“ นี่เจ้าบังอาจกล้าพูดกับจักรพรรดิแบบนี้ได้ยังไง” กุนซือที่ยืนด้านข้างโมโหแทนจักรพรรดิโจ
“ ข้าไม่สนความขัดแย้งของพวกท่าน แต่ว่าข้าเป็นหมอ ข้าคงปล่อยให้ใครตายต่อหน้าไม่ได้” เทียนเอ่ยย้ำอีกครั้ง
“ เจ้านี่เป็นหมอดู แล้วก็หมอรักษาคนด้วยหรือนี่” เตียวเลี้ยวสงสัยยิ่ง
“ พอแล้ว ข้าให้โอกาสเจ้าก็ได้ หากเจ้าทำนายตัวข้าแล้วข้าพอใจ ข้าจะปล่อยพวกมันไป” จักรพรรดิโจสนใจตัวของเทียนเหมือนกัน ทำให้เทียนรู้สึกดีที่มีโอกาสสัมผัสหยกมังกรฟ้าแล้ว
เทียนเดินเข้ามใกล้กับจักรพรรดิโจแล้วเริ่มกล่าวว่า
“ ภายในปีที่ผ่านมา ทุกเช้าท่านตื่นนอนจะมีอาการปวดหัวตลอด คงให้หมอฝังเข็มรักษาระงับอาการเจ็บปวดเอาไว้ ทำให้มีอาการเจ็บปวดลดลง จากทุกวัน เป็น 7 วันปวด 1 ครั้ง ท่านกินยาบำรุงด้วยโสมหมื่นปี ผสมถั่งเช่าหมื่นไป ทำให้ท่าน มีอาการปวดหายไปหลายเดือน เพิ่งจะมามีอาการปวดเมื่อเดือนที่ผ่านมาอีกครั้ง พร้อมกับ มีอาการเวียนหัว สิ่งรอบตัวหมุน ทรงตัวไม่ได้เวลาเดิน ต้องรอสักพักถึงจะเดินต่อไปได้ ท่านเป็น ๆ หายๆ ในหูของท่านได้ยินเสียงคนที่ตายไปแล้ว เข้ามาหาท่านอยู่บ่อย ๆ ยิ่งสามวันก่อนหน้านี้ คนที่ตายเหล่านั้น มาปรากฏร่างให้ท่านเห็นด้วยก็มี โดยเฉพาะผู้หญิงที่อุ้มท้อง แต่งชุดผู้สูงศักดิ์ กับชายสวมมงกุฏ” เทียนเห็นวิญญาณตามติดจักรพรรดิโจหลายคน ต่างก็จ้องหน้าจักรพรรดิโจเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ พอจักรพรรดิโจ ได้ฟังก็ตกใจในทันที
“ เหตุมันเกิดจากอะไร แล้วข้าควรทำอย่างไรดี” จักรพรรดิโจถามคำถามนี้ออกมา ทุกคนล้วนอึ้งตะลึงลานเพราะเท่ากับว่า เทียนทำนายได้ถูกต้องแม่นยำ
“ อาการปวดหัว เวียนหัว เกิดจากธรรมชาติในร่างกายของท่าน ส่วนวิญญาณหลอกหลอนเป็นผลมาจากการกระทำของตัวท่านเอง ที่มันมารุนแรงขึ้นมากเพราะว่า มีแรงกระตุ้นจะพลังคำสาปอาถรรพ์ ของตราราชลัญจกรอันนี้ ที่ถูกสาปมาจาก
คนที่ต้องตายเพราะมัน ทำให้เกิดแรงแค้นกลายเป็นคำสาปเลือด มีวิธีเดียวต้องล้างคำสาปเสียก่อน ท่านถึงจะได้ครอบครอง มิเช่นนั้น ท่านจะต้องมีอาการเลือดออกจากทวารทั้ง เจ็ด ตาย ภายใน เจ็ดวัน หากทำพิธีแก้คำสาปนอกจากท่านจะไม่ตายแล้ว อาการที่เป็นอยู่ ก็จะถูกกำจัดไปเพราะ พลังอำนาจของ ตราราชลัญจกร อันนี้ด้วย”
