ตอนที่ 676 เที่ยวชมเมืองหลวงบัญชา์ (1)
“ในที่สุดข้าก็สำเร็จความชำนาญขั้นกลางในการใช้ทักษะดาบไร้ร่องรอยเสียที!”
เจิ้งฟู่พึมพำขึ้นมาอย่างดีใจและพึ่งพอใจในความสามารถของตนเองซึ่งเขารู้ว่าการใช้เวลาเพียงแค่สั้นๆในการสำเร็จความชาญขั้นกลางนั้นเป็เื่ที่น่าอัศจรรย์แล้วสำหรับใครหลายๆคนทว่าจริงๆแล้วเจิ้งฟู่ได้เข้าไปฝึกในพื้นที่เร้นลับของเขาซึ่งเวลาจะเดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสามเท่าซึ่งเขาใช้เวลาในโลกจริงไปเจ็ดวันก็เท่ากับยี่สิบเอ็ดวันในพื้นที่มิติเร้นลับของเขา.......
“นะ....นะ....นายท่าน!นายท่านพึ่งสำเร็จวิชายุทธหรือพึ่งเลื่อนขั้นใช่หรือไม่?”ชายหนุ่มที่ได้สติกลับมาแล้วพลันเปิดปากถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น.......
“ถูกต้องแล้วข้าพึ่งจะเลื่อนขั้นความชำนาญในการใช้ทักษะดาบของข้าว่าแต่เ้าเถอะ เ้าเองก็เลื่อนระดับพลังขึ้นมาอีกหนึ่งขึ้นแล้วนิ?!”เจิ้งฟู่ตอบกลับไท่เห๋ออย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าไท่เห๋อเองก็เลื่อนระดับพลังของเขาเช่นกันซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มมีระดับพลังราชันย์เทวะขั้นสูงสุดแล้วหากเขาได้ฝึกอยู่ที่นี้อีกสักหนึ่งหรือสองเดือนเจิ้งฟู่คิดว่าไท่เห๋อน่าจะทะลวงสู่ระดับราก์ได้อย่างแน่นอนเพราะพลังงาน์บนยอดเขานี้มีมาก.......
“ขอรับนายท่านข้าน้อยพึ่งสามารถทะลวงผ่านระดับขั้นต่อไปได้เมื่อวันก่อนนี่เองทั้งหมดเป็เพราะนายท่านให้ข้าน้อยอยู่ที่นี้กับท่าน ข้าน้อยถึงได้มีโอกาสเช่นนี้!”ชายหนุ่มพยักหน้าและตอบกลับอย่างมีความสุขถึงแม้เขาจะต้องอยู่ที่นี้ทำหน้าที่เป็เพียงแค่คนรับใช้แต่มันก็ยังดีกว่าการที่เขาไปทำงานกับชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้........
“เช่นนั้นก็ดีแล้ววันนี้ข้าว่าจะเข้าไปในเมืองบัญชา์หน่อย เ้าอยู่ที่นี้เฝ้าบ้านให้ดีละ!”เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีการพัฒนาที่ดีขึ้น เจิ้งฟู่ก็รู้สึกดีใจด้วย ซึ่งวันนี้เขาได้คิดเอาไว้ว่าเขาจะออกจากูเาไปที่เมืองหลวงบัญชา์ซะหน่อย......
“ได้ขอรับนายท่านข้าน้อยจะดูแลบ้านอย่างดีรอท่านกลับมา!” ชายหนุ่มพยักหน้าและตอบรับคำของเจ้งฟู่พร้อมกับยิ้มให้เจิ้งฟู่อย่างมีความสุข.......
เมื่อบอกกล่าวต่อชายหนุ่มแล้ว เจิ้งฟู่ก็ออกจากบ้านพักของเขาและส่งสัญญาณเรียกสิงโตปีกม่วงเพศเมียให้ออกมาหาเขาซึ่งไม่เวลาไม่นานสิงโตปีกม่วงเพศเมียก็มาถึงหน้าบ้านพัก โดยที่ลูกสิงโตตัวน้อยไม่ได้ติดตามมาด้วยเพราะสัญญาณที่ใช้เรียกนั้นเป็สัญญาณเรียกเพียงแค่ตัวเดียว......
