ภายในเรือนยังคงเอะอะวุ่นวายบ่าวไพร่ต่างพร้อมใจกันถอยห่างออกมายืนรออยู่ข้างนอกสายตาที่คนเ่าั้มองมายังหม่าอวิ๋นเซียงมีเพียงความสมเพชและเหยียดหยันไม่มีผู้ใดคิดว่าร่างเล็กที่นั่งคุกเข่าอยู่นั้นเป็คุณหนูผู้หนึ่งเลยด้วยซ้ำ
ถางรั่วเหวยเก็บงำประกายตาที่แสดงออกว่าไม่พอใจไว้นางไม่ชอบใจที่บ่าวรับใช้หัวหงอกหัวดำเหล่านี้ดูแคลนคุณหนูของตน ทว่าเวลานี้สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของผู้เป็นาย
บรรยากาศโดยรอบเริ่มตึงเครียดเมื่อหม่าจิ้งซิ่นมาถึงยังเรือนสุ่ยเหลียน เขาไม่แม้แต่จะชายตาแลหม่าอวิ๋นเซียงเลยสักนิด ชายหนุ่มเดินดุ่มเข้าไปในเรือนเพียงไม่นานเสียงเอะอะวุ่นวายนั้นก็เงียบไป
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อประตูเรือนก็เปิดออกพร้อมกับร่างที่เริ่มโรยราไปตามวัยของหลี่หลิงฟาง นางเดินเข้าไปหาหม่าอวิ๋นเซียงด้วยท่าทางเอาเื่ มือเหี่ยวย่นตวัดลงบนใบหน้าเล็กเต็มแรง “เดรัจฉานสมควรตาย! ข้าน่าจะสังหารเ้าทิ้งเสียั้แ่ตอนนั้นดูสิว่าการมีตัวตนของเ้าสร้างเื่ให้ผู้คนมากมายเพียงใด”
กล่าวออกไปแล้วก็พลันคิดถึงคำพูดของไต้ซืออิ๋งกง เขาทำนายเซียมซีให้แก่นางว่าจะเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นกับตระกูลซึ่งเื่นี้สามารถทำให้สกุลหม่าหายสาบสูญไปจากแผ่นดินเพียงชั่วข้ามคืนเลยก็ว่าได้ผู้ที่ชักนำเภทภัยนั้นเข้ามายังคงแฝงตัวอยู่ในจวนต้องหาคนให้เจอก่อนจะเกิดเื่ขึ้นแต่ว่านางยังไม่ได้ทำตามคำชี้แนะหายนะก็มาเยือนเสียก่อน อยู่ๆ ตระกูลหม่าที่มีชื่อเสียงดีงามในราชสำนักก็ถูกคนถ่อยใส่ไคล้ ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลที่บรรพบุรุษสั่งสมมาอย่างยาวนานกลับต้องด่างพร้อยแปดเปื้อน
เื่ราวที่เกิดขึ้นนี้หากมิใช่เพราะมีตัวหายนะอยู่ในจวนแล้วยังจะมีสิ่งใดได้อีกแต่ไหนแต่ไรมาสกุลหม่าไม่เคยมีศัตรูที่ไหน และยิ่งมิเคยกระทำการล่วงเกินผู้ใดแม้แต่น้อยเป็ไปไม่ได้แน่นอนที่จะถูกเกลียดชัง ดังนั้นความโชคร้ายที่ตระกูลได้รับต้องมาจากเด็กที่ไม่สมควรเกิดมาผู้นี้แน่นอน
ร่างของหม่าอวิ๋นเซียงหงายหลังล้มลงไปตามแรงตบดวงหน้าชาหนึบจนไร้ความรู้สึก หูอื้อไปชั่วขณะ เพียงอึดใจความเจ็บร้าวก็แผ่กระจายไปทั่วใบหน้า เจ็บจนพูดไม่ออกเป็ครั้งแรกเลยที่นางถูกตบตีเช่นนี้ ั์ตาหงส์รื้นไปด้วยน้ำตาอยากจะร้องขอความเมตตาทว่าปากกลับไร้เสียงจะเปล่ง
“คุณหนู!” ถางรั่วเหวยผวาเข้าไปหาเด็กน้อยหมายจะประคองอีกฝ่ายขึ้นมาแต่กลับมีสาวใช้รูปร่างใหญ่โตสองคนจับนางกดลงกับพื้นจึงไม่สามารถขยับตัวได้อย่างใจคิด