“ เป็นความจริงหรือ แล้วท่านช่วยทำพิธีแก้คำสาปได้หรือไม่” จักรพรรดิโจเริ่มร้อนรน
“ เดี๋ยวก่อน เพื่อความมั่นใจข้ามีเรื่องสอบถามกับท่านขุนพลอุยกาย หวังว่าท่าน จะตอบข้าด้วยความสัตย์จริง” เทียนหันไปมองขุนพลอุยกาย ที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
“ ท่านปราชญ์น้อย หากคำถามของท่านไม่ใช่ข้อมูลทางการทหารข้าจะตอบทุกคำถามด้วยความสัจจริง”
“ ท่านซุนเซ็กพี่ชายของท่านจักรพรรดิซุนองค์ปัจจุบัน ก่อนตายมีอาการคล้ายคนเป็นประสาทหลอน เห็นวิญญาณคนตาย แล้วเลือดก็ไหลออกจากทวารทั้ง เจ็ดใช่หรือไม่”
“ ใช่ เวลานั้นท่านถูกเกาทัณฑ์ยิงใส่เพียงแค่ดอกเดียวแท้ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดอาการไข้ขึ้น เพ้อถึงแต่คนตาย และ ยังมีเลือดออกทั้ง เจ็ดทวาร แล้วก็สิ้นลมไป”
พอทุกคนได้ฟังขุนพลกุยอาย ได้เล่าถึงจุดจบของยอดนักรบของจักรวรรดิซุนก็รู้สึกพลอยรู้สึกเศร้าใจตามไปด้วย แต่ว่าจักรพรรดิโจ ไม่คิดเช่นนั้น ในใจเริ่มตระหนกตกใจยิ่งกว่าใคร
“ ก่อนที่ท่านจะมาท่านได้พบกับ ท่านจักรพรรดิซุนบ้างหรือไม่”
“ ไม่เลย ข้าได้รับคำสั่งจากท่าน แม่ทัพใหญ่ จิวยี่เท่านั้น” ขุนพลอุยกายเริ่มสงสัยเช่นกัน
“ ท่านคงต้องไม่ได้พบ อย่างแน่นอน เพราะพระองค์คงมีอาการไม่สบาย เริ่มเพ้อถึงคนตายเช่นกันใช่ไหม ท่านขุนพลจูตี” เทียนหันกลับมามองหน้าขุนพลจูตีที่เวลานี้ทำหน้าตื่นตะลึงหลังจากได้ยินเรื่องแบบนี้
“ เฮ้อ ท่านปราชญ์น้อย ข้าไม่กล้าปิดบังท่าน ข้าแค่ได้ยินเสียงของท่านเพ้อถึงท่านซุนเซ็ก จากนั้นท่านแม่ทัพจิวยี่ เลยสั่งให้ข้า นำตราราชลัญจกร มามอบให้กับท่านจักรพรรดิโจโดยซ่อนตราที่แท้จริงไว้กับตัวข้า เพื่อป้องกันการแย่งชิงระหว่างทาง”
พอขุนศึกจูตี กล่าวจบ กุนซือของท่านจักรพรรดิก็ตะโกนออกมาว่า
“ นี่พวกเจ้าวางแผนไว้กันอยู่แล้วว่าหยกราชลัญจกรนี้มีคำสาป จึงส่งมันมาให้องค์จักรพรรดิของเรา ใช่ไหม” เทียนยกมือให้กุนซือหยุดพูด
“ พวกเขาแค่ทำตามคำสั่ง ข้าจะช่วยรักษา และ ถอนคำสาปจากตราหยกราชลัญจกร ให้องค์จักรพรรดิเอง ปล่อยพวกเขาไปเถอะ” เทียนกล่าวสรุป
