“ฮัลโหลครับ!” ชายหนุ่มยังไม่ทันที่จะได้แนะนำตัว หรือ บอกว่าตัวเองเป็นใคร คุณ ป้าของไวโอลินก็พูดรัวขึ้นมาแบบไม่ให้เขาได้ทันตั้งตัว
“ฮอร์นเหรอลูก! นี่ป้าเองนะจ๊ะ ป้าต้องบินด่วนไปสิงคโปร์ตอนนี้เลย ยังไงช่วยบอกน้องให้ชวนบราวนี่มาอยู่เป็นเพื่อนด้วยก็ได้ ป้าแค่จะโทรมาบอกว่ารอบนี้อาจจะไปหลายวัน ส่วนเรื่องที่พ่อกับแม่กำลังดูที่เรียนใหม่ ที่สิงคโปร์ให้ ถ้าได้เรื่องยังไง เดี๋ยวป้าจะโทรบอกอีกทีนะ ฝากดูแลน้องด้วยนะฮอร์น เท่านี้นะจ๊ะ”
“เอ่อ...ครับ!” พันเจียกดวางสาย ก่อนจะนิ่งเงียบไปชั่วขณะ หลังจากที่รู้ว่าไวโอลินจะต้องไปเรียนต่อที่อื่น
ไวโอลินที่นอนหลับอยู่บนเตียงขนาดซูเปอร์คิงส์ไซซ์พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ก่อนจะรู้สึกตัวขึ้นมา เพราะเสียงฟ้าที่ร้องโครม ๆ เหมือนกับสายฟ้าฟาด จนเธอนอนไม่หลับ ลืมตาขึ้นมามองไปรอบ ๆ เห็นหลอดไฟภายในห้อง เริ่มดับ ๆ ติด ๆ เป็นพัก ๆ ก็รู้สึกหวาดหวั่น เมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องภายในคอนโดของพันเจีย เธอหันไปหานาฬิกาที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ หัวเตียง ก่อนที่ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ เห็นกระเป๋าสะพายของตัวเองวางอยู่ข้าง ๆ เตียงก็รีบลุกพรวดขึ้นไปคว้ามันมา ดูเป็นเวลาเกือบ ๆ สามทุ่มตรง เมื่อภายในห้องเงียบสงัดราวกับไม่มีคนอยู่
ในขณะที่ด้านนอก ฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เธอเดินออกจากห้องนอน ไปยังห้องรับแขก เห็นพันเจียยืนกอดอกหันหน้าไปที่ระเบียง สีหน้าเคร่งเครียด ดูวิตกกังวลกับอะไรบางอย่าง ไวโอลินเห็นแบบนั้น ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเขาอาจจะกำลังกลุ้มเรื่องของการแข่งขัน จึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะเอ่ยถามความจริง
“คิดเรื่องแข่งอยู่เหรอ” พันเจียหันกลับมามองหน้าเธอ เขาไม่พูดจาใด ๆ ออกมา แต่กลับมองดูใบหน้าของเธออย่างนิ่งๆ
“ความจริง บางที...ถ้านายอยากได้คนมาร่วมทีม ฉันอาจจะช่วยนายหาได้นะ”
“ถ้าหมายถึงโชย์ เธอลืมไปได้เลย” พันเจียตอบเรียบ ๆ
“แล้วถ้าฉัน หมายถึงฮอร์นล่ะ” พันเจียสะดุ้งกับคำตอบของเธอ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา พลางหัวเราะหึ ๆ อยู่ในลำคอ แล้วบอกออกไปว่า
“ถ้าค่าตอบแทน เป็นการคืนเธอให้กับเจ้านั่นล่ะก็...ฝันไปเถอะนะ!”
“ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยนะ” ไวโอลินรีบแย้ง เพราะเธอต้องการที่จะช่วยเขาจริง ๆ โดยไม่ได้มองถึงเรื่องนี้เลย
“แล้วถ้าฉันเกิดตกลง ยื่นข้อเสนอเป็นการคืนเธอให้กับเจ้านั่นจริง ๆ ขึ้นมาล่ะ เธอจะว่าไง” อยู่ๆ พันเจียก็เอ่ยถามออกมาตรง ๆ ในขณะที่ไวโอลินเองก็เคยโหยหาสิ่งนี้มาตลอด แต่ทำไมอยู่ ๆ เธอถึงกลับไม่รู้สึกดีใจในคำพูดของเขาเลย ทว่ากลับรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ขึ้นมาในหัวใจซึ่งต่างไปจากครั้งก่อน ๆ
“ว่าไงล่ะ” เขาย้ำถาม ไวโอลินนิ่งเงียบไม่รู้จะตอบตกลง หรือ ปฏิเสธออกไปดี เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดสิ่งไหนออกมากันแน่
“นายพูดบ้าอะไร” ไวโอลินย้อนถาม เพราะคิดว่าเขาอาจจะพูดติดตลก
“ฉันก็แค่อยากรู้เท่านั้น นี่เธอดีใจจนพูดไม่ออกเลยหรือไง”
“เอ่อ... คือฉัน” ไวโอลินได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และไม่เข้าใจว่าพันเจียนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เขาเดินกลับไปนั่งที่โซฟายาว ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่ห้าง พลางเอนตัวลงไปพิงกับโซฟาในท่าที่ถนัด ก่อนจะกระดิกนิ้วเป็นเชิงบอกให้เธอเข้ามานั่งใกล้ ๆ ไวโอลินยืนนิ่ง พันเจียจ้องตาเขม็งเป็นการออกคำสั่ง หญิงสาวจำต้องเดินมานั่งลงข้าง ๆ แต่โดยดี
“ทำไมต้องทำท่าทาง ซีเรียสขนาดนั้นด้วย” เขาพเยิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะถาม ขณะที่ไม่ได้หันไปมองหน้าเธอ ไวโอลินที่กำลังสับสนอยู่กับคำถามที่ถูกถามขึ้นมาเมื่อครู่ ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะกระโดดโลดเต้น ดีอกดีใจ หรือ พูดอะไรออกมาสักอย่างเพื่อบ่งบอกถึงความรู้สึกนั้น แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอปั่นป่วนขึ้นมาในหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ว่าไงล่ะ” พันเจียย้ำถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ถึงฉันจะอยากกลับไปแค่ไหน ก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก” เธอตอบ
“เพราะเจ้านั่น ดันมีผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่เธอด้วยแล้วใช่ไหม เธอถึงตอบคำถามของฉันไม่ได้” พันเจียหันกลับมาถามตรง ๆ ไวโอลินนั่งก้มหน้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“นั่นก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ความจริง...ฉันอาจจะเริ่มทำใจได้แล้ว และคงเลือกที่จะไม่กลับไปเจ็บอีก” พันเจียขยับเข้ามาใกล้ ๆ เขาค่อยเอื้อมมือประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอให้หันมาสบตากับเขา จู่ ๆ หยาดน้ำตาของเธอก็รินไหล…
“ฉันน่ะ ไม่ใช่สิ่งของหรอกนะ ที่จะให้ใครจับไปทางไหนก็ได้ ฉันมีชีวิต มีความรู้สึก และฉันก็มีหัวใจ” ไวโอลินพร่ำบอกกับเขา พันเจียจ้องมองแววตาที่เป็นประกายคู่นั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปซับน้ำตาให้อย่างเบามือ เขานั่งนิ่งประสานสายตาไปที่ดวงตากลมโตคู่นั้นของเธออยู่เนิ่นนาน
“เราลองคบกันดูไหม” พันเจียพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไวโอลินนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก
“................................” เธอได้แต่จ้องหน้าเขา ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า คำพูดของเขานั้นฟังดูน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะเธอเองไม่ใช่ผู้หญิงที่อยู่ในสเปคของเขาเลย
“คบกับฉัน เหมือนที่เธอเคยคบกับฮอร์น” พันเจียย้ำชัด สีหน้า และ แววตาที่จริงจังของเขา บ่งบอกถึงความหนักแน่นกับคำพูดที่บอกออกมา
“คบกับนาย...ทั้ง ๆ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติของนายเลยน่ะเหรอ” ไวโอลินถามเสียงสั่น น้ำตารินไหล
“แต่ฉันชอบเธอ คบกับฉันนะ!” วินาทีนั้น ไวโอลินหัวใจเต้นรัว และ ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเธอถูกเขาสัมผัส!
“แต่ว่าฉัน...เอ่อฉัน” ไวโอลินที่มัวแต่อึกอักอ้ำอึ้ง ไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธ หรือ ตอบตกลง พันเจียก็คว้าร่างตรงหน้าเข้ามาประกบปิดริมฝีปากอย่างรวดเร็ว
“อื้อ~” ไวโอลินถึงกับตกใจ เบิกตากว้าง ใจเต้นโครมครามราวกับว่าทุกอย่างกำลังหยุดหมุนไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงของสายฝนพรำที่โปรยปรายลงมาจากด้านนอก ชายหนุ่มค่อย ๆ ยกมือขึ้นประคองท้ายทอยเธอ ขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงดูดดื่ม ไวโอลิน ที่ได้สติรีบผละตัวเองออกจากจูบอันแสนหวานของเขา แล้วผุดตัวลุกขึ้นจากโซฟาในทันทีทันใด
“.................” เธอจ้องหน้าชายหนุ่มที่ทำตาใสอยู่ ในใจก็นึกโกรธอยู่ไม่น้อยที่เขาชอบฉวยโอกาสกับเธอ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอถึงได้โกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ ไม่ได้เสียที
“ถ้าเธอพร้อม ค่อยให้คำตอบฉันก็ได้นะ ฉันไม่รีบ” พันเจียพูดพลางอมยิ้มออกมาเล็ก ๆ ไวโอลินยังคงยืนนิ่งเงียบ มือแกร่งยกแขนขึ้นมองดูนาฬิกา เวลาเกือบ ๆ สี่ทุ่มตรง เห็นสายฝนไม่มีทีท่าจะหยุด จึงบอกกับเธอออกไปว่า
“ฝนยังตกอยู่เลย ฉันไม่อยากขับรถด้วย เธอนอนค้างนี่เลยแล้วกันนะ”
“อะไรนะ!” ไวโอลินถามเสียงหลง
“ไหน ๆ ป้าเธอก็ไม่อยู่บ้านอยู่แล้ว จะรีบกลับไปทำไม” พันเจียเออออห่อหมกไปคนเดียว แบบไม่ยอมถามความยินยอมจากเธอ ไวโอลินที่ได้ยินแบบนั้น ก็ถามขึ้นมาด้วยอาการสงสัยปนงุนงงเล็ก ๆ
“คุณป้าฉันไม่อยู่ นายรู้ได้ไง!”
“ก็ป้าเธอ เพิ่งจะโทรมาบอก แล้วฉันก็รับปากว่าจะดูแลเธอแทนท่านไปแล้วด้วย”
“นี่นาย สวมรอยเป็นฮอร์นอีกแล้วเหรอ ป้าฉันถึงได้ยอมน่ะ”
“จะกล่าวหาว่าฉันสวมรอยก็ไม่ถูกนะ ใครใช้ให้ป้า คิดว่าฉันเป็นเจ้านั่นเองล่ะ”
“เอ่อ! ก็...แต่ฉันไม่ได้เอาเสื้อผ้าอะไรมาเลยนะ”
“อือหือ...ก็เสื้อผ้าฉันไง” พันเจียพูดพลางยิ้มชอบใจ
“ว่าไงนะ!”
“เสื้อผ้าฉันมีอยู่เต็มตู้ อยากใส่ชุดไหนเธอไปเลือกได้เลย ถ้างั้นฉันไปอาบน้ำก่อนเธอเลยแล้วกัน” พูดจบ พันเจียก็เดินเข้าไปคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วเดินดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะแกล้งหยอกเธออีกครั้ง
“ถ้าไม่ถือ เธอจะเข้ามาอาบพร้อมฉันเลยก็ได้นะ” เขาตะโกนกลับมา
“บ้าสิ! ชุดคลุมอาบน้ำกับผ้าเช็ดตัวก็มีแค่ผืนเดียว จะอาบเข้าไปได้ไง” ไวโอลินโวยวาย พันเจียเดินกลับออกมาพร้อมกับร่างที่อยู่ในชุดคลุมเต็มตัวสีขาว
“งั้นฉันไม่ใช้ก็ได้นะ เธอเอาไปใช้เลยไป” ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเร่งถอดชุดคลุมออกแล้วยื่นมันให้กับเธอ ไวโอลินรีบยกสองมือขึ้นมาปิดตา เพราะทนดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ จนเผลอหน้าแดงก่ำออกมาอย่างชัดเจน
“เฮ้ เธอ! … นี่ เธอ!” พันเจียจับบ่าทั้งสองข้างของเธอ เขย่าเบา ๆ ทำให้ไวโอลินรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ก่อนจะเห็นเขายืนอยู่ในชุดปกติ ไม่ได้เปลือยกลายอย่างที่เธอคิด