ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 124 เจ้าว่าข้าโง่เขลาอีกแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นใช้วิชาตัวเบาพาจื่อเซียงกลับมาถึงจวนองค์ชายหกพอปล่อยให้จื่อเซียงยืน นางก็ขาอ่อนระทวยล้มพับลงไปกับพื้นยื่นมือชี้ไปที่มู่อวิ๋นจิ่นด้วยความตกใจ

            “คุณหนู…”

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นจุ๊ปากเป็นการสื่อให้นางเงียบลง จากนั้นประคองจื่อเซียงเดินเข้าไปในห้องก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “เป็นความลับจำไว้อย่าไปพูดกับใครทั้งนั้น!”

            จื่อเซียงรีบยกมือขึ้นปิดปากพยักหน้างก ๆ แล้วมองมู่อวิ๋นจิ่นตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างตกใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นลูบหัวของจื่อเซียงและเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบากับนางว่า “ไม่ต้องมองแล้วยังไงข้าก็เป็นคุณหนูของเจ้าอยู่ดี”

            จื่อเซียงสัมผัสได้ถึงเรื่องราวมหัศจรรย์หลายอย่างที่มู่อวิ๋นจิ่นมักทำให้แปลกใจอยู่เสมอในเวลานี้เมื่อได้ยินสิ่งที่มู่อวิ๋นจิ่นพูดออกมา นางก็ผ่อนคลายความตกใจลง

            วิชาตัวเบาช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ใช้เวลาแค่แวบเดียวก็สามารถกลับมาถึงจวนได้แล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกเหนื่อยล้ากับเหตุการณ์ที่เจอในค่ำคืนนี้จึงสั่งให้บ่าวรับใช้ไปเตรียมน้ำร้อนให้นางอาบ เพื่อจะได้หลับพักผ่อนอย่างสบาย

            …

            ฉู่ลี่เดินออกจากห้องตั้งแต่เช้าตรู่เห็นประตูที่อยู่เยื้องยังคงปิดสนิทด้านติงเสี่ยนเดินเข้ามารายงานเหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด

            “เมื่อคืนที่ผ่านมา พระชายาหรงและพระชายาแตกหักจนมีปากเสียงกันแต่ว่าพระชายามีฝีปากที่ล้ำเลิศ ต่อว่าอีกฝ่ายเป็นชุดจนเถียงไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ”ติงเสี่ยนรายงาน

            ฉู่ลี่แอบยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย “ฝีปากไม่กล้าแกร่งก็มิใช่นางสิ!”

            “พ่ะย่ะค่ะ พระชายาไม่ใช่ใครจะมาต่อกรได้ง่าย ๆคาดว่าพระชายาหรงคงโกรธจนป่วยไปอีกหลายวันพ่ะย่ะค่ะ”

            ฉู่ลี่พยักหน้าเดินออกจากเรือนลี่เฉวียนไปพอออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หันกลับมาสั่งติงเสี่ยนว่า “ สองสามวันนี้ให้แบ่งองครักษ์ลับจำนวนหนึ่งคอยติดตามมู่อวิ๋นจิ่นเอาไว้”

            “ยังจะแบ่งอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้แบ่งไปเกือบห้าร้อยหากเทียบกับคนในราชวงศ์ถือว่ามากกว่าองค์หญิงท่านหนึ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”

            ติงเสี่ยนยังไม่ทันพูดจนจบสายตาเย็นชาของฉู่ลี่พลันจับจ้องมาที่เขา จนเขาต้องยกมือขึ้นมาปิดปากแทบไม่ทัน “ข้าน้อยจะรีบไปจัดการให้พ่ะย่ะค่ะ”

            หลังจากฉู่ลี่เดินไปไกลแล้วติงเสี่ยนพึมพำกับตัวเองขึ้นมาเวลานี้องครักษ์ลับชุดม่วงขององค์ชายมีประมาณหนึ่งพันคนครึ่งหนึ่งถูกแบ่งให้พระชายา มาตอนนี้ยังแบ่งอีกจำนวนหนึ่งให้อีกสงสัยองค์ชายจะให้ความสำคัญกับพระชายาเป็นอย่างมากกระมัง…

