เขตผาเหิน...ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะบริเวณนี้คือผาขนาดใหญ่ที่แหงนงอนราวกับจะเหินขึ้นสู่ฟ้าบนบริเวณที่ผาอันประหลาดนี้แหงนขึ้นก็คือศูนย์กลางของเขตผาเหินแห่งนี้ แม้จะบอกว่าเป็ผาแห่งหนึ่งที่อาณาเขตของผาที่แหงนขึ้นก็มีขนาดพอกับเมืองขนาดกลางเมืองหนึ่งอีกทั้งนี่คือดินแดนต้นกำเนิดทวีปศูนย์กลางของแดนเบญจภพดังนั้นความเจริญของเขตผาเหินย่อมต้องไม่ธรรมดา
เสวียนเทียนชิงก้าวเข้าสู่เขตผาก็มุ่งตรงขึ้นผาเหินทันทีโดยไม่เสียเวลาโครงสร้างของที่นี่ก็คล้ายกับเมืองทั่วไปที่นำโดยผู้ว่าการเขตเป็คนมีอำนาจสูงสุดรองลงมาก็คือรองผู้ว่าการเขตทั้งสองที่จัดการดูแลเื่ต่างๆในเขตรวมไปถึงกลุ่มอิทธิพลชั้นนำที่อยู่ในเขตด้วยอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือพื้นที่ของผาเหินนั้นจะสูงขึ้นเรื่อยและลำดับชั้นของคนในเขตก็สามารถอิงจากที่อยู่อาศัยได้เช่นกันอย่างกลุ่มอิทธิพลชั้นสูงรวมไปถึงที่ว่าการเขตก็อยู่ในจุดที่สูงที่สุดของผาเหินแห่งนี้
“หากข้าจำไม่ผิดพื้นที่ฝั่งเมืองทองประกายสมควรอยู่ในการดูแลขอองตระกูลเซี่ยกระมังผู้ว่าการเขตคนนี้หากไม่มีเื่ผิดพลาดก็สมควรเป็คนของตระกูลเซี่ยด้วย”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาราบเรียบขณะมุ่งหน้าไปที่แห่งหนึ่งในเขตผาเหินตระกูลเซี่ยเองก็ถือเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ของแดนต้นกำเนิดและยังเทียบชั้นอยู่ในระดับเดียวกับตระกูลเสวียนด้วยทว่าน่าเสียดายที่ในยุคนี้มีเสวียนอู่หยางและในยุคหน้าหากการท่องบูรพาครั้งนี้สำเร็จก็จะมีเสวียนเทียนชิงอีกคนหนึ่ง!
สามตระกูลโบราณนั้นคือ เสวียน เซี่ย และฉินสำหรับคนตระกูลฉินนั้นออกหน้าว่าเป็ศัตรูกับตระกูลเสวียนอย่างชัดเจนเพราะในปีนั้นหนึ่งในคนที่ถูกเสวียนเทียนชิงตัดหัวก็คือบุตรชายคนหนึ่งของผู้าุโในตระกูลฉิน!ส่วนตระกูลเซี่ยแม้ฉากหน้าจะวางตัวเป็กลางไม่สนโลกแต่เื้ักลับพยายามทุกวิถีทางชักนำคลื่นใต้น้ำเพื่อถ่วงดุลอำนาจระหว่างสามตระกูล
ในครั้งนี้หากมีคนลงมือกับเสวียนเทียนชิงถึงตระกูลเซี่ยจะไม่ลงมือแต่ก็ไม่ขัดขวางแน่เสวียนเทียนชิงยังคิดว่าพวกเขาจะถึงขั้นเปิดทางให้ด้วยความยินดีด้วยซ้ำ!เพราะการมีอยู่ของสองพ่อลูกตระกูลเสวียนนั้นไม่ใช่แค่กดหัวตระกูลฉินและขุมอำนาจอื่นๆแต่ยังรวมไปถึงตระกูลเซี่ยด้วย