“ไปเอาไม้มาโบยตัวกาลกิณีนี่ให้ตาย” หลี่หลิงฟางสั่งบ่าวรับใช้คนสนิทด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบสายตาที่มองคนตรงหน้ามีเพียงความชิงชัง “อยู่ไปก็รังแต่จะนำพาหายนะมาสู่วงศ์ตระกูลขนาดหลานสาวผู้น่ารักไร้เดียงสาของข้าเ้ายังคิดจะสังหารนาง ช่างเป็เด็กที่จิตใจโเี้อำมหิตยิ่งนัก”
หม่าอวิ๋นเซียงถึงกับพูดสิ่งใดไม่ออกยามได้ฟังคำกล่าวหานั้น นางใจโหดอย่างนั้นหรือแล้วผู้ที่คิดจะคร่าชีวิตลูกแมวตัวหนึ่งเล่าเรียกว่าอะไรนางไม่ได้ตั้งใจจะทำให้หม่าซูเหยาเจ็บตัวเสียหน่อยมันเป็อุบัติเหตุไยทุกคนจึงไม่เข้าใจ แล้วนางมิใช่หลานของฮูหยินผู้เฒ่าหรอกหรือ
ร่างเล็กหันไปหาบิดาส่งสายตาเว้าวอนไปให้ด้วยหวังว่าอย่างน้อยเขาจะเห็นแก่ความเป็พ่อลูกกันบ้าง คงไม่ใจจืดใจดำปล่อยให้นางถูกตีตายกระมัง แต่ว่าความหวังนั้นของหม่าอวิ๋นเซียงกลับไม่มีทางเป็จริงหม่าจิ้งซิ่นไม่แม้แต่จะมองมาที่นางเลยด้วยซ้ำ เขายังคงสนใจหม่าซูเหยาซึ่งกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขน แม้มารดาบอกว่าจะสังหารบุตรสาวอีกคนเขาก็หาได้แสดงท่าทีคัดค้านใดๆ ไม่
หม่าอวิ๋นเซียงกระจ่างแก่ใจในทันทีที่แท้พวกเขาทุกคนล้วน้าให้นางตาย หลายปีมานี้ที่ไม่เคยมาหาไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใดมาให้ แท้จริงแล้วตนไม่สมควรเกิดมาั้แ่แรก คำปลอบใจที่แม่นมถางเคยเอื้อนเอ่ยเป็เพียงคำลวงเท่านั้นหรือนางเป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมดนี้จริงหรือ จิตใจของหม่าอวิ๋นเซียงสับสนวุ่นวายนางมองไปยังถางรั่วเหวยซึ่งบัดนี้สองแก้มอาบไปด้วยน้ำตา หญิงสาวส่ายหน้าไปมาเบาๆ เป็เชิงบอกว่าอย่าไปเชื่อคำพูดเ่าั้ปากก็ร่ำร้องเรียกนางไม่หยุด
หม่าอวิ๋นเซียงยิ้มขมขื่นปลงในชะตากรรมของตนคราวนี้คงมิอาจรักษาชีวิตไว้ได้แล้ว หากนางเกิดเป็ลูกแท้ๆ ของแม่นมถางจะดีสักเพียงใดกันหนอคงไม่ต้องเผชิญกับเื่ที่โหดร้ายเช่นนี้เป็แน่ เื่ที่นางเคยคาดหวังความรักความเมตตาจากบิดามารดานั้นคงไม่มีทางเป็จริง ั์ตาหงส์มองถางรั่วเหวยอีกครั้ง ภาพที่เห็นนั้นเลือนรางเพราะดวงตาซึ่งพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตานางหลับตาลงรอรับความเ็ปเมื่อเห็นสาวใช้ผู้หนึ่งถือไม้เดินเข้ามาหา
“ไม่!” ถางรั่วเหวยสะบัดกายสุดแรงเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ นางผวาเข้าไปกอดร่างเล็กไว้ก่อนที่ไม้จะกระทบแผ่นหลังของเด็กน้อย
