพคนที่พวกเขาสูญเสียไป
จุดอ่อน: แสงสว่างบริสุทธิ์จากจิตใจที่ไร้ความเห็นแก่ตัวหรือการยอมรับความกลัวของตนเอง
มันสร้างภาพชายหญิงคู่หนึ่งมาร้องเรียก
“จือชางพ่อกับแม่อยู่นี่แล้ว เข้ามาสิลูก” ภาพนั้นกวักมือเรียก
ขุนพลหนุ่มซึ่งมีปมในใจเื่ขาดพ่อแม่อยู่แล้วนั่นเป็อาหารเพิ่มพลังให้แก่ปีศาจ จนสามารถสร้างความหวั่นไหวในใจเขา
“พ่อกับแม่หรือ...ข้าไม่เคยมีพ่อแม่...”
ปีศาจจึงสร้างภาพให้ชายนั้นถูกคนทำร้ายาเ็แล้วหายวับไป ส่วนหญิงนั้นอุ้มลูกน้อย ก่อนจะมีคนมาแย่งเอาทารกไป
“พ่อของเ้าถูกพวกเทพ์ทำร้ายจนหายสาบสูญ
แม่ของเ้าถูกทำร้ายจนตายแล้วแย่งตัวเ้าไป
เ้าคงจำไม่ได้หรอกนั่นเป็ครั้งเ้าเป็ทารก
หากเ้าเป็ลูกกตัญญูก็จงล้างแค้นให้พ่อแม่ของเ้า
กำจัดพวกเทพเซียนจอมปลอมให้หมด”
เจิ้งฝูสับสนในใจระหว่างหน้าที่ กับความจริงที่แสนเ็ป
เขาจะเลือกความกตัญญูหรือความถูกต้อง
แต่ก่อนที่ปีศาจจะเอื้อมมือไปแตะตัวขุนพลนั้น
แสงสว่างบริสุทธิ์จากฟ้า์ก็สาดส่องลงมาครอบคลุม
“พี่จือชางท่านอย่าหลงกลปีศาจ มันหลอกให้ท่านว้าวุ่นใจ”
เสียงเซียวชิงหลิงยอดขุนพลหญิงแห่งฟ้าเบื้องบน เหาะลงมายืนเบื้องหน้าปีศาจ
“บิดาของท่านทำผิดจึงได้รับาเ็ หนีหายไปเอง
ส่วนมารดาท่านนั้นได้ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องท่านพ่อลูกจากพลังของจอมมารม่อเทียนหลง
ท่านอย่าได้กล่าวโทษฟ้า์เลย”
จือชางรู้ดีว่าเซิ่งหมู่เจียงจวินผู้นี้เป็สตรีผู้มีความสัตย์หาได้เคยมุสาผู้ใดไม่ จีงยอมใจเชื่อคำกล่าวนั้น มนตร์สะกดใจก็เสื่อมลง
เมื่อขาดอาหารทางิญญาปีศาจเงาสะท้อนก็สลายร่างไปทันที
“ขอบใจนะน้องชิงหลิง”
“ยินดีค่ะเราไปช่วยชาวเมืองกันต่อเถอะ” องค์หญิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
ขุนพลหนุ่มยิ้มรับก่อนจะพากันเหาะไปสำรวจความเสียหายของนครซีอาน
ณ หุบเขาปีศาจ(魔鬼谷) เมืองกุ้ยโจว
เหล่าั์เผ่าเนฟิลิม(เนี่ยเฟยหลิน) นับร้อยตน นั่งคุกเข่าเบื้องหน้ารูปสลักของจอมมารหมัวหวางที่ยืนอยู่บนเขาหินชั้นรูปดอกเห็ด
“เหล่าข้าน้อยขอน้อมคำนับท่านจื้อจุนหมัวหวางข้าขอสังเวยท่านด้วยชีวิตมนุษญ์เหล่านี้”
จากนั้นพวกั์ก็พากันนำมนุษย์ชายหญิงหลายคู่ที่จับมาขังไว้เตรียมกระทำการเซ่นสังเวยบนแท่นชำแหละ
“ช่วยด้วยปล่อยข้าเถอะ ไว้ชีวิตข้าเถิด ข้ายังไม่อยากตาย”สตรีนางหนึ่งดิ้นรนร้องขอความเมตตาขณะยังถูกมัดมือเท้านอนรอความตายบนแท่นหินขนาดใหญ่
