ตอนที่ 10 ตลาดชนชั้นแรงงาน
ในที่สุดวันหยุดของพระเอกก็มาถึง
หานซีหนิงเคาะประตูห้องพี่ชายั้แ่เช้ามืดมีแต่์เท่านั้นที่รู้ว่าเธอตื่นเต้นเพียงใด
"ท่านพี่... ตื่นเร็วเ้าค่ะ!"เอ่ยพลางวิ่งกลับไปกลับมาอยู่ในห้องโถง เดี๋ยวหยิบสิ่งนั้นแล้วหันมาหยิบสิ่งนี้ครั้นยังเห็นว่าประตูห้องพี่ชายยังปิดสนิทก็เคาะมันอีกครา
เริ่มแรกหานเซ่ออี้ไม่ได้ยินเสียงเคาะจู่ๆ เด็กหนุ่มก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายในความฝันนั้นเข้าอยู่ในสถานที่แปลกประหลาด ถูกคนกลุ่มหนึ่งตามสังหารเขากับน้องสาวอาวุธที่คนเ่าั้ใช้ก็ช่างประหลาดเหลือเกิน ทั้งเสียงดังและรุนแรงฆ่าคนได้ในพริบตา
"ท่านพี่..."เสียงเอ่ยยานคางของหานซีหนิง คล้ายรอไม่ไหวเต็มทนแล้ว ร่างเล็กเตี้ยยังเกาะอยู่หน้าประตูมองแล้วก็คล้ายตุ๊กแกตัวน้อย "รีบออกมาเถอะเ้าค่ะหากไปช้าแล้วจะทันของดีอะไรในตลาดเล่าเ้าคะ"
หานซีหนิงเตรียมตัวมาสามวันเต็มๆเพื่อรอวันนี้โดยเฉพาะ เขาคงไม่ผิดคำพูดกับเธอกระมัง
หานเซ่ออี้มองไปที่ประตูนึกถึงท่าทางโอดครวญของน้องสาวก็อดยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากไม่ได้ ลุกออกจากฟูกที่นอนแล้วตรงไปเปิดประตู
หานซีหนิงเกือบหน้าทิ่มเมื่อประตูห้องพี่ชายเปิดออกกระนั้นเธอก็ดีใจเกินว่าจะเก็บความน่าอายนี้มาใส่ใจ ร่างเล็กๆวิ่งกลับไปที่ห้องของตน ก่อนจะสาละวนจัดเตรียมของต่อ
เมื่อวานหานซีหนิงได้หมั่นโถวห้าลูกมาจากเจียงฮูหยินเช้าวันนี้เธออุ่นหมั่นโถวแล้วส่งให้พี่ชายหนึ่งลูก กินรองท้องกันก่อนจากนั้นก็ส่งตะกร้าของป่าใบใหญ่ให้พี่ชายแบกไว้บนหลังส่วนเธอก็หิ้วชะลอมใบเล็กที่บรรจุสมุนไพรหายากหลายชนิด
สองพี่น้องเดินออกจากเขตอาคมั้แ่เช้ามืดมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านข้างเคียงที่กำลังเปิดตลาด
หานซีหนิงแหงนเงยมองแผ่นฟ้าที่สว่างมากแล้วถึงเพิ่งตระหนักว่าระยะทางจากหมู่บ้านเชียงหยุนไปหมู่บ้านติ่งลี่ค่อนข้างไกลพอสมควร
ระหว่างทางพบผู้คนอยู่ไม่น้อยพวกเขาเ่าั้ก็เป็คนหมู่บ้านเชียงหยุนและเดินทางไปตลาดเช่นกันบนหลังพวกเขาแบกตะกร้าและหิ้วของด้วยสองมือไม่ต่างจากหานซีหนิงสองพี่น้องล้วนแล้วนำของที่มีในเรือนไปแลกเปลี่ยนสิ่งจำเป็กลับมาเหมือนกัน
เมื่อใกล้ถึงตลาดหานซีหนิงมองเห็นกำแพงยาวเหยียด บนถนนผู้คนคลาคล่ำได้ยินว่าตลาดแห่งนี้รวมคนทั้งเจ็ดหมู่บ้านไว้ด้วยกัน เป็ชุมชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตระกูลเจียง
หานเซ่ออี้ยื่นใบอนุญาตให้ผู้คุมพวกเขาตรวจสอบของที่นำมาเสร็จก็ปล่อยให้หานซีหนิงและพี่ชายเข้าไป
ยามนั้นแว่วได้ยินเสียงคนพูด"ข้าจะเอาเงินทองแดงไปแลกได้ที่ใด..."
