ถึงแม้นว่าพวกพี่ชายจะพากันตั้งใจฟังเื่เล่าในเื่ของการเกิดพายุจากน้องหมั่นโถวน้อยก็ตามที แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระแวดระวังภัยให้ตัวพวกเขาเองด้วย ให้ปลอดภัยจากน้องหมั่นโถวน้อย!!
เพราะไม่รู้ว่าน้องหมั่นโถวน้อยนั้นจะอยากทำลูกพายุมาให้เห็นแบบใกล้ชิดติดตัวพวกพี่ชายอีกหรือเปล่าน่ะสิ เพราะแค่โดนพายุหมุนไป 2 รอบ ก็แทบจะอ้วกกันออกมาแล้ว!!!
“เอ่อ…!!คือว่าพวกเราคงจะไม่ต้องหมุน..หมุน…กันรอบที่ 3หรอกนะ??!!”พี่รองเปาจี
“พี่ใหญ่กลัวว่าจะไม่ใช่รอบที่ 3น่ะสิ แต่จะเป็ว่าพวกเราต้องหมุน…หมุน..หมุน..กันทั้งวันน่ะ!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“โอ้!!!ไม่นะ............!!!”พวกพี่ชายคนอื่นๆ
พวกพี่ชาย ยิ่งพากันก้าวขาถอยหลังหนีพวกน้องสาวไปอีก เรียกได้ว่าทิ้งระยะห่างๆกันน่ะน่าจะปลอดภัย ใช่ไหมนะ???!!!!
และสุดท้ายคนที่จะช่วยเหล่าพวกพี่ชายได้ก็คงจะมีแต่แม่ของหมั่นโถวน้อยนั่นเอง พวกพี่ชายเลยค่อยๆถอยก้าวไปใกล้ๆแม่ของเธอทีละนิด ทีละนิด เพื่อหาเกราะคุ้มกันภัยจากน้องหมั่นโถวน้อยนั่นเอง
“เอ๋….??? พวกพี่ชายเขาจะถอยไปไกลขนาดนั้นทำไมกันนะ??”พี่สาวเปาจื่อ
“ไม่รู้เหมือนกันล่ะพี่เปาจื่อ แต่ช่างพวกพี่ชายเขาเถอะ”หมั่นโถวน้อย ก็มองตามแต่ก็ไม่ได้สนใจพวกพี่ชายแต่อย่างใดเลย
“ฝนตกปริมาณขนาดนี้ พี่เปาจื่อว่าน้ำในแม่น้ำจะขึ้นถึงตรงไหนกัน???”หมั่นโถวน้อย ที่มองไปที่แม่น้ำสายย่อยที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านไฉ่หงของเธอ
“พี่เองก็ไม่แน่ใจหรอกน้องหมั่นโถวน้อย แต่ฝนตกเยอะแยะแบบนี้น่าจะได้น้ำฝนลงแม่น้ำเยอะพอดูนะพี่ว่า??”พี่สาวเปาจื่อ
“หมั่นโถวอยากรู้ว่าวันหนึ่งจะได้น้ำฝนปริมาณเท่าไหร่น่ะพี่สาว จะได้คำนวณการตกของปริมาณฝนได้ถูกต้องหน่อยว่าสมควรจะทำฝนตกเพิ่มหรือว่าต้องเพิ่มวันอะไรแบบนี้น่ะ??”หมั่นโถวน้อย ที่พูดเป็งานเป็การแล้วหลังจากเล่นโดยการกลั่นแกล้งพวกพี่ชายเสียส่วนใหญ่!!!
