หลังจากที่จางลี่อิงได้รับการรักษาจากหมอประจำตัวเ้าเมืองเสร็จแล้วนางก็กินข้าว กินยา ทำแผลและนอนหลับไป
ซ่งจินหนิงเห็นเด็กหญิงตัวน้อยนั่งจับมือมารดาอยู่ข้างเตียงก็อดไม่ได้ที่จะมองนางด้วยแววตาที่อ่อนลง
“เ้าวางใจเถิด แม่ของเ้าได้รับการรักษาจากหมอแล้วอีกไม่นานก็คงหายดีข้าว่าเ้ามากินข้าวกินปลาก่อนเกิดเสร็จแล้วจะได้ไปดูเ้าเมืองตัดสินโทษหยวนผิงด้วยกัน”
“เพคะ”
“ไม่ต้องใช้คำทางการเช่นนี้ด้วยฟังแล้วไม่คุ้น ไม่เหมือนพ่อลูก พูดเหมือนเดิมเถิด”
“พ่อลูก... ฮะ ๆ ท่านพูดให้ข้าสบายใจหน่อยเถิดท่านแค่สนุกกับบทบาท ไม่ได้คิดเป็อื่น”
ซ่งจินหนิงไม่ตอบแต่กลับทอดมองจางชิวอิ๋งที่กำลังหลับอยู่ด้วยแววตาหวานล้ำ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
จางลี่อิงมองตามหลังด้วยความใก่อนจะหันมาพึมพำขอโทษมารดา
“ท่านแม่ ข้าขอโทษจริง ๆดูเหมือนว่าจะขายท่านให้หนานอ๋องไปเสียแล้ว”
หลังจากที่กินข้าวพร้อมๆ กับแสดงการต่อต้านไม่ยอมรับบิดาใหม่ทางสายตาจนอิ่มนางกับซ่งจินหนิงก็ไปยังศาลยุติธรรมประจำเมืองที่อยู่ติดกับสวนแห่งนี้เพื่อฟังการตัดสินโทษของติงเชา
“ลูกถือเป็สมบัติของพ่อแม่พ่อนางขายนางมาให้เอง ข้าไม่ได้ทำผิดเลยสักนิด” หยวนผิงแก้ต่างให้ตัวเองทำให้จางลี่อิงที่นั่งเก้าอี้ข้างซ่งจินหนิงผุดลุกขึ้นยืนทันที
“ท่านแม่ของข้าก็ออกเรือนมาแล้วไม่ควรถูกนับมาเป็สมบัติของจินสุ่ย"
"ออกเรือนอะไรกัน นางหย่าร้างและกลับมาอาศัยบ้านเดิมอยู่ ก็ควรถูกนับกลับเข้าเป็สมบัติของพ่อแม่เช่นเดิม"
“บ้านหลังนั้น ไม่ใช่บ้านเดิมแต่เป็สินเดิมที่ติดตัวท่านแม่มาต่างหากจินสุ่ยและลูกเมียเป็แค่ผู้อาศัยเท่านั้น” จางลี่อิงเถียง
“ไม่จริง...จินสุ่ยยืนยันแล้วว่าจางลี่อิงไม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนั้น"
“นั่นจินสุ่ยพูดจาหลอกลวงแม่ข้าเขารู้ดีกว่าใครว่าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ยังคงเป็ชื่อของแม่ข้าอยู่” จางลี่อิงรู้เื่นี้ในชีวิตที่แล้ว เพราะหลังจากที่มารดาของนางตายลงจินสุ่ยก็ใช้ฐานะพ่อเข้ามาถือกรรมสิทธิ์แทน"
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าเื่นี้ถ้าจะมีใครผิดสักคนก็ควรเป็คนตระกูลจินไม่ใช่ข้า"
“เ้าไม่ต้องห่วงคนตระกูลจินที่ขายชายาข้าให้ชายอื่น ข้าต้องคิดบัญชีอยู่แล้ว” ซ่งจินหนิงออกหน้าเ้าเมืองจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วมองหยวนผิงด้วยความหนักใจ
“หยวนผิง มีผู้ใดบอกเ้าแล้วหรือยังหญิงที่เ้าบีบบังคับไปเป็อนุ คือชายาของหนานอ๋อง"