หานซีหนิงเอี้ยวตัวกลับไปแต่เพราะบนถนนคนเยอะจึงมองไม่เห็นคนพูดเมื่อเป็เช่นนั้นหานซีหนิงก็ไม่ได้ใส่ใจอีก เงยหน้าขึ้นถามพี่ชาย
"ท่านพี่ข้าเห็นบางคนแต่งตัวดูดีมาก พวกเขาไม่ใช่คนชนชั้นแรงงานก็เข้ามาในนี้ได้หรือ"หานซีหนิงกำลังคาดหวังคำตอบบางอย่าง ซึ่งคำตอบนี้จะทำให้เธอรวยในระยะเวลาอันสั้นได้อย่างแน่นอน
พี่ชายเธอตอบว่า"พวกเขาสามารถเข้ามาได้แต่ต้องแลกเงินที่พวกเขามีเป็เงินขาวเงินดำก่อน..."
หานเซ่ออี้เห็นดวงตาน้องสาวเป็ประกายภายในใจรู้สึกสงสัย ทว่ายังคงเอ่ยต่อ "เงินเหรียญทองแดงที่พวกเขาแหลกเจ็ดเหรียญทองแดงจะได้แค่หนึ่งเงินขาว"
พระเ้า!ชนชั้นแรงงานแลกเงินขาวเป็เงินเหรียญทองแดงยังว่าโหดแล้วนี่อะไรคนนอกแลกเงินทองแดงกลับมาเป็เงินขาวเงินดำยังโหดยิ่งกว่า
ท่าทางใของหานซีหนิงทำให้หานเซ่ออี้อธิบายว่า"อัตราแลกเปลี่ยนนี้เป็ตระกูลเจียงที่กำหนด บางครั้งมีจำนวนที่ไม่แน่นอนปีนี้เพิ่งต้นฤดูใบไม้ผลิ ผลผลิตจึงค่อนข้างมีน้อยเพราะอยู่ใน่ลงกล้าเพาะปลูกคนภายนอก้าอาหารและสิ่งจำเป็มากขึ้น แต่สิ่งของกลับหายากอัตราแลกเปลี่ยนจึงค่อนข้างสูง"
หานเซ่ออี้กลัวน้องสาวไม่เข้าใจจึงล้วงเงินขาวออกมาหนึ่งเหรียญ อธิบายว่า "เ้าเห็นอักษรบนเหรียญหรือไม่"
บนนั้นสลักคำว่า 'เจียง' บนเหรียญเงินขาวเธอจึงพยักหน้าตอบเขา
หานเซ่ออี้จึงเอ่ยต่อ"แคว้นเทียนไม่ได้มีแค่ชนชั้นแรงงานของตระกูลเจียงหรอกนะเงินขาวเงินดำของตระกูลใด ตระกูลนั้นก็รับผิดชอบมีสิทธิ์กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเข้ากระเป๋าตัวเองได้ทั้งนั้นอีกทั้งยังรับแลกเปลี่ยนในจำนวนที่จำกัดด้วยฉะนั้นแล้วก็มีแต่ร้านค้าของตระกูลเจียงที่รับแลกเปลี่ยนที่อื่นน้อยนักจะรับเงินขาวเงินดำที่มีอักษรคำว่าเจียงหากชนชั้นแรงงานออกไปข้างนอกก็ต้องใช้ระบบเงินทองแดงของพวกคนข้างนอกคนนอกเข้ามาข้างในก็ต้องใช้ระบบเงินของชนชั้นแรงงาน"
เขาพูดอีกว่า "เ้าคิดดูหากให้คนนอกยึดอัตราแลกเปลี่ยนของคนข้างในหนึ่งเหรียญทองแดงได้ตั้งหนึ่งพันเงินขาวจะสามารถซื้อของที่ถูกกว่าได้มหาศาลเชียว"
โลกก่อนหานซีหนิงเป็นักเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราทันทีที่ฟังพี่ชายพูดก็เข้าใจในทันที ทั้งยังลิงโลดเป็อย่างมาก
หานเซ่ออี้ยังเอ่ยต่ออีกหลายเื่โดยรวมแล้วชีวิตชนชั้นแรงงานนั้นยังต้องถูกควบคุมหลายๆ อย่างจะว่ามีอิสระทีเดียวก็ไม่ใช่ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าทาสแหละนะ
หานซีหนิงกระซิบ แววตาดูซุกซน"ท่านพี่ อัตราแลกเปลี่ยนโหดขนาดนี้ เช่นนั้นคงมี...ใต้ดินใช่หรือไม่"
เด็กหนุ่มเหล่ตามองน้องสาวทันทีก่อนจะเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม "ถูกคนของตระกูลเจียงจับสังหารหมดแล้ว"
"..."