ขณะที่ั์ผู้ทำหน้าที่เพชฌฆาตกำลังเงื้อขวานเล่มใหญ่ เตรียมสับคอหญิงสาวนั้น
ทวนเล่มใหญ่สีทองพุ่งเข้าปักกลางอกของั์ตนนั้นล้มทั้งยืน
สายตาของพวกเนฟิลิมหันไปมองพร้อมกัน
เป็โอรส์เซียวเยี่ยนหลง จ้านหลงหวางจื่อ ขี่หลังกิเลนเหาะลงมาเหนือพวกอสูร
“หยุดกระทำชั่วบัดเดี๋ยวนี้เ้าพวกั์ใจบาป”
เหล่าั์ก็พากันหลบหนีหายไป
นักรบแดนสรวงก็ช่วยคลายมัดให้เหยื่อของปีศาจทั่วทุกตัวคน
แต่ชายหญิงเ่าั้กลับรุมล้อมเซียวเยี่ยนหลงราวจะดูดกินเืเนื้อ
“อ๊ะพวกท่านจะทำอะไร ข้ามาช่วยท่านนะ”
เทพบุตรผลักมือใส่หน้าอกชายคนหนึ่งชายนั้นก็ล้มลงตาย
เป็การกระตุ้นให้กลุ่มคนยิ่งบ้าคลั่งกรูเข้าจิกทึ้งตัวเ้าชาย์
บางครั้งภาพฝูงชนก็เปลี่ยนเป็ฝูงั์นักรบหนุ่มยกทวนขึ้นแทงไป กลับกลายเป็มนุษย์นอนจมกองเืน่าอนาถ
แล้วนิมิตก็เกิดในห้วงคำนึงของเซียวเยี่ยนหลง
เป็ภาพกระบี่ของใครบางคนแทงเข้ากลางอกของเขา
มันทำให้ร่างของเขาแตกสลายเป็ฝุ่นผง
เขารู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรงหัวใจเต้นถี่ ชีพจรสับสน
นี่ข้าเป็อะไรกันนี่
เขาคิดในใจ
แล้วก็เห็นภาพฝูงปีศาจพุ่งเข้ามาดูดเืเขา
องค์ชาย์ก็ฟาดฝ่ามือปล่อยพลังเทพยุทธสีฟ้าออกไป
ยังปรากฏภาพชายหญิงนอนกลิ้งเกลือกเกลื่อนพื้นดินนั้น
“อ้า.....”เซียวเยี่ยนหลงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ควบคุมตัวเองไม่ได้
ทันใดนั้น
แสงสีชมพูก็สาดส่องลงมาปกคลุมหุบเขาแห่งนั้น
เหล่าผู้คนชายหญิงกลับกลายเป็ต้นไม้กองฟาง กอหญ้า ก้อนหิน
องค์ชายโอรสเง็กเซียนคืนสติก็เห็นหนี่หวงอิ๊น ขี่นกกระเรียนร่อนลงพื้นเบื้องหน้า
“เจียวถิง...”เขาเรียกชื่อจริงของนักรบหญิง แทนชื่อตำแหน่ง
“ท่านพลาดท่าหลงภาพมายาของเหล่าั์ปีศาจได้ง่ายดายจริงนะมิแปลกใจที่บิดาท่านไม่แต่งตั้งท่านเป็ขุนพลสักคราหนึ่งคงอีกนานกว่าจะทัดเทียมพี่จือชาง เจิ้งฝูเจี้ยงจวินของข้า”
เทพนารีเชิดหน้ากล่าวด้วยใบหน้ากระหยิ่มเมื่อเอ่ยเปรียบเปรยองค์ชายกับขุนพลในดวงใจ
เซียวเยี่ยนหลงเจ็บลึกในหัวใจเมื่อถูกลบหลู่จากนางผู้เป็ที่รัก แต่ยังทนฝืนกล่าว
“ขอบใจที่มาช่วยเหลือข้าที่หลงติดค่ายกลของั์ครานี้ เป็ด้วยข้าประมาทพวกมันเกินไปหาไม่คงได้ล้างผลาญพวกมันหมดเผ่าแล้ว”
เจียวถิงยิ้มเยาะ
“ท่านก็อย่าคุยโวเกินไปควรรู้ว่าทักษะยังอ่อนด้อยทั้งเชิงรบและการควบคุมอารมณ์ เรากลับ์กันเถิดต้องไปรายงานให้องค์เง็กเซียนทรงทราบผลงานประจำวัน”
องค์ชาย์เก็บความแค้นไว้ในใจรอวันปะทุ
