ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 168 เมืองอั้นสี่

    หลังจากผ่านไปสามวัน เทียนฉินได้เข้าไปพบกับหยางชิงเว่ยอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นการกล่าวลารวมถึงมารับสิ่งของที่หยางชิงเว่ยเคยได้บอกไว้


    "นี่คือดาบที่อาจารย์ได้รับมาจากท่านอาจารย์อีกทีหนึ่งเมื่อตอนบรรลุระดับก่อกำเนิด เรียกว่าดาบเพลิงนภา!"


    หยางชิงเว่ยส่งดาบเล่มหนึ่งให้เทียนฉิน จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง


    "ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพจะสู้ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ของเจ้าไม่ได้ แต่หากเทียบกับอาวุธอื่นๆแล้วดาบเล่มนี้จะช่วยเจ้าฟาดฟันศัตรูได้อย่างดีเยี่ยมแน่!"


    เทียนฉินยกดาบขึ้นมาพิจารณาดูก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เพราะดาบที่เขาเคยพบหรือว่าใช้อยู่นั้นแทบจะทุกเล่มล้วนไม่มีฝักสวมป้องกันคมดาบ แต่ดาบที่หยางชิงเว่ยมอบให้เขาเล่มนี้กลับแตกต่างไป บนตัวฝักไม้สีน้ำตาลแกมแดงมีลวดลายแกะสลักไว้อย่างสวยงาม ด้านบนและปลายฝักมีสายหนังผูกติดอยู่เอาไว้สำหรับสวมสะพาย 


    และในขณะที่เทียนฉินดึงดาบออกมาจากฝักนั่นเอง ก็พลันสัมผัสได้ถึงพลังที่เอ่อล้นทะลักออกมา ด้วยตัวดาบสีแดงที่แผ่ไอความร้อนราวกับสามารถเผาทำลายได้ทุกอย่าง อีกทั้งเมื่อเขาลองตวัดดาบดู พลันรู้สึกได้ทันทีเลยว่าตัวดาบนี้มีน้ำหนักเบาจนสามารถกวัดแกว่งได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมากมาก


    "ศิษย์ขอบคุณมากสำหรับดาบเล่มนี้ท่านอาจารย์!"


    หยางชิงเว่ยยิ้มตอบรับอย่างพอใจ เมื่อเห็นว่าเทียนฉินชื่นชอบดาบเล่มนี้ของเขา จากนั้นจึงได้เอ่ยเตือนถึงเรื่องต่างๆอีกสองสามประโยค 


    "ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีพลังถึงระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดแล้วก็ตาม แต่อย่าพึ่งได้ทะนงตัวจนไม่เห็นหัวผู้อื่นเสียล่ะ เพราะในผืนดินแห่งนี้ยังมีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่อีกมากมายนัก!" 


    "อีกทั้งยังมีบรรดาพวกตระกูลเก่าแก่โบราณที่เก็บซ่อนตัวแอบแฝงอยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา หากไม่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจอดทนอดกลั้นได้อีก อาจารย์ก็หวังว่าเจ้าจะไม่ไปก่อเรื่องราวใหญ่โตอย่างเช่นที่นิกายเมฆอนันต์เช่นนั้นอีก!"


    "ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของอาจารย์ไว้ในใจ!"


    เทียนฉินกุมมือตอบรับหยางชิงเว่ยด้วยใบหน้าเหยเก เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนิกายเมฆอนันต์นั้นถึงแม้ว่าตัวเขาจะทำรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าตัวเขาเป็นคนก่อเรื่องเสียหน่อย ทว่าเมื่อท่านอาจารย์เอ่ยเตือนขึ้นมา จึงได้แต่ตอบรับอย่างโดยไม่อาจจะแก้ตัวอะไรได้


    หยางชิงเว่ยเห็นสีหน้าท่าทางของเทียนฉินก็พอจะรู้ได้ว่าคงไม่อาจห้ามไม่ให้เทียนฉินไปก่อเรื่องก่อราวได้แน่ๆ จึงได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับถามออกมาอย่างเป็นห่วง


    "แล้วนี่ตัวเจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่กัน!"


    "ศิษย์ตั้งใจว่าจะออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นขอรับท่านอาจารย์!"เทียนฉินตอบกลับไปตามตรง


    หลังจากที่พูดคุยกัยอีกซักพัก เทียนฉินจึงได้ขอตัวลากลับมาเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง ซึ่งของที่เตรียมก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ที่ทำให้เขาเสียเวลาไปบ้าง ก็เรื่องการจารึกอักษรลงบนวัสดุต่างๆที่เขาได้ไปแลกเอามา รวมถึงเข็มสีทองและสีเงินที่เทียนฉินได้ทำการจารึกอักษรไว้เป็นพิเศษ เพื่อใช้เป็นอาวุธลับเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงอีกด้วย


    รุ่งเช้าวันต่อมาเทียนฉินเดินทางออกจากนิกายอย่างเงียบเชียบโดยไม่ได้บอกลาใครอีก และหลังจากเร่งรีบเหาะมาโดยไม่หยุดพัก ในที่สุดเมื่อผ่านไปอีกหนึ่งวันเขาก็ได้มาถึงยังเมืองอั้นสี่ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของเขตภูมิภาคทางเหนือของแคว้นฉู่นี้


    รอบๆกำแพงเมืองมีพลังของค่ายกลปิดกั้นกันผู้บุกรุกเข้าไปซึ่งไม่ต่างจากเมืองอื่นๆมากนัก เทียนฉินที่สะพายดาบเพลิงนภาไว้ด้านหลัง หยุดอยู่นอกกำแพงแหงนหน้ามองไปที่ค่ายกลพวกนั้น จากการใช้วิชาเปิดเนตรทำให้เขามองเห็นตัวอักษรลึกลับที่สลักอยู่บนนั้น ซึ่งมีเส้นสีขาวเชื่อมโยงต่อกันจนเหมือนเกราะป้องกันขนาดใหญ่ ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้


    "เป็นค่ายกลที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก แต่ก็ถือว่าสามารถป้องกันผู้บุกรุกได้ระดับหนึ่ง!"