เพียงไม่นานความสนใจของหานซีหนิงก็ถูกดึงไปยังสิ่งของมากมายในตลาดทั้งสวยงามและแปลกตา กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งเต็มอากาศ พ่อค้าแม่ขายะโขายของกันอย่างคึกคัก
หานซีหนิงสะบัดกลองป๋องแป๋งเล่นอยู่หน้าร้านจากนั้นก็หัวเราะชอบใจ ต้องให้พี่ชายเดินกลับมาดึงแขนเด็กหญิงถึงได้รีบวางกลองแล้วไปต่อ
ร้านเช่ามีหลังคามุงกำบังแดดและฝนเป็ห้องที่มีพื้นที่เล็กๆ กว้างไม่กี่จั้ง หันหน้าเข้าหากันทั้งสองฝั่งทางเดินภาพนี้ทำให้ซีหนิงนึกถึงตลาดชุมชนของโลกก่อน เธอจึงพลอยรู้สึกมีชีวิตชีวาตามไปด้วยเสียดายที่ร้านเหล่านี้ก็ต้องจ่ายค่าเช่าด้วยเช่นกัน ค่าเช่าตั้งห้าสิบเงินขาวของที่หานซีหนิงนำมามีน้อย ไม่รู้พอหักค่าเช่าแล้วจะขายได้กำไรเท่าไร
ดังนั้นหานเซ่ออี้จึงพาเธอไปที่ใจกลางของตลาดซึ่งเป็ลานกว้างขนาดใหญ่ บริเวณนี้ไม่ว่าใครก็สามารถวางของขายได้ขอเพียงมีที่ว่างให้วางของหรือไม่แล้วก็ต้องแบกของหาบเร่ขายเหมือนพ่อค้าแม่ขายคนอื่น
ดังนั้นทั่วทั้งตลาดกว่าห้าพันร้านเช่าแห่งนี้จึงมีคนของตระกูลเจียงคอยควบคุมความเรียบร้อยอยู่ตลอดเพราะทั้งสองวันที่เปิดตลาดจะสามารถทำเงินให้ตระกูลเจียงได้จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินรวมถึงค่าเช่าได้อย่างมหาศาลทีเดียว
รอก่อนเถอะรอข้าเรียนรู้โลกใบนี้ได้มากพอแล้ว ข้าจะทวงฉายา 'นักเก็งกำไรมือฉมัง' กลับมา หานซีหนิงยิ้มชั่วร้าย
และแล้วก็ถูกพี่ชายดับฝัน
"สตรีทำการค้าแลกเปลี่ยนเงินไม่ได้"อันที่จริงแล้วหานเซ่ออี้แค่พูดเล่น
หานซีหนิงขึงตาใส่พี่ชายที่ล่วงรู้ความคิดเธอใช่ว่าเขาไม่มีเหตุผล แต่เพราะขาดอำนาจในมือ ไม่ว่าทำสิ่งใดก็ยากจะราบรื่น...ไม่เว้นแม้แต่เื่ฝึกยุทธ์
ของที่สองพี่น้องนำมาล้วนเป็ของป่าหายากและเป็ของที่ตลาด้าพอดี
พริบตาเดียวก็ขายหมดเกลี้ยงได้เงินมาสองร้อยสามสิบเงินขาว ครั้นเห็นว่าตะวันลอยสูงมากแล้วหานเซ่ออี้ก็พาน้องสาวไปกินเกี๊ยวน้ำแสนอร่อย
เป็ครั้งแรกที่เขาพาน้องสาวมาตลาดส่วนหนึ่งเพราะเขาอารมณ์ดี อีกทั้งยังพอใจที่หานซีหนิงไม่ก่อปัญหาจึงต้องให้รางวัลหลอกล่อนางสักหน่อย ไม่คิดว่า...
"อ่า... อร่อย!"หานซีหนิงกินหมดไปห้าชาม พี่ชายของเธอได้แต่อ้าปากค้าง
เกี๊ยวน้ำหนึ่งชาม ชามละสามเงินขาวหานซีหนิงกินไปห้าชาม รวมแล้วก็สิบห้าเงินขาวบวกกับของเขาอีกหนึ่งชามก็เป็สิบแปดเงินขาว มื้อหนึ่งหมดไปเกือบยี่สิบเงินขาวมันไม่เรียกว่าธรรมดาแล้ว
หานซีหนิงอ้าปากเรอเสียงดังอย่างมีความสุขนานแล้วที่ไม่ได้กินของอร่อยเพียงนี้ สายตาคู่เล็กยังมองหาลูกจ้างร้าน ครั้นเห็นแล้วก็ยกมือขึ้นะโเรียก "เสี่ยว...อื้อ!"