“ ได้ ข้าเชื่อเจ้า ปราชญ์น้อย ปล่อยพวกเขาไป” จักรพรรดิโจไม่สนใจใครอีกนอกจากเทียน ที่ได้ทำการบอกว่า ต้องใช้สิ่งใดบ้างในการถอนคำสาป แล้ว ให้จัดสถานที่ด้านหน้าวังหลวงเตรียมแท่นพิธีบูชาฟ้า แล้วให้เทียนอยู่ในห้อง ส่วนตัว กับตราพระราชลัญจกร เพื่อเตรียมทำการถอนคำสาป พออยู่คนเดียวเทียนเริ่มใช้ดวงเนตรสวรรค์ทำการลอกเลียนแบบ หยกมังกรฟ้าขึ้นมาอีกชื้น หลังจากทำเสร็จ
เทียนก็เก็บของแท้ เอาไว้ แล้วนำของเลียนแบบ ออกมาแทน พอมีคนมาแจ้งว่าจัดแท่นบูชาฟ้าเสร็จแล้ว เทียนก็ให้ทหารยกตราราชลัญจกร ออกไปวางที่หน้าแท่นบูชาฟ้า ทันที
“ ฝ่าบาท กระหม่อมขอยืมดาบเจ็ดดาวของท่าน ครั้งนี้ข้าต้องใช้มันปราบวิญญาณมังกรฟ้า
ที่มันคอยฆ่าคนที่คิดครอบครองมัน” จักรพรรดิโจนำดาบสั้นยาว1ฟุต มาให้อย่างเร็ว
เทียนจุดธูป 99 ดอกอัญเชิญ สายฟ้า ทำให้รอบๆ พิธีมีฝนตกหนัก ฟ้าร้องคำรามอยู่ทั่วไป มีสายฟ้าผ่าลงมา ใกล้ๆ หลายสิบเส้นไม่โดนใคร เทียนใช้ฝ่ามือขีดเขียน สร้างเป็นภาพมายา ทั่วบริเวณเปลี่ยนฉากในวัง เต็มไปด้วยปุยเมฆเหมือน อยู่บนสวรรค์ ผู้คนที่ดูการทำพิธี ต่างตกใจเป็นอันมาก 5 ขุนพลพยัคฆ์จากจักรวรรดิซุนยังไม่กลับ ขอร่วมพิธีด้วยต่างยืนมองด้วยความตกใจเช่นกัน จากนั้นก็มีมังกรตัวสีฟ้า ค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้น
โดยโผล่หัวมาบนก้อนเมฆ ไม่มีใครมองเห็นลำตัว มันมองมาที่แท่นบูชาฟ้า ที่เทียนยืนอยู่ เทียนใช้ยันต์สีเหลืองแปะเข้าไปในตราหยก โดยรอบ แล้ว พ่นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ลงไป มังกรฟ้าร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันเริ่มดิ้น ทำให้ลำตัวมันเริ่มโผล่มาให้เห็น ลำตัวมันยาวกว่า 50 เมตร ลอยไปบนฟากฟ้า ส่งเสียงคำรามอย่างน่าหวาดกลัว ลำคอแดงเป็นกำลังจะปล่อยๆไฟออกจากปาก เพื่อพ่นใส่แท่นบูชาฟ้า แต่พอไฟมังกรพ่นมา ก็ถูกม่านน้ำป้องกันไว้ไม่สามารถทำลายแท่นบูชาฟ้าได้ เทียนจับดาบเจ็ดดาว แล้วเป่าน้ำมนต์เข้าไป ดาบสั้นเล็ก ๆ กลายเป็นดาบใหญ่เท่าลำตัวมังกร พุ่งเข้าตัดลำตัวมังกรจนขาดเป็นสองท่อน เลือดมังกรไหลอาบลงมาล้าง ตราหยกราชลัญจกร จนคำสาปที่เทียนบอกเอาไว้จนหมด