“ฮะ ๆ เื่นั้นจะไปจริงได้อย่างไรชายาหนานอ๋องใยมาลำบากลำบนอยู่ในเมืองเล็ก ๆ เช่นนี้ได้เล่า” หยวนผิงส่ายหัวไม่เชื่อ จางลี่อิงเองก็หันไปมองหน้าซ่งจินหนิง จะว่าไปนี่ก็เป็จุดบอดของการโกหกครั้งนี้เช่นกัน
“เมืองซ่งเป็หัวเมืองชายแดนมีการรบราลากยาวมาหลายปีหากเราพานางไปอยู่ที่นั่นไม่เพียงจะพานางไปลำบากแต่จะรู้สึกห่วงหน้าพะวงหลังยามออกศึกด้วยสู้ให้นางเป็หญิงชาวบ้านธรรมดาหลบอยู่ในเมืองที่สงบสุขจะดีกว่าเราจึงให้นางรออยู่ที่นี่ สถานการณ์เมืองซ่งมั่นคงแล้วจะมารับนาง แต่ผู้ใดจะรู้...นางอยู่ทางนี้ ชีวิตไม่ได้เป็สุขอย่างที่คิดนางถูกชายชั่วบังคับซื้อตัวไปรังแกเ้าว่าเราควรทำอย่างไรดี”
อย่าว่าแต่ผู้อื่นในห้องไต่สวนที่พูดไม่ออก จางลี่อิงเองก็ไม่ต่างกัน หากแต่ที่นางพูดไม่ออกนั้นไม่ได้เกิดจากการเข้าใจความเจ็บช้ำน้ำใจของซ่งจินหนิง นางพูดไม่ออกเพราะอึ้งกับทักษะการแต่งเื่ของอีกฝ่ายต่างหาก
“ขะ.....ข้าไม่ได้บีบบังคับซื้อมาสักหน่อยจินสุ่ยยินดีขายนาง และนางก็ยอมตามข้ามาเอง”
“ท่านแม่ยอมมากับเ้าก็เพราะเ้าจะบังคับพาข้ามาด้วยต่างหาก นางจำใจยินยอมมาก็เพื่อปกป้องข้า”
“เื่นั้น พวกเ้ากลัวไปเองข้าไม่ได้ตั้งใจจะพาเ้ามาจริง ๆ เสียเมื่อไหร่”
“เช่นนั้นหรือ...แต่ที่บ้านตระกูลหยวนเ้าพูดไว้ว่า จะให้เ้าเมืองปะาพวกข้าแต่ก่อนที่พวกเราสองแม่ลูกจะตายเ้าจะเล่นสนุกกับพวกเราก่อน จะให้ม้าชำเรา จะตัดนมเฉือนความเป็หญิงทิ้ง นี่เ้าคงจะไม่บอกว่าพูดเล่นอีกกระมัง"
คำพูดเหล่านี้ยามได้ยินจากปากของหยวนผิง ก็ทำให้รู้สึกโกรธแล้ว แต่พอมาได้ยินจากปากของจางลี่อิง ซ่งจินหนิงกลับรู้สึกโกรธยิ่งกว่า นางเป็เพียงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆแต่ถูกมองเป็เป้าหมายกิจวิตการเช่นนั้น ไม่เอาเืหยวนผิงออกใจเขาสงบไม่ได้จริง ๆ
“ความคิดเ้าชั่วช้าสามานย์เกินไปแล้ว!เ้าหน้าที่! เอาทิ้งเขาใส่กรงหมูถ่วงน้ำคนตัวเช่นนี้อย่าปล่อยให้อยู่เป็ภัยแก่คนบริสุทธิ์"เ้าเมืองเห็นว่าซ่งจินหนิงผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธก็รีบชิงสั่งลงโทษสถานหนักทันที เขาเกรงว่าชักช้าไปตัวเขาที่หยวนผิงหมายมาใช้เป็เครื่องมือเปิดทางทำเื่พวกนั้นจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย
“ช้าก่อน.....ท่านเ้าเมืองเมตตาด้วยอย่าให้ถึงกับต้องปะากันเลย สามีข้าทำผิดก็จริงแต่ก็ยังไม่ได้ลงมือจนสุดทางสักอย่าง กับชายาหนานอ๋องนอกจากตีนางด้วยแส้ก็ยังไม่ได้ล่วงเกินนาง เื่จะสั่งให้เ้าเมืองปะาเล่นสนุกกับทั้งสองคนเขาก็ยังไม่ทำเลยนะเ้าคะ” หยวนฮูหยินรีบคุกเข่าลงขอความเมตตา
“เ้ามองว่าการเฆี่ยนตีชายาอ๋องเป็เื่เล็กน้อยไม่พอยังมองว่าธิดาอ๋องถูกสามีเ้าคิดวิตถารด้วยก็เป็เื่เล็กน้อยด้วยคุณธรรมคนตระกูลหยวนน่ากลัวจริง ๆ เ้าเมืองสมควรลงโทษนางในฐานสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่”
"พะยะค่ะ"
“ไม่นะ ท่านเ้าเมืองเมตตาด้วยท่านอ๋องเมตตาด้วยเพคะ”
"หนวกหูจริง ๆตอนสามีเ้าทำผิดไม่ห้ามปราม มองเป็เื่ปกติ มายามนี้กลับมาร้องขอความเมตตา ที่และที่เ้าบอกว่าสามีเ้าทำผิดไม่สุดทางสักอย่าง เ้าก็น่าจะรู้ดีกว่าใครว่ามันไม่จริงคนล่าสุดที่สามีเ้าทำตายไปก็พี่สาวหลิงหลิงไงเล่า เ้าลืมไปแล้วหรือ” จางลี่อิงพูดขึ้น
ในชีวิตก่อนหลังจากที่มารดาตาย นางก็มีความคิดจะวางเพลิงแก้แค้นเลยแอบมาเดินวนเวียนดูลาดเลาที่บ้านตระกูลหยวนอยู่หลายครั้งหลายครา ทำให้ได้ยินพวกบ่าวรับใช้พูดถึงชะตากรรมของหลิงหลิงและหญิงสาวอีกหลายคนเข้า
นางจึงยกเอาชื่อหลิงหลิงขึ้นมาอ้างและเมื่อหยวนฮูหยินได้ยินชื่อนี้ นางก็มีอาการชักเกร็งเกิดขึ้นทันที
“โรคประจำตัวของฮูหยินกำเริบต้องเรียกหมอเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” หญิงรับใช้รีบเข้ามาประคองและขอให้ช่วยตามหมอมาด้วยท่าทีร้อนใจหากแต่จางลี่อิงกลับส่งเสียงขึ้นจมูกเย้ยหยัน
“หึ! จะรีบพาออกไปไยฟังข้าพูดอีกประโยคหนึ่ง พี่สาวหลิงหลิงอายุมากกว่าข้าแค่สองปีเอง ท่านเ้าเมืองเป็เพราะท่านปล่อยให้หยวนผิงทำตามใจชอบ เด็กเยี่ยงข้ายังไม่ทันโตก็มาตายเพราะความวิตถารของเขาเสียแล้ว"เมื่อโดนเด็กน้อยพูดตอกหน้ากันเช่นนี้ต่อให้หยวนฮูหยินจะชักจนตาเหลือก เ้าเมืองก็ไม่ยอมปล่อยออกไปเขาจ้องไปยังหญิงรับใช้คาดคั้นถามความจริง
"เ้าตอบความจริงมา หยวนผิงฆ่าเด็กหญิงที่ชื่อหลิงหลิงจริงหรือไม่ จงคิดให้ดีก่อนตอบอย่าได้ช่วยปิดบังความผิด ไม่เช่นนั้นเ้าจะมีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดไปด้วย”
“มะ แม่หนูหลิงหลิง กะถูกนายท่านทรมานด้วยแส้จนตายจริง ๆ เ้าค่ะ ฮือออ"เพราะความกลัวนางจึงสารภาพความจริงออกมาทั้งน้ำตา
หยวนฮูหยินที่กำลังชักอยู่ถึงกับเป็ลมพับไปบ้านเมืองมีขื่อมีแป การฆ่าคนอย่างตั้งใจ อย่างไรก็ถือเป็ความผิดยิ่งเป็การฆ่าเพื่อความสนุกสนานสนองอารมณ์ใครด้วยแล้ว สามีนางยากจะพ้นข้อหาจริง ๆ
“พวกเ้าพูดลอยลมกันเองทั้งนั้นไหนเล่าหลักฐาน"
“ได้ยินมาว่าเ้ารีบร้อนฝังศพที่สาวหลิงหลิงกระทั่งผ้าผ่อนที่ขาดวิ่นเพราะแส้ที่เ้าฟาด ก็ยังไม่ยอมเสียเวลาเปลี่ยนให้ขุดศพขึ้นมาตอนนี้ คงไม่ต้องบอกกระมังว่าจะเจออะไรข้าว่าเ้าอย่าเสียเวลาดิ้นรนเลย” จางลี่อิงพูดจน หยวนผิงก็หงายหลังนอนมองเพดานอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เ้าเมืองจึงยืนยันคำสั่งเดิมคือจับดึงเขาใส่กรงหมูถ่วงน้ำส่วนฝั่งฮูหยินและคนในบ้านตระกูลหยวนอีกหลายสิบถูกสั่งโดยกันถ้วนหน้างานรู้เห็นเป็ใจช่วยปิดบังความผิด