ณกระท่อมในป่า เมืองซูโจว
ค่ำคืนนั้น
ยายนอนหลับไปแล้ว
ชุนฮวาเพิ่งข่มตาหลับแล้วฝันไป
เห็นสตรีนางหนึ่งอุ้มทารกน้อยแล้วส่งลูกให้คนอื่นอุ้ม ก่อนที่นางจะสลายร่างหายไป
สาวบ้านป่าก็ใตื่น
“นี่ข้าฝันร้ายแบบเดิมอีกแล้วหรือนางเป็ใครกันนะ”
ณท้องพระโรง พระราชวังเทียนกง สรวง์
เง็กเซียนฮ่องเต้ประทับนั่งบนบัลลังก์รับฟังการถวายรายงานจากเทียนเต๋อ เสนาบดีกลาโหม
“กราบทูลฝ่าาระยะนี้หมู่มารปีศาจได้สร้างความวุ่นวายบนโลกมนุษย์หลากหลายสถานที่และได้กำลังเสริมจากชนเผ่าั์เนฟิลิมร่วมก่อกรรมทำเข็ญกับผู้คนมากมาย
ล่าสุดได้รับรายงานจากาาเผ่าเดียนในคุนิ ว่าถูกจอมมารหมัวหวางไปขู่กรรโชกเอามณีนักษัตรปีชวดไปได้แล้ว
ขอพระองค์ทรงโปรดมีพระราชวินิจฉัยว่าสมควรปราบปรามมันอย่างไร”
องค์เง็กเซียน: “เทียนโหว เ้าเห็นว่าอย่างไร”ทรงถามราชินี์
ซีหวางหมู่“ ฟังจากเหตุการณ์แล้วคลับคล้ายมันจงใจแบ่งแยกกองกำลังของเทพเซียนให้กระจายไปยังที่ต่าง ๆเพื่อให้มันสะดวกกระทำการแย่งชิงมณีนักษัตรข้อสำคัญคือเราไม่รู้ล่วงหน้าว่ามันจะไปสร้างเหตุวุ่นวายที่ไหน
ส่วนมณีนักษัตรนั้นผู้ที่รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหนบ้างคือ องค์หยวนจี๋ต้าตี้ ั้แ่ครั้งสร้างโลกแม้พวกเราที่ปกครอง์ยังไม่มีสิทธิรู้จึงยากลำบากที่เราจะทำการป้องกันในการโจรกรรมของมาร”
จิ่วเทียนเสวียนหนี่: “แล้วเหตุไฉนเราไม่ไปสอบถามจากองค์เทพผู้สร้างโลกล่ะเพคะให้ท่านเปิดเผยแหล่งเก็บมณีนักษัตร ด้วยสำคัญต่อความเป็ความตายของสามภพ”
“มิต้องไปถามข้าอยู่ที่นี่แล้ว” เสียงดังกังวานมาจากหน้าประตูท้องพระโรง
พร้อมกับองค์หยวนจี๋ต้าตี้ในร่างชายชราหนวดเคราและเส้นผมขาวบริสุทธิ์สวมเสื้อคลุมมีลวดลายเป็สัญลักษณ์ขีดของโป๊ยก่วยตามหลักอี้จิง
เทพผู้สร้างโลกสะบัดแส้ในมือก่อนจะกล่าวต่อ
“การแย่งชิงมณีนักษัตรนี้อยู่ในแผนการของข้าเองพวกเ้าปล่อยให้มันกระทำไปเถิด สักวันหนึ่งจะรู้เองว่าผลดีมาตกแก่ฝ่ายเราอย่างแน่นอนอย่าได้วิตกเลย”
เง็กเซียนฮ่องเต้ : “หือ”ทรงอุทานเพราะไม่เข้าใจคำของมหาเทพ
เทพเซียนทั้งหมดในที่ประชุมต่างงุนงงจนพูดไม่ออกได้แต่หันมองหน้าซึ่งกันและกัน
จบตอนที่2
(แต่งจบตอนวันที่4 ก.ค. 68 )
หมายเหตุ
มณีสิบสองนักษัตร (十二生肖寶石) คือหินพลอยสีต่าง ๆ ประจำแต่ละนักษัตรแยกเก็บรักษาไว้ในหลายแหล่งทั่วแผ่นดินจีน มีเทพเซียนหรืุ์เป็ผู้ดูแลมณีนี้เป็อุปกรณ์สำคัญในการเปิดหาบางสิ่งในภายหน้า