    เมื่อละสายตาออกมาจากค่ายกลบนกำแพงนั้น เทียนฉินจึงเดินไปทางที่มีผู้คนขวักไขว่กันอยู่ ซึ่งเป็นทางผ่านเข้าไปภายในเมืองนั่นเอง และภายในเวลาไม่นานเขาก็เดินมาถึงบริเวณประตูทางเข้า ซึ่งมีประตูขนาดใหญ่เปิดอ้าอยู่ เหนือขึ้นไปมีคำว่า "เมืองอั้นสี่" สลักอยู่ด้านบนประตูเมือง ผู้คนรวมถึงพ่อค้านับไม่ถ้วนต่างพากันเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา


    "หนึ่งร้อยผลึกเงินหากเจ้าต้องการเข้าไปในเมือง!" 


    ตรงหน้าประตูเมืองมีชายร่างใหญ่สองคนสวมชุดเกราะสีเทาเข้ม ตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมกับใช้หอกขวางเอาไว้เมื่อเห็นว่าเทียนฉินกำลังจะเดินเข้าไปด้านใน


    "หือ! ทำไมเมืองนี้ถึงได้เรียกเก็บค่าเข้าด้วยล่ะ!"เทียนฉินพลันขมวดคิ้วพร้อมกับเอ่ยถามชายคนนั้นอย่างสงสัย


    "ฮี่ฮี่! ไม่ต้องห่วงเจ้าหนุ่มน้อย ค่าทางเข้านั้นเก็บเฉพาะพวกพ่อค้าและผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับต่ำเท่านั้น หากเจ้ามีพลังมากพอก็สามารถผ่านเข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ!"


    "โดยเฉพาะศิษย์ของนิกายกระบี่สำราญนั้นสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา แต่จากที่ดูการแต่งกายของเจ้าแล้ว ข้าว่าเจ้าไม่น่าจะใช้ศิษย์ของนิกายกระบี่สำราญอย่างแน่นอน! จริงไหม?"


    ชายคนนั้นทำสีหน้าเยาะเย้ยจ้องมองเทียนฉินอย่างไม่เกรงกลัว


    "โอ้! อย่างนั้นหรอกรึ?"


    เทียนฉินอุทานออกมาพร้อมกับน้ำเสียงเย่อหยิ่ง


    "ผู้คนของเมืองนี้ให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งมากอย่างนั้นสินะ!"


    เทียนฉินยิ้มออกมาเบาๆก่อนเดินเข้าไปในเมืองโดยไม่ได้สนใจชายสองคนตรงหน้านี้เลย


    "หยุดเดี๋ยวนี้! หากเจ้ายังไม่ได้มอบผลึกเงินก็อย่างหวังเลยว่าจะเข้าไปในเมืองได้!" 


    ชายสองคนนั้นรีบเข้ามาปิดกั้นด้านหน้าของเทียนฉินทันที


    "ไปให้พ้น!"


    เทียนฉินตะโกนเสียงดังพร้อมกับระเบิดพลังระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดออกมา พลักดันให้ชายร่างใหญ่ทั้งสองคนล้มลงอย่างง่ายดาย


    "พลังระดับใดกันนี่!" หนึ่งในชายที่ถูกทำให้ล้มลงจ้องมองไปที่เทียนฉินด้วยสีหน้าหวาดกลัว แม้ว่าพวกมันจะทำหน้าที่ปกป้องประตูเมือง แต่สำหรับผู้ที่มีระดับพลังขนาดนี้ คงเป็นเรื่องง่ายดายนักที่จะฆ่าพวกมันโดยไม่มีความผิดอะไร


    "หึ!"


    เทียนฉินเดินเข้าไปในเมืองไม่มองแม้แต่ชายที่ล้มลงตรงหน้าเลยสักนิด พวกที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าเช่นนี้ เขาไม่สนใจเลยว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่ แต่ถ้าหากไม่สั่งสอนบ้างเสียหน่อย นั่นต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ


    "เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่! หากไม่ใช่ศิษย์ของนิกายกระบี่สำราญ แล้วเขามาทำอะไรที่เมืองอั้นสี่นี้กัน?"


    ชายร่างใหญ่ลุกขึ้นมองตามแผ่นหลังของเทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างสงสัย ถึงแม้มันจะมองไม่ออกว่าเทียนฉินมีระดับพลังเท่าใดกันแน่ แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่าพลังที่เขาปลดปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งมาก


    เมื่อเข้ามาภายในเมือง เทียนฉินก็อดไม่ได้ที่จะตกใจกับภาพตรงหน้าของเขา ด้านหน้ามีอาคารสูงหลายหลังเรียงกันเป็นแถว มีผู้คนมากมายเดินขวักไขว่กันอยู่บนท้องถนน ร้านค้าต่างๆรวมถึงร้านอาหารสองข้างทางมีมากมายจนทำให้เทียนฉินมองจนตาลาย


    "เมื่อเทียบ

    กับเมืองอื่นๆดูเหมือนว่าเมืองนี้จะมีความรุ่งเรืองอยู่พอสมควร!" 



    จบตอนที่ 168

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน