ก่งจั๋วหรานนั่งจิบชามองต้นหนี่ว์เจินที่อยู่กลางสวน ในหัวก็ใคร่ครวญ สถานการณ์ในวังหลวงฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งบุตรสาวของอาลักษณ์เฉียงขึ้นเป็เฉียงเฟยมีฐานะทัดเทียมกับก่งเยว่ชิงบุตรสาวของเขานับเป็การคานอำนาจในวังหลังทั้งสามฝ่าย แน่นอนว่าเฉียงเจียวมิ่งซึ่งเป็หญิงคนรักของฮ่องเต้ที่ผูกสมัครรักใคร่กันมาหลายปีย่อมกลายเป็คนโปรดฐานะของอาลักษณ์เฉียงได้รับการยืนยันแล้วว่าจะกลายเป็ขุนนางกรมพิธีการขั้นสามหลักในไม่ช้าซึ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมในท้องพระโรงอย่างเป็ทางการ
อาศัยความรู้จักมักคุ้นกับใต้เท้าถังเ้ากรมตุลาการเฉียงหยางจงก็คงจะกลายเป็พ่อตาที่ทรงอำนาจคนหนึ่งในราชสำนักในไม่ช้าภายใต้การสนับสนุนของฮ่องเต้ที่วังจะรวบอำนาจ
สตรีอ้อนแอ้นที่ยืนมองอยู่ด้านหลังเดินนำหน้าสาวใช้นำถาดขนมนึ่งเข้ามายืนอยู่ใกล้หันไปหยิบจานขนมใบเล็กมาวางข้างใต้เท้าก่ง
“ท่านพี่ ข้าเอาขนมที่เพิ่งสุกใหม่มาให้ลองชิมเ้าค่ะ”จงเหอ อนุภรรยาคนแรกของก่งจั๋วหรานเป็บุตรคนรองในอนุภรรยาของใต้เท้าจงขุนนางกรมโยธาธิการที่ ยามนั้นนางถูกนำมาเสนอให้เขาในยามที่เขาเพิ่งเข้ารับตำแหนงขุนนางขั้นสอง รองใหม่ๆ
เล่ห์เหลี่ยมของนางก็ไม่ต่างจากสามีอนุจงเป็ผู้คอยรับสินบนอยู่ด้านหลังเพื่อให้ใต้เท้าก่งมีฉากหน้าเป็ขุนนางผู้ซื่อสัตย์เพราะความที่สองสามีภรรยาคนหนึ่งร้องงิ้วหน้าแดง อีกคนร้องงิ้วหน้าขาว* ทำให้ก่งจั๋วหรานไม่เคยถูกผู้ใดตำหนิเหล่าผู้ติดสินบนต่างรู้กันดีว่าอนุจงรับเฉพาะสินบนจำนวนมากและต้องเข้าประตูเล็กของจวน
“เมื่อวันก่อน เถ้าแก่เฉานำเงินมาส่งห้าร้อยตำลึงเ้าค่ะ”นางกระซิบกระซาบ ใต้เท้าก่งได้ยินก็พยักหน้าเงินใต้โต๊ะที่ได้จากการจัดซื้อเสบียงเข้ากองทัพทำให้ความเป็อยู่ของจวนใต้เท้าก่งหรูหราแต่ครั้นเห็นท่าทางกังวลของสามีก็อดถามไถ่มิได้
“ท่านทำหน้าเช่นนี้อยู่นานแล้วมีเหตุร้ายอันใดหรือเ้าคะ?”
“บุตรของอาลักษณ์เฉียงกลายเป็เฉียงเฟยแล้วเฉียงหยางจงผู้นั้นกำลังจะได้เลื่อนขั้นและเข้าประชุมในท้องพระโรงกับข้าพรุ่งนี้” ก่งจั๋วหรานถอนหายใจ
“ท่านยังเจรจากับแม่ทัพต้วนมิได้หรือเ้าคะ?”
“ข้าดูว่าเขาไม่ยอมดองญาติแต่ยอมให้ความร่วมมือเ้าว่าเช่นนี้ไม่มีลับลมคมในดอกหรือ?”
จงเหอที่มีความสำคัญในใจสามียิ่งกว่าฮูหยินเอกได้ฟังก็ยิ้มน้อยๆ“ดูที แม่ทัพต้วนผู้นี้อาจจะถือตัวว่าครองทัพใหญ่จึงมิได้เห็นความสำคัญของท่านเขาคงจะเห็นว่าหากต้องเป็กบฎเพราะท่าน สู้เป็ฏเพื่อตนเองไม่ดีกว่าหรือ?”
ใต้เท้าก่งหันมาสบตากับอนุภรรยาคนโปรด“เ้าคิดเหมือนข้า หากเราร่วมมือกับเขาต่อให้เขาฏสำเร็จอย่างมากข้าก็ขึ้นครองตำแหน่งอัครเสนาบดีแต่หากไม่สำเร็จก็ตายเช่นเดียวกันกับทำการเองยามนี้จึงต้องดูท่าทีฮองไทเฮาไปก่อนว่าจะมาขอความร่วมมือกับแม่ทัพต้วนหรือไม่?”
