ก่อนที่จะหยดเลือดเสี่ยวเทียนทำการหยุดเวลา แล้วสาดน้ำจากจอกศักดิ์สิทธิ์ แล้วท่องมนตร์ ถอนคำสาปไปเรียบร้อย จากนั้น ก็หยดเลือดไป ตามที่ เจ้าวิหารบอกทุกอย่าง แล้วนำมาถือไว้ในมือ แล้วเปิดกล่องแพนโดร่าออกมาทันที
พบหยกมังกรฟ้า กับกุญแจไขอีกมิติอีก 1 ดอก แล้ววิญญาณของท่านเทพเอพีมีทีอุส ที่ถูกกักขังเอาไว้ก็ปรากฏร่างออกมาทันที สร้างความตื่นตะลึงให้กับเจ้าวิหารแพนโดร่ายิ่งนัก
เทพเอพีมีทีอุส มองไปรอบๆ เห็นคนอยู่หลายคน ก็สะดุดตากับเสี่ยวเทียนที่ถือ กล่องแพนโดร่าอยู่ จึงขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วถามว่า
“ เจ้าเป็นคนเปิด กล่องแพนโดร่าออกมารึ?”
“ ขอรับ ”
“ ขอบใจเจ้าจริงๆ”
“ เรื่องนี่พี่ชายของท่านเป็นขอร้องมา ยังไงเขายังรอท่านอยู่”
“ เขาไม่ได้ถูกลงโทษอยู่หรอกรึ?”
“ ข้าได้ปลดปล่อยเขาออกมาแล้ว” เสี่ยวเทียนพูดคุยกับเทพเอพีมีทิอุสโดยไม่สนใจ ว่า พวกนักบวชในวิหาร ทีกำลังมองมาด้วยความสงสัย
เทพเอพีมีทิอุสหันมามองพวกนักบวช กับเจ้าวิหาร ที่กำลังตื่นเต้นกับเรื่องที่เห็น
“ พวกเจ้าคงเป็นสาวกของแพนโดร่าซินะ?”
“ เป็นไปไม่ได้ ท่านถูกปิดผนึกไปแล้ว ทำไมถึงออกมาได้ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าไม่เป็นอะไรเลยรึ?” เจ้าวิหารมองเสี่ยวเทียนอย่างตกใจเช่นกัน
“ ท่านคิดว่า ข้าจะถูกผนึกไปเหมือนกับท่านเอพีมีทิอุส หรือ? พวกเจ้าคิดผิดแล้ว
กล่องแพนโดร่า ก็แค่ของเล่น พวกเทพชั่วช้า ที่คิดจะทำลายมนุษย์เท่านั้น คิดหรือว่ามอบพลังจาก ทายาทมาให้ข้าแล้ว จะทำให้พลังของกล่องแพนโดร่า ทำงานเหมือนในอดีต โง่เขลาไปแล้ว” เสี่ยวเทียน ตบไปที่กล่องแพนโดร่า
เปรี้ยง ! กล่องแพนโดร่าที่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ถูกทำลายกลายเป็นฝุ่น พวกนักบวชที่เฝ้าทะนุถนอม กล่องแพนโดร่ามาหลายพันปี ถึงกับร้องไห้ กันด้วยความเสียดาย แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีกลุ่มควัน พวยพุ่งออกมาจากกล่องแพนโดร่า มีร่างหญิงสาวแสนสวยปรากฏขึ้น ต่อหน้า เทพเอพีมีทีอุส ทั้งสองมองตากัน
บรรยากาศรอบๆ กลับพลันหยุดนิ่ง เทพีแสนสวยที่สุด ที่เสี่ยวเทียนเห็นมาก็เผยอปากเอ่ยคำพูดออกมาอย่างแผ่วเบาว่า
“ ท่านพี่ ในที่สุด ข้าก็ได้พบกับท่านอีกครั้ง”
“ น้องพี่ ครั้งนี้ พวกเราจะไม่พรากจากกันอีกแล้ว”
ทั้งสองโผเข้ากอดกันแน่นไม่สนใจใคร เหล่าสาวกเห็นเช่นนั้น ก็คุกเข่า ก้มศรีษะพร้อมกันทันที เทพีแพนโดร่ากอดกันจนเริ่มรู้สึกได้ว่านาไปแล้ว จึงหันมามองที่สาวกของนางแล้วเอ่ยว่า
“ ภารกิจพวกเจ้าสิ้นสุดแล้ว ต่อไปนี้ ไม่มีกล่องแพนโดร่า อีกต่อไป พวกเจ้าใช้ชีวิต ตามที่อยากทำเถอะ ส่วนเจ้า หนุ่มน้อยเจ้าได้พลังของข้าไปแล้ว แต่ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำลายคำสาปแล้วปลดปล่อยท่านพี่ข้าได้อย่างไร แล้วก็สงสัยยิ่ง ว่า ทำไมถึงคลายผนึกที่ข้าใช้วิญญาณของข้าปิดผนึกเอาไว้ได้อีกด้วย?”