“งั้นพวกเราจะต้องหาวิธีกันแล้วล่ะน้องหมั่นโถวน้อย เดี๋ยวพี่เปาจื่อจะช่วยน้องหมั่นโถวน้อยคิดนะ”พี่สาวเปาจื่อ
“จ้ะพี่เปาจื่อ”หมั่นโถวน้อย
“พวกพี่ก็จะช่วยคิดด้วยเหมือนกันน้องหมั่นโถวน้อย”พวกพี่ชาย ไม่รู้ว่ามาใกล้พวกเธอั้แ่เมื่อไหร่ทั้งๆที่พึ่งจะเห็นถอยหร่นไปหากลุ่ม ย่า ยาย แม่ และอาสะใภ้เมื่อสักครู่นี้เอง
“แม่ก็จะช่วยด้วยนะ”แม่
“ย่า/ยาย/อาสะใภ้ ก็จะช่วยเหมือนกันจ้ะ”ย่า ยาย อาสะใภ้ทั้งสองคนเองก็เอ่ยปากจะช่วยเหมือนกัน
“ได้เลยค่ะทุกๆคน”หมั่นโถวน้อย ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขกับครอบครัวนี้เหลือเกิน ถือว่าโชคดีจริงๆถึงแม้นว่าจะมาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน แต่ว่ารอบตัวของหมั่นโถวน้อยนี้มีแต่คนรัก และคอยเป็ห่วงเป็ใยมากมายจริงๆ เป็ความรักของครอบครัวที่ดีมากๆ
“หมั่นโถวคิดออกแล้วล่ะค่ะว่าจะวัดระดับน้ำฝนในแม่น้ำนี้ยังไงดี”หมั่นโถวน้อย
“ทำยังไงเหรอหมั่นโถวน้อย???...”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ พี่สาว พี่ชาย หันมาถามเ้าตัวเล็กกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความสนใจมากๆ
“ใช้ไม้วัดปริมาณน้ำฝน โดยการปักลงไปในแม่น้ำอย่างไรล่ะคะทุกๆคน”หมั่นโถวน้อย
“เอ๋…..????”แต่ทุกๆคนก็ยังคงงงๆกันอยู่ดีนั่นแหละ หมั่นโถวน้อยเลยจะต้องอธิบายให้ละเอียดกว่าเดิม เพิ่มเติมให้ ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ พี่สาว พี่ชายได้เข้าใจง่ายๆ
“โดยการที่เขียนตัวเลขไว้บนไม้ที่เราจะทำเป็ตัววัดระดับค่ะ (ที่นี่มีพวกไม้บรรทัดใช้เรียนใช้สอนกันหรือยังนะ???แต่ก็น่าจะมีล่ะ) เหมือนกับอะไรนะที่เขาใช้ขีดๆ วัดๆอะไรน๊าเอ่อ………”หมั่นโถวน้อยแกล้งทำเป็ทำท่านึกแต่นึกไม่ออก เพื่อลองหยั่งเชิงพวกพี่ชายดูว่าจะรู้จักไม้บรรทัดกันหรือไม่!!!
“ไม้บรรทัด..???”พวกพี่ชาย
“ใช่ไม้บรรทัดที่มีตัวเลขบนนั้นหรือเปล่า??? น้องหมั่นโถวน้อย????”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“ใช่ๆ ใช่เลยพี่ชายเ้าไม้บรรทัดอะไรนั่นล่ะที่พวกพี่ชายเคยพูดกันตอนทำการบ้านอย่างไรล่ะ”หมั่นโถวน้อย
“จริงด้วยสิ…!!!”พวกพี่ชาย ก็ตาเป็ประกายแวววับขึ้นมาทับทีเมื่อนึกถึงไม้บรรทัดอันเล็กๆ ที่มีตัวเลข้าจริงๆนั่นแหละ
“น้องหม้่นโถวน้อย ฉลาดมากถ้าทำไม้วัดระดับปริมาณน้ำฝนให้เหมือนกับไม้บรรทัดก็จะเห็นตัวเลขเป็ตัววัด ว่าน้ำฝนนั้นตกลงมาในแม่น้ำถึงเลขที่เท่าไหร่กันแล้ว!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“น้องหมั่นโถวน้อย ฉลาดมาก!!!”พวกพี่ชาย เอ่ยปากชมน้องสาวของตัวเองยกใหญ่เลย
“จริงๆแล้วก็ไม่ต้องถึงขนาดใส่ตัวเลขลงไปก็ได้ เพียงแต่ทำสัญลักษณ์ลงไปบนไม้ปักว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในแม่น้ำถึงไหนแล้ว ในแต่ละวัน เพราะหมั่นโถวเองก็ไม่รู้หรอกว่าแม่น้ำสายย่อยแห่งนี้ กว้าง ยาว เท่าไหร่กัน
และจะต้องเรียกปริมาณหน่วยวัดของน้ำฝนพวกนี้ว่าอย่างไรด้วยล่ะ เพราะพวกเราไม่ใช่คนของทางการที่ดูแลเื่น้ำเอาไว้โดยเฉพาะนี่หน่า แค่อยากดูว่าน้ำฝนจะขึ้นมามากน้อยแค่ไหนก็พอแล้วค่ะ”หมั่นโถวน้อย
“อือ…….”พวกพี่ชาย
“จริงอย่างที่น้องหมั่นโถวน้อยบอกเลย พวกเราไม่รู้ว่าเขาเรียกน้ำฝนที่ตกลงในแม่น้ำ ปริมาณกี่ถังไม้ กี่อ่างกันเนอะๆ”พี่สาวเปาจื่อ