หานเซ่ออี้ปิดปากน้องสาวทันทีไม่ให้นางสั่งเพิ่มอีก รีบวางเงินบนโต๊ะแล้วลากหานซีหนิงออกไป
"ตัวตะกละ!" เขาดุน้องสาวชามเกี๊ยวไม่ใช่เล็กๆ ท้องนางก็เท่านี้ เหตุใดถึงได้กินจุนัก "เ้าเพลาๆเื่กินลงหน่อยไม่ได้หรือ"
"…"
หานเซ่ออี้พาหานซีหนิงมาเลือกซื้อรองเท้าตามที่ตั้งใจไว้ลองสวมไปหลายคู่ ในที่สุดก็หาคู่ที่เหมาะกับเท้าเล็กๆ ของนางได้
"ท่านพี่ๆ ข้าชอบอันนี้ท่านก็ซื้อด้วยสิเ้าคะ"
สองพี่น้องได้รองเท้ามาคนละคู่เมื่อเห็นว่าเงินยังเหลืออยู่ เด็กหนุ่มจึงมองหาชุดเด็กผู้หญิงน่ารักสดใสให้น้องสาวหานซีหนิงเลือกชุดสีเหลืองอ่อนมาตัวหนึ่งเขาเองก็ถูกคะยั้นคะยอให้ซื้อให้ตัวเองบ้าง เด็กหนุ่มจึงเลือกชุดสีน้ำเงินเข้ม
อีกหน่อยก็เข้าฤดูร้อนเนื้อผ้าที่พวกเขาเลือกจึงเป็ผ้าเนื้อบางที่ระบายความร้อนได้ดี ทั้งยังราคาถูกจากนั้นหานซีหนิงก็เรียกพี่ชายให้ไปดูเครื่องใช้อื่นที่จำเป็ต่อปิดท้ายด้วยการซื้อเมล็ดพันธุ์พืชกลับไปปลูก
ผ่านไปไม่ทันไรพี่ชายของหานซีหนิงก็เริ่มถูกรังแกแล้ว
ไม่รู้เพราะเหตุใดหานเซ่ออี้จึงถูกผู้คุมจับตัวหรือเพราะเป็ 'พระเอก' กันนะ?
ใครกันที่บอกว่าอยู่ใกล้พระเอกนิยายแล้วจะดวงดีฝัน!
หานซีหนิงเดินตามหลังพี่ชายอยู่ตลอดแม้เขาจะบอกว่าไม่ต้องห่วงให้เธอเอาใบอนุญาตที่มีชื่อหัวหน้าหมู่บ้านลงนามไปยื่นที่ประตูทางออกแล้วกลับไปรอเขาที่หมู่บ้านเชียงหยุนก่อนแต่หานซีหนิงก็ไม่ทำ
เธอยังเดินตามพี่ชายซึ่งถูกคุมตัวโดยคนของตระกูลเจียงสองคนให้เดินเข้ามาในพื้นที่แคบและลับตาที่สุดของตลาดเมื่อสังเกตเห็นเช่นนั้นหานซีหนิงก็รู้สึกใจไม่ดี
รอจนรอบข้างผู้คนบางตาลงพวกเขาจึงหยุดตรงหน้ารถม้าคันหนึ่ง
หานซีหนิงหยุดยืนข้างหลังพี่ชายสายตากวาดมองโดยรอบ จากนั้นหานเซ่ออี้ก็ถูกผลักให้คุกเข่า เขาสู้แรงผู้คุมของตระกูลเจียงไม่ได้เข่าทั้งสองจึงกระแทกพื้นเสียงดัง
หนึ่งในผู้คุมหันไปทางรถม้าจากนั้นก็ประสานมือเอ่ย "นายน้อย ได้ตัวแรงงานเด็กผู้นั้นแล้วขอรับ"
หานเซ่ออี้ได้ยินประโยคนี้คิ้วเรียวเข้มก็ขมวดมุ่น
รอจนม่านประตูรถม้าเลิกขึ้นเ้าของอาภรณ์สีฟ้าน้ำทะเลก็ก้าวลงมาจากรถม้าหานเซ่ออี้เห็นแค่ปลายเท้าก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นายน้อยจากตระกูลเจียงเจียงเส้าเสียง
สำหรับคนผู้นี้ไม่มีอะไรที่หานเซ่ออี้ต้องกลัวเขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่หลบตา ดวงตาคมกริบท้าทายในที