“ บอกตามตรง อาจารย์ของข้า เป็นผู้สอนวิธีให้ ท่านคงสงสัย ว่าอาจารย์ข้าเป็นใคร เขาคือ สามีของเทพีอาธีน่า และเป็นบุตรเขยแห่งซุส แต่เทพซุสเอง ยังเรียกอาจารย์ข้าเป็นพี่ใหญ่เลย แม้แต่ราชินีเฮร่า พอเห็นอาจารย์ของข้า ยังต้องรีบหนีห่างอย่างรวดเร็วเลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ เทพทั้งสองมองหน้ากันคิดว่าอาจารย์ของเสียวเทียนคงไม่ธรรมดา จริงๆ เพราะสามารถสอนศิษย์ได้ขนาดนี้
“ ขอบคุณอาจารย์ของเจ้าด้วย ต่อไปขอฝากทายาทคนสุดท้ายของข้าไว้กับเจ้า ช่วยดูแลนางให้ดีด้วย” ทั้งสองเอ่ยจบก็ค่อยๆ หายจากที่แห่งนี้ไป
“ พวกเราก็กลับกันเถอะ” เสี่ยวเทียนจูงมือของลาน่า จากวิหารแพนโดร่ากลับเมืองทรอยไป หลังจากได้หยกมังกรฟ้ามาแล้ว อาจารย์ลู่เอินก็บอกว่า จะนั่งสมาธิรวบรวมความจำทั้งหมดให้กลับมาก่อน น่าจะใช้เวลาไม่เกิน เจ็ดวัน เสี่ยวเทียนพา
ลาน่า เข้ามาพบกับ วาวา และ เจินเจิน ทั้งสามคน ต่างสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนไม่มีอะไรทำ ก็หันไปเล่นกับ เจ้าแพนด้าน้อย ที่มันนอนแช่น้ำในสระเทพเจ้าอยู่อย่างสบายอารมณ์ และแล้วเวลาก็ผ่านไป 7 วัน อาจารย์ลู่เอินก็ปรากฏกายออกมา คราวนี้ เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ว่า อาจารย์ลู่เอินเปลี่ยนไปเหมือนคนละคน ไม่ว่าจะเป็นร่างกายและจิตใจ เสี่ยวเทียนเหมือนสัมผัสแทบไม่ได้เลย ว่าอาจารย์อยู่ตรงหน้าแล้ว ยิ่งพลังในร่างของอาจารย์ไม่ต้องพูดถึง พอปล่อยจิตสัมผัสออกไป เหมือนถูกดูดเข้าไปในหลุมลึก แถบหายใจไม่ออก
“ อาจารย์ นี่ความทรงจำของท่านกลับมาแล้วหรือนี่”
“ อืม ข้าหลับมานานจนสมองฝ่อไปเยอะ บัดนี้ข้ารู้ตัวตนของข้าแล้ว ว่าคือใคร แล้วมาทำอะไรที่ดินแดนแห่งนี้”
“ ไม่ว่าท่านจะเป็นจักรพรรดิซูเทียนอะไรนั่น ท่านก็ยังเป็นอาจารย์ลู่เอินของข้าเสมอ”
“ ในมิติถ้ำสวรรค์ทั้งหกนี้ ข้าได้สร้างกุญแจเอาไว้ห้าดอก แต่ละดอกนั้นต่างมีความสำคัญ ต่างๆ กัน เวลานี้เรารวบรวมมาได้แล้ว สี่ดอก ยังเหลืออีกกุญแจอีกหนึ่งดอกพวกเราไปเอามาให้ครบก่อน แล้วค่อยจากดินแดนแห่งนี้ไป”
“ อะไรนะ ท่านเป็นคนทำกุญแจไขมิติเองหรอกหรือนี่ นอกจากไขมิติแล้วเอาไปทำอะไรได้?”
