เกวลินลืมตาตื่นขึ้นมาในเวลาราวๆ สองทุ่ม เธอมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาเอริคแต่ก็ไม่พบเขา จึงหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำของเขามาใส่และเดินออกไปดูที่ห้องทำงาน
“ยังทำงานไม่เสร็จอีกหรอคะ” เกวลินถามเขาเมื่อเห็นว่าเขายังนั่งทำงานอยู่
“ตื่นแล้วหรอ มานั่งนี่มา พี่ทำรอเกลไปพลางๆ เฉยๆ” เอริคตอบเธอพร้อมทั้งเรียกให้เธอเดินเข้าไปนั่งบนตักเขา เกวลินทำตามอย่างว่าง่าย
“เกลอยากอาบน้ำ แต่…เกลไม่มีชุดเปลี่ยน”
“นู่นไงพี่ซื้อมาให้แล้ว”
“ไปซื้อตอนไหนคะ”
“สั่งมา”
เกวลินเดินไปหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลเปิดออกดูก็พบทั้งชุดนอน ชุดทำงานและชุดชั้นใน
“พี่รู้ได้ไงว่าเกลใส่..” เกวลินถามเขาด้วยความอาย
“ใส่ไซต์ไหนหรอ พี่จับอยู่ทุกวันทำไมจะไม่รู้” เขาตอบเธอหน้าตาย โดยไม่รู้สึกเขินอายเลยซักนิด ผิดกับเกวลินที่อายม้วนหน้าแดงรีบก้มหน้าเดินออกไป
“เดี๋ยว”
“อะไรคะเกลจะไปอาบน้ำ”
“เอาอุปกรณ์อาบน้ำ ครีมกับเครื่องสำอางไปด้วย พี่ซื้อมาให้เก็บไว้นี่ชุดนึงเผื่อได้นอนค้างบ่อยๆ”
“คนบ้า ทะลึ่ง” เธอรับของจากเขาแล้วรีบเดินเข้าห้องนอนไป ปล่อยให้เอริคยืนยิ้มอยู่คนเดียว ก่อนจะเดินตามคู่หมั้นสาวเข้าไปอาบน้ำด้วย ทั้งคู่ใช้เวลาอาบน้ำและร่วมรักกันอีกรอบในห้องน้ำอีกเป็ชั่วโมงกว่าจะแต่งตัวเสร็จก็เกือบสี่ทุ่ม
“เกลหิว”
“ไปกินข้าวกันพี่สั่งพิซซ่ากับไก่ทอดมาให้” เอริคอุ้มเกวลินเดินออกไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ในห้องทำงาน เขานั่งลงบนโซฟาและวางเกวลินลงบนตักตัวเอง โอบเอวเธอไว้แน่น
“ปล่อยก่อนค่ะ เกลจะทานข้าว”
“ก็กินไปสิป้อนพี่ด้วย”
“ทานเองสิคะ”
“ไม่เอาจะให้เมียป้อนถ้าเกลไม่ป้อนพี่ก็ไม่กิน เกลจะปล่อยให้โรคกระเพาะพี่กำเริบหรอ”
…เฮ้อ…
เธอถอนหายใจเหนื่อยที่จะเถียงเขา จึงทำได้เพียงหยิบอาหารมาป้อนเขา
“สบายดีนะคะ นั่งเฉยๆ ให้คนอื่นเขาป้อน”
“นั่งนิ่งที่ไหนพี่บีบก้นเมียพี่อยู่นี่ไง”
“ไอ้พี่เอริค นับวันยิ่งลามกขึ้นนะคะ ไม่เห็นเหมือนตอนเจอกันวันแรกเลย”
“ตอนนั้นยังไม่…รัก ตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”
“…” เกวลินเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็นั่งทานอาหารต่อเงียบๆ ไม่พูดอะไร
“เป็อะไรเงียบจัง”
“ป่าวค่ะ แค่สับสน”
“สับสนอะไร” เอริคเลิกคิ้วถามเธอด้วยความสงสัย
“เอ่อ พี่รักเกลจริงๆ หรอ”
“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”
“พี่อาจจะแค่หลงใหลในตัวเกล แต่ไม่ได้รัก ซักพักก็อาจจะเบื่อ” เธอบอกเขาในสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ตอนนี้