หม่าอวิ๋นเซียงลืมตาขึ้นโดยพลันยามรับรู้ได้ถึงอ้อมกอดที่คุ้นเคยเป็แม่นมถางที่เข้ามารับการโบยแทน นางร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้นยามได้ยินเสียงไม้กระทบแผ่นหลังบอบบางเสียงของมันบ่งบอกว่าคนโบยนั้นไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด
“แม่นมปล่อยเซียงเซียง อย่าทำแบบนี้ รีบปล่อยเร็วเข้า”นางพยายามผลักอีกฝ่ายให้ถอยออกไป ความผิดครั้งนี้ตนเป็คนก่อถึงแม้จะมิได้ตั้งใจก็ตาม แต่จะให้แม่นมมาเจ็บตัวเพราะนางอีกเป็ครั้งที่สองไม่ได้
แต่ถางรั่วเหวยไหนเลยจะยอมถอยออกไป นางรู้ความตั้งใจของหม่าอวิ๋นเซียงดีจึงได้กอดให้แน่นขึ้นอีกแม้จะเ็ปเพียงใดก็ยังฝืนยิ้มอ่อนโยนให้คนในอ้อมแขน
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ บ่าวไม่เป็ไร” สิ้นคำก็กระอักเืคำโตออกมา
หม่าอวิ๋นเซียงะโขอร้องให้สาวใช้ผู้นั้นหยุดโบย น้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายนางมองไปยังหญิงชราผู้มีศักดิ์เป็ย่าด้วยหัวใจที่เ็ป “ได้โปรดเถิดเ้าค่ะได้โปรดสั่งให้สาวใช้ผู้นี้หยุดมือที ท่านจะให้ข้าทำอะไรข้าก็ยอม แต่อย่าตีแม่นมอีกเลย”
“ดี ดียิ่ง ช่างเป็นายบ่าวที่รักใคร่กันยิ่งนัก เช่นนั้นก็โบยให้ตายมันทั้งคู่นั่นแหละ” หลี่หลิงฟางปรายตามองคนราวกับมองมดปลวกที่นางกำลังบดขยี้ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอันใดต่อดวงหน้าเล็กที่อาบไปด้วยน้ำตาใบหน้านี้คล้ายกับสามีของนางถึงหกส่วน
บ่าวไพร่ที่อยู่บริเวณนั้นต่างก้มหน้างุดไม่มีใครกล้ามองสองร่างซึ่งกอดกันกลมอยู่นั่นแม้ผู้ทำการโบยจะเป็สตรี แต่แรงที่ฟาดลงไปบนแผ่นหลังของถางรั่วเหวยนั้นก็ไม่เบาเลยทีเดียว
สติของถางรั่วเหวยเริ่มพร่าเลือน นางได้แต่บอกตัวเองในใจว่าจะตายไม่ได้ หากตนตายไปแล้วผู้ใดจะดูแลคุณหนู เด็กน้อยที่น่าสงสารผู้นี้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไรคงไม่พ้นถูกรังแกไม่เว้นแต่ละวันเป็แน่นางภาวนาขอให้ทวยเทพช่วยดลบันดาลให้ใครสักคนมาช่วย
เหมือนคำวิงวอนของถางรั่วเหวยจะส่งไปถึง์เบื้องบนเมื่อขันทีประจำพระองค์ของฮ่องเต้ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันกลางลานสำเร็จโทษ การลงทัณฑ์หยุดชะงักไป บรรยากาศเย็นเยียบลงเสมือนกลับเข้าสู่เหมันตฤดูอีกครั้ง
หม่าจิ้งซิ่นรีบเข้าไปทักทายขันทีสูงวัยแม้จะแปลกใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมาเยือนจวนสกุลหม่าใน่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงเช่นเวลานี้ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจทำเพียงมอบรอยยิ้มเป็มิตรให้ไป คำนับทักทาย“เฉากงกง”