“ใช่ๆพี่เปาจื่อ แค่พวกเราดูความสูงของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในแต่ละวันก็พอแล้วล่ะ”หมั่นโถวน้อย
“เดี๋ยวพวกพี่จะจัดหาแม้ยาวๆให้เองนะ พวกน้องสาวรออยู่ตรงนี้นะ”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“พวกพี่ชาย ก็พากันเดินระวังๆหน่อยนะลูกนะพื้นมันลื่นแน่นอน และอย่าปล่อยให้ตัวเปียกกันจนเกินไปนัก”แม่
“ได้ครับผม”พวกพี่ชาย
“ถ้าพวกเราพอกะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในแม่น้ำสายย่อยนี้ได้ว่าขึ้นสักเท่าไหร่ ก็จะคาดเดาได้ว่าฝนที่หมั่นโถวน้อยทำให้ตกถึง 7 วันจะขึ้นสูงเท่าไหร่ของระดับแม่น้ำสายย่อยนี้”หมั่นโถวน้อย
“งั้นพวกพี่รีบไปแล้วจะรีบกลับมานะ”พี่รองเปาจี
“ได้พี่ชาย ขอบคุณจ้ะ”หมั่นโถวน้อย
พวกพี่ชายพากันออกไปหาไม้เพื่อปักวัดระดับน้ำฝนที่ตกลงในแม่น้ำสายย่อยเฟินเฟิงแห่งนี้ที่อยู่ติดกับหมู่บ้านไฉ่หงของพวกเขา
ณ เมืองหลวง ฝ่ายดูแลควบคุมน้ำ
ทางด้านทางการที่ฝ่ายควบคุมดูแลมวลน้ำของทั้งเมืองเฉิงหลงเองก็พากันยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์การวัดระดับปริมาณน้ำฝนเช่นกัน แบบมืออาชีพ
“กลุ่มแรกที่เดินทางไปที่เขตหัวเมืองตะวันออก แน่ใจกันนะว่าเตรียมอุปกรณ์เบื้องต้นต่างๆไปกันพร้อมแล้วน่ะ???”ฟู่ิยู่ หัวหน้าฝ่ายควบคุมดูแลด้านบริหารของเมืองเฉิงหลง เป็หนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจระดับต้นๆของเมืองหลวง
“ครับท่าน”ลูกน้องคนสนิท
“อย่าให้ได้ขาดอะไรไปนะรอบนี้ แต่ถ้าชักช้ากันกว่านี้ไม่รอแล้ว เราจะเดินทางไปกับเ้าจินหวงลู่ก่อนเลย ตาแก่นั่นก็จริงๆเลยใจร้อนเป็หนุ่มๆไปได้ บอกว่าให้รอจัดอุปกรณ์ไปเพิ่มเติมอีกสักหน่อย เหอะ…!!!”ฟู่ิยู่
(ฮัดเช้ย….ฮัด…ฮัด…เช้ย ใครมันช่างกล้าพูดว่าถึงเราเนี่ย???”จินหวงลู่) ก็คือหนึ่งในผู้บริหารใหญ่เช่นเดียวกับคุณฟู่ิยู่ ที่เป็เพื่อนสนิทกันมาหลายต่อหลายรุ่นระหว่างสองตระกูล ตระกูลฟู่ และตระกูลจิน
“ครับผม..!!!!”คนสนิทได้แต่พูดออกมาเพียงคำตอบ เพราะดูแล้วคุณฟู่ิยู่ของพวกเขาก็ไม่ได้มีท่าทางแตกต่างไปจากเพื่อนสนิทเลยแม้แต่น้อย
“นี่ถ้าเ้านั่นมันไม่ติดประชุมใหญ่ของเมื่อวานนี้แล้วล่ะก็นะ มีหวังรีบให้ลูกน้องขับรถมุ่งไปสู่เขตหัวเมืองตะวันออกแล้ว เหอะ…!!!สมน้ำหน้านัก คิดอยากจะแข่งกับเราฟู่ิยู่??? ฝันไปเถอะอยางไรเสียก็ต้องออกเดินทางไปพร้อมๆกันนี่แหละ”ฟู่ิยู่
“................”เหล่าลูกน้องคนสนิท ต่างก็พากันนิ่งเงียบได้แต่ร้บฟังความอัดอั้นของผู้เป็นายใหญ่ของพวกเขากัน แต่ว่ามันก็เป็เื่ปรกติจริงๆที่พวกเขาจะเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ออกบ่อยๆ เวลาเจอเื่สำคัญๆ เื่ใหญ่ๆ
ทั้งคุณฟู่ิยู่ ทั้งคุณจินหวงลู่ต่างอยากจะเอาชนะกันตลอดเวลา แต่ถ้าคนภายนอกเห็นเข้านึกว่าเป็ศัตรูกันเสียอีก??!!! แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยพวกคุณทั้งสองคนสนิทกันมากๆเติบโตมาด้วยกันั้แ่เกิดเลยก็ว่าได้ เนื่องด้วยที่ตระกูลฟู่ ตระกูลจิน เป็สหายสนิทกับมาหลายรุ่นกันแล้ว
แต่มารุ่นคุณฟู่ิยู่ กับคุณจินหวงลู่นี่แหละที่เหล่าบรรดาคนในตระกูลต่างก็พากันปวดหัว เพราะชอบกลั่นแกล้งกันอยู่บ่อยๆ แต่พวกท่านก็รักและสามัคคีกันดี ต่อให้มีเื่ใหญ่มากมายขนาดไหน ถ้าสองผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองคนนี้มารวมตัวกันลืมไปได้เลยว่าจะหาทางออกไม่ได้!!!