กรร!!
เมื่อสิงโตปีกม่วงมาถึงมันก็ก้มหัวให้กับเจิ้งฟู่พร้อมกับส่งเสียงครางออกมาเบาๆราวกับว่ามันกำลังกล่าวทักทายเจิ้งฟู่อยู่อย่างนั้นซึ่งท่าทางของมันที่แสดงออกมาบ่งบอกว่ามันนั้นดีใจที่ได้พบเขา.....
“วันนี้พวกเราจะเข้าไปในเมืองกันเ้าช่วยพาข้าไปหน่อยได้ไหม?!” เจิ้งฟู่บอกจุดประสงค์ที่เรียกสิงโตปีกม่วงออกมาในคราวนี้ให้กับมันฟังพร้อมกับบอกขอให้มันพาเขาไป......
กรร!! กรร!กรร!!
เ้าสิงโตปีกม่วงเพศเมียพลันพยักหัวของมันพร้อมกับส่งเสียงตอบรับเจ้งฟู่ก่อนที่มันจะหันข้างเพื่อบอกให้เจิ้งฟู่ขึ้นมาบนหลังของมัน.......
“ขอบคุณมาก!” เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณมันก่อนที่เขาจะกระโดนขึ้นขี่หลังของมัน.......
กรร!!!
พรึบ!! พรึบ!!พรึบ!!
หลังจากที่เจิ้งฟู่ขึ้นขี่หลังสิงโตปีกม่วงแล้วมันก็กระพือปีกของมันสองสามครั้งเพื่อลอยตัวขึ้นเหนือฟ้าก่อนจะกระพือปีกอีกครั้งเพื่อพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งความเร็วในการเคลื่อนที่ในครั้งนี้เร็วกว่าตอนที่เขาพามันกลับมาทีู่เาส่วนตัวของเขาถึงห้าเท่าด้วยกันซึ่งมันเร็วกว่านกกระเรียนขาวของชายวัยกลางมินโฮเสียอีก.......
“นี่ระดับของแกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งขั้นอย่างนั้นเหรอเนี่ย?!”เจิ้งฟู่พึ่งจะสังเกตได้ว่าเ้าสิงโตปีกม่วงตัวนี้ระดับพลังของมันเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้นจากก่อนหน้านี้ซึ่งจากเดิมมันอยู่เพียงขั้นที่หกระดับแก่นแท้์เท่านั้นแต่ตอนนี้มันอยู่ขั้นที่เจ็ดของระดับแก่นแท้์แล้ว......
กรร!!
เ้าสิ่งโตปีกม่วงส่งเสียงตอบกลับเจิ้งฟู่ก่อนจะเร่งความเร็วของมันให้เพิ่มขึ้นอีกซึ่งทำให้ระยะทางในหนึ่งนาทีที่มันบินนั้นไปไกลถึงร้อยลี้ด้วยกัน และถ้าเป็แบบนี้เจิ้งฟู่จะใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สิบนาทีก็จะไปถึงเมืองหลวงบัญชา์แล้ว......
พรึบ!! พรึบ!!พรึบ!!
ฟิ้วววววววว!!
สิบนาทีผ่านไป.......
ในที่สุดเจิ้งฟู่ก็มาถึงลานจอดสัตว์อสูรพาหนะบินที่ทางเมืองหลวงบัญชา์กำหนดไว้ให้ซึ่งเจิ้งฟู่จะต้องให้เ้าสิงโตปีกม่วงของเขารออยู่ที่นี่ส่วนเขาต้องนั่งรถม้าต่อหรือจะเดินเอาก็ได้แล้วแต่ตามสะดวกของเขาซึ่งพื้นที่ของเมืองหลวงบัญชา์นั้นกว่างใหญ่หลายร้อยลี้หากเขา้าจะเดินเจิ้งฟู่จะต้องใช้เวลาทั้งวันเพื่อเดินหรือบางทีอาจจะต้องใช้เวลาถึงสองวันหาก้าเที่ยวชมทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ให้ครบทุกสถานที่.......