เขตผาเหินมีทั้งหมดเจ็ดชั้นชั้นบนสุดเป็ที่ว่าการเขตและเป็อาณาเขตของทางการด้วย นอกจากจวนของผู้ว่าการเขตการเข้าออกผาชั้นที่เจ็ดไม่ใช่เื่ยากเพราะมีการติดต่อเื่ในเขตอยู่ตลอดแน่นอนว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าไปที่ว่าการเขตได้สำหรับผาชั้นที่หกนั้นกลับเป็ชั้นที่เข้าถึงได้ยากที่สุดนอกจากทางเชื่อมสู่ชั้นที่เจ็ดแล้วอาณาเขตแทบทั้งหมดล้วนเป็ของตระกูลและสำนักทรงอำนาจในเขตผาเหินส่วนชั้นที่ห้าก็คือเขตที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดทั้งแขกจากต่างเมืองและตลาดใหญ่รวมไปถึงสถานที่สำคัญล้วนอยู่ในผาชั้นนี้
เสวียนเทียนชิงเดินนำสาวใช้ทั้งสองเดินขึ้นผาสายตากวาดมองระมัดระวังอยู่ตลอดแม้จะมีท่าทีสบายๆแต่เขาก็รู้ว่าได้ถูกจับตามองั้แ่มาถึงที่นี่แล้วเหยียบเข้าแดนต้นกำเนิดก้าวแรกก็คือสัญญาณที่บอกใต้หล้าว่าเขาได้กลับมาแล้วคนมากมายที่ไม่้าให้เขากลับเมืองนภาครามไม่ยอมอยู่เฉยแน่ท่าทีของเสวียนอู่หยางตอนนี้แม้จะยังเหมือนเดิมแต่อย่างไรเขาก็คือบิดาของเสวียนเทียนชิงและยังเป็บุคคลอันดับหนึ่งของยุคนี้ด้วยต่อให้ไม่พูดออกมาทุกคนก็รู้ดีว่าหากเสวียนอู่หยาง้าจะล้มโต๊ะครั้งนี้รับเสวียนเทียนชิงกลับไปใครก็ทำอะไรไม่ได้พวกเขากล้าพอที่จะเปิดศึกกับตระกูลเสวียนหรือไม่เล่า? หากไม่รวมเหล่าผู้นำขุมอำนาจทั้งหมดของแดนเบญจภพกว่าครึ่งไว้ด้วยกันใครจะเอาชนะเสวียนอู่หยางได้?
“ผาชั้นห้าคนเยอะเกินไปที่ต้องระวังให้มากก็คือพวกยอดฝีมือที่มาชมดูเื่ครื้นเครงครั้งนี้สุนัขป่าที่ซุ่มรอเหล่านี้หากเห็นโอกาสต้องกระโจนเข้ามาแน่ทางทีดีพวกเราเก็บตัวเสียหน่อยรอถึงพรุ่งนี้ค่อยขึ้นไปจวนผู้ว่าการเขตก็แล้วกัน”
เสวียนเทียนชิงคิดอยู่เงียบๆขณะกล่าวออกมาหากเขาเดาไม่ผิดตอนนี้มีคนจำนวนมากกำลังจับจ้องมายังเขาคนพวกนั้นเองก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนโง่และเข้าใจเื่เหล่านี้ดีดังนั้นสนามรบแรกที่ต้องเผชิญหน้ากันไม่ว่าใครก็คิดว่าต้องเป็บนผาชั้นที่ห้าแน่นอนเพราะที่นั่นมีคนของตระกูลเสวียนอยู่และเป็สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเสวียนเทียนชิงแล้ว
อย่างไรก็ตามเสวียนเทียนชิงไม่คิดเช่นนั้นในเมื่อตระกูลเสวียนเตรียมพร้อมแล้วศัตรูจะไม่เตรียมพร้อมได้อย่างไร? แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่เคยมีความคิดจะฝากชีวิตเอาไว้กับคนอื่นอยู่แล้วต่อให้เป็บิดาของเขาเองก็ตามดังนั้นหากจะเดินเข้าไปในสถานที่ที่พวกเขาจัดไว้ให้ที่ทั้งอันตรายและไม่แน่นอนทำไมเขาไม่เปลี่ยนเป็ลากคนพวกนั้นมาเริ่มต้นกันใหม่อย่างเท่าเทียมเล่า?
“นายน้อยเ้าคะเมื่อก่อนข้าเคยคุ้มกันผู้าุโเสวียนหงมาที่นี่อย่างลับๆหากข้าจำไม่ผิดดูเหมือนที่ผาชั้นสามจะมีสหายของเขาอยู่หรือเราจะไปที่นั่นดีเ้าค่ะ?”