“คนผู้นั้นร้อนใจยิ่งกว่าท่านเสียอีกเพราะนางอยากจะเห็นบุตรชายของตนได้บัลลังก์ัยิ่งกว่าผู้ใดยามนี้ขาดเพียงกองทัพที่จะหนุนหลัง เพราะถึงอย่างไรหากก่อฏสำเร็จด้วยฐานะพระโอรสของอดีตฮ่องเต้ก็มีความชอบธรรมในการครองราชย์อยู่เหล่าขุนนางที่จงรักภักดีต่อฮองไทเฮาก็ยังมีอยู่มากต่างจากท่านที่หากไม่มีกองทัพหนุนหลังย่อมยากจะทำสำเร็จ”
ใต้เท้าก่งพยักหน้ารับนึกถึงเงินทองที่ได้จากการทุจริตที่สะสมเอาไว้ในห้องลับท้ายจวนเพื่อให้ไม่เป็ที่ผิดสังเกตนัก สินบนส่วนใหญ่เขาจึงรับเป็เงินและทองเท่านั้นสองสิ่งนี้เก็บซุกซ่อนไว้ได้ง่ายแต่หลายครั้งที่มีผู้ให้เป็สิ่งของมีค่ามาบ้างอนุจงก็เอามาตั้งตกแต่งในจวนทำให้ที่นี่ไม่อาจซ่อนความหรูหราเอาไว้ได้ฮูหยินเอกของเขาสงบเสงี่ยมเจียมตัวในเมื่อนางรู้ตัวว่าไม่เป็ที่โปรดปรานของสามีก็อาศัยอยู่ในเรือนใหญ่เงียบๆปล่อยให้อนุจงจัดการเื่ในเรือนออกหน้าออกตายกเว้นก็แต่ยามไปงานเลี้ยงภายนอกที่ไม่อาจให้อนุภรรยาติดตามไปได้ฮูหยินของเขาจึงจะได้เชิดหน้า ชูตาบ้างแม้จะอาศัยอนุภรรยาทำเื่ซุกไว้ใต้พรมพวกนั้นแต่ใต้เท้าก่งก็มิได้ยอมให้นางทำเื่ที่เกินเลยจนคนนินทาได้ว่าปล่อยให้อนุกดขี่ภรรยาเอก
“หากแม่ทัพต้วนคิดจะก่อการเพียงลำพังหลังจากกำจัดทุกคนก็มิอาจปกครองบ้านเมืองได้อย่างราบรื่นหากไม่มีขุนนางเช่นข้าคอยชักชวนผู้คนในราชสำนักให้มาภักดีการกำจัดทุกคนย่อมมิใช่หนทางที่ถูกต้อง บ้านเมืองที่ไร้ขุนนางจะดำรงอยู่ได้อย่างไร?” เอ่ยถึงตรงนี้ใบหน้าของใต้เท้าก่งก็เชิดขึ้นอย่างถือดี
“อย่างน้อยท่านก็ได้ชื่อว่าเป็พ่อตาของฮ่องเต้เขามิคิดร่วมมือกับท่านจะร่วมมือกับผู้ใด?”
“ข้าเกรงว่าเขาจะคิดการใหญ่ข้าคงต้องหันไปหารองแม่ทัพกุ้ยจะดีกว่า หากผลประโยชน์ไม่ยั่วยวนใจผู้ใดเล่าจะร่วมมือกับข้า?”ก่งจั๋วหรานพิเคราะห์ถึงรองแม่ทัพผู้นั้น คนที่ยังหนุ่มแน่นและมีฝีมือเป็เลิศหากแต่ยังต้องติดตามต้วนจิ้นป้านในฐานะรองแม่ทัพภาคกลาง หากหยิบยื่นโอกาสให้ได้เป็แม่ทัพใหญ่คุมกำลังสามภาคมีหรือกุ้ยเพียนโจวจะไม่สนใจ?
“ท่านพี่ ให้ข้าหาทางแทรกมือเข้าไปหลังบ้านคนผู้นั้นให้ได้เสียก่อนดีหรือไม่?”