“เ้ารอข้าอยู่ที่นี้ก่อนนะเมื่อเ้าอยู่ภายในวงกลมนี้จะไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเ้าได้ เสียเว้นแต่เ้าจะออกไปจากวงกลมนี้โดยที่ไม่มีข้าเ้าอาจจะถูกยอดฝีมือจับและทำร้ายได้!” เจิ้งฟู่ได้สั่งให้สิงโตปีกม่วงรอเขาอยู่ที่นี้พร้อมทั้งบอกว่ามันจะปลอดภัยหากอยู่ในลานจอดนี้........
กรร!!
สิงโตปีกม่วงส่งเสียงครางออกมาเบาพร้อมกับผงกหัวของมันขึ้นลงเพื่อตอบรับเจิ้งฟู่......
“เห้ย!ดูเ้าเด็กคนนั้นสิ มีสัตว์อสูรสิงโตปีกม่วงเป็สัตว์พาหนะด้วยสงสัยคงเป็คนจากตระกูลที่ร่ำรวยตระกูลไหนแน่ๆ!”ทันใดนั้นเสียงของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ดังขึ้น......
“มีความเป็ไปได้เพราะคนทั่วไปคงไม่มีปัญญาซื้อหาสัตว์พาหนะระดับสูงอย่างนี้ได้หรอกนะแต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมมันต้องพูดสั่งสัตว์อสูรนั่นด้วยทำอย่างกับมันจะขัดคำสั่งอย่างนั้นแหละ!” ชายวัยกลางอีกคนพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย......
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ชายวัยกลางสองคนนี้ยังมีคนอื่นๆที่ได้เห็นเจิ้งฟู่และเอาเื่ของเขาไปเป็หัวข้อในการสนทนาของพวกเขาเช่นกันทว่าเจิ้งฟู่กลับไม่ได้สนใจต่อคำพูดของคนเหล่านี้เลยเขาเพียงแค่เดินออกมาจากลานจอดสัตว์พาหนะแล้วเดินไปยังร้านเช่ารถม้าที่อยู่ด้านหน้าก่อนจะเช่ารถม้าธรรมดาทั่วไปที่ราคาเพียงผลึก์ม่วงระดับต่ำสองก้อนเท่านั้น......
“สวัสดีนายน้อยที่เคารพไม่ทราบว่านายน้อย้าให้ข้าน้อยพาท่านไปยังสถานที่แห่งใด?”เมื่อเจิ้งฟู่ขึ้นไปบนรถม้าแล้ว เสียงของชายชราผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถม้าให้กับเขาก็พูดถามขึ้นด้วยรอยยิ้มผ่านทางช่องด้านหน้าที่เปิดเอาไว้สนทนากับคนขับ........
“นี่เป็ครั้งแรกที่ข้ามาที่นี้ท่านผู้เฒ่าช่วยพาข้าเที่ยวชมสถานที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ได้หรือไม่?” เจิ้งฟู่ไม่รู้ว่าเขาจะไปที่ไหนดังนั้นเขาจึงบอกให้ชายชราพาเขาไปยังสถานที่ขึ้นชื่อก่อน......
“ได้เลยขอรับนายน้อย!”ชายชราพยักหน้าและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สดใสและยินดี......
ย๊ะ!!
