“เขารอดไปได้อีกแล้ว”
ระบบสื่อสารเข้ารหัสหลายชั้นมีการสนทนาระหว่างคนสองคน หลังจากคนที่กำลังพูดมองดูรถคันที่แอชเชอร์เกาะวิ่งจากไปปล่อยให้มันมองเพียงแค่ท้ายรถเท่านั้น
“มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าเขารู้ตัว” ชายที่อยู่ปลายสายอยากรู้สีหน้าของแอชเชอร์ในตอนที่รถยางแตก เขาอยากรู้ว่าในตอนนั้นแอชเชอร์สังเกตเห็นความผิดปกติหรือไม่
“เหมือนจะเป็นแค่ความบังเอิญ เขาลงจากรถแล้วก็มองซ้ายขวาจากนั้นก็เกาะรถคันที่วิ่งตามมาไปทันที ไม่ได้ลงมาตรวจเช็คว่าเกิดอะไรขึ้น”
“บังเอิญเหรอ งั้นก็บังเอิญ”
เหล่าคนที่พาตัวแอชเชอร์มาไม่ได้ ไม่ใส่ใจกับเรื่องที่เกิด เพียงแต่พวกเขาต้องเพิ่มการจับตามองขึ้นไปอีกระดับเพราะแอชเชอร์ดูเหมือนจะรู้ทันทุกๆอย่าง หลายครั้งที่ผ่านมามันไม่น่าจะใช่ความบัญเอิญหรือโชคดีที่เขารอดมาได้ หากไม่วางแผนให้รัดกุมเพื่อจะจัดการ อนาคตของพวกมันจะต้องยุ่งยากแน่นอน
—---------------------------
“พวกแกเห็นไหมว่าเพื่อนทำอะไรอยู่ วิ่ง~!”
รถหุ้มเกราะขนส่งนักเรียนเดินทางกลับมาถึงค่ายฝึกที่ 7 มันเป็นบรรยากาศที่หลายคนหวนคิดถึง แม้มันจะเต็มไปด้วยกฎและการลงโทษพวกเขากลับไม่ต้องเจอมอนสเตอร์ อย่างไรก็ตามเหล่าคนที่เดินทางมาถึงต่างวิ่งไปต่อแถวเพื่อนที่เดินทางมาถึงก่อน รถคันไหนวิ่งเข้ามาในค่ายต่างหยุดตัวพลางปล่อยให้นักเรียนวิ่งลงรถเข้าไปต่อแถว แอชเชอร์ที่มาถึงค่ายด้วยการนั่งข้างคนขับก็ได้วิ่งเข้าไปในแถวด้วยใบหน้าเบิกบานใจ เขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์ยางแตกใครเป็นคนทำเพื่อที่จะนำเขาไปหา แต่ที่แน่ๆเขามั่นใจว่าการลงมือไม่ส่งผลดีต่อเขาแน่นอน
“แถวตรง~!”
นักเรียนทุกคนยกสัมภาระเอาไว้บนหลังบางคนยกเอาไว้บนไหล่ หลังจากได้ยินเสียงคำสั่งสุดท้ายต่างพากันยืนตรงรอฟังคำพูดที่จะออกมาจากครูฝึก ทันใดนั้นเองคนที่เดินทางขึ้นไปบนหน้าเสาธงกลับเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพที่ 7 ทุกคนจึงทำความเคารพ
“ฉันดีใจที่เห็นพวกนายกลับมากันอย่างปลอดภัย…” สายตาของผู้บัญชาการกวาดมองไปรอบๆแสดงออกถึงความดีใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนใบหน้าให้เป็นเศร้า เมื่อรู้ว่ามีใครหลายคนไม่ได้กลับมากับพวกเขาที่อยู่ที่นี่
“แต่ฉันก็เสียใจกับการจากไปของใครหลายๆคน การเป็นทหารล้วนใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง พวกเราจะต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลา ถึงแม้จะระวังตัวแล้วก็ตาม จำเป็นต้องหาทางรอดเพื่อตัวเองและคนรอบข้างเสมอเพราะมักเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ฉันไม่รู้ว่าใครจะจากไปอีกแต่จำเอาไว้ว่าอย่างได้คิดเสียใจกับการจากไป จงเชิดชูพวกเขาที่จากไปแล้วตั้งใจแก้แค้นแทนพวกเขาที่ถูกมอนสเตอร์ฆ่า เอาล่ะฉันไม่มีอะไรจะพูดมาก คงมีเพียงแค่คำว่ายินดีต้อนรับกลับและยินดีกับการทำงานหนักในการทดสอบ พวกนายทุกคนทำได้ดี ดีมาก ดีที่สามารถรอดกลับมาได้”