            องค์ชายมีความรักขึ้นมาก็ไม่เหมือนเดิมแล้วอีกไม่นานองครักษ์ลับชุดม่วงทั้งหนึ่งพันกว่าคนอาจยกให้พระชายาจนหมด

            เมื่อฉู่ลี่เดินมาที่ห้องโถงท่านอ๋องหรงนามว่า “ฉู่เจิ้ง” รีบเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความโมโหเข้ามาพอเห็นฉู่ลี่ก็อ้าปากต่อว่ายกใหญ่

            “เจ้าดูแลสั่งสอนพระชายาอย่างไร? นึกไม่ถึงว่ากล้าต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ได้ถึงเพียงนี้!สุขภาพของซูหนิงเพิ่งจะดีได้ไม่นาน มาเช้านี้ก็โกรธจนล้มป่วย!”

            ฉู่ลี่ยืนฟังทุกถ้อยคำแต่กลับไม่โกรธแม้แต่น้อย เขานั่งลงยกชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ “ท่านลุง ภรรยาของกระผม ไม่จำเป็นต้องให้ท่านลุงมาต่อว่ากระมัง?”

            ท่านอ๋องหรงเห็นสายตาเยือกเย็นจับจ้องมาก็เกิดหนาวสั่นขึ้นจนความโมโหที่กำลังปะทุดับวูบลงในทันที “ก็ลุงใจร้อนแต่หลานสะใภ้คนนี้ถือว่าเป็นผู้น้อย ทำไมต้องทำให้ท่านป้าโกรธจนล้มป่วยด้วย?ลี่เอ๋อร์ เรื่องนี้หลานต้องจัดการให้ลุง!”

            ฉู่ลี่ยกมือขึ้นนวดขมับ “ถ้าท่านลุงมีเรื่องอันใด สามารถไปพูดกับอวิ๋นจิ่นด้วยตนเองได้เลย”

            “นี่ นี่ นี่…” ท่านอ๋องหรงลังเลขึ้นมาเพราะเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น เขาก็รับฟังมาอีกทีว่าหลานสะใภ้ฝีปากจัดจ้านดูท่าแล้วปกติฉู่ลี่คงให้ท้ายนางจนเคยตัว

            ถ้าต้องให้เขาไปพูดกับมู่อวิ๋นจิ่นด้วยตัวเองเขาไม่มีทางไปหรอก ถ้าโดนนางสวนกลับคงขายหน้าจนกลับจวนหรงไม่ถูก

            ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่ก็เห็นมู่อวิ๋นจิ่นเดินบิดขี้เกียจเข้ามาที่ห้องโถงพอดิบพอดีนางหรี่ตามองท่านอ๋องหรงพร้อมกับฉีกยิ้มมุมปากส่งให้

            “ท่านลุงมาขอโทษหลานหรือเจ้าคะ? ไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอกท่านป้าแม้จะปากร้ายไปหน่อย แต่เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันหลานจะไม่เอาเรื่องนี้ขึ้นไปรบกวนฝ่าบาทให้ระคายพระทัยหรอกเจ้าค่ะ”

            ฉู่ลี่ได้ฟังที่นางร่ายยาวเกือบจะสำลักน้ำชาที่จิบอยู่ ได้แต่ยิ้มมุมปากสมน้ำหน้าผู้เป็นลุง

            ท่านอ๋องหรงรู้สึกว่าวันนี้ก้าวเท้าออกจากจวนคงไม่ได้ดูฤกษ์ยามมงคลพอมาถึงจวนหลานชาย ก็พบว่าหลายชายและหลานสะใภ้ร่วมมือกันสวนกลับทำให้ตนเสียหน้าจนพูดมิออก

            หลังจากท่านอ๋องหรงสู้ไม่ไหวจึงอ้างเรื่องอื่นขอตัวกลับส่วนมู่อวิ๋นจิ่นก็รินน้ำชาขึ้นมาดื่มหลายอึก ก่อนสัพยอกขึ้นมา “ครอบครัวนี้แตกทั้งตระกูล!”