“ ใช่แล้ว หากได้ครบแล้ว ข้าจะบอกเจ้าเองว่าเอาไว้ทำอะไร แต่ว่า นับแต่นี้ไปทุกคืน ข้าจะให้เจ้าเริ่มฝึก พลังเทียนจุน ในระหว่างฝึก ห้ามมีความสัมพันธ์กับใครทั้งสิ้น”
“ อาฑิตย์ละสามวันได้ไหม?”
“ ไม่ได้ ไม่เช่นนั้น เจ้าก็ต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ต้น”
เสี่ยวเทียนหน้าจ๋อย ต้องทำตามที่อาจารย์สั่ง
การฝึกเทียนจุนของเจ้าครั้งนี้ ข้าจะให้เจ้าฝึกหลอมรวมกับ หยกมังกรฟ้าแผ่นแรกเสียก่อน หลังเจ้าหลอมรวมเสร็จ เจ้าก็จะผ่านเทียนจุนขั้นแรก แล้วหลอมรวมแบบนี้ไปอีก จนกว่าจะครบทั้ง เก้าแผ่น พอเจ้าหลอมรวมครบ เจ้าจะกลายเป็นเทียนจุนที่แท้จริงในทันที
“ ถ้าเช่นนั้น คืนนี้ ข้าจะทำการหลอมรวมหยกแผ่นแรกก่อนเลย”
“ ยังไม่ต้อง พวกเรารีบไปมิติที่ห้าก่อน ไปบอกลาน่า ให้ร่วมเดินทางไปกับเจ้าด้วย”
เสี่ยวเทียนพาลาน่า ไปลาองค์ราชา กับ ราชินี จากนั้นก็พามาอยู่ที่มิตฟ้าครามแล้วก็ ไขกุญแจเข้าไปที่มิติที่ห้าต่อทันที
ทันที ที่เข้ามาดินแดนแห่งนี้ไม่มีแม้แต่ ดวงอาฑิตย์หรือว่าดวงจันทร์ หรือแม้แต่ดวงดาวก็ไม่เห็นสักดวง อากาศก็เย็นระเยือก ส่งจิตออกไปไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
“ อาจารย์ ที่นี่ที่ไหนเนี่ย ไม่เห็นมีแม้แต่สิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว”
“ ที่นี่คือแดนยมโลก กุญแจที่เจ้าใช้ คือกุญแจที่ไขเข้ามาสู่แดนยมโลก”
“ ฮ้า ! แล้ว...เราจะมาหากุญแจอีกดอกที่นี่น่ะหรือ?” เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาใกล้ๆอาจารย์
“ ใช่ ไปกันเถอะ” อาจารย์ลู่เอินพาเสี่ยวเทียนลอยลิ่วผ่านความมืดไป จนมาถึงตำหนักแห่งหนึ่งสีดำสนิท มีป้ายเขียนว่า ตำหนักจ้าวยมโลก มีชายสองคนเฝ้าประตูอยู่ พอเห็นอาจารย์ลู่เอิน ก็มาทำความเคารพ แล้วรีบเชิญเข้าไปด้านในทันที
พอเข้าไปนั่งไม่ทันไร ก็มีชายหนวดเคราสีดำครึ้ม ตัวอ้วนใหญ่ ใส่ชุดคล้ายฮ่องเต้จีนสวมมงกุฏเดินเข้ามา
“ ท่านเง็กเซียน มาที่นี่ได้อย่างไรกันนี่”
“ ศิษย์พี่อย่าเรียกแบบนั้น ข้าแค่พาศิษย์มาเอากุญแจสวรรค์ แต่ผ่านมาทางนี้ เลยแวะมาเยี่ยมท่านก่อน เสี่ยวเทียน มาคำนับ ท่านจงขุย จ้าวแห่งยมโลก อาจารย์ลุงของเจ้า”
เสี่ยวเทียนกำลังตกใจ ที่ชายคนนี้เรียกอาจารย์ลู่เอินว่า เง็กเซียน แต่พอแนะนำให้รู้จักว่าเป็นจงขุย จ้าวแห่งยมโลก ก็เริ่มตกใจเข้าไปใหญ่ แต่ต้องรีบคำนับก่อนทันที
“ ศิษย์เฉินเสี่ยวเทียน คำนับท่านอาจารย์ลุง”
“ อืมหน่วยก้านไม่เลว ศิษย์ของเจ้าแต่ละคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ “ ศิษย์พี่จงขุยบัดนี้กลายเป็นจ้าวยมโลกไปแล้ว
“ ศิษย์พี่ ใบหน้าของท่านเหมือนมีปัญหาแก้ไม่ตกอยู่นะ”
“ เฮ้อ ช่วงนี้ยมโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง เจ้าเทพโลกิที่เจ้าเคยสังหารไปแล้วนั้นกลับมาสร้างความปั่นป่วนให้กับ ข้าและจ้าวยมโลกอีกสองเขต คือ ท่านเฮเดส และ ท่านโอซิริส พวกเราประชุมกันหาทางจัดการกับมัน แต่ราชีนีซากศพเฮล่า บุตรสาวคอยสนับสนุนมัน บัดนี้ วิญญาณชั่วร้ายที่อยู่ใน ยมโลกทั้งสาม กลับไปขึ้นตรงต่อ เทพโลกิจนหมด พวกมันให้สัญญาว่า จะชุบชีวิตวิญญาณชั่วร้ายทั้งหมด เพื่อจะไปแก้แค้น เจ้าที่เคยทำร้ายมันและลูกๆ ของมันทั้งหมด”
“ ข้าจำได้ว่า ข้าปิดผนึก ดินแดนยมโลกไว้หมดแล้ว พวกมันไม่น่าขึ้นไปดินแดนอื่นได้ไม่ใช่รึ?”