“ เสร็จพิธี” เทียนเอ่ยจบ ภาพมายาที่สร้างขึ้นก็หายไป แต่กลับมีเลือดมังกรที่ยังไหลหยดลงใสตราหยกราชลัญจกร จนได้ 1 แก้ว เทียนนำไปให้ จักรพรรดิโจที่ยังตื่นเต้นไม่หายกลับเหตุการณ์ที่เกิดตรงหน้า พอรู้สึกตัว เทียนก็ยื่น เลือดมังกรที่เทียนทำขึ้นมาจากการผสมน้ำทิพย์กับน้ำหวานสีแดง โดยเทียนเตรียมเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น
“ องค์จักรพรรดิรอก่อน” กุนซือคนสนิทนำเข็มเงินตรวจสอบพิษดูก่อน แล้วพยักหน้า จักรพรรดิกินเข้าไปก็รู้สึกสดชื่น แข็งแรงทันตามเห็น เทียนใช้ฝ่ามือเทพบริสุทธิ์ รักษาน้ำในหู้ไม่เท่ากัน ของจักรพรรดิโจ โดยดูดน้ำที่อยู่ในหูชั้นในออกมา
เพื่อให้ ประสาทการรับรู้ที่อยู่ในหูทำงานกลับมาเป็นปกติ เทียนไม่เห็นเนื้องอก ในหัว ของจักรพรรดิโจเลย สงสัยตอนนี้ยังไม่เป็น พอเทียนปล่อยมือเสร็จ จักรพรรดิโจ ก็รู้ดียิ่งนัก กล่าวขอบคุณเทียนมากมายชวนให้เทียนอยู่ที่นี่ เทียนก็ไม่ปฏิเสธ ส่วนซินเอ๋อ ก็อยู่ โดยที่ยังไม่หายตกใจ ไม่คิดว่าเทียนที่เวลานี้แต่งชุดนักพรตน้อยจะมีวิชาแบบนี้ด้วย
ส่วนห้าขุนพลพยัคฆ์เข้ามากล่าวขอบคุณเทียน แล้วเสียดายที่ไม่อาจชักชวนเทียนไปอยู่ด้วยได้ เทียนมองเห็นนกอินทรีตัวหนึ่งมองมาแบบแปลก พอหันไปจ้องตามัน อินทรีก็ขยับปีกบินหนีหายไปนอกเมืองทันที
บนเขานอกจักรวรรดิโจ อินทรีตัวนั้น ก็บินมาเกาะแขนชายชุดขาวคนหนึ่ง
“ จักรวรรดิโจมีคนที่มีสามารถ ทำลายคำสาปโบราณได้ด้วยหรือนี่” ชายชุดขาวถือพัดขนนก เอ่ยออกมาเบาๆ
“ ท่านกุนซือ แผนของเราคราวนี้ ล้มเหลวทั้งหมด เป็นเพราะคนๆ เดียวให้ข้าแอบเข้าเมือง ไปสังหารมันเลยไหม” ชายรูปร่างอ้วนใหญ่มีเครา เอ่ยขึ้น
“ พวกเจ้ายังไม่มีใครสู้ชนะ ลิโป้สักคน ชายคนนี้เอาชนะลิโป้ได้ พวกเจ้าคิดว่าเจ้าจะไปฆ่ามันอย่างไร” กุนซือที่ใช้พัดขนนกเอ่ยจบก็เป่ามนตร์ไปที่นกอินทรี มันกลายเป็นนกอินทรียักษ์ ทันที
“ พวกเรากลับจักรวรรดิเล่าก่อน ค่อยหารือกันใหม่” ทั้งหมดกระโดดขึ้นนกอินทรียักษ์ แล้วบินหายไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนเทียนที่มองเห็นนกอินทรี ก็รู้ว่าเป็นนกอินทรี เวทย์ที่เฝ้ามองอยู่แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงไม่ได้ใส่ใจอีก ซินเอ๋อรีบวิ่งเข้ามาหาเทียนทันที
“ พี่เทียน พี่นี่สุดยอดไปเลย ไม่รู้เลยว่าพี่คือจอมเวทย์ด้วย” เทียนบอกกันทุกคนในวังหลวง ว่าซินเอ๋อคือน้องสาว ทุกคนก็เอาใจซินเอ๋อ ไม่มีใครกล้าเสียมารยาท