รถม้าธรรมดาครั้งนี้ไม่ได้ใหญ่และหรูหรามากนักมันเป็เพียงรถม้าที่สร้างขึ้นจากไม้ทั่วๆไป ภายในมีเบาะหนังนุ่มคุณภาพต่ำปูเอาไว้ส่วนหน้าต่างทั้งสองข้างก็มีภาพม่านที่ทำขึ้นจากผ้าไหมทั่วไปซึ่งรวมถึงม้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถม้านี้ด้วยที่เป็เพียงม้าระดับต่ำแต่ทั้งหมดนี้ก็เป็ที่พอใจของเจิ้งฟู่แล้วเนื่องจากเขาไม่อยากทำให้ตัวเองเป็ที่น่าสนใจการที่เขาใช้รถม้าธรรมดานั้นจะช่วยให้เขาลดปัญญาและเื่ยุ่งยากให้น้อยลง.......
หลังจากที่รถม้าออกตัวได้ไม่นานมันก็เคลื่อนตัวมาหยุดจอดอยู่หน้ารูปปั่นของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่สูงกว่าห้าสิบเมตรซึ่งรอบๆรูปปั่นนี้มีผู้คนจำนวนมากที่กราบไหว้และขอพรและจากที่เจิ้งฟู่สังเกตมองดูที่รูปปั่นชายวัยกลางคนนี้แล้ว เขาก็ััได้ถึกลื่นอายงพลังงานลึกลับอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัวรูปปั่นชายวัยกลางคนนี้......
“สถานที่แห่งนี้คือที่ใด?”เจิ้งฟู่ถามชายชราในทันทีด้วยความอยากรู้.....
“สถานที่แห่งนี้คือรูปปั่นของท่านบรรพบุรุษผู้ก่อนตั้งและผู้ที่ทำให้ดินแดนนิกายบัญชา์ของเรามีได้ทุกวันนี้และทุกๆคนในดินแดนบัญชา์นี้ล้วนแต่ให้ความเคารพและศรัทธาต่อท่านทั้งนั้น! ซึ่งว่ากันว่าคนที่ได้รับพรจากท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง คนผู้นั้นจะกลายเป็ผู้ที่มีอำนาจและยิ่งในอนาคตขอรับ”ชายชราบอกถึงประวัติและความเป็มาของรูปปั่นที่สองกว่าห้าสิบเมตรนี้ทันทีซึ่งในขณะที่ชายชราพูดนั้นใบหน้าของชายชราล้วนแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความเคารพที่มีต่อรูปปั่นนี้ซึ่งมันไม่ใช้การแสดงแสร้งทำแต่เป็ความรู้สึกจริงๆที่ชายชรามี......
อ่า!!
“เช่นนั้นข้าเองก็ควรที่จะลงไปกราบไหว้และขอพรท่านเช่นกันท่านผู้เฒ่ารอข้าอยู่ที่นี้สักครู่นะ หรือท่านจะลงไปกราบไหว้และขอพรพร้อมกับข้าก็ได้!”จริงๆแล้วเจิ้งฟู่ไม่ได้้าลงไปกราบไหว้ขอพรแต่อย่างใดที่เขาลงไปก็เพื่ออยากรู้ว่ากลิ่นอายพลังงานลึกลับนี้มันคืออะไรกันแน่แต่เมื่อเห็นว่าชายชราเองก็ให้ความเคารพและอยากที่จะลงไปด้วย แต่เพราะเขาต้องทำหน้าที่จึงไม่กล้าเจิ้งฟู่จึงได้ชวนให้ชายชราลงมาด้วย เพราะมันดีกว่าให้ชายชรารออยู่เฉยๆ......
“ได้หรือขอรับ?ข้าน้อยสามารถลงไปไหว้ขอพรด้วยได้หรือขอรับ?!” ชายชราพลันแสดงสีหน้ายินดีและดีใจจนไม่อาจหุบยิ้มได้ออกมาชายชราไม่คิดว่าจะเจอเด็กหนุ่มที่ใจดีและสุภาพกับเขาที่เป็แค่คนธรรมดาทั่วไปที่แสนจะต่ำต่อยแบบนี้.......