ชิงเหนียวกล่าวออกมาหลังจากคิดทบทวนเล็กน้อยทั้งนางและลู่หยาล้วนถูกฝึกฝนมาั้แ่เด็กโดยตระกูลเสวียนและรับหน้าที่คุ้มกันคนของตระกูลเสวียนมาตั้งนานแล้วปีนั้นแม้นางจะยังไม่แข็งแกร่งขนาดนี้แต่ก็ได้ติดตามผู้คุ้มกันของตระกูลเสวียนออกมาเปิดหูเปิดตานางจำได้ว่าการพบกันของเสวียนหงและสหายคราวนั้นเป็ทั้งความลับและสำคัญมากบางทีนั่นอาจจะเป็พันธะมิตรคนหนึ่งของตระกูลเสวียนที่หลบซ่อนไว้ก็ได้
“เช่นนั้นก็ดี! ท่านปู่สามเป็คนดูแลเื่ข่าวสารของตระกูลท่านอาหงเป็บุตรชายของเขาย่อมต้องรับภารกิจสำคัญมาทำแน่หากเป็อย่างที่เ้าว่าสหายของท่าอาหงคนนั้นอาจจะเป็คนของตระกูลเสวียนจริงๆทั้งยังไม่มีฐานะสูงไม่เบาด้วย”
เสวียนเทียนชิงยิ้มออกมาพร้อมกับให้ชิงเหนียวนำทางไปแม้เสวียนหงในตอนนั้นจะยังไม่มีหน้าที่สำคัญในตระกูลแต่เขาก็คือบุตรชายของท่านปู่สามและเป็สายเืตระกูลหลักคนที่เสวียนหงต้องออกมาพบอย่างลับๆด้วยตัวเองเช่นนี้ย่อมไม่ใช่คนทั่วไปแน่ บางทีคนผู้นี้อาจจะช่วยให้เสวียนเทียนชิงผ่านเขตผาหินไปได้ง่ายขึ้น
ชั้นที่หนึ่งของผาเหินนั้นเป็เพียงอาณาเขตว่างเปล่าที่บอกให้รู้ว่านี่คือผาเหินส่วนชั้นที่สองเป็ป้อมปรากการรักษาเขตและค่ายของกองทัพหลวงในเขตผาเหินั้แ่ชั้นที่สามขึ้นไปถึงจะเป็ที่อยู่อาศัยของชาวเมืองคนที่ฐานะดีหน่อยก็อยู่ชั้นที่สี่ส่วนคนที่ฐานะต่ำลงมาก็จะอยู่ในชั้นที่สามเสวียนเทียนชิงเดินตามพวกชิงเหนียวไม่นานก็มาถึงจุดหมายโดยไร้อุปสรรคนี่ก็ถือเป็ข้อดีอย่างหนึ่งได้กระมังเพราะทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาทำให้แม้แต่การผ่านเข้าป้อมปราการบนชั้นที่สองก็ไม่มีใครมาตรวจสอบอะไรเขาเช่นกันทุกคนรู้ดีว่าคนหนุ่มผู้นี้ก็คือดาวจรัสแสงที่กำลังสั่นะเืไปทั้งแดนต้นกำเนิดในยามนี้
“โรงจำนำอี้ซง?”
“เ้าค่ะตอนนั้นผู้าุโหงมาพบกับคนที่นี่แหละเ้าค่ะข้าจะลองเข้าไปดูก่อนว่าคนผู้นั้นยังอยู่หรือไม่”
“เข้าไปพร้อมกันเถอะ”
เสวียนเทียนชิงไม่รอให้ชิงเหนียวขยับตัวเขาก็เดินผลักประตูไม้ซอมซ่อเข้าไปทันทีโรงจำนำแห่งนี้แปะป้ายประกาศเสียใหญ่โตขนาดนั้นแต่สภาพกลับดูไม่ได้ขนาดสภาพคนรับจำนำยังเป็เช่นนี้แล้วใครจะกล้าเข้ามาฝากของกันเล่า? เกรงว่าแค่เห็นประตูหน้าร้านคนก็คงเผ่นหนีกันไปหมดแล้วดูยังไงไม่น่าไว้ใจจริงๆ
“มีคนอยู่หรือไม่ขอรับ?”