“ ก็เจ้าเทพโลกินั่นแหละ ไม่รู้มันไปเอา แท่งผลึกห้าสีมาจากไหน พลังที่เจ้าผนึกเอาไว้ ถูก แท่งผลึก ห้าสี่ของมัน ทำลาย บัดนี้ พวกยมโลกแดนของราชินีซากศพเฮล่า เดินเข้าออก ดินแดนสวรรค์กับดินแดนยมโลกเป็นว่าเล่นแล้ว”
“ ฮึ่ม บังอาจนัก แล้วนี่พวกมันสร้างความเดือดร้อนให้ชาวสวรรค์บ้างหรือไม่?”
“ ข้าไม่รู้ ข้าตรวจสอบได้แค่ดินแดนของข้าได้เท่านั้น แต่ข้ารู้สึกว่า พวกมันกำลังวางแผนอะไรสักอย่าง ที่น่ากลัว เพราะว่า วิญญาณจ้าวมังกรดำหมื่นปี ที่มันจำศีลอยู่ที่นี่มันได้ตื่นขึ้นมา แล้วพวกเทียนจุน ที่ถึงอายุขัยหลายคน ก็ย้ายเข้าไปอยู่กับเจ้าเทพโลกิจนหมด มีคนบอกว่า มันมี ต้นแอปเปิ้ลดำ ที่ชุบชีวิตวิญญาณคนตายให้กลับคืนชีพได้ด้วย”
“ ต้นแอปเปิ้ลดำมีด้วยหรือ ข้าเคยเจอแต่ต้นแอปเปิ้ลทองคำ ที่กินแล้วเป็นอมตะ”
“ เรื่องนี้เป็นข่าวจริงละก็ โลกทั้งสามได้สะเทือนแน่ๆ” ศิษย์พี่จงขุยเอ่ยด้วยเสียงหวั่นใจ
“ ไม่ต้องห่วง ข้ากลับมาแล้ว ไม่ยอมปล่อยพวกมันสร้างกรรมชั่วหรอก ข้าขอตัวไปที่ดินแดนสนธยาก่อน แล้วตอนนี่ที่นั่นใครคุม?”
