ฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก

    บทที่ 23

    รีออนที่อยู่ในชื่อใหม่อย่างปีเตอร์เดินเข้าไปภายในห้องวีไอพีหมายเลข 9 ซึ่งทางโรงประมูลต้องการที่จะแสดงคำขอโทษจากเขาด้วยใจจริง เมื่อเข้ามาถึงแคทเทอรีนเองก็ขอตัวไปยังอีกห้องหนึ่ง เพื่อที่จะได้ไปเข้าร่วมประมูลกับบิดาของเธอ ซึ่งรีออนก็ไม่ได้ว่าอะไร ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของใครของมัน มันทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในห้องเพียงลำพังในขณะนี้“ด็อกเตอร์คะ.. ตรวจพบคลื่นพลังงานรูปแบบใหม่ จากบุคคลเกือบทุกๆคนภายในโรงประมูลแห่งนี้ค่ะ.. จากข้อมูลที่เราได้บันทึกมา... สิ่งนั้นอาจจะเรียกว่าพลังเวทมนตร์ค่ะ” เมื่อรีออนได้ยินอย่างนั้น ก็เริ่มสนอกสนใจมากขึ้น และมองไปยังบุคคลเหล่านั้นในทันที แต่เขาก็ไม่เห็นอะไรเลย“อลิส.. ผมไม่เห็นอะไรเลย.. หรือว่ามันเป็นพลังงานที่ตาเปล่าจะไม่สามารถมองเห็นได้กัน” เขากล่าวขึ้นมาถามอลิสด้วยความสงสัย“น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะด็อกเตอร์.. หากเราสามารถวิเคราะห์รูปแบบพลังงานตัวนั้นได้ อลิสเชื่อว่าด็อกเตอร์ก็น่าจะสามารถใช้พลังงานนั้นได้ด้วยค่ะ” รีออนที่ได้ยินก็เริ่มฝันไปไกลขึ้นเรื่อยๆ มันก็เป็นเรื่องของผู้คนในโลกเก่าของเขาเกือบจะทุกๆคนอยู่แล้ว โลกที่ไม่มีคำว่าเวทมนตร์อย่างแท้จริง... แต่ที่แห่งนี้มันคือต่างโลกที่มีมัน ใครๆก็อยากจะลองใช้กันทั้งนั้น ถึงมันจะเป็นเพียงแค่เวทมนตร์เป่าลมเข้าหูเบาๆก็ตาม มันก็เป็นอะไรที่หน้าตื่นเต้นแล้ว“แต่มีคำเตือนค่ะด็อกเตอร์ มีผู้ใช้เวทมนตร์บางคนสามารถใช้พลังงานเหล่านั้นในการปกปิดพลังงานของตัวเอง ... เพราะว่าเรายังมีข้อมูลน้อยจนเกินไป เลยทำให้วิเคราะห์ได้ยาก ว่าแต่ละคนนั้นมีพลังระดับไหนกันบ้าง”อลิสกล่าวออกมาเตือนกับรีออน ซึ่งเขาก็หันไปมองคนๆหนึ่งตามที่อลิสได้เอ่ยกล่าวมา คนๆนั้นแต่งตัวด้วยชุดคลุมดำไปทั้งตัว และไม่มีความรู้สึกถึงพลังงานไหลออกมาเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เมื่อสักครู่นี้พลังงานไหลออกมานิดๆหน่อยๆที่อลิสตรวจสอบได้ ราวกับว่าชายคนนั้นรู้ว่ามีคนคอยตรวจสอบ ทำให้เขารีบซ่อนพลังงานของเขาทันที รีออนเลิกสนใจ เพราะถึงอย่างไรก็ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกมากมายนักที่จะศึกษา และค้นคว้าเรื่องนี้ เขาหันกลับมาให้ความสนใจกับม่านของเวที ที่กำลังจะเปิดให้ผู้คนได้เริ่มการประมูล และแน่นอนว่าทุกคนก็หยุดการกระทำทุกอย่าง เพื่อที่จะได้มาสนใจประเด็นของสินค้าในงานประมูล และดาวเด่นอย่างคุณหนูเฟรินที่เป็นพิธีกร“สวัสดียามเย็นท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย.. ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลของซิลเวอร์เฟส ประจำเมืองเลบานอลแห่งนี้.. ข้าเฟรินคนเดิมรับหน้าที่เป็นผู้กล่าวเปิดการประมูลเจ้าค่ะ”  จากนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังออกมาทั่วโรงประมูล แม้แต่รีออนที่เห็นเธอก็ยังตกใจไม่น้อยเลยทีเดียวที่เธอเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ มันเหมือนกับว่าเป็นคนละคนจากที่เขาเคยรู้จักเลยทีเดียว ด้วยรูปร่างที่ดูดีอยู่แล้ว ประกอบกับชุดที่ดูเซ็กซี่ และกิริยาที่แสดงออกมานั้น มันช่างต่างจากเด็กกระโปกเมื่อกี้จริงๆ“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันมีค่าของทุกท่าน.. ข้าน้อยขอแจ้งกำหนดการก่อนที่จะประมูลเจ้าค่ะ.. เราจะเริ่มประมูลจากหมวดสัตว์เลี้ยงที่หาได้ยาก สัตว์มายา และสัตว์ในตำนานก่อนเจ้าค่ะ แม้ว่าวันนี้จะไม่ได้มีสัตว์มายา หรือว่าตำนาน แต่ก็ยังมีสัตว์ที่หาได้ยาก และจับมันได้ยากมากอย่างบลูรันเนอร์ตัวเป็นๆอยู่เจ้าค่ะ” เธอกล่าวออกมาเหมือนว่าจะเอ่ยเพื่อดึงความสนใจในเรื่องของสัตว์เลี้ยงที่มีน้อยจนเกินไป และแน่นอนว่ามันก็ได้ผลดี เพราะเพียงแค่เจ้านกโง่ตัวนี้ก็ทำให้เศรษฐีหลายคนให้ความสนใจแล้ว“หลังจากนั้นจะเข้าสู่หมวดเครื่องประดับอันเลอค่าของเหล่าอิสตรี เพื่อเพิ่มความงดงามให้แก่ท่าน หรือคนที่ท่านรักไม่ให้น้อยหน้าใครต่อใคร ต่อจากนั้นก็จะเข้าสู่หมวดอาวุธ และเครื่องป้องกัน ที่วันนี้เรามีนำเสนอมากมายหลายชุดเซ็ต และยังไม่เพียงเท่านั้น.. เรายังมีชุดเซ็ตระดับจักรพรรดิอีกด้วย” เสียงของเหล่าผู้ชมที่อยู่ด้านล่างก็ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก เพราะชุดเซ็ตระดับนี้มันก็ไม่ได้จะหากันได้ง่ายๆ นานๆทีจะมีให้มาประมูลกัน และนานๆทีมันจะโผล่ออกมาสักครั้งหนึ่งเพียงเท่านั้น มันจึงเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้คนต้องการมากที่สุด แต่สำหรับรีออนแล้ว ชุดเกราะระดับแค่นั้นสามารถทำมันได้เป็นร้อยๆชุดเลยทีเดียว ทั้งอาวุธ และชุดเกราะพวกนั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย “หมวดถัดไปก็จะเป็นสมุนไพร และโพชั่นต่างๆ ที่สำคัญในวันนี้เราได้รับเกียรติจากสมาคมนักปรุงยาของอาณาจักรให้มีการประมูลโพชั่นระดับตำนานอย่าง โพชั่นรักษาระดับ SSR ที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคร้าย ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม และยังสามารถช่วยสร้างอวัยวะที่ขาดไปได้ให้งอกกลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจเจ้าค่ะ” หมวดนี้มันก็น่าสนใจไม่น้อย และเหมือนว่าชายชุดคลุมดำคนนั้นจะสนใจยานี้เป็นพิเศษ เขาแสดงอาการที่ต้องการจะครอบครองถึงที่สุด มันเป็นเพียงช่วงเวลาสั่นๆเพียงเท่านั้น แต่มันก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาของรีออน และการตรวจจับชีพจรของอลิสไปได้ และนั่นมันเป็นข้อได้เปรียบสำหรับรีออนเลยทีเดียวที่เขารู้ได้ทันที ว่าใครอยากจะได้สินค้าชิ้นไหนในงานประมูล“และท้ายสุดเราจะมาประมูลแร่ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีที่เดียว ณ เมืองแห่งนี้ แน่นอนว่าวันนี้เราได้แร่เม็ดงามมาไว้ในมือแล้ว มันเป็นแร่เหล็กที่หาได้ยากมาก เพราะมันมีความบริสุทธิ์มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวเจ้าค่ะ... ต่อจากนี้เราจะเริ่มประมูลสินค้ารายแรกก่อนเลยเจ้าค่ะ”  เมื่อเธอกล่าวจบ เวทีด้านหลังก็เปลี่ยนไป ปรากฏเป็นสัตว์อสูรประเภทลิงตัวหนึ่งสีขาว ที่ดูแล้วมันน่าจะเป็นตัวที่ดุร้ายเป็นอย่างมาก เพราะมันเอาแต่ทุบมาที่กรง เมื่อมันเห็นว่ามีเผ่าพันธุ์ที่จับมันมารวมตัวกันมากขนาดนี้ มันรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงขู่ร้องคำราม แต่ก็ได้เฟรินนั้นเองที่ช่วยทำให้มันใจเย็นลง เธอที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาวทางด้านสัตว์พวกนี้อยู่แล้ว ถ้าหากไม่สามารถทำให้มันสงบได้ มันก็จะทำให้เธอเสียชื่อเสียงได้เลย“วานรเผือกยักษ์ขนเหล็ก.. ว่ากันว่าสัตว์อสูรประเภทลิงนั้นเหมาะสมแก่การฝึกไว้เป็นขุนศึกคู่กาย ขนของมันแข็งแรงดุจเหล็กกล้า แม้แต่อาวุธระดับ A ก็ยากที่จะทำอันตรายต่อมันได้... เราจะเริ่มเปิดประมูลที่ 25 เหรียญทองเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงของเธอก็มีผู้คนต่างกันยกมือขึ้น เพื่อแย่งเจ้าวานรตัวนี้“สัตว์อสูรตัวนี้เหมาะสมกับข้ายิ่งนัก.. ข้าให้ 40 เหรียญทอง” ชายคนหนึ่งที่รูปร่างใหญ่กล่าวออกมา“เหมาะสมกับเจ้าอย่างนั้นรึ มันน่าจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงในบริวารของข้ามากกว่า.. 50 เหรียญทอง” แน่นอนว่าใครก็ต่างไม่ยอมใครเลยแม้แต่น้อย พวกเขาแข่งขันกันไป และมันก็จบอย่างรวดเร็ว ราคาที่ประมูลออกไปได้อยู่ที่ 115 เหรียญทอง ซึ่งมันก็เป็นราคาที่สูงมากทีเดียวจากนั้นการประมูลก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ผ่านสัตว์อสูรไปตัวแล้วตัวเล่า ผู้ประมูลที่มีอยู่กันอย่างมากมายก็ต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านเลยทีเดียว จนในที่สุดมันก็มาถึงสินค้าลำดับสุดท้ายที่เป็นตัวเอกของงาน และมันยังเป็นสินค้าของรีออนอีกด้วย เขาตื่นเต้นมากทีเดียวว่าเขาจะได้รับเงินจากเจ้านกโง่ตัวนั้นในราคาเท่าไหร่กัน แต่ไม่ว่ามันจะขายได้เท่าไหร่ เขาก็ได้รับเงินเต็มๆจากเหตุขอโทษของโรงประมูล“เอาล่ะเจ้าค่ะ เราก็มาถึงสินค้าตัวสุดท้ายกันแล้ว และแน่นอนว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ทุกท่านให้การจับตามอง... บลูรันเนอร์ตัวนี้แหละเจ้าค่ะ” จากนั้นกรงขังแบบพิเศษเพื่อกันนกตัวนี้หนีไปเหมือนคราวก่อน ก็ถูกเลื่อนออกมาจากข้างหลัง ปรากฏให้ผู้ชมเห็นกันอย่างใกล้ๆเป็นบุญตาดูสักครั้งหนึ่ง