ผู้บัญชาการเดินจากไปกระทั่งหายไปไกลลิบตา ครูฝึกก็ได้สั่งแยกย้าย การทดสอบที่เกิดขึ้นหนักหนากับพวกเขาหลายคน ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้มีการฝึกใดๆที่จำเป็นต่อพวกเขาอีก ที่เหลือในค่ายฝึกแห่งนี้มีเพียงแค่การซ้อมเดินสวนสนามเท่านั้น ที่ยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัดเพราะทุกๆอย่างเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนด นักเรียนทุกๆคนจึงทำได้เพียงแค่รอคำสั่งต่อไป
“ให้ตายสิ นึกว่าจะไม่รอดแล้ว กองทัพที่ 1 ประมาทเกินไปเกือบทำให้เราตายทั้งหมดแล้วไหมล่ะ”
แอชเชอร์ที่เข้ามาอยู่ในห้องร่วมกับระดับ A เขาได้ยินเสียงบ่น เป็นเหมือนที่ระดับ A พูด กองทัพที่ 1 ผู้ที่จัดการเขตทดสอบในครั้งนี้ประมาทเกินไป โดยไม่ได้เตรียมการรับมืออันตรายที่เกิดขึ้น ยังดีที่มีครูฝึกจึงไม่ทำให้ตายไปมากกว่านี้ แอชเชอร์คิดว่าหากการทดสอบครั้งนี้ไม่มีเขาก็จะยิ่งแย่กว่านี้อีก ทุกๆคนจะต้องตายอย่างแน่นอนเนื่องจากพวกเขาเหล่าครูฝึกมีพลังไม่พอจะสู้กับคอนโทรลเลอร์
แต่เขาก็พอจะเข้าใจว่าเหตุใดกองทัพที่ 1 ถึงได้ประมาทแบบนี้ ความประมาทที่เกิดขึ้นแอชเชอร์คิดว่ามันคงไม่ใช่ความสะเพร่าของคนจัดงาน แต่เป็นเพราะข้อจำกัดหลายๆอย่าง หลายเดือนที่เขาอยู่ในค่ายฝึกพิเศษ เขาเห็นทหารถูกส่งตัวออกไปทุกๆวัน คนของกองทัพที่ 1 ก็ต้องถูกส่งออกไปเช่นกัน ดังนั้นการจัดการทุกๆอย่างจึงมีข้อจำกัดทำให้พวกเขานำเทคโนโลยีที่สูงกว่านี้เข้าไปติดตั้งไม่ได้
หลังจากกลับถึงเตียงแอชเชอร์ก็เดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะพักผ่อน อย่างไรก็ตามทุกๆการกระทำของเขาล้วนมีระบบคอยตรวจสอบให้ เขายังคงระวังตัวเสมอหลังจากถูกพวกที่ใช้มานาบูสโจมตี เขาคิดว่าอาจจะมีพวกมันอยู่ในค่ายอีกเช่นกันจึงไม่กล้าประมาท การใช้งานยารีเซ็ตสถานะจึงจำเป็นต้องมีห้องดีๆ ไม่มีคนรู้จักเพื่อที่จะใช้งาน ในระหว่างคิดว่าจะไปยืมห้องไหนเพื่อใช้หลับสัก 5 ชั่วโมงนี้เองนั้น รอบตัวของแอชเชอร์ก็ได้มีเสียงพูดคุยของระดับ A ที่พยายามตามข่าวการทดสอบ หลังจากพวกเขาสงสัยในเรื่องคะแนน
“นี่ คิดว่าค่ายไหนจะได้คะแนนเยอะที่สุด”
“ไม่รู้เลย แต่ค่ายเราไม่น่าจะได้เนื่องจากมีคนใช้มานาบูสเกิดขึ้น”
“นั่นสิ ดูเหมือนเขตเราจะเป็นเขตเดียวด้วยที่มีคนใช้มานาบูส ”
“ดูนี่ๆ มีคลิปการต่อสู้กำลังถูกแชร์ มันเป็นชุดเกราะของครูฝึก”
“ไหน ใช่จริงๆด้วย ชุดเกราะครูฝึก รั้วพวกนั้นก็รั้วที่สร้างใหม่ ในตอนที่มอนสเตอร์บุกใครมันมีอารมณ์ไปถ่ายคลิปนี้เก็บไว้อีก”