“ใต้เท้าหม่า”เฉากวงค้อมศีรษะคำนับทักทายกลับไปก่อนปรายตามองฮูหยินผู้เฒ่าเล็กน้อย “ข้ามาขัดจังหวะการลงโทษบ่าวไพร่ของพวกท่านหรือไม่”
“ไม่เลยไม่ได้ขัดจังหวะอันใด” หลี่หลิงฟางปฏิเสธทันควัน ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับไว้ไม่จางเฉากงกงผู้นี้เป็ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ที่ขุนนางในราชสำนักต่างเกรงใจเขาอยู่หลายส่วนที่สำคัญภูมิหลังของเขาก็ไม่ธรรมดา เป็ถึงหลานบุญธรรมของอดีตไทเฮาผู้ล่วงลับไปแล้วซึ่งเป็พระมารดาแท้ๆของฮ่องเต้
“แล้วพวกนางทำผิดอันใดหรือจึงได้ถูกโบยเสียเกือบตายเช่นนี้”แม้ไม่อยากยุ่งเื่ภายในของตระกูลหม่าแต่ด้วยคำสั่งจากเบื้องบนเขาต้องจัดการไม่ให้มีเื่ใดไประคายพระทัยของผู้เป็นายเหนือหัว
“บ่าวไม่รู้ความสองคนนี้ทำร้ายเหยาเอ๋อร์ของข้าพวกนางสมควรได้รับโทษ”หลี่หลิงฟางไม่้าให้เฉากงกงรู้ว่าหม่าอวิ๋นเซียงเป็ลูกหลานตระกูลหม่าอีกคนจึงได้เอ่ยความออกไปก่อนที่บุตรชายจะเป็คนตอบคำถามนั้นเสียเอง
เฉากวงชำเลืองมองหญิงสาวและเด็กน้อยที่กอดกันกลมอยู่นั้นแวบเดียว“ในเมื่อพวกนางรับโทษไปแล้วก็ควรหยุดลงโทษได้แล้วกระมังหรือพวกท่านตั้งใจจะโบยคนจนตายเช่นนั้นหรือ”
ครั้นเห็นอาการอึกอักของหญิงชราเฉากงกงก็มั่นใจว่าตนเดาไม่ผิดมุมปากคลี่ยิ้มบางทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นกดต่ำแฝงความข่มขู่อยู่ในที“ความจริงข้าก็ไม่อยากยุ่งเื่นี้สักเท่าใด แต่พวกท่านก็รู้ดีว่ายามนี้ฮองเฮาและไทเฮาต่างกำลังถือศีลสวดภาวนาขอให้ฝ่าาหายจากอาการประชวรจึงได้มีการละเว้นโทษปะาแก่นักโทษเพื่อหลีกเลี่ยงเื่อัปมงคล แล้วจวนขุนนางใหญ่เช่นนี้จะโบยสาวใช้จนตายเพื่อแลกกับการทำให้ทั้งสองพระองค์ทรงกริ้วเช่นนั้นรึพวกท่านไม่ขวัญกล้ากันไปหน่อยหรือในขณะที่จวนขุนนางท่านอื่นต่างสวดภาวนาและหลีกเลี่ยงเื่ไม่เป็มงคลแต่สกุลหม่ากลับคิดสังหารคนท้าทายพระราชเสาวนีย์ของไทเฮา ท่านทำเช่นนี้เพราะเจ็บแค้นที่ถูกลงโทษเช่นนั้นรึใต้เท้าหม่า”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของหลี่หลิงฟางพลันซีดเผือดหันไปหาบุตรชายอย่าง้าความช่วยเหลือ ในใจได้แต่ร้องว่าแย่แล้ว นางเกือบจะทำเื่ร้ายแรงเข้าเสียแล้วนางรู้ว่าในอีกไม่ช้าวังหลวงอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาการประชวรประหลาดของฝ่าาแม้แต่หมอหลวงยังไร้หนทางรักษาทางเดียวที่พึ่งได้ตอนนี้คือการสวดมนต์ภาวนาขอให้พระพุทธองค์คุ้มครองฮ่องเต้ให้ปลอดภัย