“เด็กโง่ ทำไมถึงคิดแบบนี้ ที่พี่ทำทุกอย่างพี่รักเกลจริงๆ รอวันที่เกลพร้อมเราจะแต่งงานกันทันที ให้ทำยังไงเกลถึงจะเชื่อใจพี่ พรุ่งนี้พี่โอนทรัพย์สินทั้งหมดให้เกลเลยดีมั้ย แล้วก็ไปจดทะเบียนสมรสกันเลย”
“ไม่เอาค่ะ เกลแค่ยังงงๆ กับเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างเราอยู่ ขอเวลาให้เกลได้ปรับตัวซักพักนะ”
“ก็ได้”
ทั้งคู่นั่งทานข้าวกันต่อซักพัก ก่อนที่เอริคจะพาเธอไปนั่งย่อยอาหารชมวิวยามค่ำคืน แสงไฟและแสงดาวยามค่ำคืนเมื่อมองจากตึกสูงตอนนี้เป็ภาพที่สวยงามมาก
“สวยจัง” เกวลินชมภาพที่เห็นตรงหน้า
“ชอบมั้ย”
“ชอบค่ะ”
“เกลอยากไปทำอะไรหรือเที่ยวที่ไหนบอกพี่ได้หมดเลยนะ สามีคนนี้จะตามใจเกลทุกอย่าง”
“ตามใจเกลทุกอย่าง งั้นไปเที่ยวทะเลกัน”
“ได้สิวันหยุดเดี๋ยวพี่พาไป”
“่นี้พี่งานยุ่งจะตาย จะมีเวลาพาเกลไปเที่ยวจริงหรอ”
“พี่บอกว่าได้ก็ได้สิ ดึกแล้วไปนอนกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย” เอริคอุ้มเธอเข้าห้องนอนทันที
เช้าวันถัดมาเกวลินรีบตื่นนอนอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเพื่อออกจากห้องเขาแต่เช้า เพราะกลัวเพื่อนร่วมงานคนอื่นจะมาเห็นเข้า เอริคนอนยิ้มมองคู่หมั้นตนลุกลี้ลุกลน ยิ่งมองยิ่งขำจนเขาหลุดหัวเราะออกมา
“หัวเราะอะไรคะ ไม่เคยเห็นคนรีบรึไง”
“กลัวไปทำงานสายหรอ ที่ทำงานอยู่แค่นี้เอง” เขาแกล้งถามเธอ
“อย่ามาทำเป็ถาม ใครล่ะเล่นไม่เข้าเื่ไม่ยอมพากลับบ้าน”
“นอนนี่ก็สะดวกดีออก” เขาลุกขึ้นเดินไปโอบกอดและหอมเธอจากด้านหลัง
“หอมจัง ขอจัดอีกรอบได้มั้ย”
“พอเลย ไม่ได้ค่ะ ไปอาบน้ำได้แล้วเกลจะออกไปข้างนอกแล้ว”
“รีบจังยังไม่ถึงเจ็ดโมงครึ่งเลย”
“รีบออกไปน่ะดีแล้วค่ะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น”
“กลัว” เขาถามเธอ
“ไม่กลัว แต่ี้เีอธิบาย”
“พี่พูดให้ก็ได้”
“พี่น่ะแหละตัวดีเลย ชอบทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ปล่อยเกลค่ะ ไปอาบน้ำ”
“ถ้าจะให้ปล่อยก็หอมพี่ก่อน” เอริคจับเกวลินหันหน้ามาหาตนและเอียงแก้มไปให้เธอหอม เกวลินที่อยากรีบออกไปจึงยอมยื่นหน้าไปหอมเขา แต่เอริคกลับยื่นปากมาจูบเธออย่างดูดดื่มแทน
“อื้อ”
“คนบ้า ลิปสติกหลุดหมดแล้ว”
เอริคไม่ตอบโต้ยืนยิ้มยักไหล่ไม่ตอบเธอ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป เขาเดินมาแปรงฟันที่อ่างล้างหน้าขณะที่กำลังหยิบแปรงสีฟันของตัวเองก็เห็นมียาสีฟันบีบใส่แปรงไว้ให้อยู่แล้ว เขายืนยิ้มให้กับตัวเองอยู่หน้ากระจก ดีใจที่เธอใส่ใจรายละเอียดแม้แต่เื่เล็กๆน้อยๆ
“น่ารักจัง”
เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จและเดินกลับมาที่ห้องนอนก็เห็นชุดทำงานวางเตรียมไว้ให้อยู่บนเตียงแล้ว ยิ่งทำให้เขาใจฟูขึ้นไปอีก อยากจะต่อสายหาคุณนายแม่ให้ไปสู่ขอเธอให้ตอนนี้เลย
เกวลินเมื่อเตรียมเสื้อผ้าให้เขาเสร็จแล้วก็ออกมาชงกาแฟข้างนอก
“อ้าวน้องเกลมาแต่เช้าเลยนะคะ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเข้ามาทักเธอ
“สวัสดีค่ะ พี่ก็มาถึงแต่เช้าเหมือนกันนะคะ”
“กลัวรถติดเลยรีบออกมาน่ะ”
“เอากาแฟมั้ยคะเกลกำลังชงอยู่พอดี เดี๋ยวเกลชงให้”
“ไม่เป็ไรๆ เดี๋ยวพี่ชงเอง เอ๊ะว่าแต่ทำไมชงสองแก้วล่ะ”
“ของบอสแก้วนึงค่ะ” เธอตอบคำถามเพื่อนร่วมงานด้วยความลืมตัว
“เอ๋…วันนี้บอสมาแต่เช้าจัง”
“เห็นว่ารีบมาเคลียร์งานค่ะ งั้นเกลขอตัวก่อนนะคะ”
“ไปเถอะๆ ให้บอสรอนานไม่ดี”
เกวลินรีบเดินออกมาทันทีกลัวว่าถ้าคุยนานกว่านี้อาจจะหลุดพูดอะไรออกไป
…ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
“เกลขอเข้าไปข้างในนะคะ” เกวลินขออนุญาตก่อนเปิดประตูเข้าห้องทำงานเอริค เป็จังหวะเดียวกันกับที่เขาเดินออกมาจากห้องนอนพอดี
“ไปไหนมา”
“ชงกาแฟค่ะ นี่ของพี่ค่ะ” เกวลินวางกาแฟไว้บนโต๊และหมุนตัวกำลังจะเดินออกไป แต่ถูกมือของ เอริคดึงแขนเธอเข้าไปกอด
“จะรีบไปไหน ช่วยพี่แต่งตัวก่อน”
“ปล่อยค่ะ ก็แต่งเองสิคะ ปกติก็แต่งเองได้”
“ตอนนี้ไม่ปกติแล้ว ผูกเนกไทให้พี่หน่อย” เขายื่นเนกไทให้คู่หมั้นสาว
“ปล่อยก่อนสิคะ ไม่งั้นจะให้เกลผูกยังไง”
“หึ หึ” เอาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นเนกไทให้เธอและเปลี่ยนมาโอบเอวเธอหลวมๆแทน
เกวลินรับเนกไทมาผูกให้เขาอย่างขัดไม่ได้ เธอได้แต่คิดในใจว่ารีบทำรีบเสร็จ จะได้รีบออกไปจากตรงนี้
“เสร็จแล้วค่ะ มองอะไรคะ ปล่อยเกลได้แล้ว”
“เมียพี่น่ารักจัง” เขาพูดพลางก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากเธอหนึ่งที
“ปล่อยได้แล้วค่ะ เกลจะออกไปทำงาน”
“นายครับอาหารเช้ามาแล้วครับ” ยังไม่ทันที่เอริคจะคลายกอดจากเกวลิน เจมส์ก็เปิดประตูเดินพรวดพราดเข้ามา เกวลินใมากรีบผลักเอริคออก แต่เอริคกลับกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
“เอ่อ ผมเข้ามาผิดจังหวะมั้ยครับ”
“รู้ตัวก็ดี ทีหลังหัดขออนุญาตก่อนเข้ามาบ้าง”
“ครับ ผมวางอาหารไว้นี่นะครับ”
“เออ ออกไปได้แล้ว”
เกวลินไม่พูดไม่จาได้แต่ซุกหน้าเข้าไปในแผงอกแกร่งของเขาด้วยความอาย
“มาทานข้าวได้แล้ว ไม่มีคนอยู่แล้วอายหรอเจมส์ก็รู้อยู่ว่าเราเป็อะไรกัน”
“แต่เค้าไม่รู้ว่าเรา…เอ่อ..เรา..ไม่คุยด้วยแล้วไปทานข้าวดีกว่า”
“หึ ยัยเด็กบ๊อง ทีงี้ล่ะทำเป็อาย”