ดังนั้นทางเมืองเฉิงหลงเอง มีหรือจะไม่รู้จัก ฟู่ิยู่จากตระกูลใหญ่ฟู่ และจินหวงลู่ จากตระกูลใหญ่จิน ที่มีความล่ำลือเก่งกาจ ฉลาดหลักแหลม และเหี้ยมโหดในเวลาเดียวกัน ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวหาเื่ได้เลย
ฟู่ิยู่เองจะเก่งกาจทางด้านภาคสนาม ส่วนทางจินหวงลู่เก่งกาจทางด้านวิชาการ เรียกได้ว่าเป็การรวมตัวกันที่สมส่วนมากๆเก่งคนละด้านสามารถช่วยเหลือกันและกันในสิ่งที่สหายอีกคนไม่ถนัดนั่นเองแต่ก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะไม่เก่งทางด้านตรงข้ามกัน ผิดถนัดเลยเพราะฟู่ิยู่ จินหวงลู่เก่งทั้งทั้งภาคสนามและทางวิชาการ เพียงแต่ความถนัดจะเป็ของแต่ละฝ่ายเท่านั้นเอง!!!
และการบริหารจัดการเื่น้ำนี่ก็มาจาก สองคนนี้ด้วยเช่นกันถึงแม้นจะบริหารจัดการเป็อย่างดีเยี่ยม แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ภัยแล้งหายไปจากเมืองเฉิงหลงได้ ใครเล่าจะเก่งเกินสั่งให้ฝนฟ้าตกลงได้ล่ะ??!!!
แน่นอนว่าตอนนี้มีแล้วผู้หนึ่งที่เขตหัวเมืองตะวันออก นามว่า”สวีหมั่นโถว อายุเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้นเอง” ที่สามารถสั่งฟ้า สั่งฝนให้ตกได้ ขจัดปัญหาภัยแล้งเพียงชั่วข้ามคืนจริงๆ
แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีเด็กน้อยที่มีพลังวิเศษนี้อยู่ในเมืองเฉิงหลงนี่หน่า??? เพียงแต่คิดว่าทางเขตหัวเมืองตะวันออกมีอากาศหรือสภาวะใดๆเกิดการเปลี่ยนแปลงไป??? ถึงทำให้ฝนตกลงมาได้อย่างนี้ เป็ที่ตื่นตูมสำหรับนักวิชาการในเมืองเฉิงหลงกันเป็อย่างมาก ทั้งๆที่ไม่รู้หรอกว่าฝนรอบนี้จะตกนานมากน้อยแค่ไหนกัน อาจจะเป็หลักชั่วโมง ???ก็ได้ไม่มีใครสามารถบอกได้เลย
แต่ถึงอย่างไรแล้วทางด้านนักวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับสภาวะอากาศของเมืองเฉิงหลง ก็ดูจะตื่นเต้นที่จะต้องเดินทางไปที่เขตหัวเมืองตะวันออกกันให้ได้ เพื่อไปสำรวจค้นหาเพิ่มเติมว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นกัน
ความวุ่นวายต่างๆเลยเกิดขึ้นมากมาย ทั้งกำลังคนทางทหาร ทางนักวิชาการหัวกะทิทั้งหลายที่กำลังส่งคนของแต่ละฝ่ายมุ่งหน้าเดินทางตรงไปที่เขตหัวเมืองตะวันออกกันหมดเลย
ไม่มีใครยอมที่จะนั่งโต๊ะรอคอยรายงานจากทางเขตหัวเมืองตะวันออกกันแล้ว เพราะนี่ก็ปาเข้าไปที่ 3-4 ชั่วโมงเห็นจะได้แล้วฝนที่ตกทางเขตหัวเมืองตะวันออกก็ยังคงตกอยู่ และมีปริมาณที่น่าพึงพอใจมากๆสำหรับทางด้านนักวิชาการ
************
ไม่ใช่เพียงแค่เขตหัวเมืองตะวันออกที่ด^จะวุ่นวายในเขตของตัวเองแล้ว ทางฝ่ายเมืองเฉิงหลงเองก็ไม่แพ้กัน ต่างจะพากันย้ายมาที่เมืองตะวันออกกันแล้วเช่นกัน เพื่อตรวจสอบการที่ทำให้ฝนตกในครั้งนี้นั่นเอง!!!