“ ว่าแต่เจ้าจะทำยังไงต่อไป จะกลับบ้านหรือยัง ข้าจะไปส่ง”
“ ไม่ข้ายังไม่อยากกลับ ว่าแต่พลังมังกรในหยกมังกรฟ้าทำไมมันน่ากลัวขนาดนั้น”
“ เจ้ายังเด็กนัก เจออะไรที่ไม่เคยเจอ ก็เห็นว่าน่ากลัวเสียแล้ว ถ้าเจ้ายังไม่กลับ ก็ควรเพิ่มพลังยุทธ์ นี่คือยาเม็ดระดับราชันยุทธ์ เจ้าเก็บไว้กินทุกสามเดือนไม่ถึงปีพลังของเจ้าจะเข้าสู่จักรพรรดิยุทธ์ได้” เทียนมอบยา เม็ดราชันยุทธ์ให้ซินเอ๋อกิน
ซินเอ๋อกินไปทันที 1 เม็ด แล้วขอตัวเข้าไปเดินลมปราณทันที
ส่วนเทียนถูกเชิญเข้าไปในท้องพระโรงมีห้าขุนพลพยัคฆ์ และที่ปรึกษาคนสำคัญอีกคน คือสุมาอี้ กาเซี่ยง และกุนซือม่ออีกคน โดยมีจักรพรรดิโจนั่งเป็นประธาน
“ ข้าต้องขอขอบคุณท่านปราชญ์น้อย ที่ได้ช่วยข้าให้พ้นเคราะห์กรรมในครั้งนี้
ข้าอยากเชิญท่านปราชญ์น้อยมาเป็นที่ปรึกษาประจำในจักรวรรดิของข้าท่านปราชญ์น้อย ท่านมีความคิดเห็นเช่นไร” จักรพรรดิโจเอ่ยชวน เทียนทันที
“ ข้ายังต้องมีภารกิจสำคัญบางอย่าง ต้องทำเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของคนทั้งทวีปมืด ซึ่งหากช้าไปกว่านี้ข้าเกรงว่า คนทั้งทวีป จะไม่มีวันได้เห็นแสงอาฑิตย์อีกต่อไป” เทียนมาอยู่ในทวีปแห่งนี้ก็ได้ใช้เนตรสวรรค์ สังเกตการณ์ดวงอาฑิตย์นับวันจะถูกดวงจันทร์ บังหายไปทีละนิด คาดว่าอีกไม่กี่สิบปี จะไม่มีแสงอาฑิตย์อีกต่อไป ทุกคนได้ฟังก็ตกใจ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร
“ ที่ผ่านมาความมืดที่มีแต่แสงจันทร์ พวกเราก็อยู่กันได้ไม่เห็นเป็นไร ต่อให้ไม่มีแสงอาฑิตย์ ก็ไม่น่ามีผลกระมัง” ขุนพลเตียวเลี้ยวเอ่ยคล้ายเป็นเรื่องปกติ
“ ท่านคิดผิดแล้ว ในร่างกายของคนเราประกอบด้วยหยินและหยาง ทำให้เกิดความสมดุลในร่างกาย หากขาดธาตุใดธาตุหนึ่งไป จะมีผลกระทบต่อร่างกาย เช่นหากขาดธาตุหยาง ความมืดจะครอบคลุมจิตใจ มุ่งหวังแต่ฆ่าฟัน ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี พอวันหนึ่งไม่มีธาตุหยางมีแต่ธาตุหยิน ร่างกายก็อาจถูกมารร้ายเข้าสิงสู่ ถูกมารควบคุมต่อไปทั้งทวีปก็จะมีแต่มารปีศาจเต็มไปหมด ข้าไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้น” เทียนอธิบายทุกคนได้แต่ฟังแล้วอึ้ง มารร้ายครอบครองจิตใจพวกเขาได้ด้วยหรือ ฟังแล้วก็อึ้งไป