ใต้เท้าก่งหันมายิ้มมีเลศนัยให้กับอนุภรรยา“คงต้องเป็เช่นนั้น การนี้หากไม่รอบคอบพวกเราจะตกที่นั่งลำบากเสียเอง”
“ข้าย่อมไม่ทำท่านพี่ผิดหวัง”อนุจงลุกขึ้นยืนยอบกายรับคำสั่ง นางให้สาวใช้เตรียมรถม้าคันเล็กเพื่อออกไปข้างนอก
จงเหอสั่งให้คนรถจอดรถม้าที่หน้าถนนย่านกุ้ยเจินแล้วนางกับสาวใช้อีกสองคนก็ลงเดินตลอดถนนสายนี้มีร้านเครื่องประดับและแพรพรรณสำหรับสตรีจำหน่ายจุดหมายอยู่ที่ร้านเกาเจี่ยซึ่งเป็ร้านที่คนรายได้น้อยไม่กล้าเดินเฉียดทุกอย่างในร้านนั้นล้วนมีไว้สำหรับคหบดีและครอบครัวขุนนางขั้นสูงทว่าอนุจงกลับเป็ลูกค้าประจำเพราะนางมักจะซื้อปิ่นปักผมกำไลและต่างหูหรูหราเพื่อเป็ของกำนัลให้กับภรรยาของขุนนางที่สามีนางหมายมั่นปั้นมือจะสนิทสนม
ด้านข้างของร้านเกาเจี่ยจะมีภัตตาคารหรูหราเหล่าสตรีที่เดินจับจ่ายใช้สอยจนเริ่มเมื่อยล้าก็จะมาพักดื่มน้ำชาและขนมที่ดีอาหารนั้นก็ล้วนเลิศรสแน่นอนว่าย่อมเป็ร้านที่คนทั่วไปไม่นิยมเข้ามาใช้บริการด้วยราคาที่สมกับความงดงามของร้านหากผู้มีรายได้น้อยเผลอหรือพลาดเข้ามาครั้นได้ควักเงินออกมาจ่ายแล้วก็คงปวดใจ มิใช่น้อย
“อนุจง นั่นฮูหยินรองแม่ทัพกุ้ยนี่เ้าคะ”
จังหวะที่นางวางไว้ช่างพอเหมาะพอดีเสียจริงเมื่อเช้าให้บ่าวไปจับตามองที่จวนรองแม่ทัพเอาไว้ยามนี้จึงมาเจอเกอฮูหยินที่ร้านเครื่องประดับพอดี
เกอฮูหยินเป็บุตรของนายกองในกองทัพภาคกลางฐานะของนางถือว่าธรรมดาเมื่อสมรสกับกุ้ยเพียนโจวที่ยามนั้นยังเป็นายกองผู้หนึ่งจึงต้องอยู่อย่างระมัดระวังครั้นสามีได้ดิบได้ดีกลายเป็รองแม่ทัพจึงได้มีจวนใหญ่โตและอยู่อย่างสุขสบายขึ้นมากุ้ยเพียนโจวรับอนุภรรยาเพิ่มอีกสองคน มีบุตรชายและบุตรสาวรวมสี่คนเกอฮูหยินจึงได้แต่มองกำไลหยกเหอเถียนด้วยสายตาละห้อย
“ฮูหยินท่านชอบกำไลหยกหรือขอรับ?”เถ้าแก่หยิบกำไลหยกเหอเถียนสีขาวออกมาให้นางดู เกอฮูหยินรับมาลองสวมใส่ก่อนยกแขนขึ้นชู
“หยกมันแพะช่างสวยงามนัก”กำไลสีขาวโปร่งใสปนเหลืองอ่อนๆ นิดๆ สะท้อนกับแสงตะวันเปล่งประกายงดงาม
“ฮูหยินจะรับเลยไหมขอรับ?”
เกอฮูหยินสะดุ้งรีบหันไปปฏิเสธ“ข้ายังมิได้ถามท่านพี่ คงต้องรอกลับไปถามก่อนจึงจะกลับมาดูใหม่”
“มิเป็ไรขอรับหากฮูหยิน้าวันใดก็มาเลือกใหม่ได้ ที่ร้านข้าน้อยมีเข้าชุดกันทั้งหยก กำไลต่างหู และแหวนเลยเทียว หยกเหอเถียนขาวมันแพะนี้หากท่านสวมใส่รับรองว่าต้องมีผู้ชื่นชมแน่นอน”
“อืม....”เกอฮูหยินที่พอจะรู้ราคาอยู่บ้างได้แต่พยักหน้าเบาๆ รักษาท่าที
จงเหอที่ทำทียืนเลือกต่างหูอยู่ตู้อีกฝั่งเห็นว่าบทสนทนาจบลงแล้วจึงแสร้งหันกลับมาเห็นเกอฮูหยิน
“เกอฮูหยินเป็ท่านนั้นเอง ข้าน้อยอนุจงแห่งจวนตระกูลก่งเ้าค่ะ” นาง ยอบกายลงคารวะอย่างอ่อนหวานต่อให้ฐานะของจวนสามีนางจะสูงส่งกว่า รองแม่ทัพกุ้ยนางก็ต้องแสดงความนอบน้อมให้เหมาะสม....ยามจะใช้คนต้องยอมตัวเล็กลง!
---------------------------------
1. คนหนึ่งร้องงิ้วหน้าแดงอีกคนร้องงิ้วหน้าขาว หมายถึง คนหนึ่งสวมบทบาทเป็คนอีก อีกคนสวมบทบาทเป็คนเลวโดยที่ทั้งสองฝ่ายรู้กัน