“เราไม่อยากให้ชื่อเสียงชายาของเรามัวหมองฉะนั้นอย่าได้ป่าวประกาศออกไปว่านางเกี่ยวข้องกับคดีนี้”ซ่งจินหนิงไม่เพียงพูดกับเ้าเมืองเท่านั้น แต่เขากวาดสายตาไปทั่ว ทุกคนที่นี่ก้มหน้าลงและเข้าใจดีว่าจากนี้จะต้องระวังปากอย่าได้เอาเื่นี้ไปพูดต่อที่อื่น
หลังจากการตัดสินจบลง หยวนผิงถูกสั่งให้นำไปขัง เพื่อรอการสำเร็จโทษที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้
จางลี่อิงมองชายอ้วนวิตถารแล้วอดไม่ได้ที่จะย่นคิ้วเข้าหากัน
แม้ว่าท่านแม่จะมีใบหน้างดงามแต่ก็ไม่ได้เป็ที่สนใจนักไม่ใช่เพียงเพราะท่านแม่มีชื่อเสียงไม่ดีจากการถูกใส่ร้ายป้ายสีของจินเหยา แต่ตัวท่านแม่เองก็พยายามหลบเลี่ยงปัญหาเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ทำตัวเป็จุดสนใจ
ตัวหยวนผิงเองก็ไม่เคยสังเกตการมีอยู่ของท่านแม่แต่อยู่ ๆ กลับเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จางลี่อิงจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของกัวหลิงหรงยิ่งในชีวิตที่แล้วขึ้นมา
'เ้าคิดว่าอยู่ๆ แม่ของเ้าไปต้องตาเ้าหยวนผิงได้เองหรือ เป็ข้าต่างหากที่ช่วยผูกวาสนาให้ หึ ๆจะว่าไปเ้ากับแม่เ้าก็มีชะตากรรมไม่ต่างกันเลยนะ หยวนผิงเป็คนวิตการจวิ้นอ๋องเองก็ไม่ต่างกัน ฮ่า ๆ'
ในยามนั้นนางโกรธก็จริงแต่นางไม่ปักใจเชื่อว่าเป็ฝีมือของกัวหลิงหรง เพราะหากนับดูแล้วตอนที่มารดาของนางถูกดึงเขาซื้อตัวไป กัวหลิงหรงก็เพิ่งจะอายุแค่แปดขวบเด็กอายุเพียงแค่นั้น จะสามารถทำลายชีวิตคนที่อยู่เมืองอื่นทางออกไปนับพันลี้ได้อย่างไร
แต่ในเวลานี้ตัวนางเองยังเป็เด็กที่ไม่ใช่เด็ก มันไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้อีกแล้วนางจึงเดินเข้าไปหาหยวนผิงที่กำลังถูกลากออกไป
“เ้าบอกข้าให้หายข้องใจทีเถิดผู้ใดชักนำให้เ้าหันมาสนใจแม่ข้า"
พอนางถามออกไปเช่นนี้อีกฝ่ายย่นคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้น
“ใช่ ๆ ข้าไม่ได้อยู่ดี ๆก็นึกอยากได้มารดาเ้า ทั้งหมดนี้มีคนชักนำเข้าต่างหาก"
“ผู้ใด”
“คุณหนูกัวที่เมืองหลวง...ท่านหญิงน้อย.... ข้าพูดจริง ๆ นะก่อนหน้านี้ถ้าไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของจางชิวอิ๋งเลย แต่ตอนที่ข้าไปเจรจาค้าขายกับตระกูลกัวที่เมืองหลวงข้าบังเอิญไปเห็นภาพวาดจางชิวอิ๋ง ข้าก็เลยรู้สึกสนใจขึ้นมา”
"ที่นั่นมีภาพวาดแม่ข้าด้วยหรือ"