“โว๊ว ดูนี่สิ การเคลื่อนไหวของเขาต่างจากครูฝึก น่าจะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ S การที่เขาเคลื่อนไหวได้ดีกว่าครูฝึกน่าจะเป็นเพราะระดับซิงโครไนซ์ที่สูง”
“มีอีก มีคลิปใหม่ ค่ายนี้น่าจะเป็นอีกค่าย”
การพูดคุยของนักเรียนระดับ A ดังขึ้นด้วยความตกใจ หลังจากพวกเขาเห็นคลิปการต่อสู้ของนักเรียนที่สวมใส่ชุดเกราะครูฝึก ซึ่งมันเป็นชุดเกราะที่เต็มไปด้วยร่องรอยการโจมตี ดูท่าเขาจะได้ชุดเกราะนี้มาจากศพครูฝึกสักคน
“แบบนี้ก็หมายความว่าไม่ใช่แค่ค่ายเราสินะที่นักเรียนฆ่ามอนสเตอร์ร่วมกับครูฝึก”
แอชเชอร์ปล่อยให้เพื่อนคุยกันต่อไป ส่วนตัวของเขาทำเพียงถอนหายใจเพราะไม่สามารถหาห้องส่วนตัวได้ ภายในค่ายแห่งนี้ไม่มีความเป็นส่วนตัวให้กับเขาต่างจากค่ายฝึกพิเศษ แอชเชอร์จึงตัดสินใจเสี่ยง ช่วงนี้ครูฝึกน่าจะปล่อยให้นักเรียนได้ทำตามใจชอบเพื่อนผ่อนคลายความตรึงเครียดที่ได้รับมา อาหาร การกิน การอาบน้ำ การใช้ชีวิตสามารถทำช่วงไหนก็ได้ตามที่นักเรียนพอใจ เขาจึงนำผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวทำตัวเหมือนกับกำลังเล่นโทรศัพท์
เหล่าระดับ A ที่อยู่ร่วมกันเมื่อเห็นท่าทางของแอชเชอร์ล้วนไม่มีใครเข้ามายุ่งวุ่นวาย พวกเขาก็อยู่บนเตียงคุยกันต่อไป ก่อนที่จะหมดพลังแล้วพากันล้มตัวลงนอน ต่อให้จะเป็นช่วงกลางวันการเดินทางและการพักที่น้อยในเขตทดสอบ ทำให้พวกเขายังคงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ระบบ ฉันจะหลับไป 5 ชั่วโมงจริงๆใช่ไหม”
[ใช่]
“แล้วมีอะไรช่วยฉันได้ไหม การหลับครั้งนี้อาจจะมีคนเข้ามาจัดการฉันก็ได้”
[ระบบตรวจพบสิ่งที่ใกล้เคียงกับความต้องการของโฮสต์ในระบบร้านค้า โฮสต์ต้องการฟังหรือไม่]
“ฟัง”
[ระบบขอแนะนำสกิลตื่นตอนฝัน โฮสต์สามารถตั้งการทำงานของร่างกายได้หลังจากหลับ]
“ยังไง หากฉันตั้งว่าจะให้ร่างกายทำอะไรบ้างหลังจากหลับ มันจะเคลื่อนไหวไปเองอย่างนั้นเหรอ”
[ถูกต้อง]
“แล้วถ้าฉันให้มันฝึกซ้อมหรือต่อสู้ล่ะ”
[ไม่สามารถทำได้ สกิลยังระดับน้อยเกินไป]
“งั้นก็ได้ ซื้อมันมาเลย อย่างน้อยๆในตอนที่หลับให้ดึงผ้าห่มออกมาส่องดูพวกระดับ A ก็คงไม่แปลกเกินไป”
แอชเชอร์ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบที่ได้ทำการหักฟอสเอนเนอร์จี้แล้วติดตั้งสกิลเข้าไปในร่างกายก่อนที่แอชเชอร์จะใส่คำสั่งง่ายๆเข้าไปในสกิล ดีที่มันสามารถทำอะไรที่ง่ายๆได้อย่างเช่นลุกเดิน ขยับแขนขา ทุกๆอย่างที่ไม่ต้องใช้แรงมากสกิลตื่นตอนฝันสามารถทำได้หมด
“ตื่นตอนฝัน”
สกิลเปิดใช้งานจากนั้นแอชเชอร์ได้กระดกยารีเซ็ตทักษะลงไปทั้งขวดแล้วเริ่มหลับตานอนพักผ่อน
[แจ้งเตือน โฮสต์ทำการดื่มยารีเซ็ตสถานะ]
[แจ้งเตือน ระบบตรวจพบผลของยา โฮสต์จะหลับเป็นเวลา 5 ชั่วโมง]
พรึ่บ~!