            “มู่อวิ๋นจิ่น ดูท่าความเป็นห่วงที่เปิ่นหวงจื่อมีให้เจ้าคงมากเกินไป”ฉู่ลี่พูดยิ้ม ๆ

            มู่อวิ๋นจิ่นหันไปกะพริบตาปริบๆ“ไม่มากไปหรอก อย่างไรเสียเกิดสิ่งใดขึ้นก็ยังมีใต้เท้าที่คอยปกป้องหม่อมฉันอยู่เพคะ!”

            “โง่เขลาสิ้นดี”

            “ไสหัวไปเลย เจ้าด่าข้าโง่เขลาอีกแล้ว!!!” มู่อวิ๋นจิ่นขัดเคือง

            ฉู่ลี่หรี่ตาเอ่ยด้วยเสียงเย็นยะเยือก “เจ้าลองพูดอีกครั้งสิ?”

            “แม่นมเสิ่น ข้าหิวแล้ว เอาไข่ต้มมาให้ข้าสองใบ…”

            …

            หลังจากมู่อวิ๋นจิ่นทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อยก็เตรียมตัวไปจวนอัครมหาเสนาบดีมู่ ฉู่ลี่ก็กำลังเตรียมตัวออกไปทำธุระด้านนอกพอดีต่างคนจึงต่างแยกกันหน้าประตูจวน

            ตลอดทางที่มู่อวิ๋นจิ่นเดินกลับไปที่จวนรู้สึกวันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษจนเดินเตร็ดเตร่ดูร้านนั้นร้านนี้กว่าจะถึงจวนอัครมหาเสนาบดีมู่ มือไม้ของทั้งสองก็มีของเต็มไปหมด

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าประตูใหญ่ไม่เห็นมีใครอยู่ห้องโถง จึงเดินตรงไปหอมุกดาของมู่หลิงจู

            ระหว่างทางได้พบกับมู่เซี่ยโหรวกับลัวหนิงอวี่

            “พี่สาม…” มู่เซี่ยโหรวรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยปากรับแล้วหันไปพยักหน้าให้ลัวหนิงอวี่เป็นการทักทาย

            “อวิ๋นจิ่นก็มาเยี่ยมหลิงจูใช่หรือไม่?” ลัวหนิงอวี่ถามอย่างระวังด้วยรู้ว่าสองพี่น้องไม่ลงรอยกัน

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับจากนั้นเดินไปด้วยคุยไปด้วย “ตอนนี้ร่างกายของนางเป็นอย่างไรบ้าง?”

            “ตอนนี้สามารถควบคุมอาการป่วยได้แล้ว เมื่อคืนตอนที่มาส่งดูแล้วน่าตกใจอย่างมาก แต่หลังจากที่เรียกหมอมาตรวจดูอาการ สั่งยา และทำแผลอาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ” ลัวหนิงอวี่เล่าอย่างหวั่น ๆ

            ในระหว่างที่ทั้งสามคนถามไถ่อาการของมู่หลิงจูก็เดินมาถึงหน้าประตูหอมุกดาพอดี

            มู่หลิงจูนอนอยู่บนเตียงโดยมีหมอสามท่านทำการรักษาอยู่ โดยมีอัครเสนาบดีมู่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านข้างใบหน้าถอดสี มองดูมู่หลิงจูที่นอนซมไร้เรี่ยวแรง บนแขนทายาแก้ฟกช้ำเกือบทั้งหมด

            “ท่านพ่อ” มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้ามาใกล้

            เมื่อเห็นมู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้ามาอัครเสนาบดีมู่รีบกวักมือเรียกให้นางตามออกไป นั่งเก้าอี้ที่ลานข้างนอก

            จากนั้นอัครเสนาบดีมู่ถามอย่างสงสัย “เมื่อคืนนี้ เจ้าให้คนมาส่งหลิงจูใช่หรือไม่?”

            มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ารับเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้นในจวนหรงให้อัครเสนาบดีมู่ฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน

            “ปัง!…” อัครเสนาบดีมู่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น

            “ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน ตระกูลฉินรังแกกันเกินไปแล้ว!” อัครเสนาบดีมู่หน้าแดงก่ำตะโกนจนเสียงแหบแห้ง

            มู่อวิ๋นจิ่นยกน้ำชาขึ้นจิบด้วยไม่รู้สึกแปลกใจกับปฏิกิริยาของอัครเสนาบดีมู่ จึงเอ่ยขึ้นว่า “จวนหรงตอนนี้มีฉินซูหนิงกุมอำนาจทุกอย่างหากหลิงจูกลับไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย”

            “อย่างนั้น ความหมายของเจ้าคืออะไร?” อัครเสนาบดีมู่ถามอย่างมีนัย

            “ไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างอยู่ที่ท่านพ่อว่าจะเด็ดขาดปล่อยให้หลิงจูอยู่ในจวนต่อไปได้หรือไม่ต่างหาก”

            “ถึงแม้แต่งงานไปได้ไม่นาน หากนางยังอยู่ที่จวนอัครเสนาบดีมู่ชื่อเสียงของนางต้องป่นปี้ แต่กระนั้นก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหลิงจูในตอนนี้แล้ว”

            ฉินซูหนิงนางปีศาจคนนี้หากไม่กำจัดออกไป จูเอ๋อร์ย่อมต้องจบลงในกำมือของนางเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลฉินตั้งตัวเป็นศัตรูกับจวนอัครเสนาบดีมู่ดูยังไงอีกฝ่ายต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นโจมตีอย่างแน่นอน

            มู่อวิ๋นจิ่นกลับส่ายหน้าไม่ค่อยสนับสนุนความคิดเห็นของท่านพ่อ “ฉินซูหนิงเกิดในตระกูลแม่ทัพความสามารถก็ไม่น้อย อีกอย่างหากนางเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจวนอัครเสนาบดีมู่ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรก”

            “ฉินซูหนิงเป็นสตรีที่แต่งออก ตระกูลฉินย่อมไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่หากนางตายขึ้นมา ตระกูลฉินก็ขาดเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้นแต่สำหรับจวนอัครเสนาบดีมู่ อาจนำภัยมาถึงทุกคนในตระกูล”

            “ถ้าอย่างนั้นจะไม่มีวิธีใดแก้แค้นเลยหรือ?” อัครเสนาบดีมู่พูดด้วยความโกรธขึ้ง

            “รอให้น้องสี่หายดีก่อนแล้วค่อยว่ากัน นางศึกษาร่ำเรียนมาไม่น้อยถึงเวลาที่จะได้ใช้ความรู้แล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มจาง ๆ

            อัครเสนาบดีมู่เหมือนจะฟังเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจเสียทีเดียวทำได้เพียงแต่ถอนหายใจ กล้ำกลืนฝืนทนเก็บความแค้นในวันนี้เอาไว้ภายในใจก่อน

            “พระชายา คุณหนูสี่ได้สติแล้ว อยากคุยกับพระชายาเพคะ” ชุ่ยอวิ๋นเดินออกมาเชิญมู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นจึงเดินเข้าไปในห้องด้านใน

            เมื่อเดินเข้าไปแล้วมู่หลิงจูจึงสั่งให้บ่าวรับใช้ทุกคนออกไปข้างนอก เหลือเพียงนางกับมู่อวิ๋นจิ่นเพียงสองคน

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินไปนั่งที่เก้าอี้มองไปที่มู่หลิงจูเพื่อรอฟังว่านางจะพูดอะไร

            มู่หลิงจูมองดูซ้ายขวาตะเกียกตะกายลงมาจากเตียง คุกเข่าเบื้องหน้าแล้วคำนับมู่อวิ๋นจิ่นสามครั้ง

