คืนเข้าหอ - ่ดึกสงัด
ความเ็ป... นั่นคือสิ่งแรกที่หลินซีััได้
มันไม่ใช่ความเ็ปจากการตกบันไดหัวฟาดพื้นในโลกปัจจุบัน แต่มันเป็ความเจ็บร้าวระบมที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย
โดยเฉพาะ่ล่างที่ราวกับกำลังถูกฉีกกระชากซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวพยายามปรือตาที่หนักอึ้งขึ้นมา ท่ามกลางความมืดสลัวจากแสงเทียนที่ใกล้จะมอดดับ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือแผ่นอกกว้างกำยำสีทองแดง เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นและชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ
"อื้อม... อ๊ะ!"
เสียงครางหวานหูที่หลุดรอดจากริมฝีปากของตนเองทำให้หลินซีตื่นตระหนก ทว่านางยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างกายบอบบางก็ถูกแรงกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วงจนตัวโยนไปตามแรงส่งของคน้า
"ตื่นแล้วรึ..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ายิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้นชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนอ่อนลุกชัน
หลินซีเงยหน้ามองบุรุษเหนือร่างด้วยความหวาดหวั่น ใบหน้าคมเข้มดุดันราวกับโจรป่า ั์ตาคมกริบวาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังขย้ำเหยื่อ รอยแผลเป็จางๆ ที่พาดผ่านคิ้วเข้มยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนจนน่ากลัว
นี่คือจ้าวเล่ย พรานป่าผู้โเี้ สามีที่นางถูกขายมาใช้หนี้งั้นหรือ?
"จะ... เจ็บ... ข้าเจ็บ..." หลินซีร้องประท้วงเสียงสั่นเครือ พยายามใช้มือเล็กๆ ผลักดันไหล่หนาให้ถอยห่าง แต่มันกลับไร้ผล ราวกับนางกำลังใช้แรงมดไปผลักภูผาหินกล้า
"เจ็บสิดี เ้าจะได้จำว่าใครเป็ผัวเ้า!"
จ้าวเล่ยคำรามในลำคอ เขาไม่เพียงไม่หยุดยั้ง แต่กลับรวบข้อมือบางทั้งสองข้างของนางขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะหายใจ ยอดอกสีหวานชูชันล่อตาล่อใจจนพรานหนุ่มอดใจไม่ไหว ก้มลงไปขบเม้มดูดดึงอย่างตะกละตะกลาม
"อ๊า!... เบา... เบาหน่อย..."
หลินซีหวีดร้องเสียงหลงเมื่อลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียยอดถันอย่างจาบจ้วง ความรู้สึกวาบหวามแปลกใหม่แล่นปราดไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟ
นางไม่เคยพานพบััที่ดิบเถื่อนและเร่าร้อนเช่นนี้มาก่อน ร่างกายทรยศเริ่มตอบสนองด้วยการบิดเร่า แอ่นอกรับััจากริมฝีปากและไรหนวดแข็งๆ ที่ครูดไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียด
ทว่าสิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดยังคงเป็ส่วนล่าง...
แก่นกายอันเขื่อง ที่ร้อนจัดราวกับเหล็กเผาไฟยังคงฝังแน่นอยู่ในช่องทางรักอันคับแคบ ทุกครั้งที่เขาถอนกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกสวนกลับเข้ามาใหม่ มันลึกซึ้งจนนางรู้สึกจุกเสียดไปถึงท้องน้อย ผนังเนื้อนุ่มตอดรัดตัวตนของเขาแน่นหนึบจนจ้าวเล่ยต้องครางฮึ่มในลำคอด้วยความเสียวซ่าน
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงแคร่ไม้ไผ่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังมิพังแหล่ จ้าวเล่ยเร่งจังหวะสะโพกสอบอย่างบ้าคลั่ง เอวหนาบดเบียดแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เขาตักตวงความสุขสมจากร่างนุ่มนิ่มนี้อย่างไม่รู้จักพอ ราวกับคนอดอยากปากแห้งที่เพิ่งได้ลิ้มรสอาหารทิพย์
"อื้อ... ข้าไม่ไหว... มันลึก... ลึกเกินไปแล้ว!" หลินซีส่ายหน้าไปมาบนหมอน น้ำตาเอ่อคลอด้วยความเสียวซ่านระคนเ็ป ขาเรียวขาวทั้งสองข้างถูกจับพาดบ่ากว้าง เปิดเปลือยทุกสัดส่วนให้เขารุกรานได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"อ่า... แน่นดีเหลือเกิน... เมียข้า..."
จ้าวเล่ยไม่ฟังคำทัดทาน เขาโน้มตัวลงมาบดจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปพัวพันกวาดชิมความหวานล้ำภายในโพรงปาก ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวกระหวัดดูดดึงจนเกิดเสียงจวบจาบน่าอาย มือหยาบกร้านอีกข้างเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกผายเต็มไม้เต็มมือ ขยำเนื้อนุ่มจนเป็รอยนิ้วมือแดงเถือก
บทรักดำเนินไปอย่างดุเดือดเผ็ดร้อน เหงื่อเม็ดโป้งไหลหยดจากปลายคางของชายหนุ่มลงมาบนแผ่นอกขาวเนียนของหญิงสาว ผสมปนเปกับกลิ่นอายคาวโลกีย์ที่คละคลุ้งไปทั่วห้องหอคับแคบ
ใน่วินาทีสุดท้าย จ้าวเล่ยเกร็งสะท้านไปทั้งร่าง เขาโถมกายเข้าใส่นางอย่างหนักหน่วงรัวเร็วอีกหลายครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนสายใหญ่ฉีดพ่นเข้าไปในกายสาวทุกหยาดหยด จนหลินซีรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วท้องน้อย ร่างบางกระตุกเกร็งรับความสุขสมที่แตกซ่าน สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังประสานกัน จ้าวเล่ยทิ้งตัวลงทับร่างเล็กที่นอนหมดสภาพ เขาซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวอย่างหวงแหน แม้พายุอารมณ์จะสงบลงแล้ว แต่ ตัวตนของเขากลับยังคงขยายใหญ่คับแน่นอยู่ในกายนาง ไม่ยอมถอดถอนออกไปง่ายๆ
"จำไว้... เ้าเป็ของข้า..."
เขากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับขยับสะโพกเนิบนาบอีกครั้งเป็การตอกย้ำ หลินซีได้แต่หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้พรานป่าจะกละตักตวงความหวานจากนางต่อไปจนกว่าเขาจะพอใจในค่ำคืนนี้...