สติของแอชเชอร์ดับไปเขาไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวของเขาบ้างในช่วง 5 โมงของการหลับ เขาเลือกที่จะดื่มยาในตอนนี้ก็เพราะว่ามันเป็นช่วงที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด เนื่องจากว่าหากปล่อยไว้นานกว่านี้ ครูฝึกจะต้องพาพวกเขาซ้อมเดิมสนามอย่างแน่นอน มันจะวุ่นวายเกินไป หลังจากที่แอชเชอร์ใช้สกิลตื่นตอนฝัน ร่างของเขาก็พลิกตัวไปมาด้วยท่าจับโทรศัพท์ เหมือนกับคนกำลังดูอะไรสักอย่าง ทุกๆ 5 นาทีเขาจะพลิกตัวเปลี่ยนไปอยู่ในท่าต่างๆที่ระบุลงไปในสกิลตื่นตอนฝัน
—-------------------------------
“เป็นยังไงบ้าง”
ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 นั่งอย่างเคร่งเครียด การแกะรอยภายในเขตทดสอบยากพอสมควรเพราะสิ่งที่ผู้ก่อเหตุทิ้งเอาไว้มีเพียงแค่มานาบูสเท่านั้น เขาจึงตามแกะรอยจากประวัติชายทั้ง 5 คนที่ใช้งานมัน ส่วนคอนโทรลเลอร์เขายังไม่พบเครื่องมือที่คนทั้ง 5 ใช้หลอกล่อให้มันมายังสถานที่แห่งนี้ หากเป็นคอนโทรลเลอร์ที่มาเพราะเจตจำนงของพวกมันเอง จะต้องมีกองทัพมอนสเตอร์ที่ใหญ่กว่านี้เดินทางร่วมกับพวกมัน
แต่จำนวนมอนสเตอร์ที่เดินทางมาด้วยนั้นน้อยเกินไป ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 จึงคิดว่าพวกมันอาจจะถูกล่อให้เดินทางมาแบบเร่งรีบก็ได้ เขาจึงพยายามตามหาสิ่งที่ล่อลวง เพื่อปัดความรับผิดในหลายๆอย่างออกห่างจากตัว
“ผู้บัญชาการครับ เราตรวจพบศพของคอนโทรลเลอร์เด็กบนพื้นดินในบริเวณที่รูถูกขุดเข้ามาครับ”
บนพื้นดินที่ทหารหมายถึง คือเพดานของเขตทดสอบ เมื่อผู้บัญชาการรู้ว่ามันเป็นการจัดฉากจริง เขาที่ส่งหน่วยพิเศษขึ้นไปตรวจสอบบนพื้นดินก็ยิ้มอย่างโล่งใจ ที่เหลือคงมีเพียงแค่หาข้อแก้ตัวกับการตายของนักเรียนรวมไปถึงครูฝึก เหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นถูกคลี่คลายแล้ว
—-------------------------------
“ปีเตอร์ แกกินข้าวยัง”
เพื่อนในห้องมองไปยังปีเตอร์ที่นั่งอยู่บนเตียงเดี่ยวด้วยท่าทางกลัว ตั้งแต่กลับมาจากเขตทดสอบทุกคนที่อยู่ภายในห้องเห็นปีเตอร์กลัวมาก จึงไม่มีใครคิดที่จะเข้าไปใกล้กลัวปีเตอร์จะสติแตกแล้วโจมตีพวกเขา
“ไม่ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน พวกแกจะทำอะไรก็ทำ”
ผ้าห่มถูกคลุมไปทั่วทั้งตัวเพื่อปิดอาการหวาดกลัวเอาไว้ การช่วยเหลือนักเรียนทั้ง 5 เพื่อฝังมานาบูสทำให้มันเป็นหนึ่งในคนที่มีความผิด ยังดีที่ไม่มีใครสนใจมันจึงทำให้ตัวของมันยังคงอยู่ในค่ายต่อไปได้ ถึงอย่างนั้นมันก็ระแวงเพราะรู้ว่าอีกไม่นานจะต้องมีคนมาหาแน่นอน หากทุกๆอย่างภายในเขตทดสอบถูกตรวจจับอย่างที่แอชเชอร์บอก ผู้จัดงานจะต้องเห็นมันที่ฝังมานาบูสแน่ๆ