            มู่อวิ๋นจิ่นนั่งดูทุกอย่างอย่างนิ่งเงียบโดยไม่เอ่ยคำใด

            “ข้าคำนับสามครั้งเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยเหลือเมื่อคืนนี้ มู่อวิ๋นจิ่นนึกไม่ถึงเลยว่าจิตใจของเจ้ายังดีต่อข้า” มู่หลิงจูค่อย ๆพยุงตัวขึ้นมานั่งบนเตียง

            มู่อวิ๋นจิ่นยกขาขึ้นนั่งไขว้พลางเลิกคิ้วขึ้น “ถึงแม้ข้าจะร้ายก็ร้ายไม่เท่าเจ้าหรอกใจของเจ้าควักออกมาดูคงดำสนิทไปหมดแล้วกระมัง”

            “วันนั้นเจ้ารับปากข้าแล้ว หากข้าบอกความลับให้ฟังจะช่วยข้าครั้งหนึ่งจำได้หรือไม่? ในเมื่อตอนนี้เจ้ามีความสามารถมากมายถ้าจะให้กำจัดฉินซูหนิงคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเจ้า?” มู่หลิงจูทวงสัญญา

            มู่อวิ๋นจิ่นมองค้อนควักกลับไป “เจ้าบอกให้ข้าช่วยเจ้าครั้งหนึ่ง เมื่อคืนนี้ข้าช่วยเจ้าออกมาแล้วยังไม่ถือทำตามสัญญาที่ให้ไว้หรือ?”

            “เอ่อ…” แววตามู่หลิงจูนิ่งชะงัก กัดริมฝีปากแน่นแววตาไม่ยินยอม

            “รอให้ข้าหายดีก่อน ข้าไม่มีทางปล่อยฉินซูหนิงเป็นอันขาด!” มู่หลิงจูกำผ้าห่มจนมือสั่นระริก

            มู่อวิ๋นจิ่นแสยะยิ้ม “นี่สิถึงจะถูก คิดแต่ทำเรื่องร้าย ๆ ไม่มีใครเกินเจ้าเรื่องจัดการฉินซูหนิง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะหาวิธีได้แน่นอน”

            “เจ้า…” มู่หลิงจูฟังออกว่ามู่อวิ๋นจิ่นกำลังเยาะเย้ยนางจึงหันหลังให้มู่อวิ๋นจิ่น “เจ้าออกไปได้แล้วข้าไม่อยากเห็นหน้าแล้ว”

            “ฮ่า ๆ ๆ ๆ อย่างนั้นข้าจะรอฟังข่าวดีจากน้องสี่แล้วกันขอให้เจ้านั่งตำแหน่งพระชายาท่านอ๋องหรงโดยเร็วไว” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเฉยไม่ยินดีไม่ยินร้าย

            หลังจากนางเดินออกจากห้องแล้วด้านนอกมีคนมายืนรอกันเต็มไปหมด

            “พี่ชายมาแล้วหรือ” มู่อวิ๋นจิ่นเผยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

            มู่อวิ๋นหานพยักหน้ากวักมือเรียกให้นางเดินมาหา มู่อวิ๋นจิ่นจึงเดินเข้าไปหาผู้เป็นพี่ใกล้ ๆ

            “เจ้านี่นะ เจ็บแล้วไม่จำ ช่วยใครไม่ช่วย ยังช่วยคนชอบลืมบุญคุณคนอีก!”มู่อวิ๋นหานยื่นมือไปเขกหัวมู่อวิ๋นจิ่น

            ทางด้านอัครเสนาบดีมู่ก็พอจะเดาออกว่าคนชอบลืมบุญคุณคนที่มู่อวิ๋นหานเอ่ยถึงเป็นใครทว่าเวลานี้ยังไม่สามารถออกหน้าแทนมู่หลิงจูได้

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นลูบหัวพลางยู่ปากเอ่ยขึ้น “พี่ชาย เรื่องเล่นงานกันเองเป็นเรื่องส่วนตัวของใครของมันเป็นเรื่องภายในจวนแห่งนี้ ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ย่อมต้องร่วมแรงกำจัดคนนอกสิถึงจะถูก!”

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023