“อืม.... คุณหนูกัวเป็คนวาดนางบอกว่าเคยเห็นจางชิวอิ๋งที่เมืองนี้ ข้าเลยขอภาพวาดนั้นมาและออกตามหาจนเจอ...ท่านหญิงน้อย... ทั้งหมดเป็เพราะคุณหนูกัวนั่นถ้านางไม่วาดภาพจางชิวอิ๋งให้ข้าเห็น เื่ก็คงไม่เป็เช่นนี้ท่านช่วยบอกให้ท่านเ้าเมืองกับหนานอ๋องบิดาท่านลดโทษให้ข้าบ้างได้หรือไม่” หยวนผิงประจบประแจงอย่างนอบน้อม แต่พอจางลี่อิงได้รับคําตอบนางกลับโบกมือให้เ้าหน้าที่ทำงานต่อ
“นี่! เดี๋ยวก่อนสิเ้าจะไม่ช่วยข้าบ้างเลยหรือ?” หยวนผิงโวยวายทวงถาม
“ข้าบอกหรือว่าจะช่วยเ้า ไปพาไปได้แล้ว”
“ขอรับ”พวกเ้าหน้าที่รับคำและลากพาติงเชาออกไป
จางลี่อิงเดินออกมาจากศาลยุติธรรมด้วยความรู้สึกค้างคาใจ
เท่าที่นางรู้มา กัวหลิงหรงไม่เคยย่างกรายออกจากเมืองหลวงก่อนวัยปักปิ่นเลยสักครั้งแล้วจะรู้จักหน้ามารดาของนางได้อย่างไรกัน
หน้าของบิดาเืเย็นกับภรรยาของเขาที่ชอบทำตัวสูงส่งผุดขึ้นมาในหัวบางทีหนึ่งในสองคนนั้นอาจจะร่วมมือกับกัวหลิงหรงด้วย
คิดแล้วจางลี่อิงก็รู้สึกโมโหคนบ้านนี้ตัวร้ายกันทั้งบ้าน หาดีไม่ได้เลยสักคน
“คิดถึงคุณหนูตระกูลกัวที่เมืองหลวงอยู่หรือ”ซ่งจินหนิง มาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ และเอามือวางลงหัวของนาง
“อืม... พ่อข้าแซ่กัว”พอนางพูดออกมาเช่นนี้ คิ้วเข้มของซ่งจินหนิงก็ยันเข้าหากันทันที
“นี่เ้ากำลังสงสัยว่าทางนั้นคือญาติร่วมสายเืของเ้าและตั้งใจทำให้เ้าและแม่เ้าประสบเื่ร้ายเช่นนี้ ใช่หรือไม่"
“ก็สงสัยอยู่บ้างแต่คิดไปคิดมาแซ่กัวไม่ได้มีแต่เหล่าเดียว อาจจะไม่ใช่ก็ได้” แม้จะรู้ความจริงแต่ก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรให้นางยืนยันอย่างมั่นใจมั่นใจออกไปมีแต่จะทำให้ผู้อื่นมองว่าเป็คนใจแคบไปเสียเปล่า ๆ นางจึงตอบออกไปกลาง ๆ
“แล้วหากทางนั้นเป็ญาติร่วมสายเืของเ้าจริงพ่อของเ้าก็อาจจะอยู่ที่นั่นด้วยเ้าอยากจะไปหาเขาหรือไม่”ใจของซ่งจินหนิงไม่นึกยินดีเลยเขาไม่อยากให้จางลี่อิงตอบว่า “อยากไป” เลย
“เหตุใดต้องอยากไป หากเป็เช่นนั้นจริงก็แสดงว่าเขากินดีอยู่สุขสบายแต่ไม่เหลียวกลับมามองพวกเราแม่ลูกเขาตั้งใจจะทิ้งพวกเราไม่ใช่หรือ เหอะ!ให้เลือกระหว่างพ่อราคาถูกผู้นั้น กับท่านที่ช่วยเหลือพวกข้าข้าเลือกท่านเสียยังจะดีกว่า"
“ฮ่า ๆ เช่นนั้นเรียกพ่อเร็วเข้า”ซ่งจิยหนิงหัวเราะร่า และอุ้มร่างเล็กขึ้นมาอย่างสุดแสนจะเอ็นดู
"ได้ทีเชียวนะ!ข้าก็แค่เปรียบเปรย"
“ข้าคิดเป็จริงเป็จัง"
“ไม่ว่าอย่างไรเื่นี้ท่านแม่ก็ต้องเป็คนตัดสินใจเอง เข้าทางข้าไม่มีประโยชน์อันใดเสียเวลาเปล่า” จางลี่อิงกอดอกเชิดหน้าขึ้น ซ่งจินหนิงจึงอดไม่ได้ที่จะบีบจมูกนางอย่างมันเขี้ยว