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ” จักรพรรดิโจเอ่ยขึ้นมาก่อนใคร
“ ใช่แล้วข้าต้องค้นหา และ หาวิธีทำลายดวงจันทร์ 8 ดวง เพื่อไม่ให้เกิดพลังชั่วร้ายในอนาคต”
“ ทำลายดวงจันทร์เนี่ยนะ” ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน
“ ใช่แล้ว” เทียนยืนยันความคิด
“ ทีแรกข้าจะเชิญท่านร่วมเดินทางลงใต้ ไปปราบจักรวรรดิซุน และ จักรวรรดิเล่า
แต่พอฟังภารกิจของท่าน ทำให้สงครามรวมแผ่นดินของข้า นั้นด้อยค่าไปเลย”
“ นั่นเป็นหน้าที่ของท่านที่ต้องกระทำ หากไม่ทำ รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว ก็คงต้องมีสงครามกันไม่มีที่สิ้นสุด ข้าบอกท่านได้ จักรวรรดิของท่านจะต้องทำการรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นได้อย่างแน่นอน หากข้าทำลายดวงจันทร์ได้แล้ว ข้าจะมาช่วยพวกท่านอีกแรง” เทียนรับปาก แค่นี้จักรพรรดิโจก็ดีใจยิ่งนัก
และยิ่งเทียนบอกว่า จะสามารถรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวได้ ยิ่งรู้สึกมีพลังในการต่อสู้มากขึ้น เทียนได้ออกจากพระราชวังทันที เพราะรู้พวกเขากำลังวางแผนไปรบกันอีก เทียนต้องเร่งหาวิธีทำลายดวงจันทร์อีก 8 ดวง เพื่อไม่ให้มนุษย์ต้องเกิดภัยพิบัติในอนาคต
“ พี่เทียนเราจะไปไหนดี” ซินเอ๋อไม่ยอมกลับบ้าน ตามติดเทียนไม่ยอมห่าง
เทียนไม่ตอบแต่หยิบหยกที่อาจารย์เจียงมู่ฉินให้มา แล้วหลับตาส่งจิตไปหา
“ อาจารย์”
“ ว่าไง” อาจารย์ส่งกระแสจิตตอบมา
“ ข้ารู้แล้วว่า ภารกิจคืออะไร แต่ว่าข้าทำลายดวงจันทร์ที่เกินมาได้อย่างไร ใช้ธนูยิงตะวัน ทำลายเลยได้ไหม” เทียนคิดว่าทำลายทิ้งแบบดวงอาฑิตย์น่าจะง่ายที่สุด
“ ไม่ได้ หากเจ้าทำลายดวงจันทร์ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว เพราะอิทธิพลของดวงจันทร์นั้นสร้างสมดุลมานานหลายพันปี เจ้าต้องค่อยหาค่ายกลดวงจันทร์
ในทวีปมืดต้องมีค่ายกลที่สามารถควบคุมพลังแห่งดวงจันทร์ อาจจะมีแปดที่หรือสามที่ก็ได้เรื่องนี้เจ้าต้องสืบหา และทำลายมันซะ ห้ามทำลายโดยตรงเป็นอันขาด”
“ ค่ายกลดวงจันทร์? แล้วข้าจะหาได้ที่ไหน” เทียนส่งกระแสจิตไปแต่อาจารย์ไม่ตอบอีก เหมือนกับจะบอกว่า เรื่องแบบนี้ต้องให้เทียนหาเอง...