“แน่นอน!ยังไงสะมันก็ดีกว่านั่งรออยู่เฉยๆ!” เจิ้งฟู่พยักหน้าให้และตอบย้ำคำตอบเดิมที่เขาพูดออกไปก่อนหน้านี้.......
หลังจากที่ให้คำตอบกับชายชราแล้วเจิ้งฟู่ก็ลงจากรถม้าและเดินตรงไปยังลานกว้างหน้ารูปปั่นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งดินแดนนิกายบัญชา์ในทันที......
“ช่างเป็กลิ่นอายที่น่าเกรงขามและแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้วัสดุที่นำมาสร้างรูปปั่นนี้จะต้องเป็ของชั้นยอดที่หาได้ยากยิ่งเป็แน่และผู้ที่สร้างมันต้องเป็ผู้ที่แข็งแกร่งมากด้วยไม่เช่นนี้มันคงจะไม่ปล่อยกลิ่นอายลึกลับออกมาเช่นนี้!”เจิ้งฟู่ที่เดินมาหยุดอยู่หน้ารูปปั่นที่สูงห้าสิบเมตร ได้พึมพำขึ้นเบาๆกับตัวเองเกี่ยวกับกลิ่นอายอันลึกลับที่เขาััได้ซึ่งยิ่งเขาเข้ามาใกล้กับรูปปั่นมากเท่าไหร่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามและแข็งแกร่งยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น......
ทว่าในระยะห้าสิบเมตรห่างจากรูปปั่นจะมีรั้วโซ่เหล็กชนิดพิเศษล้อมเอาไว้เป็วงกลมรอบรูปปั่นนี้เพื่อกันไม่ให้ผู้คนธรรมดาทั่วไปเข้าไปมากกว่านี้ ตาหากเป็ผู้ฝึกตนแล้วพวกเขาสามารถเข้าไปใกล้ได้กว่าห้าสิบเมตรซึ่งอยู่ที่ระดับพลังของผู้ฝึกตนคนนั้นว่าจะต้านทานกลิ่นอายของพลังงานที่รูปปั่นปล่อยออกมาได้มากน้อยเพียงใดซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเดินไปเข้าไปอีกเพียงแค่สิบถึงสิบห้าเมตรเท่านั้น และจากประวัติศาสตร์หมื่นปีที่ผ่านมาไม่มีใครสามารถเข้าไปใกล้รูปปั่นบรรพบุรุษได้ต่ำกว่ายี่สิบเมตรเลยสักคนเดียวแม้แต่ประมุขคนปัจจุบันหรือประมุขรุ่นก่อนๆก็ยังเข้าไปใกล้ได้เพียงแค่ยี่สิบถึงยี่สิบห้าเมตรเท่านั้น........
ซึ่งในตอนนี้เจิ้งฟู่แค่ยืนอยู่ด้านนอกโซ่เหล็กเขาก็ััได้แล้วถึงแรงต้านที่เล็ดลอดผ่านโซ่เหล็กออกมาและในขณะนั้นเองเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มวันรุ่นชายกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดศิษย์ฝ่ายในของสถานศึกษานิกายบัญชา์ก็ดังขึ้น.......
“ไอ้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว!ไม่มีใครเข้าไปใกล้ได้ต่ำกว่ายี่สิบเมตรอย่างนั้นรึ? ชิ! เดียวข้าผู้นี้จะเข้าไปแตะรูปปั่นนั้นให้ดูเป็ขวัญตาเอง!” ชายหนุ่มผู้ที่เป็หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยองและอวดดีซึ่งภายในกลุ่มของชายหนุ่มนั้นมีหญิงสาวมาด้วยสองคน ซึ่งหญิงสาวทั้งสองคนนี้มีใบหน้าที่งดงามเรียวเป็รูปไข่และมีผิวพรรณที่ขาวใส่น่าััและที่ชายหนุ่มพูดจาโอ้อวดแบบนั้นก็เพราะว่ามัน้าที่จะแสดงโชว์ต่อหน้าหญิงสาวทั้งสองคนนี้.....