“ปากคอเราะร้าย... แต่เ้าวางใจเถอะข้าไม่ใช้เ้าเป็เครื่องมือแน่นอนข้าจะทำให้แม่เ้าเห็นหัวใจข้าและยอมรับช้าด้วยตนเอง"
“ดียิ่ง ถือว่าท่านยังเป็ยอดบุรุษอยู่เอาล่ะ พูดคุยกันจบแล้ว ก็ปล่อยข้าลงเถอะ”
“มิได้ ตัวเ้าเล็ก ขาเ้าสั้น เดินช้ายิ่งข้าอุ้มเช่นนี้ดีแล้ว ปะ... ไปหาแม่เ้ากันเถอะ”
อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย จางลี่อิงหน้ามุ่ยลง ชายผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ต่อให้นางอายุสิบขวบแล้วแต่ยืนข้างเขาก็เหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ไม่แปลกที่เขาจะบอกว่าขาของนางสั้นและเดินช้า
ดูท่าแล้วต่อต้านไปไร้ประโยชน์นางจึงยอมให้เขาอุ้มต่อไปอย่างสนใจ แต่แล้วในระหว่างทาง ดวงตาของนางนั้นอ่อนลงและหันมากอดคอของอีกฝ่าย
“วันนี้ขอบคุณท่านจริง ๆ”
ซ่งจินหนิงรู้สึกหน่วงในอกแม้คำพูดจาและการกระทำบางอย่างเด็ก แต่นั่นก็ล้วนมาจากระชีวิตบีบคั้นให้นางวัดกันยิบตาจริง ๆ แล้วก็ใช่ว่านางจะไม่หวาดกลัว เขาฟังไม่ได้ที่จะตบแผนหลังปลอบนางเบาๆ
“ไม่เป็ไรมันผ่านมาแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นเชื่อข้า"
“ข้าโชคดียิ่งที่เจอท่าน"
คำพูดของนางทำให้ซ่งจินหนิงรู้สึกสะท้านในอีกคราเพียงแค่นั้นยังคิดว่าโชคดีที่ได้เจอเขา และถ้าหากเขามาเร็วกว่านี้จะดีกว่านี้หรือไม่ นางจะได้รับการปกป้องดูแลอย่างที่เด็กคนหนึ่งควรจะได้รับมารดาของนางที่เป็หญิงในดวงใจ ก็จะไม่ต้องถูกรังแก
"ข้าขอโทษที่มาช้าเกินไป” ซ่งจินหนิงหลับตามความเศร้า
"พูดอันใดเช่นนั้นถ้าท่านมาเร็วเกินไป ข้าอาจจะไม่ได้เจอท่านและเื่อาจจะเลวร้ายกว่านี้ด้วยซ้ำไป"
“จริง ๆแล้วเ้าก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่บ้างเหมือนกัน"
"ท่าน! ฮึ่ย! ข้าจนใจกับท่านแล้ว” จางลี่อิงปล่อยคออีกฝ่ายและสะบัดหน้าในอีกทางทันทีซ่งจินหนิงมองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขบขันออกมา
ภาพหนานอ๋องอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยพูดคุยกันอย่างกะหนุงกะหนิงทำให้บรรดาผู้ติดตามที่เดินตามหลังห่าง ๆ ยิ้มออกมาอย่างโง่งม
“ไม่รู้ว่าท่านอ๋องกับท่านหญิงน้อยพูดคุยอะไรกัน แต่กลับรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์อันดีของพ่อลูกช่างดูอบอุ่นเหลือเกิน"
“จริงเช่นที่เ้าพูด มองเพลินจริง ๆ”
“ข้าอยากให้ผู้ที่ปรามาสท่านอ๋องว่าเป็คนดิบเถื่อนไม่สามารถเป็สามีเป็บิดาที่ดีได้มาเห็นภาพนี้จริงๆ” ซึ่งพวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าโดนภาพภายนอกลวงหลอกเข้าเสียแล้ว