“ เปาเจี้ยน ศิษย์ของข้าเอง”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าต้องลาก่อน หากศิษย์พี่มีข่าวอะไร ก็แจ้งข้ามาได้” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็พาเสี่ยวเทียนวาร์ป ออกไปปรากฏอยู่ที่อีกดินแดนแห่งหนึ่ง เรียกว่า ดินแดนสนธยา มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เรียกว่าหุบเขาจิ้งจอก อาจารย์ลู่เอินพาเสี่ยวเทียนเดินเข้าไปใน สุสานที่ตั้งอยู่ตรงหลังเขา ด้านหนั้นมีค่ายกลมายาปิดบังเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็นด้านใน พออาจารย์ลู่เอินเปิดออกไป ก็พบหญิงชราคนหนึ่งนั่งสมาธิอยู่ พร้อมกับมี ชายหญิงอีกสี่ห้าคน พอเห็นอาจารย์ลู่เอิน กับเสี่ยวเทียน ก็เข้ามาขวางหน้าเอาไว้
“ หยุด อย่าเสีย มารยาทพวกเจ้าจำนายน้อยไม่ได้หรืออย่างไร” ยายชราลืมตาขึ้นมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง พร้อมกับน้ำในตาไหลอาบแก้ม
“ นายน้อยท่านกลับมาแล้ว”
อาจารย์ลู่เอินเดินเข้าไป นั่งใกล้นาง แล้วนำเอาน้ำทิพย์สวรรค์ให้นางดื่ม แล้วถ่ายพลังเทพบริสุทธิ์เข้าร่าง ยายชราเข้าไปอีก ทำให้นางเริ่มมีสติแจ่มใส ขึ้นอีกมาก
“ แม่เฒ่าท่าน เป็นอย่างไรบ้าง” อาจารย์ลู่เอินรู้ว่านางใกล้ถึงอายุขัยของนางแล้ว
“ บ่าวเองอยู่มาถึงทุกวันนี้ เห็นความสำเร็จของนายน้อย บ่าวก็มีความสุขแล้ว นายท่านที่อยู่ดินแดนนิรันดร์ คงมีความสุขที่ได้รับรู้ หากบ่าวตาย จะไปเรียนนายท่านว่าท่านเป็น ถึงเง็กเซียนจ้าวสวรรค์ไปแล้ว” แม่เฒ่าผู้นี้คือ จิ้งจอกมรกต บ่าวรับใช้ของพระนางต๋าจี ซึ่งมาเกิดใหม่มาเป็นแม่ของหลี่เทียน
“ แม่เฒ่า ข้ายืดอายุให้ท่านได้ ขอเพียงท่านแม่เฒ่าเอ่ยปาก”
“ อย่าเลยนายน้อย แค่นี้ข้าก็มีความสุขแล้ว นี่ท่านจะมาเอากุญแจสวรรค์ใช่ไหม?”
อาจารย์ลู่เอินพยักหน้า แม่เฒ่าสะบัดมือออก กุญแจสีทองก็มาอยู่ในมือของอาจารย์ลู่เอินทันที
“ ถึงเวลาของข้าแล้ว ข้าจะได้ไปพบกับนายท่านแล้ว นายน้อยดูแลตนเองให้ดีนะ” แม่เฒ่าใช้นิ้วมือที่เหี่ยวแห้ง ลูบใบหน้า อาจารย์ลู่เอินครั้งสุดท้าย ร่างของนางก็กลายเป็นจิ้งจอกสีเขียวมรกต แล้วก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นดวงดาวหายไป
เสี่ยวเทียนมองแล้วยิ่งสงสัยหนัก แต่ไม่กล้าถามอาจารย์เห็นว่าอาจารย์ยืนนิ่งเงียบไปไม่พูดอะไร บ่าวที่เหลือก็คุกเข่าร่ำไห้ จนกระทั่ง อาจารย์ลู่เอินกล่าวว่า
“ แม่เฒ่าไปสบายแล้ว ข้าจะมอบผลึกเซียนให้พวกเจ้าไว้ฝึกฝน ต่อไปจะได้ไม่มีใครมารังแกพวกเจ้าอีก” อาจารย์ลู่เอิน หยิบผลึกเซียนเป็นจำนวนมากออกมากองหนึ่งให้พวก จิ้งจอกพวกนี้ จากนั้นก็พาเสี่ยวเทียนจากไป
“ อาจารย์ แม่เฒ่าจิ้งจอกนี้ เป็นอะไรกับท่าน?”
“ นางเป็นบ่าวของท่านแม่ข้า”
“ จิ้งจอกพวกนี้ซื่อสัตว์ต่อมนุษย์จริงๆนะ?”
“ แม่ข้าในชาติก่อนก็เป็นจิ้งจอกด้วยเหมือนกัน”
“ ฮ้า ถ้าเช่นนั้น อาจารย์ก็มีสายเลือดจิ้งจอกด้วยน่ะซิ”
อาจารย์ลู่เอินไม่ตอบ กลับส่งจิตไปตรวจสอบดินแดนสนธยาโดยรอบ กลับไม่พบ
จ้าวอสูรบางตน จึงมาที่ทำการมือปราบแดนสนธยา พบกับ หัวหน้ามือปราบเปาเจี้ยน ซึ่งพอเห็นเสี่ยวเทียนก็รีบมาทำความเคารพทันที
“ไม่ต้องมากพิธี ข้าอยากรู้ว่า พวกเจ้าอสูรทั้งแปด บัดนี้พวกมันหายไปไหนกันหมด?”