เจียงเส้าเสียงโบกมือเนิบช้าให้ผู้คุมถอยไปก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างยโส ใช้ฝักกระบี่นิลโลหิตกดไหล่หานเซ่ออี้ไว้เอ่ยวาจาน่ารังเกียจว่า "เจอตัวจนได้นะ เ้าทาสชั้นต่ำ"
ใครเป็ทาสกันหานซีหนิงตวัดตามองนายน้อยผู้นั้นทันที ครั้นเห็นแล้วก็ถึงกับตกตะลึง
จะโลกนี้หรือโลกก่อนศัตรูพี่ชายก็ยังเป็คนเดิม หานซีหนิงตัวสั่นเทา
หานเซ่ออี้แค่นเสียงฮึขึ้นจมูกหากเขามาคนเดียวก็ยังพอยอมรับชะตากรรมตัวเองได้ แต่ในเมื่อมีน้องสาวมาด้วยก่อนตายเขาจะทิ้งนางไว้ที่นี่คนเดียวไม่ได้
เจียงเส้าเสียงยืดกายเต็มความสูงไม่คิดจะล้อเล่นหรือมัวแต่พูดมากให้เปลืองน้ำลายอีกเดินถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วโบกมือให้ผู้คุมทั้งสองเป็สัญญาณให้พวกเขาสั่งสอนเด็กหนุ่มผู้นี้เสีย
นายน้อยตระกูลเจียงวางเท้าบนเก้าอี้ที่บ่าวรับใช้ยกมาให้อย่างเย่อหยิ่งกระตุกยิ้มมุมปากมองผู้อื่นอย่างต่ำต้อย
แม้ใบหน้านั้นจะหล่อเหลาแต่การกระทำกลับน่ารังเกียจนัก หานซีหนิงร้องไห้ มองพี่ชายที่กำลังถูกรุมทำร้าย
เนื้อตัวหานเซ่ออี้อาบไปด้วยเืพวกเขาลากเด็กหนุ่มไปโยนทิ้งไว้กลางตลาดประจานให้ผู้อื่นได้เห็นถึงความน่าสมเพชนี้
ผู้คนผ่านไปใครมาได้แต่หันมองด้วยความสงสารทว่าไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วย
หานซีหนิงมองนายน้อยผู้นั้นอย่างชิงชังเมื่อพวกเขาจากไปแล้ว หานซีหนิงจึงประคองพี่ชายกลับหมู่บ้านเชียงหยุนยามนั้นท้องฟ้าใกล้มืดเข้ามาทุกที
หานเซ่ออี้ก้าวเดินอย่างยากลำบากหานซีหนิงร้องไห้ไปตลอดทาง เขาเห็นน้องสาวสะอึกสะอื้นน้ำตาไหลก็รู้สึกปวดใจจึงยื่นมือไปลูบศีรษะน้องสาว เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงแหบโหย "ช่างเถอะพี่ไม่เป็ไร เดียวมันก็ผ่านไป เ้าลืมมันซะนะ"
จะให้ลืมได้อย่างไราแฟกช้ำเต็มตัวพี่ชายมากมายถึงเพียงนี้ หานซีหนิงส่ายหน้า
หานซีหนิงเป็คนชัดเจนในบุญคุณความแค้นเมื่อสร้างบุญคุณต้องตอบแทน จิตใจของเธอจะถูกผูกมัดด้วยเส้นเชือกสีทองเมื่อตอบแทนบุญคุณแล้ว เส้นเชือกนั้นจึงจะหายไป ความแค้นก็เช่นกันเส้นเชือกสีดำจะลักชื่อคนผู้นั้นไว้ในใจเธอ เฝ้ารอวันสะสาง
ั้แ่โลกก่อนหานซีหนิงก็รู้แล้วว่าเส้นเชือกเหล่านี้มันคือจุดอ่อนของเธอที่จะย้อนกลับมาทำร้ายในทางอ้อมแต่เมื่อมีบุญคุณก็ต้องตอบแทน มีความแค้นย่อมต้องชำระ
"ท่านพี่จากนี้ข้าจะปกป้องท่านเองเ้าค่ะ"
หานเซ่ออี้กระชับมือน้องสาวแน่นขึ้นพาหานซีหนิงเดินฝ่าความมืดกลับหมู่บ้านเชียงหยุน
แผ่นหลังของเด็กทั้งสองช่างบอบบางและโดดเดี่ยว