เสวียนเทียนชิงเอ่ยขณะขณะมองสำรวจรอบด้านภายในโณงจำนำแห่งนี้แม้ด้านนอกดูซอมซ่อนักแต่ภายในกลับสะอาดสะอ้านใช้ได้เลยทีเดียวพื้นด้านในถูกจัดแบ่งเป็สัดส่วนทั้งยังมีป้ายบอกราคาเข้าพักที่ชั้นสองด้วย เดิมทีก็มาเพื่อหาคนอยู่แล้วดังนั้นแม้จะเรียกอยู่สองสามทีแต่ไม่มีเสียงตอบรับเสวียนเทียนชิงและสาวใช้ทั้งสองจึงเดินไปนั่งรอที่โต๊ะเล็กๆด้านข้างแทน
เสวียนเทียนชิงมาถึงเขตผาหินเื่นี้ถูกรายงานขึ้นไปั้แ่ตอนที่เขาผ่านป้อมปราการบนชั้นสองแล้วขุมอำนาจ้าสุดอย่างจวนว่าการยังไม่เคลื่อนไหวอะไรมากแค่จับตาดูอยู่เงียบๆแต่สำหรับตระกูลและสำนักใหญ่ของเขตผาหินกลับไม่อาจนิ่งเฉยได้ยังไม่ต้องพูดถึงเมืองใหญ่เมืองเล็กในดินแดนต้นกำเนิดเลยแค่ในอาณาเขตพื้นที่ของเมืองทอประกายแห่งเดียวในสามด่านสี่เขตนี้ก็มีขุมกำลังที่อยู่ภายใต้สี่ขั้วอำนาจใหญ่ทั้งนั้น
ตระกูลเสวียนตระกูลฉิน ตระกูลเซี่ย และสุดท้ายก็คือราชสำนักสี่ขั้วอำนาจใหญ่นี้ไม่ว่าเดินไปทางไหนในแดนเบญจภพต่างก็มีทั้งพันธมิตรและศัตรูโดยเฉพาะตระกูลเสวียนที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตผาเหินเป็ของตระกูลเซี่ยก็จริงแต่ก็ยังมีกองทัพหลวงมีสำนักตระกูลที่อยู่ใต้อีกสองตระกูลใหญ่ดังนั้นวันนี้ที่เสวียนเทียนชิงมาถึงฝั่งมิตรก็วิ่งวุ่นเพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือส่วนฝั่งศัตรูก็ยิ่งหาวิธีการมากมายเพื่อจะสังหารเสวียนเทียนชิงให้ได้
ั้แ่รายงานลับที่เปิดเผยร่องรอยของเสวียนเทียนชิงเมื่อหลายวันก่อนบนชั้นที่หกของผาเหินก็เกิดการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนแล้วสำนักดาราและตระกูลลั่วต่างก็เป็สาขาของตระกูลเสวียนที่แตกแยกย่อมออกมาั้แ่ยุคโบราณตระกูลเสวียนได้ชื่อว่าตระกูลอันดับหนึ่งย่อมไม่รับไมตรีจากผู้อื่นโดยง่ายพันธมิตรที่มีก็ล้วนผูกมิตรกันมาอย่างจริงใจตั้งนานแล้วดังนั้นแค่เวลาสั้นๆไม่กี่วันคนของสำนักดาราและตระกูลลั่วต่างก็ถูกขัดแข้งขัดขาจนกระทั่งวันนี้เมื่อเสวียนเทียนชิงเหยียบขึ้นผาเหินก็ถึงกลับถูกล้อมปิดสำนัก
“ท่านผู้นำตอนนี้พวกตระกูลใหญ่ของเขตต่างวางกำลังคนไว้รอบตระกูลเราแล้วขอรับหากคนของเขาเคลื่อนไหวพวกเขาก็จะเข้ามาขวางทางทันที”
“แล้วทางสำนักดาราเล่า?เ้าสำนักจางไม่ได้เคลื่อนไหวเลยรึ?”
“เคลื่อนไหวแล้วขอรับเ้าสำนักจางนำศิษย์และผู้าุโบุกเปิดทางออกจากสำนักแต่ก็ถูกคนผู้หนึ่งขวางเอาไว้...”
ภายในห้องของประมุขตระกูลลั่วเสียงตอบถามดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมาถึงประโยคสุดท้ายของพ่อบ้านชราที่พูดถึงคนผู้หนึ่งด้วยน้ำเสียงแ่เบาการแสดงออกเช่นนี้ของเขาทำให้ประมุขตระกูลลั่วขมวดคิ้วรู้สึกว่ามีเื่ไม่เข้าทีเกิดขึ้นเมื่อถามย้ำขึ้นอีกเขาครั้งเขาถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดพ่อบ้านถึงได้มีท่าทีเช่นนี้ประมุขตระกูลลั่วพลันถอนหายใจออกมาขณะมองลอดหน้าต่างออกไปยังทิศทางของสำนักดารา
“ดาบดำลิ่วหัวกง...เพื่อจัดการกับนายน้อยของเราแม้แต่สามดาบคลั่งแห่งทุ่งอุดรก็เคลื่อนไหวแล้ว”