“ ตั้งแต่ท่านขึ้นเป็นจ้าวสวรรค์ แล้วได้สร้างโลกใหม่เก้าพิภพ พวกมันก็เลยย้ายถิ่นฐานไปอยู่ดินแดนชั้นเก้า กันเกือบหมด ที่เหลือ ก็เป็นพวกที่ไม่อยากย้ายเพราะว่าทรัพยากรที่ดินแดนแห่งใหม่นั้นสมบูรณ์กว่า”
“ หรือว่า พวกมันย้ายไปอยู่ ดินแดนเทพอสูรกันหมด”
“ ใช่แล้ว”
อาจารย์ลู่เอินได้แต่พยักหน้า แล้วก็พาเสี่ยวเทียนไขกุญแจดอกสุดท้านเรียกว่ากุญแจสวรรค์ ขึ้นไปบนดินแดนสวรรค์ทันที
“ โอ้โห ที่นี่คือ ดินแดนสวรรค์หรือนี่ ท่านอาจารย์เป็นจ้าวสวรรค์ ครองดินแดนนี้ทั้งหมดเลยรึ?”
“ ใช่แล้ว แดนสวรรค์นี้มีพลังเซียนหนาแน่นที่สุด เหมาะสำหรับที่จะฝึกพลังเทียนจุนมาก การฝึกเป็นเทียนจุนโดยทั่วไปนั้น ที่ผ่านมา ข้าฝึกโดยปล่อยร่างอวตารไปกำเนิดใหม่ แต่สำหรับคนอื่นๆ อาจใช้ชีวิตผู้อื่นมาดูดพลัง หรือไม่ ก็ ยอมถูกลงทัณฑ์ทั้งเก้า แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่หนทางที่บรรลุขั้นสูงสุดได้
ส่วนเจ้านั้นข้าได้สร้างหยกมังกรฟ้าไว้ทั้งเก้าอัน ดังนั้นเจ้าไม่ต้องสร้างร่างอวตาร แต่ข้าจะส่งตัวเจ้าเข้าไปในหยกมังกรฟ้าทีละอัน เจ้าจะได้เรียนรู้ชีวิตอีกเก้ารูปแบบ หลังจากนั้นเจ้าจะสามารถหลอมชีวิตเก้ารูปแบบ มาอยู่ในตัวของเจ้า แล้วเมื่อนั้น เจ้าจะสำเร็จเป็นเทียนจุนเอง”
“ ข้าจะเริ่มได้เมื่อไร?”
อาจารย์ลู่เอินจับแขนเสี่ยวเทียน แล้วหายวับเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีปราสาทสีขาว มีสิ่งก่อสร้างมากมายที่ดูงดงามกว่าที่เสี่ยวเทียนเคยเห็นมาก่อน แต่ข้างๆ ราชวังกลับมีเจดีย์สีทอง ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่า อาจารย์ลู่เอินพาเสี่ยวเทียน เดินเข้าไป พบกับวิญญาณตนหนึ่งยืนต้อนรับอยู่
“ ท่านปู่หลี่” อาจารย์ลู่เอินทักทาย
“ ท่านเง็กเซียน เด็กคนนี้?”
“ คำนับท่านปู่หลี่ซะ เขาคือศิษย์ของข้า เฉินเสี่ยวเทียน ข้าจะให้เขาฝึกพลังเทียนจุน”
“ คำนับท่านปู่หลี่” เสี่ยวเทียนคำนับทันที
“ จะให้เขาฝึกที่ห้องมิติเวลา หรือ ว่าห้องธรรมดา?”
“ ให้เขาฝึกห้องตามปกติ”
แล้วท่านปู่หลี่ก็พาทั้งสองคนมาที่ห้องฝึกที่กว้างใหญ่ อาจารย์ลู่สั่งให้เสี่ยวเทียนนำหยกมังกรฟ้าแผ่นที่หนึ่งออกมา แล้วให้เสี่ยวเทียนนั่งสมาธิ
“ เอามือจับหยกมังกรฟ้าเอาไว้ แล้วเดินพลังปราณตามปกติ จากนั้น จิตของเจ้าก็จะเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เจ้าจะมีชีวิตเป็นอีกคนหนึ่ง พลังที่เจ้ามีอยู่ไม่สามารถติดตามเจ้าไปได้ เจ้าต้องเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง และเมื่อเจ้าสิ้นอายุขัย เจ้าก็จะรู้สึกตัวทันที เริ่มได้”.....